Beranda / แฟนตาซี / สญามน ข้ามเวลา / บทที่ 5 มาจากปี 2502

Share

บทที่ 5 มาจากปี 2502

Penulis: Chocolate lily
last update Tanggal publikasi: 2025-04-29 17:52:23

บทที่ 5

"ฉันจะไม่ลืมนายเลยนะ"

พายุได้ยินเสียงของหญิงสาว ผ่านสายลมที่เเรงขึ้น ทั้งฝุ่นผงเศษใบไม้และดอกไม้ปลิวว่อน

"สญามน เดี๋ยว" ชายหนุ่มยกแขนขึ้นบังดวงตา ฝ่ามืออีกข้างยกขึ้นมาปัดป้องไปมา แต่ก็ไม่สามารถป้องกันฝุ่นได้

"ฉันจะได้กลับแล้วใช่มั้ย" หญิงสาวหลับตาลง ยืนอยู่ท่ามกลางสายลมนั้น

พายุกระพริบตาถี่ ๆ ชายหนุ่มเริ่มมองไม่เห็นตัวของหญิงสาว ดวงตาของเขาไม่อาจต้านทานลมได้

เวลาผ่านไปไม่ถึงนาที ลมเริ่มเบาบางลง ชายหนุ่มกระพริบตาที่พร่ามัวไปด้วยฝุ่นผง เเล้วเพ่งมองไปจุดที่สญามนยืนอยู่

"สญามน" เสียงเรียกของชายหนุ่มดังขึ้น

"พายุ นะ นาย" หญิงสาวเริ่มมองไปรอบ ๆ

"ฉันยังอยู่ที่เดิม ทำไม ทำไมล่ะ " เธอทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก

เมื่อดวงตาหายพร่ามั่ว พายุจึงรีบเดินเข้ามาหาหญิงสาวตรงที่เธอนั่งอยู่ เขาทรุดตัวนั่งลงใช้เข่าแตะพื้นหนึ่งข้าง ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปหยิบเศษใบไม้ ดอกไม้ออกจากผมของเธอ

สญามนมองใบหน้าของพายุ อย่างลืมตัว เมื่อชายหนุ่มจัดการกับผมของเธอเสร็จแล้ว สายตาจึงเลือนมามองใบหน้าของหญิงสาว ทั้งสองต่างจ้องมองสึกกันเเละกัน

"เธอเป็นไรไหม"

"......" สญามนส่ายหน้าไปมา

"กลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวจะมืด"

พายุลุกขึ้นยืน และส่งมือยื่นให้หญิงสาว เธอเงยหน้ามองเขา ก่อนจะมองมาที่มือที่ชายหนุ่มยื่นส่งมาด้วยท่าทีที่ดูอบอุ่น จนเธอรู้สึกได้

มือเรียวเล็กจึงเอื้อมไปจับมือเขาไว้อย่างไม่ลังเล

(วันต่อมา)

"แต่งตัวสิ วันนี้จะพาไปเทียว"

"ไปเทียว นายไม่มีเรียนเหรอ"

"ไม่"

"ได้ รอแปบนะ" หญิงสาวกล่าวอย่างดีใจ เธอรีบหมุนตัวกับเข้าไปยังห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

พายุมองเธอ และยิ้มออกมาเมื่อเห็นอาการดีใจของหญิงสาว ใช้เวลาไม่นานสญามนก็ออกมาจากห้องด้วยชุดเดรสยาวเกือบเข่า แขนกุดสีขาวไล่โทนสีชมพูอ่อน ๆ ที่ลายเดรสนั้น ขับกับผิวขาวเนียน เรือนผมดำขลับเรียงเส้นสวยยาวถึงกลางหลัง เรียกได้ว่าสวยสะดุดตา จนพายุถึงกับมองค้องอยู่หลายวิ

"ตอนเห็นชุดนี้ที่หุ่น ไม่เห็นสวยขนาดนี้" ชายหนุ่มพูดเบากับตนเอง

"พึมพำอะไร ชุดนี้ได้ไหม" สญามนกล่าวพร้อกับหมุนตัวหนึ่งรอบ

"พายุ พายุ" หญิงสาวเอ่ยเรียกเมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งไป

