Accueil / แฟนตาซี / สญามน ข้ามเวลา / บทที่ 4 ไทม์แมชชีน

Partager

บทที่ 4 ไทม์แมชชีน

last update Date de publication: 2025-04-23 12:15:07

บทที่ 4

สญามนกลับเข้าห้องไปสักพัก เธอจึงออกมาด้วยชุดใหม่ และมายืนตรงหน้าชายหนุ่ม

"เป็นไง"

"อืม ฉันใส่ได้พอดีเลย ขอบคุณนะ"

"ไปนั่งสิ"

"ไม่เป็นไร ฉันช่วย"

ทั้งสองช่วยกันทำอาหารเย็นด้วยกัน และเริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ มีหลาย ๆ สิ่งที่เธอไม่รู้มากมาย และหลายสิ่งที่ชายหนุ่มก็ได้ความรู้ใหม่จากเธอไม่น้อย

"พรุ่งนี้ฉันมีเรียนแค่ช่วงเช้า เดี๋ยวบ่าย ๆ พาไปหาบ้านเธอกัน "

"อืม ไปสิ" ทั้งคู่นั่งคุยกันระหว่างกินข้าว

สญามนมองที่ใบหน้าชายหนุ่เขาช่างเป็นคนดีจริง ๆ แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่เขาก็ยินดีที่จะช่วยเหลือทุกอย่าง

ช่วงบ่ายของอีกวันหลังจากที่พายุกลับถึงคอนโด พายุก็พาหญิงสาวขับรถมุ่งหน้ามายังสมุทรสาคร สถานที่ ที่เจอเธอเมื่อหลายวันก่อน

สญามนยืนอยู่หน้าตลาด ที่เธอบอกกับพายุว่าเป็นบ้านของเธอ แต่ตอนนี้มันกับไม่ใช้อย่างนั้น ที่แห่งนี้เปลี่ยนไป ไม่ใช่บ้านที่คนอาศัยอยู่ มีแต่ตลาดร้านค้า ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่

เธอยืนอย่างทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรก่อน จนชายหนุ่มที่มองดูเธออยู่ เดินเข้ามาใกล้ ๆ

"ลองถามร้านค้าแถวนี้ไหม" พายุเอ่ยถาม แต่พอเธอหันหน้ากลับมา มองที่ชายหนุ่ม เขากับเห็นดวงตาเธอแดงระเรื่อ น้ำตาคลอหน่วยอยู่ในลูกตา

"สญามน งั่นเดี๋ยวฉันถามให้ อืม…ร้านนี้แล้วกันดูแล้วหน้าจะอยู่มานาน" 

พายุมองไปที่ร้านหนึ่งที่ มีคนชายชราอายุราว ๆ หกสิบถึงเจ็ดสิบปีนั้งอยู่บริเวณหน้าร้าน ชายหนุ่มจึงจูงมือหญิงสาวเดินเข้าไปหา

"คุณตาครับ บ้านที่อยู่แถว ๆ นี้เมื่อหลายสิบปีก่อนหายไปไหนหมดล่ะครับ"

ชายชราคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองทั้งสอง

"อืม บ้านแถวนี้นะหรือ เขาย้ายออกกันไปนานมากแล้วล่ะไอ้หนุ่ม น่าจะตั้งแต่ตาเด็ก ๆ เเล้วตอนนั้นซอยกลางนี้มีบ้านคนอาศัยอยู่เยอะ เพราะเจ้าของที่เขาจะสร้างตลาดไงเลยเรียกคืนจึงได้ย้ายออกกันหมด แล้วมันก็เจริญขึ้นถึงปัจจุบันนี้ล่ะ"

"อ๋อ ครับ แล้วคุณตาเคยเห็นผู้หญิงหน้าตาแบบนี้ไหมครับ"

พายุกล่าวพร้อมกับจูงสญามนมายืนต่อหน้าชายชรา หญิงสาวจึงยกมือขึ้นไหว้ตามมารยาท ชายชราจึงมองไปที่เธอแบบเพ่งพินิจ

"คือเธออยากตามหาญาติครับ ญาติเธอเมื่อก่อนเคยอยู่แถวนี้"

ชายชราพยักหน้าและมองเธอ ทั้งสองจึงรู้สึกตื่นเต้นคิดว่าชายแก่คงนึกออก

"คุ้น ๆ ไหมคะ" หญิงสาวเอ่อถาม

คุณตาคนนั้นมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา และยิ้ม ทั้งสองจึงยิ่งดีใจ

