Partager

บทที่ 8 นักรบหญิง

Auteur: W. Ziyen
last update Date de publication: 2026-01-29 21:43:53

พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?"

ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม

"หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล"

ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง

"คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียที่รู้จักการสู้รบ แบบพวกสาวนักดาบหรือแม่หญิงที่มีความพยศรุนแรง ให้ข้าได้ใช้กำลังสยบนางลงแทบเท้าต่อหน้าพวกเจ้าทุกคน.."

คำตอบของท่านเจ้าคุณทำเอาสี่สาวถึงกับตาโต ความคิดที่จะเห็นสามีสยบหญิงพยศจองหองต่อหน้าพวกนาง สร้างความสั่นสะท้านและความ เปียกแฉะ... ให้กลับมาเยือนอีกครั้งทันที

"ท่านพี่พูดเยี่ยงนี้... น้องนึกออกแล้วเจ้าค่ะ"

คุณหญิงกระซิบพลางเลียริมฝีปาก

"แม่หญิง 'บัวคำ' ลูกสาวพระยาพิชัยยุทธ ที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจทั้งดาบและศิลปะป้องกันตัว แถมยังประกาศว่าจะมิยอมก้มหัวให้บุรุษใดในแผ่นดิน... หากท่านพี่สยบนางได้ เรือนเราคงจะรุ่มร้อนจนไฟลุกแน่เจ้าค่ะ"

.....

หลายวันต่อมา... ณ ตลาดริมน้ำยามสายที่ผู้คนพลุกพล่าน ท่านเจ้าคุณในชุดลำลองอำพรางฐานะเดินเบียดเสียดกับผู้คน จนกระทั่งร่างของท่านปะทะเข้ากับสตรีร่างระหงในชุดทะมัดทะแมงอย่างบุรุษ “แม่หญิงบัวคำ”

นางหันมามองด้วยสายตาดุดัน ทว่าในจังหวะที่ปะทะกันนั้น ร่างกายที่กำยำส่วนที่แข็งขืนที่สุดของท่านกลับบดเบียดเข้ากับสะโพกผายของนางโดยมิได้ตั้งใจ ความมโหฬารที่นางสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้าทำให้นางใจสั่นพริ้วไปทั้งร่าง ส่วนท่านเจ้าคุณก็ตะลึงในดวงตาที่แกร่งกล้าและกลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นปนกลิ่นแดด ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานก่อนจะแยกย้าย โดยหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายคือใคร

ยามบ่าย ณ ลานฝึกดาบเรือนพระยาพิชัยยุทธ ท่านเจ้าคุณที่โพกผ้าและคลุมใบหน้าเอาไว้ก้าวเข้ามาในฐานะผู้ท้าประลอง ณ ที่นั้นผู้มีฝีมือในลำดับต้นๆ เห็นจะมีเพียงแม่หญิงบัวคำลูกสาวครูดาบระดับพระยา นางรับคำท้าประดองเชิงดาบจากคนแปลกหน้าที่ปกปิดอำพรางตัว เมื่อถอดผ้าโพกศีรษะ และแพรคลุมใบหน้าออก บัวคำถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นชายคนที่นางเดินชนในตลาด การประลองเริ่มต้นขึ้นด้วยความดุดัน เสียงใบดาบกระทบกัน “เคร้ง! เเคร้ง!” สนั่นหวั่นไหว ทุกครั้งที่ดาบปะทะกัน แรงกระแทกจากลำแขนแกร่งของท่านเจ้าคุณส่งผ่านมาถึงตัวนาง บัวคำรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ทุกก้าวที่ท่านเจ้าคุณรุกไล่บดเบียดเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศและความแข็งกร้าวทำให้อวัยวะสวาทของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาโดยมิอาจควบคุม

ท่านเจ้าคุณเองก็แข็งขืนจนปวดหนึบ ยามเห็นนางวาดลวดลายดาบอย่างองอาจ ในที่สุดจังหวะที่ดาบขัดกัน ท่านเจ้าคุณโถมน้ำหนักเข้าใส่จนหน้าอกทั้งสองเบียดชิดกัน บัวคำรู้สึกถึง "อาวุธ" ที่มโหฬารใต้ผ้านุ่งท่านที่ดุนดันหน้าขาของนาง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนนางเข่าอ่อนวูบ ร่างกายกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดกลางลานประลองจนน้ำรักเปียกชุ่มง่ามขา นางรีบทรุดตัวลงวางดาบยอมแพ้ เพราะมิอาจยืนต่อได้ด้วยเกรงว่าคราบเปียกแฉะจะประจานความรัญจวน

