เข้าสู่ระบบ“เรื่องเกิดช่วงที่พี่สาวของข้าจะเข้าวังพอดี เคยพบกันตามงานเลี้ยงอยู่บ้าง นางงดงามมาก เจาจ้าวหลงทั้งรักทั้งหลงสตรีนางนี้หัวปักหัวปำเลยทีเดียว แต่เท่าที่จำได้ก็ดูจะชอบยั่วให้สามีกินน้ำส้มด้วยการมีสหายต่างเพศไม่ซ้ำหน้าคอยพาไปโน่นมานี่”
“แล้วแม่นางน้อยบุตรสาวของคหบดีหลี่กงจาน ก็หน้าตาเหมือนซูเหมยหนี่อย่างกับเป็นพี่น้องคลานตามกันมา” เสียงซึ่งฟังว่าจะเป็นเสียงที่สามขัดขึ้น ก่อนเรื่องจะแตกออกไป
“แค่คล้ายน่ะ พี่สาวฉันเคยคบค้ากับคุณหนูซู ลูกสาวหลี่กงจานดูงดงามแบบอ่อนหวานมากกว่า ไม่พอยังอ่อนกว่ามาก จำได้ว่าเมื่อซูเหมยหนี่เสียชีวิตอายุเลยยี่สิบมาไกล อายุน้อยกว่าเจาจ้าวหลงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น”
“เช่นนี้มันก็คิดกันไปได้ ว่าที่เจาจ้าวหลงเลือกแต่งงานกับแม่นางผู้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบุตรชาย ทั้งที่ไม่เคยปรากฏว่ารสนิยมชอบเด็กสาวๆ เพียงเพราะคุณหนูลูกพ่อค้านั่นหน้าตาเหมือนคนรักที่ตาย”
“ก็ไม่มีอันใดต้องสงสัยอีก แม่นางนั่นหมดจดก็จริงอยู่ แต่ที่เจาจ้าวหลงมีข่าวหลุดรอดออกมาด้วยก็ล้วนแต่งดงามกันทั้งสิ้น”
“จริงอย่างเจ้าว่า เจาจ้าวหลงเห็นจะไม่มาหลงรักสตรีอายุน้อยกว่าเป็นรอบสองรอบอย่างนี้ ที่ชอบพอคงเพราะเห็นว่าหน้าตาเหมือนฮูหยินเดิมที่ตายไปแล้วเสียมากกว่า”
“พูดถึงเหมยหนี่ เท่าที่ข้ารู้มา ฟังออกจะประหลาดอยู่มาก มีอย่างหรือ แล่นไปต่างเมืองที่อยู่ในพื้นที่สงครามตามลำพัง จนถูกโจรภูเขาฆ่าตาย”
มีเสียงปิดพัดรวบเอาไว้ในมือ ตามด้วยเสียงปิดตลับใส่แผ่นชาด หลี่เซวียนอี้ถอยกลับด้วยความมึนงง แทบไม่รู้ตัวว่าเดินกลับเข้าสู่บริเวณงานได้อย่างไร
ที่นางบอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาขณะนั้นก็คือ ไม่ควรเลย ไม่ควรคิดมาทำธุระเอายามนี้ กระทั่งทำให้มาได้ยินเสียงลักลอบนินทาถึงอดีตของสามี โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับฮูหยินเก่าของเขา
นี่นะหรือ เหตุผลแท้จริงที่ทำให้เขาอยากดื่มสุรามงคลร่วมกันกับนาง ยอมให้คนครหาเพราะเข้าใจผิดว่าเจาจ้าวหลงไปแย่งคู่หมายของบุตรชายมาเป็นของตน ยอมเสียเงินทองมากมาย นี่ใช่หรือไม่ เขาถึงไม่บอกรักนางแม้เพียงสักครั้ง
หรือที่เขาไม่บอก เพราะไม่อยากโกหกโดยไม่จำเป็น
เขายอมทุ่ม เพื่อให้ได้ครอบครองหลี่เซวียนอี้ ซึ่งถ้าหลี่เซวียนอี้เป็นบุตรสาวชาวบ้านธรรมดา เขาก็อาจใช้วิธีอื่นเข้ารุกประชิด โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินทองมากมาย แต่เมื่อหลี่เซวียนอี้บุตรสาวในตระกูลคหบดีใหญ่ที่เคยรุ่งเรืองมาหลายรุ่น และเผอิญว่าบิดาเป็นพ่อค้ารายเดียวที่ไม่ขึ้นราคาของเกินจำเป็นในช่วงสงครามหรือภัยพิบัติ ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับนับถือกันอยู่ในสังคมเมืองหลวง จึงจำเป็นที่เจาจ้าวหลงจะต้องทำให้ถูกต้องเพื่อกันคำครหา