"เมียแก่นี้สวยดีนะไอ้หนุ่ม" 

"เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ"

"ไม่ใช่ครับ"

พายุและสญามนพูดออกมาพร้อมกัน

"ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้เป็นเมียเขาค่ะ เอางี้ คุณตาพอรู้จักคนที่นามสกุล กลิ่นขจรบ้างไหมค่ะ"

"อืม…..ไม่เคยได้ยินนะ" ชายแก่คุ้นคิดและตอบออกมา

สญามนหันหน้ากลับไปหันพายุ ทำสีหน้าเศร้าสร้อย

"ไม่เป็นไรครับ พวกเราไม่รบกวนแล้วขอตัวก่อนนะครับคุณตา" ทั้งสองจึงไหว้ขอบคุณคุณตาแล้วเดินจากมา

"เดี๋ยวเราไปโรงพักแถวนี้ดู" พายุเอ่ยบอก สญามนจึงได้แต่ทำตามเขาไป เพราะตอนนี้เธอก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ได้แต่พึงพาชายหนุ่มเท่านั้น

โรงพัก

สองหนุ่มสาวยืนอยู่หน้าโรงพัก หญิงสาวเธอมองไปที่ชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่

"พายุ นายคิดอะไรอยู่ ทำไมเราไม่เข้าไปล่ะ"

"ฉันกำลังคิดว่าจะบอกตำรวจยังดี ถ้าตำรวจถาม ว่าเจอคุณได้ยัง ถ้าบอกว่าคุณมาจากปี 2502 คงได้หาว่าผมบ้าแน่ ๆ"

"ก็ฉันมาจากปี 2502 จริง ๆ "

"ไม่มีใครเชื่อหรอก"

"แล้วนายจะทำยังไง"

พายุทำถ้าคุ้นคิดอยู่พักหนึ่ง

"เอางี้ บอกว่าเธออยากตามหาตุณยายแล้วกัน" พูดจบชายหนุ่มก็ดึงมือเธอเดินขึ้นโรงพักไป

"ห่ะ ดะ เดี๋ยว คุณยายเลยหรอก"

"ชื่ออะไรนะครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจวัยกลางคนเอ่ยถามทั้งคู่ แต่สญามนยังคงเงียบ พายุจึงใช้ข้อศอกสะกิดเบา ๆ

"ชะ ชื่อ สญามน กลิ่นขจร ค่ะ "

"หายไปเมื่อไรครับ"

"เมื่อปี 2502 ค่ะ"

"โอ้ 64 ปีผ่านแล้วนะครับ"

"ค่ะ ใช่ค่ะ ฉันอยากรู้ว่ามีคนมาแจ้งความคนหายบ้างไหมคะ"

ตำรวจวัยกลางคนใช้สายตาลอดแว่น มองทั้งคู่

"เออ พอจะมีข้อมูลบ้างไหมครับเกี่ยวผู้หญิงที่ชื่อ สญามน กลิ่นขจร น่ะครับ"

เจ้าหน้าที่ตำรวจก้มหน้าลง กดบางอย่างได้คอมพิวเตอร์ สักพักจึงเงยหน้าขึ้นมาบอกว่า

"ไม่มีชื่อนี้ในฐานข้อมูลคนหายเลยครับ หรือช่วงเวลานั้นเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังเข้าไม่ถึง หรืออาจไม่มีคนมาแจ้งความไว้ครับ"

"อ๋อ ครับ" "ค่ะ"

"ยังไงทิ้งเบอร์ติดต่อไว้นะครับ ถ้าเจอข้อมูลหรือเบาะแสอะไรผมจะโทรติดต่อไป"

"ได้ครับ"

พายุจดเบอร์โทรศัพท์ส่งให้เจ้าหน้าที่แล้วทั้งคู่จึงเดินออกมา

"ถ้าหาไม่เจอจะทำยังไงดี แต่ถ้าฉันเจอทุกคนไม่แก่กันไปหมดแล้วหรอ" สญามนพึมพำขณะเดินออกมา

"ฉันจะทำยังไงดี" เธอเอ่ยถามชายหนุ่ม

"เอาหน้าไม่ต่องกังวล ถ้ายังไม่เจอเธอก็อยู่ที่คอนโดไปก่อน รอตำรวจติดต่อมา"

"ฉันอยู่กับนายได้หรอ"

"ก็ได้นะ ถ้าไม่รังเกียจ หรือกลัวฉัน"

"ฉันจะรังเกียจหรือกลัวนายได้ยังไง นายช่วยฉันขนาดนี้ ฉันกลัวว่านายจะรังเกียจฉันมากกว่า"

"ฉันไม่รังเกียจ.. และเต็มใจช่วย"

ดวงตากลมตาของหญิงสาวจ้องมองไปที่ดวงตาชายหนุ่ม ๆ ทั้งคู่ต่างจ้องมองกัน เริ่มมีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในหัวใจ ชายหนุ่มรู้สึกถึงหัวใจที่กำลังเต้นเเรง แต่เขาก็ยังไม่อยากละสายตาไปจากดวงตากลมโตนั้น จนใบหน้าสวยเริ่มมีสีแดงระเรื่อที่แก้ม ก่อนเธอจะหุบสายตาและหันหน้าไปทางอื่น

" ฉันคิดว่าฉันจะหาทางกลับไปปี 2502 "

"ยังไง" พายุเอ่ยถามเธอ

"ที่เดิม"

"ที่ไหนล่ะ"

"ที่วัดป่านั้นไง ถนนเส้นนั้น ที่เรียงรายไปดอกต้นลั่นทม"

"แล้วเธอจะไปปี 2502 ยังไง นั่งไทม์แมชชีนไปหรอ"

"ห่ะ ไทม์ ไทม์อะไรนะ "

"ไทม์แมชชีน ของโดเรม่อนน่ะ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินทางข้ามเวลาไง"

"มีแบบนี้ด้วยหรอ! งั้นนายไปยืมให้หน่อย เออใครนะ โด โดเรม่อน เหรอ"

พายุได้ฟังคำที่หญิงสาวพูดก็ขำพืดออกมาอย่างสุดกลั้น สร้างความงงงวยให้กับเธอยิ่งนัก

"นายจะหัวเราะอะไร มีอะไรน่าหัวเราะ"

"ผม ผมขอโทษ ลืมไปว่าการ์ตูนโดเรม่อนพึงฉายในไทยปี 2525 "

"การ์ตูนเหรอ"

"ใช่"

"ฉันเคยอ่านแค่ในหนังสือ หนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ นายรู้จักไหม"

"รู้ ตอนนี้ก็น่าจะยังมีอยู่นะ ผมเคยได้ยิน"

"แต่ อย่าพึงเปลี่ยนเรื่อง ฉันคิดว่าฉันข้ามเวลามาปีนี้ได้เพราะอาจจะมีมิติเวลาอยู่แถว ๆ นั้น ตอนที่ฉันก้มลงไปเก็บดอกลั่นทม จู่ ๆ ก็มีลมพัดแรงมาก"

"ทำให้เธอถูกมิติเวลาดูดมาปี 2566 นี้ใช่ไหม"

"ฉันคิดว่าคงจะเป็นแบบนั้น"

"ก็ได้ผมจะพาไปที่วัดป่าอีกครั้ง"

ชายหนุ่มจึงขับรถพาเธอมายังวัดป่าอีกครั้ง เมื่อถึงถนนเส้นเดิมที่เจอกัน ทั้งสองจึงลงจากรถเดินมายังจุดนั้น

หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ก็พบแต่ความเงียบสงบ สายลมพัดเอื่อย ๆ ดอกลั่นทนส่งกลิ่มหอมอ่อนไม่ขาดสาย

"จุดนี้ล่ะ ที่ฉันก้มเก็บดอกไม้" 

ชายหนุ่มมองเธอนิ่งช่างใจครุ่นคิดเรื่องของเธอ ที่เธอบอกว่าเธอข้ามมิติเวลามามันจะเป็นเรื่องจริงไหมนะ

"งั้นเราอยู่ตรงนี้อีกสักพัก เพื่อมิติเวลาจะเปิด" พายุกล่าวบอกเธอ

"......" หญิงสาวพยักหน้ารับ

ทั้งคู่ยืนอยู่บริเวณนั้นจนเวลาผ่านเลยไปจนท้องฟ้าใกล้จะมืด ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูมันบอกเวลาหกนาฬิกาสามสิบนาทีกว่าแล้ว สญามนเห็นท่าทีของพายุ คิดว่าเขาคงจะรอจนเบื่อจึงได้พยายามหาเรื่องคุยกับเขา