ท่านเจ้าคุณยิ้มอย่างผู้ชนะ ท่านสัมผัสได้ถึงกลิ่นกามรสที่โชยอ่อนๆ จากตัวนาง ท่านก้าวเข้าไปประคองแล้วกระซิบข้างหูที่แดงซ่าน

“ดาบของเจ้าเก่งกาจนัก... แต่ร่างกายของเจ้านั้นซื่อตรงยิ่งกว่า ข้าจักพาเจ้าไปพักให้หายเหนื่อยนะบัวคำ”

ท่านช้อนร่างนางขึ้น บอกบ่าวไพร่ว่านางข้อเท้าพลิกจะนำไปรักษาที่เรือนใน แล้วจึงอุ้มฝ่าสายตาบ่าวไพร่เข้าสู่ห้องหอทันที

เมื่อถึงฟูกหนา... นางจึงรู้ว่าผู้มาเยือนเป็นถึงเจ้าคุณพระยาราชสงครามผู้มีชื่อเสียงแลฝีมือดาบสะท้านสะเทือนแผ่นดิน มิน่าเล่านางจึงมิอาจทนไอรังสีที่กระทบมายามประดาบได้

ท่านเจ้าคุณมิรอช้าที่จะกำราบแม่เสือสาว ท่านกระชากผ้าพาดบ่าของนางออก เผยให้เห็นเนินอกที่หอบโยน ท่านบดจูบอย่างเร่าร้อนและรุนแรงประดุจการประลองดาบที่เพิ่งจบไป บัวคำที่เคยพยศกลับแอ่นกายรับสัมผัสอย่างโหยหา นางใช้ขาเรียวแกร่งเกี่ยวกระหวัดรัดเอวท่านไว้แน่น มิยอมให้ท่านล่วงล้ำกระหน่ำแทงได้โดยง่าย นี่อาจเป็นเป็นการแข็งขืนประลองเชิงอีกครั้งของนาง

ใช่ว่าท่านจะใช้เพียงความแข็งแกร่งบดเบียดเพื่อเอาชนะนาง ลิ้นอ่อนนุ่มถูกรัวละเลงที่ยอดปลายปทุมถัน กายนางสะท้านไหวอ่อนสลายคลายความแข็งขืนลงในทันใด ยอดปทุมแข็งชูช่อสู้ลิ้นเรียว ความเสียวซ่านสะท้านจนขุมขนลุกเกรียวกราว ธารรักหลั่งไหลชุ่มโชกในซอกหลืบ นางพร้อมแล้วที่จะรับศึกรักที่ใหญ่หลวงจากแม่ทัพใหญ่ผู้อาจหาญผ่านมาแล้วทุกสมรภูมิ

ท่านส่งความยิ่งใหญ่ชำแรกผ่านร่องรูที่เปียกชุ่มจนมิดโคน กระแทกกระทั้นโหมกระหน่ำอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสลับกับเสียงครางของบัวคำที่เสียกิริยานอดนักดาบไปจนสิ้น

"โอยยยย... อูยยยย... ท่านผัวขา"

ทุกแรงส่งของท่านทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกดาบอุ่นๆ ทะลวงเข้าถึงขั้วหัวใจ นางบิดเกร็งสะโพกรับอย่างบ้าคลั่ง กระตุกเกร็งเสร็จสมครั้งแล้วครั้งเล่าจนน้ำรักทะลักท่วม จนในที่สุดท่านเจ้าคุณก็คำรามลั่น ระเบิดสายธารแห่งความใคร่เข้าสู่กายนางจนเต็มปรี่ บัวคำนอนหมดแรงอยู่ใต้ร่างแกร่ง ยอมสยบทั้งกายและใจให้กับบุรุษผู้ที่เอาชนะนางได้ทั้งเชิงดาบและเชิงรักในคราวเดียว

......