แต่ทั้งหมดที่เขาทำไป ไม่ใช่เพราะเขาอยากได้ อยากรัก หรือต้องการหลี่เซวียนอี้จริงๆ เขาเพียงต้องการเงาของฮูหยินที่ตายไปแล้วเท่านั้นเอง แค่เพียงเท่านั้นจริงๆ
หลี่เซวียนอี้ไม่เคยรู้รสของความขมขื่นมาก่อน ทว่าขณะนี้นางกำลังลิ้มรสความขมนั้นเต็มส่วน
ทำได้เพียงแต่คิดไปว่า ตลอดเวลาที่สามีของนางร่วมรักกับนาง แสดงความปรารถนาในตัวนาง เขาเห็นนางเป็นตัวแทนสตรีนางอื่น เป็นตัวแทนฮูหยินของเขา ที่ด่วนจากเขาไปเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว
การที่ได้ล่วงรู้ว่าสามีที่ตนรัก หาได้รักตนไม่ เจ็บช้ำพออยู่แล้ว แต่นี่…ยังต้องมารับรู้อีกว่าเขายังมองไม่เห็นค่าที่แท้จริงของนางเสียด้วยซ้ำ การเป็นเพียงเงาของหญิงอื่นที่จ้าวหลงรักไม่เคยลืม ดูว่าจะเจ็บช้ำเสียยิ่งกว่า
หลี่เซวียนอี้รู้สึกว่าตัวเองลอยคว้างไปไกล ดวงตามองไม่เห็นผู้ใด ทั้งที่รอบกายมีผู้คนมากมาย แม้แต่สาวใช้ที่มาด้วยกันพยายามสะกิดเรียกก็ไม่ช่วยให้สติของนางหวนกลับคืน
ใจล่องลอยนึกไปถึงค่ำคืนแรกหลังงานเลี้ยงมงคล เซวียนอี้ยังจดจำได้ถึงความรู้สึกแปลกใหม่ที่เจ้าบ่าวมอบให้
นางมองเห็นตัวเองยืนขัดเขินอยู่กลางห้องหอภายใต้ผ้าคลุมหน้าที่ตั้งใจปักอยู่ร่วมเดือน เจาจ้าวหลงเปิดผ้าคลุมออกอย่างเบามือ และบอกให้คุณหนูหลี่ไปแช่น้ำให้ผ่อนคลายเสียก่อน
หลังจากชำระร่างกายเปลี่ยนเครื่องแต่งกายชุดพิธีมาเป็นชุดนอนสีแดง เนื้อผ้าบางเบา ผ้าแนบเนื้อปักลายดอกไม้เพียงเล็กน้อย สายเล็กคล้องคอสำหรับผูกด้านหลังยังหลุดลุ่ยอยู่เพราะเอื้อมไปมัดเองไม่ถึง เซวียนอี้รู้สึกว่าตนเองเงอะงะ เมื่อร่างสูงของเจ้าบ่าวก้าวตรงเข้ามาหา
เจาจ้าวหลงอาบน้ำชำระกายเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เสื้อคลุมไหมสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายกิเลนสีทองปกปิดร่างกายสูงกำยำแทนชุดพิธีสีแดงแสบตา
หลี่เซวียนอี้อยากหลบนัยน์ตาเข้มจัดที่ฉายแวววับวาม อันทำให้เนื้อในอกของนางเต้นระทึก แต่ก็ไม่อาจกระทำได้
เนื้อตัวของคุณหนูที่แม้จะก๋ากั่นสั่นไหว เมื่อมือแข็งแรงร้อนผ่าว แตะลงบนหัวไหล่ทั้งสองดันให้เดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง เขาไม่ได้ผูกเชือกคล้องคอให้แก่นางเสียด้วยซ้ำ จ้าวหลงเพียงแค่ปล่อยมันห้อยพาดบ่าเล็กของนางไว้เช่นนั้น
นัยน์ตาคมวับกราดมองทั่วเรือนร่างภายใต้ชุดนอนเนื้อเบา จนแทบจะแลบประกายไฟปรารถนาเร่าร้อนออกมา จ้าวหลงพร้อมจะโหมไฟให้นางมอดมลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกันกับเขา
หลี่เซวียนอี้หรุบดวงตาที่คงฉายแววสะทกสะเทิ้นให้ต่ำลง จึงเห็นว่ากล้ามเนื้ออกบริเวณที่สาบเสื้อคลุมแยกออกจากกันนูนแน่น ชวนลูบไล้ หลายต่อหลายคนเอ่ยเตือนว่าชายอายุเท่าเขานั้น อาจมีข้อบกพร่องในด้านนี้ แต่เซวียนอี้ที่เห็นแม้กระทั่งแอ่งชีพจรแถวโคนลำคอของเขากำลังเต้นริกก็รู้สึกว่าคำเตือนเหล่านั้นอาจจะผิดพลาดไปทุกประการ