"วันนั้นนายมาทำอะไรที่วัดนี้ล่ะ"

"ผมมาเอาของหลวงตา หลวงตาผมบวชอยู่วัดนี้"

"อ่าว แล้วนี้นายไม่เข้าไปกราบท่านล่ะ มาถึงวัดแล้ว"

"ตอนนี้หลวงตาไปเยี่ยมบ้าน ท่านแก่มากแล้วโรคประจำตัวเยอะ อยู่ที่วัดไม่มีคนดูแล"

"อ๋อ"

"แล้วครอบครัวนายล่ะทำงานอะไรกันเหรอ"

"อืม ครอบครัวพ่อเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างน่ะ พอเรียนจบผมก็จะกับไปรับช่วงกิจการต่อจากพ่อ

"บ้านนาย คงรวยมาก ๆ ใช่ไหม"

"อืมก็พอได้อยู่นะ"

"ไอ้พอได้อยู่นะ นี้มันคืออะไร"

"ก็… รวยไง ถือว่าว่ารวยแล้วกัน"

"ดีจัง"

"ทำไมเหรอ" พายุถามเธอกลับ

ฟิ้วววว.. เสียงลมพัดผ่าน กิ่งไม้เริ่มเสียดสีกันไป ใบไม้ดอกไม้ที่หล่นอยู่ตามพื้นเริ่มปลิวไปตามลมที่เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองต่างมองหน้ากัน

"ลมแบบนี้แหละ เหมือนวันนั้นเลย" สญามนพูดพร้อมเดินออกไปกลางถนนเส้นนี้ เธอปล่อยให้ลมพัดผ่านหมุนวนร่างบางไป

"เดี๋ยว สญามน" พายุเอ่ยเรียกเธอฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาบังฝุ่่นผงไม้ให้เข้าดวงตา เพราะลมที่พัดแรงขึ้น

"ขอบคุณนะพายุ ที่ค่อยช่วยเหลือฉันหลาย ๆ วันที่ผ่านมานี้" สญามนเอ่ยเสียงดังฝ่าเสียงลมและเศษใบไม้ที่ปลิวว่อน

"ฉันจะไม่ลืมนายเลยนะ"

"สญามน นี้มันเรื่องจริงเหรอเนียเธอจะข้ามผ่านมิติเวลาจริง ๆ เหรอ" พายุเริ่มมองไม่เห็นร่างบางของเธอ…..

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 17 รักใคร่กลมเกลียว

    พายุกลับมาถึงบ้านของพ่อและแม่ เขาทิ้งตัวลงบนที่นอน อารมณ์เศร้าหมองพาความรู้สึกเขาดิ่งลงจนน้ำใส ๆ เอ่อล้นไหลผ่านหางตาไป ไม่มีสิ่งใดสามารถปลอบประโลมความรู้สึกเจ็บช้ำที่จิตใจเขาได้ในขณะนี้ภาพทุกอิริยาบถต่าง ๆ ของหญิงสาวไหลผ่านคลื่นสมองผุดเป็นภาพต่าง ๆ ห้วนให้ชายหนุ่มยิ่งคิดถึง ชายหนุ่มพลิกตะแคงงอตัวกำผ้าปูที่นอนไว้แน่ซุกหน้าร้องไห้โฮไปกับที่นอนใหญ่ ด้วยความอ่อนล้าจากการอดนอนมาหลายวันจนร่างกายไม่สามารถจะทานทนได้ ในที่สุดเขาก็หลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อนในห้วนฝันของชายหนุ่มขณะที่เขาหลับไหล ในนั้นเขาได้อยู่กับสญามนได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังใหญ่ เมื่อมองออกไปยังสนามหน้าบ้านมีเด็กผู้หญิงที่กำลังนั่งเล่นขายของบนเสื่อ แล้วยังมีเด็กผู้ชายที่ดูโตกว่าไม่กี่ปีปั่นจักรยานเล่นอยู่ใกล้ ๆ กัน ส่วนเขากับเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะค่อยมองดู ๆ เด็กสองคนนั้นอย่างมีความสุขชายหนุ่มสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาก็สายของอีกวัน เขายังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง คิดทบทวนความฝันเมื่อคืนนี้แล้วมันทำให้เขาไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมาเลยสักนิดเสียงถอนลมหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ชายหนุ่มชันกายลุกขึ้นในท่านั่ง มองไปยังรูปพ่อแม่และเขาเองเมื่อครั้