"เอ่อ ชุดนี้เหรอผมว่าไม่เหมาะไปเปลี่ยนเหอะ" พายุกล่าวพร้อมเดินเเทรกตัวเข้าห้องไปเลือกชุดใหม่ให้เธอ

"อะไรออกจะสวย" สญามนบ่นกับตนเอง

"จะแต่งสะสวยขนาดนี้ไปโชว์ใคร" พายุก็พืมพำกับตนเอง

"อะไรนะ นายว่าอะไรนะ"

"เปล่า นี้! ใส่ชุดนี้ไปแล้วกัน" พายุกล่าวพร้อมส่งชุดใหม่ให้เธอ กางเกงยีนส์สีซีดกับเสื้อยืดพอดีตัวยี่ห้อหนึ่ง แต่พอเธอใส่ชุดนี้มันก็ดูน่ารักไปอีกแบบ พายุอมยิ้มอย่างพอใจ แต่สญามนกับยืนทำแก้มป่องมองค้อนชายหนุ่ม

"ได้ไปเทียวทั้งที่ ใส่ชุดนี้ไม่เห็นจะสวยเลย"

"นี้ก็สวยแล้วเธอไม่รู้ตัวเหรอ"

"......" (นี้เขากำลังชมฉันอยู่ใช่ไหม) หญิงสาวคิดในใจ

"ผมตาถึงไง เลือกชุดไหนก็สวยไปหมด"

"......."

"ไปกันเถอะ"

"แล้วนายจะพาไปเที่ยวไหน"

"ดรีมเวิลด์"

"คือที่ไหน"

"........" พายุเงียบมองหน้าหญิงสาวพร้อมกับก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์หาข้อมูลบ้างอย่าง

"เดี๋ยวเล่าให้ฟังระหว่างทาง"

"ตกลงนายจะบอกได้ยัง ที่นายจะพาไปคือที่ไหน"

"ดรีมเวิลด์ สวนสนุก"

"สวนสนุก ฟังชื่อแล้วน่าจะสนุกดีนะ"

"เธอ… รู้จักไหม" พายุแกล้งถาม

"ไม่นะ ไม่เคยได้ยินเลยมันเป็นยังไงล่ะ นายก็เล่ามาสิ"

"เดี๋ยวก็ถึงเธอก็รู้เอง แล้วเธอจะกรี๊ด"

"ขนาดนั้นเลยเหรอ"

"กรี๊ด!!! กรี๊ด พายุ อร้ายยย นายพาฉันมาเล่นอะไรรรรร กรี๊ด!!"

เมื่อรถไฟเหาะหยุดลง สญามนเดินโซซัดโซเซมาพิงอยู่ข้างทาง ด้วยอาการใจเต้นตุ๊บ ๆ หายใจแรง

"เป็นไงสนุกไหม" พายุเอ่ยถามแบบขำ ๆ

"สนุกบ้าอะไรคิดว่าวิญญาณหลุดออกไปจากร่างแล้วซะอีก" หญิงสาวกล่าวพร้อมเอามือแนบอกไว้

"ป่ะ ไปเล่นอย่างอื่นดีกว่า" พายุจับข้อมือจูงหญิงสาวให้เดิมตามมา

"ม่ายยย ไม่เล่นแล้วฉันจะกลับบ้าน" เธอเอ่ยงอแงแบบเด็ก และขืนตัวไว้ไม่ไปตามแรงจูงเขา

"เหอะน่า มีเครื่องเล่นอีกหลายอย่างไม่หน้ากลัวเเล้ว"

"จริงนะ"

"เชื่อใจผม" พายุยิ้มแบบเจ้าเล่ห์

เดินมาไม่ไกลทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่ปราสาทผีสิง

"อันนี้คงไม่เท่าไร ฉันเคยเข้าตามงานวัดยังรู้สึกเฉยๆ"

"เหรอออ จะคอยดูอย่ากลัวจนกรี๊ดแตกแล้วมากอดผมนะ"

"ฝันไปเถอะ"

พายุกับสญามนค่อยๆ เดินฝ่าความมืดเข้าไปเรือย ๆ ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศอันหนาวเย็นนำพาให้เธอจะเดินเบียดเข้าหาชายหนุ่ม

"ไหนบอกว่าไม่กลัว"

"มัน มะ มืด ฉันมองไม่เห็นต่างหาก"

แฮ่!!