มือแข็งแรงทั้งสองของหนุ่มใหญ่ที่กำลังแตะไล้ไหล่เปล่าเปลือย ก่อความรู้สึกวูบวาบแล่นสู่แก่นแท้แห่งสัญลักษณ์ของอิตถีเพศ นางรับรู้ถึงความร้อนรุ่ม และเต้นตุบของปลายประสาทที่ไม่เคยรับรู้ว่ามีอยู่ตรงบริเวณนั้น
“ทะ…ท่านรองเสนาบดี”
“เรียกขานข้าว่าท่านพี่” เสียงกระซิบแหบพร่าสั่งคนงาม
บทพิเศษ 5ท้องฟ้ายามรุ่งสางเหนือหุบเขาฟ้ากระจ่างงดงามราวภาพวาดของจิตรกรสวรรค์ สายหมอกสีเงินบางเบาแผ่คลุมผืนป่าเขียวขจี ลำธารไหลพาดผ่านโขดหินประหนึ่งแพรไหมทอดยาว เสียงนกป่าขับขานท่วงทำนองรับเช้าใหม่ให้แผ่นดินทั้งผืนคึกคัก ท่ามกลางทัศนียภาพสวรรค์นั้น มีขบวนรถม้าสามคันเคลื่อนผ่านทางดินเล็กๆ ลัดเลาะสู่ด้านในหุบเขาของเมืองสุ่ยที่ตั้งอยู่ห่างไกล ม้านำหน้าสะบัดแผงคอพลิ้วสวย บ่งบอกถึงการดูแลอย่างดีของผู้เป็นนาย สองข้างทางมีชาวบ้านมาสอดส่องด้วยได้ยินข่าวลือว่าจะมีขุนนางชั้นสูงมาพักผ่อนผู้นำขบวนคือ เจาจ้าวหลงบุรุษผู้ได้รับการกล่าวขานทั่วแคว้นว่าเฉียบแหลม สงบนิ่ง และมีอำนาจบารมีเพียงพอให้คนทั้งราชสำนักต้องระมัดระวังถ้อยคำ ยิ่งหลังการเรียกตัวด่วนเมื่อปีก่อนอำนาจยิ่งมากล้น เขาสวมอาภรณ์สีครามปักลายเมฆทอง ดวงตาดูสงบแต่ซ่อนประกายเฉียบคม เส้นผมยาวดำขลับรวบด้วยปิ่นหยกอ่อน ยามควบม้าอย่างมั่นคง เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ที่ผ่านสมรภูมิการเมืองและงานราชการมานับไม่ถ้วน
บทพิเศษ 4คืนนี้ยาวนานจริงดังคาดการณ์ ช่วงที่ห่างฮูหยินผู้นี้เขาต้องอดทน อดกลั้นไว้เสียมากมาย แม้มีคนมาเสนอสตรีอื่นให้ใช้แก้ขัด เขาก็ไม่อาจปลดปล่อยร่วมหลับนอนได้ลง หากไม่ใช่หลี่เซวียนอี้ฮูหยินคนงามผู้นี้นั้น เพียงแค่ประกบปากมอบรสจูบให้ไป ความปรารถนาอันยากจะระงับก็ถือกำเนิดจึ้นในกายอย่างพุ่งพล่านการตักตวงดูดกินที่มูมมามทิ้งรอยแดงเป็นจ้ำๆ ในทุกตารางนิ้วที่เจาจ้าวหลงก้มลงไปขบเม้ม ยิ่งหลี่เซวียนอี้เองก็โหยหาสัมผัสของสามีอยู่ทุกคืนวัน จึงทำให้กายสาวที่เต่งตึงไม่เหลือความอายมาบดบัง มีแต่จะแอ่นยั่วให้แท่งหยกที่เฝ้าฝันถึงตั้งตรงพร้อมทำร่องรักของนางให้ปั่นป่วนเพียงแค่รสจูบ และการกอบกุมเต้าที่เต่งตึงอวบใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ด้วยร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอวบอั๋นเต็มไม้เต็มมือหลังการมีบุตร ก็ทำให้เลือดในกายข
บทพิเศษ 3ลมราตรีพัดเอื่อย เสียงไผ่เสียดสีกันเบาๆ ราวเสียงลมหายใจแห่งค่ำคืนที่เงียบสงบ ในลานใหญ่ของ จวนรองเสนาบดีเจามีแสงจากโคมแขวนนับสิบส่องสว่างล้อมเรือนนอนของ ฮูหยินหลี่เซวียนอี้ หญิงสาววัยยี่สิบผู้เพิ่งผ่านการคลอดบุตรได้ไม่กี่เดือน ใบหน้าเรียวสวยมีร่องรอยอ่อนล้าจากการรอคอยสามีที่ออกไปทำงานตามนับสั่งที่เมืองเหนือมาเนิ่นนานคืนนี้...เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา นางจุดตะเกียงรออยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปทางประตูใหญ่ที่เงียบงัน“เหยาเหยา ท่านพี่ไม่ส่งจดหมายหาข้ามาเดือนกว่าแล้ว...” เสียงหวานของนางแผ่วเบาแต่สั่นเครือ “…ข้าจะทำอย่างไรดี ไปตามคุณชายเจาที่จวนเล็กที เขาอาจได้จดหมายจากบิดา”เหยาเหยาสาวใช้คนสนิทรีบคุกเข่าลง “ฮูหยินเจ้าคะ คืนนี้ดึกมากแล้ว รอพรุ่งนี้เถิดเจ้าค่ะ ขืนออกไปตอนนี้คงโดนพวกทหารยามดุแน่”