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 16 ประตูมิติเปิดขึ้นอีกครั้ง

    “ยุ..”“มีอะไรเหรอครับแม่น้ำเสียงดูจริงจัง”“หลวงตาลูกเขาบอกกับแม่ว่า”“ว่าอะไรหรอครับ”“ประตูมิติเวลามันจะเปิดขึ้นอีกครั้ง”เมื่อได้ยินคำที่ประโยคที่ไม่อยากจะได้ยิน หัวใจของชายหนุ่มไหววูบ เขาหันกลับเข้ามามองยังภายในห้องก็เจอกับหญิงสาวยืนส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่เบื้องหน้า"ยุ.. ยุยังฟังแม่อยู่ไหม" ปลายสายเห็นเงียบไปเลยเอ่ยเรียกขึ้น"ครับผมฟังอยู่" เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุดแล้วตอบกลับไป หญิงสาวเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคุยต่อเธอจึงเดินกลับมานั่งที่โซฟาหน้าทีวีปล่อยให้เขาคุยโทรศัพท์ไป"เมื่อไรครับ หลวงตาได้บอกไหม"พายุเอื้อมมือไปปิดประตูกระจกแล้วกลับมาคุยโทรศัพท์กับแม่ของตนต่อ"ไม่ได้บอกอะไรต่อลูก ท่านบอกมาแค่นี้แล้วก็หลับไป ท่านอ่อนแรงมากเลยลูก"“.........” ชายหนุ่มกลับมาเงียบอีกครั้ง“ยุ ค่อย ๆ คิดนะลูก มีอะไรมาปรึกษาพ่อกับแม่ได้ตลอด”“ครับ” เขากดปิดสายโทรศัพท์ และกำมันไว้จนแนน่นแทบจะแหลกค้างมือ ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำมันสบสนไปหมด ดวงตาชายหนุ่มเหม่อมองเข้ามาในห้อง มองหญิงสาวที่เขารักเธอก็หันมาส่งยิ้มให้เขาอีกเช่นกัน แต่เมื่อเธอเห็นใบหน้าที่กำลังเคร่งเครียดของชายหนุ่ม เธอจึงหุบยิ้มแล

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 15 NC 18+

    ตอนที่ 15ร่างบางเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่ หญิงสาวยกแขนขึ้นบิดตัวไปมาด้วยความปวดเมื่อยร่างกาย "หายไปไหนของเขานะ" สญามนชันกายลุกขึ้นนั่ง มองหาชายหนุ่มจนทั่วห้องนอนแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ร่างบางก้าวลงจากเตียงคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบตัวไว้ เปิดประตูห้องนอกชะโงกหน้าออกมามองหาชายหนุ่ม ก็เห็นแผ่นหลังของเขายืนอยู่บริเวณระเบียบห้องพร้อมกับควันบางอย่างที่ลอยขึ้นมาสญามนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอเดินตรงมาที่ระเบียบและเปิดกระจกออก กลิ่นควันบุหรี่ก็ลอยเข้าจมูกเธอทันที"ฉันไม่เคยรู้ว่านายก็สูบบุหรี่ด้วย" เมื่อได้ยินเสียงเธอชายหนุ่มก็กดบุหรี่ลงยังที่รองเพื่อดับมัน "ฉันมีเรื่องให้คิดนะ" เขาตอบกลับเธออกไป"นายคิดเรื่องอะไร ไหนเราคุยกันแล้วไงถ้ามีปัญหาอะไรให้บอกกัน นายก็บอกฉันมาสิฉันจะได้ช่วยแบ่งเบาความคิดให้นายได้บาง" ชายหนุ่มมองใบหน้าหญิง สายตาเลือนลงมองผ้าขนหนูที่เธอพันร่างกายอยู่ก็ยิ้มออกมา"แค่เรื่องเรียนนะ""จริงหรอ""จริง""แล้วให้ฉันช่วยอะไรไหม""มากอดหน่อย" พายุอ้าแขนรอ สญามนจึงเดินเข้ามาชิดร่างใหญ่ให้เขาได้กอด เธอเองก็กอดเข้าตอบเช่นกัน "นายอย่าสูบมั