แสงทองรำไรใกล้ลับขอบฟ้า แต่ภายในห้องหอเรือนพระยาพิชัย เพลิงสวาทกลับเพิ่งจะโหมกระพือขึ้นอีกระลอก บัวคำที่นอนหอบระรินอยู่ใต้ร่างแกร่งของท่านเจ้าคุณ พยายามจะลุกขึ้นจัดแจงกายด้วยความถือตัวในศักดิ์ศรีลูกสาวนักรบ ทว่าฝ่ามือหนาของท่านกลับกดไหล่นางไว้แน่น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แฝงความพยศของนาง

“ดาบแรกเจ้าอาจจะพ่าย... แต่ศึกส่งท้ายนี้ พี่อยากรู้นักว่าเจ้าจะทนทานได้สักกี่กระบวนเพลง”

ท่านเจ้าคุณกระซิบเสียงต่ำพลางรั้งร่างระหงให้นอนหงายลงอีกครา ท่านมิรอช้าจับขาเรียวแกร่งของนางแหกออกกว้าง บรรจงใช้ปลายลิ้นละเลียดชิมน้ำหวานที่ยังเปียกชุ่มอยู่อย่างจาบจ้วง

บัวคำสะดุ้งตัวโยน มือทั้งสองข้างจิกเกร็งลงบนที่นอนจนขาดวิ่น ความเสียวซ่านที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนทำให้นางหลุดเสียงครางยาว

“ท่านพี่เจ้าขา... อ๊ะ... พอเถิด น้องจะขาดใจตายเสียให้ได้”

ทว่ายิ่งนางร้องขอ ท่านเจ้าคุณก็ยิ่งรุกเร้า ท่านรวบเอวคอดกิ่วของนางขึ้นมาตั้งรับจังหวะสอดแทรกที่ดุดันมโหฬาร ความยิ่งใหญ่ของท่านชำแรกผ่านร่องรูที่บวมแดงจากการเพิ่งกรำศึกมาเข้าไปจนมิดโคนและกระแทกเน้นย้ำที่จุดลึกสุดอย่างจงใจ

ท่านเจ้าคุณโหมพายุรักเข้าใส่ประดุจการควงดาบเข้าฟาดฟันศัตรู แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้ร่างของบัวคำโยกคลอนไปตามจังหวะ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังกึกก้องสะท้อนฝาเรือนไม้

บัวคำที่เคยเก่งกล้า บัดนี้กลับบิดเร่าสะโพกรับอย่างบ้าคลั่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณนางนักรบทำให้ดวงตานางวาวโรจน์ นางพยายามขยับสะโพกตอดรัดสวนกลับด้วยหวังจะสู้รบกับความแข็งแกร่งของท่าน แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ท่านเจ้าคุณเร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นไปอีก

“ขมิบแน่นนักนะบัวคำ... ยิ่งเจ้าสู้ พี่ก็จะยิ่งทำให้นางเสืออย่างเจ้าต้องสยบจนร้องขอชีวิต!”

ท่านเจ้าคุณคำรามพลางโน้มลงกัดต้นคอนางเบาๆ ความเสียวพุ่งทะลุเกินกว่าจะอดทนอดกลั้นได้ บัวคำตาเหลือกลอย ร่างกายกระตุกเกร็งจนถึงขีดสุด นางบรรลุจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำหวานกระเซ็นเปื้อนต้นขาแกร่งของท่าน

ในวินาทีสุดท้ายที่ภูเขาไฟกามกำลังจะปะทุ ท่านเจ้าคุณรวบตัวนางเข้ามากอดแนบแน่น โถมน้ำหนักทั้งหมดกระแทกกระทั้นเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง ก่อนจะระเบิดสายธารแห่งน้ำกามระลอกมหาศาลที่ร้อนผ่าวเข้าสู่กายสาวจนล้นปรี่ บัวคำหวีดร้องไร้เสียง ร่างที่แกร่งเกร็งกลายเป็นนุ่มนิ่มกระตุกถี่ๆ ก่อนจะอ่อนระทวยล้มพับไปบนอกท่าน ราวกับว่าพยศทั้งหมดของนางได้ถูกรสแห่งสวาทของท่านเจ้าคุณสยบลงอย่างราบคาบในราตรีส่งท้ายนี้เอง

.....