จู่ ๆ ก็มีผีดักอยู่ข้างหน้าทั้งสองคน ด้วยความตกใจต่างกรี๊ดร้องออกมาสุดเสียง และหันหน้าเข้ากอดกัน จนผีปลอมตัวนั้นเดินไปผ่าน ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งผลักออกจากกันและหัวเราะกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้

ตึก ๆ ตึก ๆ ปัง ๆ ปัง ๆ เสียงดังขึ้นจากทางด้านหลัง สญามนทำหน้าตาตื่น พายุจึงจับมาเธอไว้ ทั้งคู่จึงพากันวิ่งหนีบ้าง เดินบ้างเจอ ผีปลอมตลอดทาง สร้างความตื่นตกใจ และความสนุกสนานไปด้วยเช่นกัน

ในที่สุดทั้งสองก็ออกมาจากปราสาทผีสิงห์ได้ ต่างมายืนพักเหนื่อยหัวเราะชอบใจกับผีรูปแบบต่าง ๆ ที่เจอมาตลอดทาง

"สนุกดีจัง น่ากลัวกว่าบ้านผีสิงห์ตามงานวัดจริง ๆ ด้วย"

"ใช้สิ กอดผมจนแน่นเลย"

"นายนั้นแหละกอดฉันจนแน่น ตัวก็ใหญ่"

ทั้งคู่เถียงกันไปมาก็เกิดอาการเขินกันเอง จนหญิงสาวต่องเปลี่ยนเรื่องคุย

"มีอะไรหน้าเล่นอีกไหม"

"เมืองหิมะ"

"หมายถึงหิมะจริงเหรอ"

"ไม่ ของปลอม ไปเถอะ"

"โอโห ของจริงจะเป็นแบบนี้ไหม" สญามนเอ่ยเมื่เธอไปยืนอยู่ใต้ที่หิมะกำลังโปรยลงมา

"ก็คล้าย ๆ แบบนี้"

"วู๊ เย็นจังเลย" เธอจับหิมะเล่นอย่างสนุกสนาน

"สญามน" พายุเอ่ยเรียกเธอ

"ห่ะ"

"ยืนดีๆ ถ่ายรูปให้"

หญิงสาวหันรีหันขวางเลือกจุดที่จะยืนเมื่อได้ที่เเล้วจึงยิ้มแฉ่งส่งให้ ชายหนุ่มกดถ่าวรูปที่ผ่านกล้องมือถือ

"ไหนกล้องนาย"

"นี้ไง" พายุหันหน้าจอมือถือให้เธอดูรูปที่เขาถ่ายเมื่อครู่ สญามนทำตาโตอย่างประหลาดใจ

"ทันสมัยมาก เจ้าจอเล็ก ๆ นี้ถ่ายรูปแทนกล้องได้ด้วย" พายุขำกับคำพูดของเธอ

"ฉันถ่ายให้นายบ้างเอาไหม"

"ไม่เป็นไร ฉันถ่ายเอง" ชายหนุ่มปรับเป็นกล้องหน้าก้าวมายืนข้างหญิงสาว แต่เพราะความสูงต่างกันมันเลยดูไม่พอดี สญามนจึงพยายามเขย่งเท้าให้ตัวสูงขึ้น จังหวะนั้นพายุก็ย่อตัวลงมา ทั้งคู่จึงหันมาสบตากัน นิ้วมือใหญ่ก็กดถ่ายได้เพราะดี

"ยืนเฉย ๆ ฉันย่อตัวเอง"

ทั้งสองเปลี่ยนมุมจนได้รูปมาหลายรูป ชายหนุ่มเลื่อนดูรูปเหล่านี้ไปมาซ้ำ ๆ และรู้สึกชอบ ใบหน้าจึงเผลอยิ้มออกมา

"ยิ้มอะไร หน้าฉันตลกเหรอ ขอดูหน่อย"

"ไม่ตลก เธอน่ารักดี"

"ไม่เชื่อ ขอดู"

พายุจึงส่งมือถือให้เเล้วบอกวิธีดูให้เธอ

หญิงสาวเลือนแต่ดูรูปที่ถ่ายด้วยกัน เธอก็ยิ้มออกมา

"นายหล่อมากเลย"

