เข้าสู่ระบบพายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียที่รู้จักการสู้รบ แบบพวกสาวนักดาบหรือแม่หญิงที่มีความพยศรุนแรง ให้ข้าได้ใช้กำลังสยบนางลงแทบเท้าต่อหน้าพวกเจ้าทุกคน.." คำตอบของท่านเจ้าคุณทำเอาสี่สาวถึงกับตาโต ความคิดที่จะเห็นสามีสยบหญิงพยศจองหองต่อหน้าพวกนาง สร้างความสั่นสะท้านและความ เปียกแฉะ... ให้กลับมาเยือนอีกครั้งทันที "ท่านพี่พูดเยี่ยงนี้... น้องนึกออกแล้วเจ้าค่ะ" คุณหญิงกระซิบพลางเลียริมฝีปาก "แม่หญิง 'บัวคำ' ลูกสาวพระยาพิชัยยุทธ ที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจทั้งดาบและศิลปะป้องกันตัว แถมยังประกาศว่าจะมิยอมก้มหัวให้บุรุษใดในแผ่นดิน... หากท่านพี่สยบนางได้ เรือนเราคงจะรุ่มร้อนจนไฟลุกแน่เจ้าค่ะ" ..... หลายวันต่อมา... ณ ตลาดริมน้ำยามสายที่ผู้คนพลุกพล่าน ท่านเจ้าคุณในชุดลำลองอำพรางฐานะเดินเบียดเสียดกับผู้คน จนกระทั่งร่างของท่านปะทะเข้ากับสตรีร่างระหงในชุดทะมัดทะแมงอย่างบุรุษ “แม่หญิงบัวคำ” นางหันมามองด้วยสายตาดุดัน ทว่าในจังหวะที่ปะทะกันนั้น ร่างกายที่กำยำส่วนที่แข็งขืนที่สุดของท่านกลับบดเบียดเข้ากับสะโพกผายของนางโดยมิได้ตั้งใจ ความมโหฬารที่นางสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้าทำให้นางใจสั่นพริ้วไปทั้งร่าง ส่วนท่านเจ้าคุณก็ตะลึงในดวงตาที่แกร่งกล้าและกลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นปนกลิ่นแดด ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานก่อนจะแยกย้าย โดยหารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายคือใคร ยามบ่าย ณ ลานฝึกดาบเรือนพระยาพิชัยยุทธ ท่านเจ้าคุณที่โพกผ้าและคลุมใบหน้าเอาไว้ก้าวเข้ามาในฐานะผู้ท้าประลอง ณ ที่นั้นผู้มีฝีมือในลำดับต้นๆ เห็นจะมีเพียงแม่หญิงบัวคำลูกสาวครูดาบระดับพระยา นางรับคำท้าประดองเชิงดาบจากคนแปลกหน้าที่ปกปิดอำพรางตัว เมื่อถอดผ้าโพกศีรษะ และแพรคลุมใบหน้าออก บัวคำถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นชายคนที่นางเดินชนในตลาด การประลองเริ่มต้นขึ้นด้วยความดุดัน เสียงใบดาบกระทบกัน “เคร้ง! เเคร้ง!” สนั่นหวั่นไหว ทุกครั้งที่ดาบปะทะกัน แรงกระแทกจากลำแขนแกร่งของท่านเจ้าคุณส่งผ่านมาถึงตัวนาง บัวคำรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ทุกก้าวที่ท่านเจ้าคุณรุกไล่บดเบียดเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศและความแข็งกร้าวทำให้อวัยวะสวาทของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาโดยมิอาจควบคุม ท่านเจ้าคุณเองก็แข็งขืนจนปวดหนึบ ยามเห็นนางวาดลวดลายดาบอย่างองอาจ ในที่สุดจังหวะที่ดาบขัดกัน ท่านเจ้าคุณโถมน้ำหนักเข้าใส่จนหน้าอกทั้งสองเบียดชิดกัน บัวคำรู้สึกถึง "อาวุธ" ที่มโหฬารใต้ผ้านุ่งท่านที่ดุนดันหน้าขาของนาง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนนางเข่าอ่อนวูบ ร่างกายกระตุกเกร็งบรรลุจุดสุดยอดกลางลานประลองจนน้ำรักเปียกชุ่มง่ามขา นางรีบทรุดตัวลงวางดาบยอมแพ้ เพราะมิอาจยืนต่อได้ด้วยเกรงว่าคราบเปียกแฉะจะประจานความรัญจวน ท่านเจ้าคุณยิ้มอย่างผู้ชนะ ท่านสัมผัสได้ถึงกลิ่นกามรสที่โชยอ่อนๆ จากตัวนาง ท่านก้าวเข้าไปประคองแล้วกระซิบข้างหูที่แดงซ่าน “ดาบของเจ้าเก่งกาจนัก... แต่ร่างกายของเจ้านั้นซื่อตรงยิ่งกว่า ข้าจักพาเจ้าไปพักให้หายเหนื่อยนะบัวคำ” ท่านช้อนร่างนางขึ้น บอกบ่าวไพร่ว่านางข้อเท้าพลิกจะนำไปรักษาที่เรือนใน แล้วจึงอุ้มฝ่าสายตาบ่าวไพร่เข้าสู่ห้องหอทันที เมื่อถึงฟูกหนา... นางจึงรู้ว่าผู้มาเยือนเป็นถึงเจ้าคุณพระยาราชสงครามผู้มีชื่อเสียงแลฝีมือดาบสะท้านสะเทือนแผ่นดิน มิน่าเล่านางจึงมิอาจทนไอรังสีที่กระทบมายามประดาบได้ ท่านเจ้าคุณมิรอช้าที่จะกำราบแม่เสือสาว ท่านกระชากผ้าพาดบ่าของนางออก เผยให้เห็นเนินอกที่หอบโยน ท่านบดจูบอย่างเร่าร้อนและรุนแรงประดุจการประลองดาบที่เพิ่งจบไป บัวคำที่เคยพยศกลับแอ่นกายรับสัมผัสอย่างโหยหา นางใช้ขาเรียวแกร่งเกี่ยวกระหวัดรัดเอวท่านไว้แน่น มิยอมให้ท่านล่วงล้ำกระหน่ำแทงได้โดยง่าย นี่อาจเป็นเป็นการแข็งขืนประลองเชิงอีกครั้งของนาง ใช่ว่าท่านจะใช้เพียงความแข็งแกร่งบดเบียดเพื่อเอาชนะนาง ลิ้นอ่อนนุ่มถูกรัวละเลงที่ยอดปลายปทุมถัน กายนางสะท้านไหวอ่อนสลายคลายความแข็งขืนลงในทันใด ยอดปทุมแข็งชูช่อสู้ลิ้นเรียว ความเสียวซ่านสะท้านจนขุมขนลุกเกรียวกราว ธารรักหลั่งไหลชุ่มโชกในซอกหลืบ นางพร้อมแล้วที่จะรับศึกรักที่ใหญ่หลวงจากแม่ทัพใหญ่ผู้อาจหาญผ่านมาแล้วทุกสมรภูมิ ท่านส่งความยิ่งใหญ่ชำแรกผ่านร่องรูที่เปียกชุ่มจนมิดโคน กระแทกกระทั้นโหมกระหน่ำอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสลับกับเสียงครางของบัวคำที่เสียกิริยานอดนักดาบไปจนสิ้น "โอยยยย... อูยยยย... ท่านผัวขา" ทุกแรงส่งของท่านทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกดาบอุ่นๆ ทะลวงเข้าถึงขั้วหัวใจ นางบิดเกร็งสะโพกรับอย่างบ้าคลั่ง กระตุกเกร็งเสร็จสมครั้งแล้วครั้งเล่าจนน้ำรักทะลักท่วม จนในที่สุดท่านเจ้าคุณก็คำรามลั่น ระเบิดสายธารแห่งความใคร่เข้าสู่กายนางจนเต็มปรี่ บัวคำนอนหมดแรงอยู่ใต้ร่างแกร่ง ยอมสยบทั้งกายและใจให้กับบุรุษผู้ที่เอาชนะนางได้ทั้งเชิงดาบและเชิงรักในคราวเดียว ...... แสงทองรำไรใกล้ลับขอบฟ้า แต่ภายในห้องหอเรือนพระยาพิชัย เพลิงสวาทกลับเพิ่งจะโหมกระพือขึ้นอีกระลอก บัวคำที่นอนหอบระรินอยู่ใต้ร่างแกร่งของท่านเจ้าคุณ พยายามจะลุกขึ้นจัดแจงกายด้วยความถือตัวในศักดิ์ศรีลูกสาวนักรบ ทว่าฝ่ามือหนาของท่านกลับกดไหล่นางไว้แน่น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แฝงความพยศของนาง “ดาบแรกเจ้าอาจจะพ่าย... แต่ศึกส่งท้ายนี้ พี่อยากรู้นักว่าเจ้าจะทนทานได้สักกี่กระบวนเพลง” ท่านเจ้าคุณกระซิบเสียงต่ำพลางรั้งร่างระหงให้นอนหงายลงอีกครา ท่านมิรอช้าจับขาเรียวแกร่งของนางแหกออกกว้าง บรรจงใช้ปลายลิ้นละเลียดชิมน้ำหวานที่ยังเปียกชุ่มอยู่อย่างจาบจ้วง บัวคำสะดุ้งตัวโยน มือทั้งสองข้างจิกเกร็งลงบนที่นอนจนขาดวิ่น ความเสียวซ่านที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนทำให้นางหลุดเสียงครางยาว “ท่านพี่เจ้าขา... อ๊ะ... พอเถิด น้องจะขาดใจตายเสียให้ได้” ทว่ายิ่งนางร้องขอ ท่านเจ้าคุณก็ยิ่งรุกเร้า ท่านรวบเอวคอดกิ่วของนางขึ้นมาตั้งรับจังหวะสอดแทรกที่ดุดันมโหฬาร ความยิ่งใหญ่ของท่านชำแรกผ่านร่องรูที่บวมแดงจากการเพิ่งกรำศึกมาเข้าไปจนมิดโคนและกระแทกเน้นย้ำที่จุดลึกสุดอย่างจงใจ ท่านเจ้าคุณโหมพายุรักเข้าใส่ประดุจการควงดาบเข้าฟาดฟันศัตรู แรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้ร่างของบัวคำโยกคลอนไปตามจังหวะ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังกึกก้องสะท้อนฝาเรือนไม้ บัวคำที่เคยเก่งกล้า บัดนี้กลับบิดเร่าสะโพกรับอย่างบ้าคลั่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณนางนักรบทำให้ดวงตานางวาวโรจน์ นางพยายามขยับสะโพกตอดรัดสวนกลับด้วยหวังจะสู้รบกับความแข็งแกร่งของท่าน แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ท่านเจ้าคุณเร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นไปอีก “ขมิบแน่นนักนะบัวคำ... ยิ่งเจ้าสู้ พี่ก็จะยิ่งทำให้นางเสืออย่างเจ้าต้องสยบจนร้องขอชีวิต!” ท่านเจ้าคุณคำรามพลางโน้มลงกัดต้นคอนางเบาๆ ความเสียวพุ่งทะลุเกินกว่าจะอดทนอดกลั้นได้ บัวคำตาเหลือกลอย ร่างกายกระตุกเกร็งจนถึงขีดสุด นางบรรลุจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำหวานกระเซ็นเปื้อนต้นขาแกร่งของท่าน ในวินาทีสุดท้ายที่ภูเขาไฟกามกำลังจะปะทุ ท่านเจ้าคุณรวบตัวนางเข้ามากอดแนบแน่น โถมน้ำหนักทั้งหมดกระแทกกระทั้นเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง ก่อนจะระเบิดสายธารแห่งน้ำกามระลอกมหาศาลที่ร้อนผ่าวเข้าสู่กายสาวจนล้นปรี่ บัวคำหวีดร้องไร้เสียง ร่างที่แกร่งเกร็งกลายเป็นนุ่มนิ่มกระตุกถี่ๆ ก่อนจะอ่อนระทวยล้มพับไปบนอกท่าน ราวกับว่าพยศทั้งหมดของนางได้ถูกรสแห่งสวาทของท่านเจ้าคุณสยบลงอย่างราบคาบในราตรีส่งท้ายนี้เอง .....ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ
ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต
เมื่อพายุสวาทรอบแรกสงบลง คุณหญิงนวลที่บัดนี้อิ่มเอมด้วยน้ำรักจนผิวพรรณดูเปล่งปลั่งก็ลุกขึ้นแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง นางหันมามองท่านเจ้าคุณที่นอนทอดกายอยู่บนฟูกด้วยสายตาที่รู้ใจพยัคฆ์ดีกว่าใคร นางมิได้หึงหวงจนปิดกั้น ทว่ากลับเรียกบ่าวคนสนิทให้ยกสำรับยาบำรุงที่ปรุงจากโสมคนและกำลังเสือโคร่งเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่ามาวางไว้ข้างเตียง “รับประทานเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” คุณหญิงนวลยิ้มกริ่มพลางส่งถ้วยยาให้ “นวลน่ะอิ่มแล้ว ทว่าแม่พวกที่เหลือเขายังหิวกันนัก เห็นมาด้อมๆ มองๆ กันอยู่ที่หน้าเรือน นวลจึงจัดให้แม่ลำดวนกับแม่บัวคำเข้ามาปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกันเสียเลย จะได้มิเสียเวลาเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณดื่มยาบำรุงรสเข้มข้นจนหมดถ้วย พลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด พลังแกร่งที่เพิ่งจะหลั่งไหลไปกลับดีดตัวขึ้นมาผงาดง้ำอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่คุณหญิงนวลก้าวพ้นประตูออกไป สตรีสองนางที่งามเด่นคนละแบบก็คลานเข่าเข้ามาในห้อง แม่หญิงลำดวน อนุภรรยาผู้อ่อนหวานมาในชุดผ้าสไบสีเหลืองอ่อนบางเบา ส่วน แม่บัวคำนักรบหญิงแกร่งที่คุณหญิงให้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุอีกคนหนึ่งนั้นมาในชุดนุ
ท่ามกลางแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนพิกุล แม่หญิงสร้อยแอบซุ่มดูอยู่หลังม่านไม้ระแนงถึงกับใจสั่นสะท้านไปทั้งทรวง นางเห็นทุกจังหวะจะโคน เห็นร่างของพี่สาวบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของท่านเจ้าคุณ เห็นความยิ่งใหญ่ที่นางเคยสัมผัสกำลังจ้วงทะลวงเข้าออกในกายของจันทราจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น กลิ่นคาวรักที่อบอวลปนกับกลิ่นดอกพิกุลและเสียงครางระงมของพี่สาว ทำให้ความสาวในกายของสร้อยที่เพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางเอามือกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหว กายส่วนล่างของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มสไบ มือที่กุมหน้าอกเผลอไผลบีบเค้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใต้ผ้าแพรแถบที่พันหน้าอกไว้ถูกปลายถันดันขึ้นมาจนเห็นเป็นเม็ดชัดเจน มันแข็งเป็นไตบ่งยอกอารมณ์ภายในที่ถวิลหาแก่นกายของท่านอีกครั้ง เมื่อท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักเฮือกสุดท้ายฉีดอัดเข้าสู่กายแม่หญิงจันทราจนนางเหลือกตาโพลงแล้วสลบเหมือดไปนั้น ท่านเจ้าคุณที่หอบหายใจถี่ด้วยความซ่านเสียวก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างอรชรเดินสั่นเทาออกมาจากมุมมืด “ท่านเจ้าขา... ฉันทนดูเฉยๆ มิไหวแล้วเจ้าค่ะ” แม่หญิงสร้อยคลานเข่าเข้ามาหาท
