เข้าสู่ระบบพายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียที่รู้จักการสู้รบ แบบพวกสาวนักดาบหรือแม่หญิงที่มีความพยศรุนแรง ให้ข้าได้ใช้กำลังสยบนางลงแทบเท้าต่อหน้าพวกเจ้าทุกคน.." คำตอบของท่านเจ้าคุณทำเอาสี่สาวถึงกับตาโต ความคิดที่จะเห็นสามีสยบหญิงพยศจองหองต่อหน้าพวกนาง สร้างความสั่นสะท้านและความ เปียกแฉะ... ให้กลับมาเยือนอีกครั้งทันที "ท่านพี่พูดเยี่ยงนี้... น้องนึกออกแล้วเจ้าค่ะ" คุณหญิงกระซิบพลางเลียริมฝีปาก "แม่หญิง 'บัวคำ' ลูกสาวพระยาพิชัยยุทธ ที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจทั้งดาบและศิลปะป้องกันตัว แถมยังประกาศว่าจะมิยอมก้มหัวให้บุรุษใดในแผ่นดิน... หากท่านพี่สยบนางได้ เรือนเราคงจะรุ่มร้อนจนไฟลุกแน่เจ้าค่ะ" ..... หลายวันต่อมา... ณ ตลาดริมน้ำยามสายที่ผู้คนพลุกพล่าน ท่านเจ้าคุณในชุดลำลองอำพรางฐานะเดินเบียดเสียดกับผู้คน จนกระทั่งร่างของท่านปะทะเข้ากับสตรีร่างระหงในชุดทะมัดทะแมงอย่างบุรุษ “แม่หญิงบัวคำ” นางหันมามองด้วยสายตาดุดัน ทว่าในจังหวะที่ปะทะกันนั้น ร่างกายที่กำยำส่วนที่แข็งขืนที่สุดของท่านกลับบดเบียดเข้ากับสะโพกผายของนางโดยมิได้ตั้งใจ ความมโหฬารที่นางสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้าทำให้นางใจสั่นพริ้วไปทั้งร่าง ส่วนท่านเจ้าคุณก็ตะลึงในดวงตาที่แกร่งกล้าและกลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นปนกลิ่นแดด ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานก่อนจะแยกย้าย โดยหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายคือใคร ยามบ่าย ณ ลานฝึกดาบเรือนพระยาพิชัยยุทธ ท่านเจ้าคุณที่โพกผ้าและคลุมใบหน้าเอาไว้ก้าวเข้ามาในฐานะผู้ท้าประลอง ณ ที่นั้นผู้มีฝีมือในลำดับต้นๆ เห็นจะมีเพียงแม่หญิงบัวคำลูกสาวครูดาบระดับพระยา นางรับคำท้าประดองเชิงดาบจากคนแปลกหน้าที่ปกปิดอำพรางตัว เมื่อถอดผ้าโพกศีรษะ และแพรคลุมใบหน้าออก บัวคำถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นชายคนที่นางเดินชนในตลาด การประลองเริ่มต้นขึ้นด้วยความดุดัน เสียงใบดาบกระทบกัน “เคร้ง! เเคร้ง!” สนั่นหวั่นไหว ทุกครั้งที่ดาบปะทะกัน แรงกระแทกจากลำแขนแกร่งของท่านเจ้าคุณส่งผ่านมาถึงตัวนาง บัวคำรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ทุกก้าวที่ท่านเจ้าคุณรุกไล่บดเบียดเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศและความแข็งกร้าวทำให้อวัยวะสวาทของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาโดยมิอาจควบคุม ท่านเจ้าคุณเองก็แข็งขืนจนปวดหนึบ ยามเห็นนางวาดลวดลายดาบอย่างองอาจ ในที่สุดจังหวะที่ดาบขัดกัน ท่านเจ้าคุณโถมน้ำหนักเข้าใส่จนหน้าอกทั้งสองเบียดชิดกัน บัวคำรู้สึกถึง "อาวุธ" ที่มโหฬารใต้ผ้านุ่งท่านที่ดุนดันหน้าขาของนาง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนนางเข่าอ่อนวูบ ร่างกายกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดกลางลานประลองจนน้ำรักเปียกชุ่มง่ามขา นางรีบทรุดตัวลงวางดาบยอมแพ้ เพราะมิอาจยืนต่อได้ด้วยเกรงว่าคราบเปียกแฉะจะประจานความรัญจวน ท่านเจ้าคุณยิ้มอย่างผู้ชนะ ท่านสัมผัสได้ถึงกลิ่นกามรสที่โชยอ่อนๆ จากตัวนาง ท่านก้าวเข้าไปประคองแล้วกระซิบข้างหูที่แดงซ่าน “ดาบของเจ้าเก่งกาจนัก... แต่ร่างกายของเจ้านั้นซื่อตรงยิ่งกว่า ข้าจักพาเจ้าไปพักให้หายเหนื่อยนะบัวคำ” ท่านช้อนร่างนางขึ้น บอกบ่าวไพร่ว่านางข้อเท้าพลิกจะนำไปรักษาที่เรือนใน แล้วจึงอุ้มฝ่าสายตาบ่าวไพร่เข้าสู่ห้องหอทันที เมื่อถึงฟูกหนา... นางจึงรู้ว่าผู้มาเยือนเป็นถึงเจ้าคุณพระยาราชสงครามผู้มีชื่อเสียงแลฝีมือดาบสะท้านสะเทือนแผ่นดิน มิน่าเล่านางจึงมิอาจทนไอรังสีที่กระทบมายามประดาบได้ ท่านเจ้าคุณมิรอช้าที่จะกำราบแม่เสือสาว ท่านกระชากผ้าพาดบ่าของนางออก เผยให้เห็นเนินอกที่หอบโยน ท่านบดจูบอย่างเร่าร้อนและรุนแรงประดุจการประลองดาบที่เพิ่งจบไป บัวคำที่เคยพยศกลับแอ่นกายรับสัมผัสอย่างโหยหา นางใช้ขาเรียวแกร่งเกี่ยวกระหวัดรัดเอวท่านไว้แน่น มิยอมให้ท่านล่วงล้ำกระหน่ำแทงได้โดยง่าย นี่อาจเป็นเป็นการแข็งขืนประลองเชิงอีกครั้งของนาง ใช่ว่าท่านจะใช้เพียงความแข็งแกร่งบดเบียดเพื่อเอาชนะนาง ลิ้นอ่อนนุ่มถูกรัวละเลงที่ยอดปลายปทุมถัน กายนางสะท้านไหวอ่อนสลายคลายความแข็งขืนลงในทันใด ยอดปทุมแข็งชูช่อสู้ลิ้นเรียว ความเสียวซ่านสะท้านจนขุมขนลุกเกรียวกราว ธารรักหลั่งไหลชุ่มโชกในซอกหลืบ นางพร้อมแล้วที่จะรับศึกรักที่ใหญ่หลวงจากแม่ทัพใหญ่ผู้อาจหาญผ่านมาแล้วทุกสมรภูมิ ท่านส่งความยิ่งใหญ่ชำแรกผ่านร่องรูที่เปียกชุ่มจนมิดโคน กระแทกกระทั้นโหมกระหน่ำอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสลับกับเสียงครางของบัวคำที่เสียกิริยานอดนักดาบไปจนสิ้น "โอยยยย... อูยยยย... ท่านผัวขา" ทุกแรงส่งของท่านทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกดาบอุ่นๆ ทะลวงเข้าถึงขั้วหัวใจ นางบิดเกร็งสะโพกรับอย่างบ้าคลั่ง กระตุกเกร็งเสร็จสมครั้งแล้วครั้งเล่าจนน้ำรักทะลักท่วม จนในที่สุดท่านเจ้าคุณก็คำรามลั่น ระเบิดสายธารแห่งความใคร่เข้าสู่กายนางจนเต็มปรี่ บัวคำนอนหมดแรงอยู่ใต้ร่างแกร่ง ยอมสยบทั้งกายและใจให้กับบุรุษผู้ที่เอาชนะนางได้ทั้งเชิงดาบและเชิงรักในคราวเดียว ...... แสงทองรำไรใกล้ลับขอบฟ้า แต่ภายในห้องหอเรือนพระยาพิชัย เพลิงสวาทกลับเพิ่งจะโหมกระพือขึ้นอีกระลอก บัวคำที่นอนหอบระรินอยู่ใต้ร่างแกร่งของท่านเจ้าคุณ พยายามจะลุกขึ้นจัดแจงกายด้วยความถือตัวในศักดิ์ศรีลูกสาวนักรบ ทว่าฝ่ามือหนาของท่านกลับกดไหล่นางไว้แน่น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แฝงความพยศของนาง “ดาบแรกเจ้าอาจจะพ่าย... แต่ศึกส่งท้ายนี้ พี่อยากรู้นักว่าเจ้าจะทนทานได้สักกี่กระบวนเพลง” ท่านเจ้าคุณกระซิบเสียงต่ำพลางรั้งร่างระหงให้นอนหงายลงอีกครา ท่านมิรอช้าจับขาเรียวแกร่งของนางแหกออกกว้าง บรรจงใช้ปลายลิ้นละเลียดชิมน้ำหวานที่ยังเปียกชุ่มอยู่อย่างจาบจ้วง บัวคำสะดุ้งตัวโยน มือทั้งสองข้างจิกเกร็งลงบนที่นอนจนขาดวิ่น ความเสียวซ่านที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนทำให้นางหลุดเสียงครางยาว “ท่านพี่เจ้าขา... อ๊ะ... พอเถิด น้องจะขาดใจตายเสียให้ได้” ทว่ายิ่งนางร้องขอ ท่านเจ้าคุณก็ยิ่งรุกเร้า ท่านรวบเอวคอดกิ่วของนางขึ้นมาตั้งรับจังหวะสอดแทรกที่ดุดันมโหฬาร ความยิ่งใหญ่ของท่านชำแรกผ่านร่องรูที่บวมแดงจากการเพิ่งกรำศึกมาเข้าไปจนมิดโคนและกระแทกเน้นย้ำที่จุดลึกสุดอย่างจงใจ ท่านเจ้าคุณโหมพายุรักเข้าใส่ประดุจการควงดาบเข้าฟาดฟันศัตรู แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้ร่างของบัวคำโยกคลอนไปตามจังหวะ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังกึกก้องสะท้อนฝาเรือนไม้ บัวคำที่เคยเก่งกล้า บัดนี้กลับบิดเร่าสะโพกรับอย่างบ้าคลั่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณนางนักรบทำให้ดวงตานางวาวโรจน์ นางพยายามขยับสะโพกตอดรัดสวนกลับด้วยหวังจะสู้รบกับความแข็งแกร่งของท่าน แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ท่านเจ้าคุณเร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นไปอีก “ขมิบแน่นนักนะบัวคำ... ยิ่งเจ้าสู้ พี่ก็จะยิ่งทำให้นางเสืออย่างเจ้าต้องสยบจนร้องขอชีวิต!” ท่านเจ้าคุณคำรามพลางโน้มลงกัดต้นคอนางเบาๆ ความเสียวพุ่งทะลุเกินกว่าจะอดทนอดกลั้นได้ บัวคำตาเหลือกลอย ร่างกายกระตุกเกร็งจนถึงขีดสุด นางบรรลุจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำหวานกระเซ็นเปื้อนต้นขาแกร่งของท่าน ในวินาทีสุดท้ายที่ภูเขาไฟกามกำลังจะปะทุ ท่านเจ้าคุณรวบตัวนางเข้ามากอดแนบแน่น โถมน้ำหนักทั้งหมดกระแทกกระทั้นเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง ก่อนจะระเบิดสายธารแห่งน้ำกามระลอกมหาศาลที่ร้อนผ่าวเข้าสู่กายสาวจนล้นปรี่ บัวคำหวีดร้องไร้เสียง ร่างที่แกร่งเกร็งกลายเป็นนุ่มนิ่มกระตุกถี่ๆ ก่อนจะอ่อนระทวยล้มพับไปบนอกท่าน ราวกับว่าพยศทั้งหมดของนางได้ถูกรสแห่งสวาทของท่านเจ้าคุณสยบลงอย่างราบคาบในราตรีส่งท้ายนี้เอง .....ยามบ่ายแก่ แสงแดดรำไรลอดผ่านพุ่มพฤกษาหนาทึบในป่าละเมาะหลังเรือนพระยาพิชัยยุทธ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงนกกระปูดร้องก้องและเสียงใบไม้ไหว แม่หญิงบัวคำ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสั้นทะมัดทะแมง เผยให้เห็นเรียวขาแกร่งสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด กำลังยืนทบทวนกระบวนดาบอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ทว่าแววตาของนางกลับวอกแวก ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน “นึกว่าเจ้าจะมัวแต่ฝึกดาบ จนลืมรสรักของพี่เสียแล้วแม่บัวคำ” เสียงทุ้มต่ำของ ท่านเจ้าคุณ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่รวบกอดเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น บัวคำสะดุ้งตัวน้อยๆ ทว่ามิได้ขัดขืน นางพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษ “ท่านพี่มาเงียบเชียบเยี่ยงนักรบ... น้องหรืออุตส่าห์แอบหนีบ่าวไพร่มาที่นี่ เพราะรู้ว่าท่านพี่คงมิชอบรสรักที่จำเจบนเตียงในหอนอนบนเรือน” ท่านเจ้าคุณมิปล่อยให้เสียเวลา ท่านพลิกร่างของนางเสือสาวให้หันมาเผชิญหน้า พลางรั้งผ้าคาดเอวของนางออกจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนวลเนียนขึ้นไปจนถึงปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าลมหนาว ท่านก้มลงบรรจงจูบซอกคอหอมกรุ่นปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของนางอย่างหิวกระหาย สองมือหนาฟอนเฟ้นบั
เมื่อบานประตูเรือนเล็กชายน้ำเปิดออก กลิ่นธูปหอมดอกราตรีโชยมาปะทะนาสิกพร้อมกับภาพที่ทำเอาท่านเจ้าคุณถึงกับแทบหยุดหายใจ แม่หญิงลำดวน ในยามนี้มิได้สวมอาภรณ์ชิ้นใดติดกาย นางนอนเอนหลังอยู่บนฟูกหนาในท่ากึ่งตะแคง กายอวบอัดสะท้อนแสงเทียนสีสลัวเป็นเงาวาวระยับ ขาข้างหนึ่งของนางชันขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่มีไรขนอ่อนบางปกคลุมอย่างยั่วยวน ร่องรูที่เพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อเช้ายังคงแดงระเรื่อและดูเหมือนจะฉ่ำเยิ้มรอรับการเติมเต็มอีกครา “ท่านพี่เจ้าขา... น้องนึกว่าคุณหญิงจะขังท่านไว้บนเรือนใหญ่เสียแล้ว” ลำดวนเอ่ยเสียงพร่า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม นางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกอวบหยุ่นของตนเอง แล้วค่อยๆบดบี้จนมันแข็งเป็นไตสู้มือ ท่านเจ้าคุณก้าวเข้าไปหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระหายเหยื่อ ทว่ายังมิทันจะได้โน้มตัวลงกอดรัดม่ายสาว อีหนู และ อีเอื้อง ก็ก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา ทั้งคู่เปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีหนูคลานเข้าหาท่านเจ้าคุณพลางปลดผ้านุ่งของท่านออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอีเอื้องขยับไปประคองร่างลำดวนให้ชันตัวขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน “พวกน้องจะช่วยแม่ลำดวน ‘รับมือ’ ท่านพี
เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขึ้นเรือนใหญ่ด้วยท่าทางอิดโรยและขาสั่นปานประหนึ่งนกปีกหัก ท่านก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น คุณหญิง นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งไม้สัก ล้อมรอบด้วย อีหนู อีเอื้อง ยางจำปา ที่มารวมตัวกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าแฝงประกายตาเจ้าเล่ห์ กลิ่นน้ำหอมอบร่ำโชยมาเตะจมูกท่านพร้อมกับบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างแปลกประหลาด “กลับมาเสียทีนะเจ้าคะคุณพี่...” คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางจิบน้ำชา “ไปธุระราชการที่คุ้งน้ำไหนมาหรือเจ้าคะ ถึงได้กลับมาในสภาพเหมือนคนโดนรีดน้ำเค้นเนื้อจนหมดตัวเช่นนี้ อีอิ่มมันไปสืบมาหมดแล้วว่าท่านแอบไปกกแม่ม่ายลำดวนมาทั้งคืน หนำซ้ำยัง ‘เล่นพิเรนทร์’ กับร่องรูทวารหลังของนางอีกด้วย.." ท่านเจ้าคุณหน้าถอดสี จะอ้าปากอธิบายก็พูดไม่ออก เมื่อสี่สาวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านโดนกักขังไว้กลางวงล้อมของเมียรัก “ในเมื่อท่านพี่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปแจกจ่ายนางข้างนอก พวกน้องทั้งสี่ก็คงต้องขอ ‘เก็บภาษี’ คืนให้หนักหนากว่าที่ท่านไปเสียมาเจ้าค่ะ” คุณหญิงประกาศกร้าว พลางสั่งให้อีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งตัวท่านเจ้าคุณลงบนฟูกกว้างกลางห้อง คุณหญิงเริ่มลงทัณฑ์ด้วยการขึ้น
แม่หญิงบัวคำไม่ต้องการมาเป็นเมียในเรือนท่านเจ้าคุณ แต่พอใจที่จะมีอะไรกันด้วยความใคร่ตามความต้องการที่เกิดขึ้นมากกว่า นางขออยู่เรือนเดิม แต่พร้อมที่จะมีอะไรกับท่านได้เสมอ ท่านก็ไม่ได้ขัดใจอะไรนาง ท่านพยักหน้ายอมรับในความเด็ดเดี่ยวของแม่หญิงบัวคำ การมีเมียลับที่เก่งกาจอยู่ต่างเรือนก็เร้าใจไปอีกแบบ ทว่าในจังหวะที่ท่านกำลังจะลงเรือกลับนั้น สายตาของท่านก็ไปสะดุดเข้ากับ "แม่หญิงลำดวน" หญิงม่ายทรงเครื่องที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าลัดตลิ่ง นางสวมสไบสีม่วงอ่อนบางเบาจนเห็นรอยรัดของผ้านมที่โอบอุ้มปทุมถันคู่อวบใหญ่จนแทบจะล้นทะลัก ทรวดทรงเอวองค์ของนางนั้นผุดผ่องดั่งคนอิ่มกามแต่กลับแฝงความนิ่งสงบที่ยั่วยวน ยามนางเดินบิดสะโพกขึ้นจากน้ำ ผ้านุ่งที่เปียกหมาดรัดรึงไปตามง่ามขาและเนินเนื้อที่หนาแน่น จนท่านเจ้าคุณถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แข็งขืนขึ้นมาทันควันด้วยความอยากลำพองในเนื้อหนังมังสาที่สุกงอมเต็มที่เช่นนี้ ในเรือนเงียบสงัด แม่ลำดวนนอนกระสับกระส่ายบนที่นอน ภาพชายร่างกำยำที่มีสง่าราศี (ท่านเจ้าคุณ) ที่นางสบตาที่ท่าเรือยังติดตา นางจินตนาการถึงแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษจนกลางกายสาวเริ่มแฉะชื้น มือเรียวส
พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียท
ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน "โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน" นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ




![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