"ของมันเเน่อยู่แล้ว" พายุรีบตอบกลับ

"นายหล่อขนาดนี้ ยังไม่มีแฟนเหรอ"

"ไม่มี"

หญิงสาวเลือนจนมาถึงรูปที่ทั้งคู่สบตากัน ใบหน้าก็เห่อร้อนและแดงขึ้นมา

"ไม่อยากจะเชื่อ" สญามนรีบส่งมือถือคืนให้เขา

"ไม่มีจริง ๆ ทำไมเธอหน้าแดงล่ะ หรือว่าอากาศเย็นเกินเราออกไปกันเถอะ"

"ไม่ ไม่เป็นไร ยังไม่ได้เล่นอันนั้นเลย" เธอกล่าวพร้อมชี้มือไปที่เนินหิมะสูงนั้นที่เอาไว้สำหรับเล่นสไลเดอร์ลงมา มีเจ้าหน้าที่ยืนดูแลอยู่ และมีคนเล่นอยู่ไม่มากนั้น

"ได้สิ" พายุจึงเดินนำเธอมาไปหยิบกระดานสำหรับรองนั่งเพื่อที่จะได้สไลด์ลงมาจากเนินหิมะลูกนั้น ซึ่งก็ดูสูงอยู่ไม่น้อย

ชายหนุ่มพาเธอขึ้นมาถึงด้านบนสุด พอมองลงไปก็ดูสูงมาก เธอจึงรู้สึกกลัวขึ้นมา จนเจ้าหน้าที่เอ่ยถามเพราะยังมีคนอื่นรอเล่นอยู่

"ไม่เป็นไรครับผมไปกับเธอเอง" พายุเอ่ยบอกกับเจ้าหน้าที่

เขาจึงนั่งลงที่กระดานก่อนส่งยื่นมือไปหาเธอ และพยักหน้าเป็นเชิงบอกเธอว่าไม่ต้องกลัว สญามนมองใบหน้าชายหนุ่ม ทำให้เธอรู้สึกเบาใจจึงกล้าที่จะลองเผชิญหน้าดู เพราะวันนี้เธอเองก็เจอมาหลายอย่างแล้ว มีเขาอยู่ด้วยจึงเบาใจขึ้น

หญิงสาวลงไปนั่งอยู่ด้านหน้าที่ชายหนุ่มเว้นที่ไว้ให้ เขาจับมือเธอให้กำเชือกด้านข้างไว้ เมื่อพร้อมแล้วเจ้าหน้าที่จึงดันกระดานของทั้งคู่ สไลด์ลงมา

ความรู้สึกเสียววูบวาบอยู่ในท้องเมื่อไหลจากที่สูงลงมาที่ต่ำ ร่างบางเอียงหลังจนไปพิงกับอกใหญ่ของเขาไว้ เปลือกตาเธอเปิดสนิทจนกระดานสไลด์นั้นหยุดลงเมื่อถึงพื้นราบ เธอจึงลืมตาขึ้นมา

"สนุกจังเลย" พายุมองดูเธออยากเอ็นดู

เมื่อออกจากเมืองหิมะ สองหนุ่มสาวก็ไปเล่นเครื่องอื่น ๆ อีกหลายอย่างจนกระทั่งเย็นจึงกลับคอนโด พร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายขวด กว่าจะถึงคอนโดก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว

ทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมานั่งกินอาหารดื่มเบียร์ เเล้วเริ่มพูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนดึก ขวดเบียร์เปล่า ๆ ที่ล้มกลิ้งอยู่ที่พื้นก็นับรวม ๆ ได้เกือบสิบขวด เบียร์ก็หมดพอดี

แต่เพราะทั้งคู่ยังอยากที่จะคุยกันต่อ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นมาเปิดตู้เย็นดู แต่เบียร์ก็หมดไปแล้ว สายตาเขาก็เหลือบไปแล้วโซจูที่ซื้อไว้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน จึงหยิบมันออกมาทั้งสองขวด แล้วเดินกลับมาส่งให้หญิงสาวหนึ่งขวด เธอรับมันมาเเล้วเพ่งดู

"โซจูน่ะ หรือเหล้าของเกาหลี"