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 33 ฉีกกลีบซากุระ

    แสงเทียนในห้องโถงสลัวรางสะท้อนกับผนังกระดาษสีขาวนวล กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาเขียวมัทฉะที่โอฮานะบรรจงชงด้วยท่วงท่าเนิบนาบดุจดั่งงานศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว ผสมผสานกับเสียงสายซามิเซ็ง ที่ดีดเพลงสะท้อนอารมณ์เปลี่ยวเหงาและเย้ายวนใจ บรรยากาศโดยรอบที่เงียบสงัดทำให้ภายในเรือนไม้ไผ่ส่งให้การจิบชาของท่านเจ้าคุณส่งเสียงดังเป็นจังหวะเหมือนการจูบจุมพิตผิวน้ำจากบุรุษสยามไปยังชาหอมๆ ของสตรีแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อถ้วยชาถูกวางลง ความนิ่งสงบก็พังทลายกลายเป็นม่านสวาท โอฮานะค่อยๆ ปลดปมสายคาดเอวโอบิอย่างแช่มช้า กิโมโนผ้าไหมสีดอกซากุระหลุดร่วงจากไหล่เนียนละเอียด เผยให้เห็นท่อนบนที่ขาวผ่องราวกับสลักจากงาช้าง ทรวงอกอิ่มที่ชูชันประดับด้วยยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อสั่นไหวตามจังหวะการร่ายรำที่เน้นการบิดสะโพกและโยกย้ายสรีระอย่างจงใจ ท่านเจ้าคุณรู้สึกได้ถึงจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น มันถูกหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันทั้งผู้ร่ายรำ ผู้ชม และเสียงดนตรี มังกรยักษ์ตาเดียวภายใต้โจงกระเบนขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะ แข็งขืนท้าทายทุกโสตสัมผัสที่ถูกปลุกเร้า โอฮานะมองเห็นความปรารถนาที่พุ่งพล่านนั้นผ่านแววตาของท่านเจ้าคุณ นางจึงคล

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 32 สยบพยัคฆ์มังกร

    ภารกิจที่เกาะสีชังครานี้ช่างวิกฤตนัก เพราะหากฝิ่นมหาศาลเหล่านั้นหลุดรอดเข้าสู่พระนคร แผ่นดินสยามคงต้องเผชิญกับหายนะยิ่งกว่าสงครามครั้งไหนๆ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงครามมิรอช้า หลังจากกำราบเหมยลี่จนสิ้นฤทธิ์ ท่านก็ผลัดผ้าสวมชุดรัดกุมสีเข้ม ลอบลงเรือเร็วสายฟ้ามุ่งหน้าสู่เกาะสีชังท่ามกลางความมืดมิด ณ อ่าวลับหลังเกาะสีชัง เรือสำเภาจีนสามลำจอดนิ่งสงบ ทว่าบนดาดฟ้ากลับเต็มไปด้วยเวรยามอาวุธครบมือ ท่านเจ้าคุณใช้พละกำลังและวิชาตัวเบาลอบขึ้นเรือลำประธาน ท่านพบว่าผู้ที่ควบคุมเรือมิใช่ชายฉกรรจ์เพียงอย่างเดียว แต่มีสิบนางพยัคฆ์สมุทรนักรบหญิงจากสำนักคุ้มภัยแดนใต้ของจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อสู้ด้วยร่างกายและพิษสง ท่านเจ้าคุณลอบเข้าไปถึงห้องเก็บสินค้าใต้ท้องเรือ กลิ่นดิบชื้นของฝิ่นดิบหลายร้อยหีบโชยมาปะทะจมูก ทว่าก่อนที่จะลงมือทำลาย ท่านกลับถูกล้อมไว้โดยนางพยัคฆ์สาวห้านางในชุดผ้าป่านสีดำสั้น พวกนางมิได้ใช้ดาบ แต่ใช้เชือกไหมคล้องวิญญาณพยายามพันธนาการร่างกายของท่านไว้ “คิดจะมาทำลายสมบัติขององค์จักรพรรดิรึ... ข้ามศพพวกเราไปก่อนเถิด!” หัวหน้านางพยัคฆ์นาม ซูชิง... ตวาดก้องก่อนจะกระโจนเข้าหา ทว่าท่านเ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 31 ทลายม่านมุกมังกร