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 14 เรื่องเซอร์ไพรส์

    "แม่ฉันโทรมาบอกว่าหลวงตาฟื้นแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยบอกเธอ เมื่อวางสายหลังจากคุยกับแม่ไป"ดีจัง แล้วท่านเป็นไงบ้าง""แม่บอกว่า ท่านพอพูดคุยด้วยแต่ยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไรนัก""แล้วเราจะเข้าไปหาท่านกันไหม ไม่สิ ๆ นายไปคนเดียวก่อนดีกว่า เพื่อเห็นฉันแล้วเกิดท่านตกใจขึ้นมาล่ะ""งั้นฉันไปคนเดียวก่อน วันหลังค่อยพาเธอไปนะ""โอเค"ทั้งสองตกลงกันเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงขับรถมุ่งหน้าต่อเพื่อกลับคอนโด(โรงพยาบาล)ช่วงสายวันต่อมา พายุเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมหลวงตา เมื่อมาถึงห้องผู้ป่วย ก็พบเจอพ่อและแม่ของตนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว พวกท่านยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยที่มีหลวงตากึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่"หลานสุดที่รักมาแล้วค่ะหลวงพ่อ" ผู้เป็นแม่รีบเอ่ยบอกเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา เธอมองเลยพายุไปแต่ก็ไร้เงาของสญามน ตอนแรกกะจะเอ่ยถามแต่ก็เลือกที่ยังจะไม่ถามดีกว่าพายุกล่าวสวัสดีทุกคน แล้วเดินตรงมายังข้างเตียง ชายหนุ่มโน้มตัวลงกราบไปที่มือที่เหี่ยวไปตามวัย นั้นของพระชราหลวงตาเองก็ค่อย ๆ ยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาลูบหัวหลานชายสุดที่รัก พายุพงกหัวรีบประคองมือของหลวงตาไว้ทันที"หลวงตาครับ….""ว่ายังไง" น้ำเสียงแหบต่ำของ

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 13 ว่าที่สามี

    บทที่ 13พายุลงมาที่ชั้นล่างเพื่อตามหาหญิงสาว เมื่อก้าวเช้ามาในบริเวณร้านกาแฟ ชายหนุ่มเห็นร่างบางที่คุ้นเคยนั้นทันที ถึงแม้ว่าเธอจะหันหลังอยู่ก็ตาม พายุเดินอ้อมมานั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของหญิงสาว ตอนนี้เธอมีสีหน้าเรียบเฉย ทั้งสองสบตากันไปมา“ฉันขอโทษที่คำพูดของฉันทำให้เธอคิดมาก”“...................” เธอยังคงมองชายหนุ่มนิ่ง“สญามน” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด“ฉันรู้แล้ว ไม่ได้โกรธอะไรนายหรอก ฉันเข้าใจ นายแค่ไม่อยากให้ฉันเป็นกังวล”“ตอนนี้ฉันก็เข้าใจเธอ เธอไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน ฉันก็ยังคงรักเธอ ไม่รู้ว่ามันเริ่มเมื่อไร แต่ตอนนี้รักมากบอกเลย” พายุกล่าวความรู้สึกออกมาจากใจทั้งหมด จนทำให้หญิงสาวยิ้มออกอย่างเขินอาย“เรากับขึ้นไปบนห้องกันเถอะ”“อืม” ทั้งสองจึงเดินกลับขึ้นมาเพื่อหาหลวงตาอีกครั้ง“ตอนที่ฉันนั่งกินกาแฟอยู่เมื่อกี้ฉันมาคิด ๆ ดูแล้ว เราไม่รู้ว่ามิติเวลามันจะเปิดขึ้นอีกเมื่อไรตอนไหน ฉันเลยอยากใช้เวลาอยูกับนายให้นานที่สุด” สญามนก้มหน้าพยายามเก็บความรู้กลัวจนอยากจะร้องไห้ออกมา “ไม่ ไม่มีทางฉันจะไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้นเธอจะอยู่กับฉัน เราจะต้อง