"นายรู้ใช่ไหม ฉันน่ะชอบนักร้องเกาหลีกลุ่มนั้น เลยเอาเหล้าเกาหลีมาให้ฉัน" น้ำเสียงของเธอเริ่มยานคล้อย

"ลองชิมดูสิ"

"อ่าาา สุดยอด" เธอเปิดขวดเเล้วกระดกมัน

"เป็นไงรสชาติดีไหม"

"ดี"

เวลาผ่านไปจนโซจูของทั้งคู่เหลือไม่ถึงครึ่งขวด

"ฉานโชดดี จริง ๆ เลยที่ข้ามเวลาแล้วมาเจอคนหล่อ ๆ และยังใจดีแบบนาย" ใบหน้าสวยแก้มแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ จับไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ที่กำลังนั่งท้าวคางมองเธออยู่

"เธอน่ะมาจากปี 2502 จริง ๆ เหรอ"

"ก็ช่ายย นะสิ นี้ ฉานกำลังชมว่านายหล่ออยู่นะได้ยินไหม"

"แล้วเธอจะกับไปไหม เธอไม่กับไปไม่ได้เหรอ"

"ฉัน…ฉัน..ไม่รู้ " เธอละมือจากใบหน้าชายหนุ่มแต่เขากลับรีบคว้ามือเรียมมากุมไว้

"หรือเธอมีคนรักรออยู่"

"มะ ไม่

ไม่มี"

"งั้น อยู่กับฉันได้ไหม"

จบคำพูดของชายหนุ่ม ทั้งสองสบตากัน ใบหน้าทั้งคู่ก็ค่อยเลื่อนเข้าหากันเหมือนมีบางอย่างดึงดูดคนทั้งคู่ ริมฝีปากของทั้งสองก็จูบผสานกัน….

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 17 รักใคร่กลมเกลียว

    พายุกลับมาถึงบ้านของพ่อและแม่ เขาทิ้งตัวลงบนที่นอน อารมณ์เศร้าหมองพาความรู้สึกเขาดิ่งลงจนน้ำใส ๆ เอ่อล้นไหลผ่านหางตาไป ไม่มีสิ่งใดสามารถปลอบประโลมความรู้สึกเจ็บช้ำที่จิตใจเขาได้ในขณะนี้ภาพทุกอิริยาบถต่าง ๆ ของหญิงสาวไหลผ่านคลื่นสมองผุดเป็นภาพต่าง ๆ ห้วนให้ชายหนุ่มยิ่งคิดถึง ชายหนุ่มพลิกตะแคงงอตัวกำผ้าปูที่นอนไว้แน่ซุกหน้าร้องไห้โฮไปกับที่นอนใหญ่ ด้วยความอ่อนล้าจากการอดนอนมาหลายวันจนร่างกายไม่สามารถจะทานทนได้ ในที่สุดเขาก็หลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อนในห้วนฝันของชายหนุ่มขณะที่เขาหลับไหล ในนั้นเขาได้อยู่กับสญามนได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังใหญ่ เมื่อมองออกไปยังสนามหน้าบ้านมีเด็กผู้หญิงที่กำลังนั่งเล่นขายของบนเสื่อ แล้วยังมีเด็กผู้ชายที่ดูโตกว่าไม่กี่ปีปั่นจักรยานเล่นอยู่ใกล้ ๆ กัน ส่วนเขากับเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะค่อยมองดู ๆ เด็กสองคนนั้นอย่างมีความสุขชายหนุ่มสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาก็สายของอีกวัน เขายังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง คิดทบทวนความฝันเมื่อคืนนี้แล้วมันทำให้เขาไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมาเลยสักนิดเสียงถอนลมหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ชายหนุ่มชันกายลุกขึ้นในท่านั่ง มองไปยังรูปพ่อแม่และเขาเองเมื่อครั้

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 16 ประตูมิติเปิดขึ้นอีกครั้ง