พริบตาที่น้ำรักอาคมของท่านเจ้าคุณฉีดพุ่งเข้าสู่ร่องรูสวาทของแม่มดร้ายแสงดาวจนล้นปรี่ ร่างที่เคยดูอวบอัดเย้ายวนด้วยมนต์ดำพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสยดสยอง ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่น แห้งกรัง ปริแตกลอกออกเป็นสะเก็ดสีดำ กลายเป็นไอควันเหม็นไหม้คละคลุ้ง พุ่งออกจากทวารทั้งเก้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกขับไล่ “อ๊ากกกกกก!!!” เสียงทุ้มต่ำของแม่มดที่ซ้อนอยู่ภายในค่อยๆ แหบแห้งลง ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านที่ปลิวหายไปในอากาศ ที่เหลืออยู่บนแท่นหินมิใช่แม่มดแสงดาวผู้โหดเหี้ยมอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ดูอ่อนเยาว์และบอบบาง นางนอนหายใจรวยริน ผิวพรรณกลับมานวลเนียนเป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะดูอิดโรยแต่ร่องรอยแห่งอาคมโฉดได้มลายสิ้นไปแล้ว สายลับสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ถึงกับทิ้งดาบในมือแล้วโผเข้าไปหาเด็กสาวผู้นั้นด้วยอาการตื่นตะลึง “นารี... นารีจริงๆ ด้วย...!!!” นางช้อนร่างสาวน้อยขึ้นมากอดแนบอกด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า “ท่านเจ้าขา... นี่คือลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ถูกลักตัวหายไปเมื่อปีกลาย น้องยอมทิ้งเกียรต
นางสายลับก็เป็นพวกมีดีมีวิชาเช่นกัน เมื่อแก่นกายอาคมถูกแทรกแซงเข้าสู่ร่างเพียงครึ่งลำ พลังอำนาจจากพระเวทที่ท่านเจ้าคุณประจุไว้ก็แผ่ซ่านเข้าหักล้างกับอักขระสีเลือดทันที รอยยันต์ปีศาจบนผิวกายของสายลับสาวค่อยๆ จางหายไปดุจหิมะต้องแสงตะวัน ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ กายที่เคยร้อนรุ่มปานไฟสุมกลับกลายเป็นอุ่นละมุนทว่าในใจของยอดขุนศึกกลับเริ่มสั่นคลอนเสียเอง ความคับแน่นและตอดรัดภายในร่องรูสวาทของนางนั้นมันช่างอร่อยโอชะ และซาบซ่านเกินกว่าสตรีใดที่ท่านเคยพานพบมา รสสัมผัสของหญิงผู้มีวิชาอาคมนั้นช่างลึกลับหนึบหนับประดุจแรงดึงดูดจากห้วงลึก ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สติฝ่ายดีเตือนว่านางคือสายลับผู้จงรักภักดี ทำงานอยูภายใต้สังกัดของท่าน งานราชการสงครามที่รออยู่เบื้องหน้ามิควรเอาเรื่องกามคุณมาทำให้เสียขบวน ท่านตัดสินใจเกร็งกล้ามเนื้อขา เตรียมจะรั้งกายถอนแก่นกายออกมาเพื่อรักษาระยะห่างทหารและสายลับ ทว่าในจังหวะที่หัวมังกรยักษ์กำลังจะหลุดพ้นจากปากทางสวาท มือเรียวบางของสายลับสาวที่เคยอ่อนแรงกลับตะปบเข้าที่สะโพกสอบของท่านอย่างแรง “อย่าเพิ่ง... อย่าได้รบถอดถอนออกเจ้าค่ะท่าน” เสียงขอ