    ภายในห้องลับหลังม่านมุกของโรงน้ำชาเมฆาหอม บรรยากาศเงียบสงัดและเย็นเยือกจนผิดปกติ แสงเทียนสลัวสะท้อนลงบนเตียงหยกขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง หยกก้อนเดียวสีเขียวมรกตที่ถูกขัดจนเงาวาวประดุจกระจก ทอประกายไอเย็นจางๆ ออกมาตลอดเวลา เหมยลี่นางมังกรสาวในชุดกี่เพ้าผ้าไหมบางเบาเดินนำท่านเจ้าคุณเข้าไปใกล้เตียงหยกนั้น “ท่านเจ้าคุณเจ้าขา... นี่คือเตียงหยกเย็นที่ส่งตรงมาจากเขาเทียนซาน แห่งจีนแผ่นดินใหญ่” เสียงของเหมยลี่กระซิบแผ่วเบาพลางปลดกระดุมกี่เพ้าออกทีละเม็ดเผยให้เห็นไหล่เนียนขาวประดุจหิมะ แต่ดูช่างร้อนแรงพอที่จะละลายใจชายชาวสยามได้ทุกคน “มันมิใช่เพียงเครื่องเรือน ทว่าคืออุปกรณ์ฝึกปรือวิชาหยกแช่น้ำแข็ง... ที่ใช้ความเย็นสุดขั้วกระตุ้นกำหนัดและมัดกายบุรุษให้สยบยอม” ท่านเจ้าคุณยิ้มกริ่ม แววตาคมกริบฉายประกายท้าทาย ท่านมิเคยกลัวความเย็น ทว่ากลับปรารถนาจะพิสูจน์กำลังของตนว่าจะต้านทานศาสตร์เร้นลับนี้ได้เพียงใด ท่านจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นกายแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดอั้นด้วยไฟราคะ ท่านก้าวขึ้นไปบนเตียงหยก ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกับพื้นหยก ไอเย

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 30 ปราบนางพรายแห่งเปอร์เซีย

    นางรานี นามเต็มคือ "รานี ซูไลกา" มิใช่เพียงบุตรีเศรษฐีเดินเรือธรรมดา แต่เป็นถึงสตรีสูงศักดิ์สายเลือดขัตติยาจากแคว้นกุจราตทางตอนเหนือของอินเดีย นางคือกุญแจดอกสำคัญที่ถือครองแผนที่เส้นทางเดินเรือลับและการกระจายสินค้าที่เปอร์เซียพยายามช่วงชิง การที่นางถูกสลัดแขกอินเดียยึดเรือและกักขังไว้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตัดหน้าในเจรจากับสยาม เพื่อให้เปอร์เซียกลายเป็นผู้ถือดุลอำนาจทางการค้าแต่เพียงผู้เดียว รานี ซูไลกา นั้นงามหยาดเยิ้มประดุจรูปปั้นหินอ่อนในวิหารโบราณ นางมีผิวพรรณสีน้ำผึ้งนวลละเอียดมีกลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิและเครื่องหอมชั้นสูงที่ล้ำค่า นัยน์ตาคมกริบสีอำพันซ่อนแววฉลาดเฉลียวและเย่อหยิ่งไว้ภายใต้แพขนตายาวงอน อาภรณ์ชุดส่าหรีสีแดงปักดิ้นทองที่หลุดลุ่ยรุงรังยิ่งขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ดูยั่วยวน โดยเฉพาะทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินตัวและเอวคอดกิ่วที่รับกับสะโพกผึ่งผายประดุจเหยือกเหล้าชั้นดี ท่านเจ้าคุณมองเห็นและสัมผัสรัศมีพิเศษทางเพศที่แผ่ออกมาจากตัวนาง นางถูกฝึกปรือศาสตร์แห่งกามสูตร ขั้นสูงมาตั้งแต่ยังเยาว์ เป็นวิชาที่ใช้ควบคุมลมหายใจและจังหวะของร่างกายให้สอดประสานกับบุรุษเพศจนสาม

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 29 สงครามการค้าเริ่มขึ้น

    ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ

  • สงครามรัก...ท่านเจ้าคุณ   บทที่ 28 สิ้นสุดราชการรักจากปักษ์ใต้

    ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status