    “ยุ..”“มีอะไรเหรอครับแม่น้ำเสียงดูจริงจัง”“หลวงตาลูกเขาบอกกับแม่ว่า”“ว่าอะไรหรอครับ”“ประตูมิติเวลามันจะเปิดขึ้นอีกครั้ง”เมื่อได้ยินคำที่ประโยคที่ไม่อยากจะได้ยิน หัวใจของชายหนุ่มไหววูบ เขาหันกลับเข้ามามองยังภายในห้องก็เจอกับหญิงสาวยืนส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่เบื้องหน้า"ยุ.. ยุยังฟังแม่อยู่ไหม" ปลายสายเห็นเงียบไปเลยเอ่ยเรียกขึ้น"ครับผมฟังอยู่" เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุดแล้วตอบกลับไป หญิงสาวเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคุยต่อเธอจึงเดินกลับมานั่งที่โซฟาหน้าทีวีปล่อยให้เขาคุยโทรศัพท์ไป"เมื่อไรครับ หลวงตาได้บอกไหม"พายุเอื้อมมือไปปิดประตูกระจกแล้วกลับมาคุยโทรศัพท์กับแม่ของตนต่อ"ไม่ได้บอกอะไรต่อลูก ท่านบอกมาแค่นี้แล้วก็หลับไป ท่านอ่อนแรงมากเลยลูก"“.........” ชายหนุ่มกลับมาเงียบอีกครั้ง“ยุ ค่อย ๆ คิดนะลูก มีอะไรมาปรึกษาพ่อกับแม่ได้ตลอด”“ครับ” เขากดปิดสายโทรศัพท์ และกำมันไว้จนแนน่นแทบจะแหลกค้างมือ ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำมันสบสนไปหมด ดวงตาชายหนุ่มเหม่อมองเข้ามาในห้อง มองหญิงสาวที่เขารักเธอก็หันมาส่งยิ้มให้เขาอีกเช่นกัน แต่เมื่อเธอเห็นใบหน้าที่กำลังเคร่งเครียดของชายหนุ่ม เธอจึงหุบยิ้มแล

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 15 NC 18+

    ตอนที่ 15ร่างบางเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่ หญิงสาวยกแขนขึ้นบิดตัวไปมาด้วยความปวดเมื่อยร่างกาย "หายไปไหนของเขานะ" สญามนชันกายลุกขึ้นนั่ง มองหาชายหนุ่มจนทั่วห้องนอนแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ร่างบางก้าวลงจากเตียงคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบตัวไว้ เปิดประตูห้องนอกชะโงกหน้าออกมามองหาชายหนุ่ม ก็เห็นแผ่นหลังของเขายืนอยู่บริเวณระเบียบห้องพร้อมกับควันบางอย่างที่ลอยขึ้นมาสญามนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอเดินตรงมาที่ระเบียบและเปิดกระจกออก กลิ่นควันบุหรี่ก็ลอยเข้าจมูกเธอทันที"ฉันไม่เคยรู้ว่านายก็สูบบุหรี่ด้วย" เมื่อได้ยินเสียงเธอชายหนุ่มก็กดบุหรี่ลงยังที่รองเพื่อดับมัน "ฉันมีเรื่องให้คิดนะ" เขาตอบกลับเธออกไป"นายคิดเรื่องอะไร ไหนเราคุยกันแล้วไงถ้ามีปัญหาอะไรให้บอกกัน นายก็บอกฉันมาสิฉันจะได้ช่วยแบ่งเบาความคิดให้นายได้บาง" ชายหนุ่มมองใบหน้าหญิง สายตาเลือนลงมองผ้าขนหนูที่เธอพันร่างกายอยู่ก็ยิ้มออกมา"แค่เรื่องเรียนนะ""จริงหรอ""จริง""แล้วให้ฉันช่วยอะไรไหม""มากอดหน่อย" พายุอ้าแขนรอ สญามนจึงเดินเข้ามาชิดร่างใหญ่ให้เขาได้กอด เธอเองก็กอดเข้าตอบเช่นกัน "นายอย่าสูบมั