บทพิเศษ 2ยามรุ่งสางของวันถัดมา แสงอรุณแรกสาดผ่านม่านโปร่งของเรือนใน กลิ่นยาจีนจางๆ ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง หลี่เซวียนอี้เพิ่งตื่นหลังจากหลับพักไปครึ่งคืน นางรู้สึกอ่อนแรงจนแทบขยับตัวไม่ได้ แต่เมื่อสายตาเหลือบเห็นผ้าอ้อมผืนเล็กที่วางอยู่ข้างหมอน ใบหน้างามก็คลี่ยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ฮูหยิน อย่าพยายามลุกเลยเจ้าค่ะ” เหยาเหยารีบเข้ามาประคองเมื่อเห็นนายหญิงพยายามยันตัวขึ้น “หมอตำแยกำชับไว้ ว่าท่านต้องพักให้มาก อย่าได้ฝืน”“ข้าเพียงอยากดูหน้านางอีกสักครั้ง” เซวียนอี้ตอบเสียงแผ่ว “เมื่อคืนยังไม่ทันได้ดูชัด...”เหยาเหยาหัวเราะเบาๆ แล้วชะเง้อมองออกไปทางเฉลียง “คุณชายใหญ่ก็ไม่ยอมวางมือให้แม่นมรับไปดูแลตั้งแต่ฟ้าสาง นางนอนอยู่ในอ้อมแขนคุณชายนั่นแหละเจ้าค่ะ จะให้ข้าไปเอามาให้หรือไม่เจ้าคะ”
บทพิเศษ 1แสงโคมแขวนนับร้อยส่องอร่ามไปทั่วลานใหญ่ของ จวนรองเสนาบดีเจา กลิ่นสุราและเสียงดนตรีแผ่วเบาดังขึ้นคลอบรรยากาศ เสียงหัวเราะของแขกผู้มาร่วมงานดังสอดรับไปทั่วเรือนหลวงอันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองหลวงจวนแห่งนี้ในค่ำคืนนี้งามสง่าเกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นทั้งงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบของรองเสนาบดีผู้มีผลงานใหญ่ และเป็นงานแสดงความยินดีต่อ ฮูหยินหลี่เซวียนอี้ ผู้ที่ได้รับพระราชทานตราตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อหลายเดือนก่อน ทว่ายังจัดงานไม่ได้ เพราะนางต้องการให้พี่ชายกลับมาร่วมฉลองพร้อมหน้าหลี่เซวียนอี้ในอาภรณ์ผ้าไหมสีอ่อนปักนายพระจันทร์ นั่งอยู่ข้างสามีบนแท่นรับรอง นางอุ้มท้องกลมโตจนขยับตัวลำบาก ใบหน้างามที่เคยขาวนวลบัดนี้มีเหงื่อเม็ดละเอียดผุดขึ้นตรงขมับ ทว่ารอยยิ้มของนางยังละมุนเช่นเดิม จ
บทที่ 17“ไม่เคยกลัวเลยเจ้าค่ะเรื่องนั้น กลัวจะไม่เป็นที่ต้องการของท่านพี่อีกต่อไปมากกว่า”“นั่นยิ่งไม่ควรกลัวอย่างยิ่ง จะบอกความลับให้อย่างหนึ่ง กับเซวียนอี้ข้าสู้ไม่ถอย แต่กับสตรีอื่นข้าไม่มีอารมณ์เอาเสียเลย”“อาจเว้นนางคณิกาผู้นั้นอีกคนก็ได้” หลี่เซวียนอี้เชิดหน้าขึ้น“คณิกาคนใด”“ทำเป็นลืมเลือน เมื่อครู่ท่านพี่ก็ยังกล่าวถึงมี่เจียอยู่หยกๆ”“จริงสิ” เจาจ้าวหลงลากเสียงแล้วก้มลงยิ้มตาพราว“มี่เจียกับข้าเคยมีเรื่องสัมพันธ์ชั่วคราวอย่างนั้นจริง ข้