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 12 ว่าที่ลูกสะใภ้

    "วันนี้นายไม่มีเรียนเหรอ"ร่างเปลือยเปล่าของหนุ่มสาว ที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ มือเรียวเกลี่ยไรผมที่ปิดใบหน้าหล่อของชายหนุ่มที่เปลือกตายังปิดสนิท"อืมมม" เสียงต่ำครางอยู่ในลำคอ ลำแขนใหญ่เริ่มขยับ และเกี่ยวเอาคนตัวเล็กที่เอ่ยคำถามเมื่อครู่เอามากอดไว้แน่น"พายุ.. ฉันถามว่าวันนี้นายไม่มีเรียนเหรอ" เธอเอ่ยถามย้ำชายหนุ่มปรือตามอง ร่างบางในอ้อมกอด ก่อนจะกดจูบลงที่หน้าผากเธออย่างแผ่วเบา"ยังเช้าอยู่เลยนอนต่ออีกนิดนะ" กล่าวจบจมูกโด่ง ก็หอมฟอดใหญ่ไปที่แก้มเนียน ก่อนจะเลื่อนลงซุกไซร้ที่ซอกคอหญิงสาว"คริ คริ คริ ฮ่า ฮ่า พอได้แล้ว " สญามนหดคอ หัวเราะคิกคักก่อนจะดิ้น ลุกออกจากเตียงเดินมานอกห้องนอนพายุมองตามแผ่นหลังบางนั้นจดลับสายตา ชายหนุ่มก็ได้ลุกจากที่นอน เพื่อเตรียมตัวไปมหาลัยวันนี้ไม่นานชายหนุ่มเดินออกมาจากห้อง ด้วยชุดนักศึกษา รูปร่างสูงผิวที่ดูขาวสะอาดใบหน้าหล่อเหลาออกไปทางแนวเกาหลี มันทำให้หญิงสาวต้องมองจนตาค้างพายุก็จ้องตาเธอกลับเช่นกัน แถมยังหมุนตัวโชว์หญิงสาวไปหนึ่งรอบ พร้อมกลับเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเธอ เขาโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าตรงกับใบหน้าของเธอหญิงสาวหรี่ตามอง และทำหน้าสง

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 7 ดอกลั่นทม

    บทที่ 7"อืมมม"สญามนลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความปวดเมือยไปทั้งร่าง เธอกระพริบตาถี่ปรับม่านตารับเเสงที่สาดเล็ดรอดเข้ามาภายในห้องหญิงสาวนอนนิ่งไม่ขยับนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนั้น พวงแก้มก็เกิดร้อนผ่าวขึ้นมา สญามนค่อย ๆ หันหน้าไปมองคนข้าง ๆ ที่หลับอยู่ เธอจ้องมองใบหน้าหล่อของเขาก็รู้สึกเขิน

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 6 จูบแรก NC

    บทที่ 6"หรือเธอมีคนรักรออยู่" "มะ ไม่ ไม่มี" "งั้น อยู่กับฉันได้ไหม ไม่ต้องกลับไปได้ไหม" ทั้งสองสบตากัน"นาย เมาใช่ไหม""ไม่เมา ฉันพูดด้วยสติที่ยังสมบูรณ์" พายุมั่นใจว่าเขามีสติครบถ้วน แต่ที่กล้าที่จะแสดงออกและพูดคำพูดมากมายเช่นนี้ ก็น่าจะมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยนิดหน่อย"แต่… ฉัน…" ใบหน้าของทั

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 2 ข้ามเวลา

    บทที่ 2 ความรู้สึกเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศของรถยนต์ แขนเรียวของสญามนขยับขึ้นมากอดตัวไว้ เปลือกตาสวยค่อย ๆ ลืมขึ้นมา พร้อมกระพริบตาถี่เริ่มเพ่งมองไปรอบ ๆ ตัว "นี้ที่ไหน" จู่ ๆ หญิงสาวที่สลบอยู่หน้ารถเมื่อครู่นี้ ก็เอ่ยขึ้นมา พายุจึงรีบจอดรถเข้าข้างทาง "นายเป็นใคร จะพาฉันไปไหน นายลักพาตัวฉันม

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 1 วัดป่า

    วันที่ 6 กันยายน 2566วัดป่าเอี๊ยด !! "เฮ้ย อะไรว่ะ" เสียงเบรครถอย่างกระทันหันพร้อมร้องอุทานออกมา เมื่อจู่ ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง ปรากฎตัวอยู่หน้ารถของพายุ ชายหนุ่มที่กำลังจะเดินทางออกจากวัดป่าแห่งนี้ ดีที่ที่นี่เป็นบริเวณวัด เขาจึงไม่ได้ขับรถเร็วมากนัก จึงเบรคได้ทัน ชายหนุ่มจึงเปิดประตูรถลงมาขายา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status