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 14 เรื่องเซอร์ไพรส์

    "แม่ฉันโทรมาบอกว่าหลวงตาฟื้นแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยบอกเธอ เมื่อวางสายหลังจากคุยกับแม่ไป"ดีจัง แล้วท่านเป็นไงบ้าง""แม่บอกว่า ท่านพอพูดคุยด้วยแต่ยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไรนัก""แล้วเราจะเข้าไปหาท่านกันไหม ไม่สิ ๆ นายไปคนเดียวก่อนดีกว่า เพื่อเห็นฉันแล้วเกิดท่านตกใจขึ้นมาล่ะ""งั้นฉันไปคนเดียวก่อน วันหลังค่อยพาเธอไปนะ""โอเค"ทั้งสองตกลงกันเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงขับรถมุ่งหน้าต่อเพื่อกลับคอนโด(โรงพยาบาล)ช่วงสายวันต่อมา พายุเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมหลวงตา เมื่อมาถึงห้องผู้ป่วย ก็พบเจอพ่อและแม่ของตนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว พวกท่านยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยที่มีหลวงตากึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่"หลานสุดที่รักมาแล้วค่ะหลวงพ่อ" ผู้เป็นแม่รีบเอ่ยบอกเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา เธอมองเลยพายุไปแต่ก็ไร้เงาของสญามน ตอนแรกกะจะเอ่ยถามแต่ก็เลือกที่ยังจะไม่ถามดีกว่าพายุกล่าวสวัสดีทุกคน แล้วเดินตรงมายังข้างเตียง ชายหนุ่มโน้มตัวลงกราบไปที่มือที่เหี่ยวไปตามวัย นั้นของพระชราหลวงตาเองก็ค่อย ๆ ยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาลูบหัวหลานชายสุดที่รัก พายุพงกหัวรีบประคองมือของหลวงตาไว้ทันที"หลวงตาครับ….""ว่ายังไง" น้ำเสียงแหบต่ำของ

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 13 ว่าที่สามี

    บทที่ 13พายุลงมาที่ชั้นล่างเพื่อตามหาหญิงสาว เมื่อก้าวเช้ามาในบริเวณร้านกาแฟ ชายหนุ่มเห็นร่างบางที่คุ้นเคยนั้นทันที ถึงแม้ว่าเธอจะหันหลังอยู่ก็ตาม พายุเดินอ้อมมานั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของหญิงสาว ตอนนี้เธอมีสีหน้าเรียบเฉย ทั้งสองสบตากันไปมา“ฉันขอโทษที่คำพูดของฉันทำให้เธอคิดมาก”“...................” เธอยังคงมองชายหนุ่มนิ่ง“สญามน” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด“ฉันรู้แล้ว ไม่ได้โกรธอะไรนายหรอก ฉันเข้าใจ นายแค่ไม่อยากให้ฉันเป็นกังวล”“ตอนนี้ฉันก็เข้าใจเธอ เธอไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน ฉันก็ยังคงรักเธอ ไม่รู้ว่ามันเริ่มเมื่อไร แต่ตอนนี้รักมากบอกเลย” พายุกล่าวความรู้สึกออกมาจากใจทั้งหมด จนทำให้หญิงสาวยิ้มออกอย่างเขินอาย“เรากับขึ้นไปบนห้องกันเถอะ”“อืม” ทั้งสองจึงเดินกลับขึ้นมาเพื่อหาหลวงตาอีกครั้ง“ตอนที่ฉันนั่งกินกาแฟอยู่เมื่อกี้ฉันมาคิด ๆ ดูแล้ว เราไม่รู้ว่ามิติเวลามันจะเปิดขึ้นอีกเมื่อไรตอนไหน ฉันเลยอยากใช้เวลาอยูกับนายให้นานที่สุด” สญามนก้มหน้าพยายามเก็บความรู้กลัวจนอยากจะร้องไห้ออกมา “ไม่ ไม่มีทางฉันจะไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้นเธอจะอยู่กับฉัน เราจะต้อง

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 12 ว่าที่ลูกสะใภ้

    "วันนี้นายไม่มีเรียนเหรอ"ร่างเปลือยเปล่าของหนุ่มสาว ที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ มือเรียวเกลี่ยไรผมที่ปิดใบหน้าหล่อของชายหนุ่มที่เปลือกตายังปิดสนิท"อืมมม" เสียงต่ำครางอยู่ในลำคอ ลำแขนใหญ่เริ่มขยับ และเกี่ยวเอาคนตัวเล็กที่เอ่ยคำถามเมื่อครู่เอามากอดไว้แน่น"พายุ.. ฉันถามว่าวันนี้นายไม่มีเรียนเหรอ" เธอเอ่ยถามย้ำชายหนุ่มปรือตามอง ร่างบางในอ้อมกอด ก่อนจะกดจูบลงที่หน้าผากเธออย่างแผ่วเบา"ยังเช้าอยู่เลยนอนต่ออีกนิดนะ" กล่าวจบจมูกโด่ง ก็หอมฟอดใหญ่ไปที่แก้มเนียน ก่อนจะเลื่อนลงซุกไซร้ที่ซอกคอหญิงสาว"คริ คริ คริ ฮ่า ฮ่า พอได้แล้ว " สญามนหดคอ หัวเราะคิกคักก่อนจะดิ้น ลุกออกจากเตียงเดินมานอกห้องนอนพายุมองตามแผ่นหลังบางนั้นจดลับสายตา ชายหนุ่มก็ได้ลุกจากที่นอน เพื่อเตรียมตัวไปมหาลัยวันนี้ไม่นานชายหนุ่มเดินออกมาจากห้อง ด้วยชุดนักศึกษา รูปร่างสูงผิวที่ดูขาวสะอาดใบหน้าหล่อเหลาออกไปทางแนวเกาหลี มันทำให้หญิงสาวต้องมองจนตาค้างพายุก็จ้องตาเธอกลับเช่นกัน แถมยังหมุนตัวโชว์หญิงสาวไปหนึ่งรอบ พร้อมกลับเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเธอ เขาโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าตรงกับใบหน้าของเธอหญิงสาวหรี่ตามอง และทำหน้าสง

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 7 ดอกลั่นทม

    บทที่ 7"อืมมม"สญามนลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความปวดเมือยไปทั้งร่าง เธอกระพริบตาถี่ปรับม่านตารับเเสงที่สาดเล็ดรอดเข้ามาภายในห้องหญิงสาวนอนนิ่งไม่ขยับนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนั้น พวงแก้มก็เกิดร้อนผ่าวขึ้นมา สญามนค่อย ๆ หันหน้าไปมองคนข้าง ๆ ที่หลับอยู่ เธอจ้องมองใบหน้าหล่อของเขาก็รู้สึกเขิน

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 6 จูบแรก NC

    บทที่ 6"หรือเธอมีคนรักรออยู่" "มะ ไม่ ไม่มี" "งั้น อยู่กับฉันได้ไหม ไม่ต้องกลับไปได้ไหม" ทั้งสองสบตากัน"นาย เมาใช่ไหม""ไม่เมา ฉันพูดด้วยสติที่ยังสมบูรณ์" พายุมั่นใจว่าเขามีสติครบถ้วน แต่ที่กล้าที่จะแสดงออกและพูดคำพูดมากมายเช่นนี้ ก็น่าจะมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยนิดหน่อย"แต่… ฉัน…" ใบหน้าของทั

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 2 ข้ามเวลา

    บทที่ 2 ความรู้สึกเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศของรถยนต์ แขนเรียวของสญามนขยับขึ้นมากอดตัวไว้ เปลือกตาสวยค่อย ๆ ลืมขึ้นมา พร้อมกระพริบตาถี่เริ่มเพ่งมองไปรอบ ๆ ตัว "นี้ที่ไหน" จู่ ๆ หญิงสาวที่สลบอยู่หน้ารถเมื่อครู่นี้ ก็เอ่ยขึ้นมา พายุจึงรีบจอดรถเข้าข้างทาง "นายเป็นใคร จะพาฉันไปไหน นายลักพาตัวฉันม

  • สญามน ข้ามเวลา   บทที่ 1 วัดป่า

    วันที่ 6 กันยายน 2566วัดป่าเอี๊ยด !! "เฮ้ย อะไรว่ะ" เสียงเบรครถอย่างกระทันหันพร้อมร้องอุทานออกมา เมื่อจู่ ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง ปรากฎตัวอยู่หน้ารถของพายุ ชายหนุ่มที่กำลังจะเดินทางออกจากวัดป่าแห่งนี้ ดีที่ที่นี่เป็นบริเวณวัด เขาจึงไม่ได้ขับรถเร็วมากนัก จึงเบรคได้ทัน ชายหนุ่มจึงเปิดประตูรถลงมาขายา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status