Share

บทที่ 12 วาสนาพานพบ

last update Huling Na-update: 2025-05-04 15:07:28

ลั่วจินหยางรีบวิ่งเข้ามาหาลั่วหนิงฮวาด้วยความดีใจ เขาสำรวจดูน้องสาวของตนอย่างพิจารณา คล้าย ๆ กับว่านางจะผอมลงไปไม่น้อย เมื่อคิดได้เช่นนั้น ใจของลั่วจินหยางก็ให้เจ็บปวดยิ่งนัก 

แต่ไหนแต่ไรมาเขามิค่อยได้อยู่จวนเท่าใดนัก จึงอาจจะดูห่างเหินกับน้องสาวผู้นี้ไปไม่น้อย แต่ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่นอกจวนเป็นส่วนมาก แต่เขาเองก็รู้เรื่องที่ลั่วหนิงฮวาถูกมารดาเลี้ยงกลั่นแกล้ง เขานึกเจ็บใจไม่น้อย หากเขาได้สืบทอดจวนต่อจากท่านพ่อเมื่อใด เขาจะต้องปกป้องลั่วหนิงฮวาให้จงได้ 

"พี่ใหญ่" 

"หนิงเอ๋อร์ พี่ผิดต่อเจ้ายิ่งนัก พี่ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้" 

ลั่วจินหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดอย่างจริงใจ ลั่วหนิงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกไป 

นางสัมผัสได้ถึงความห่างเหินระหว่างพี่น้องคู่นี้ แต่จะไปว่าลั่วจินหยางอยู่ในสนามสงครามเสียส่วนใหญ่ เรื่องนี้นางเข้าใจดี 

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย อย่างไรเสียนางก็ยังมีพี่ชายร่วมมารดาหลงเหลืออยู่ เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วไปเถิด 

นางมิใช่สตรีที่เย่อหยิ่งจองหองอันใดเหล่านั้น 

"ช่างเถิด ว่าแต่พี่ใหญ่มาได้อย่างไรหรือเจ้าคะ" 

ลั่วจินหยางที่ได้ยินน้องสาวของตนเอ่ยถามเช่นนี้ก็เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเล่าเรื่องราวให้นางฟัง เขาเพียงเล่าแค่บางส่วนเท่านั้น แน่นอนว่าเรื่องที่ถูกนักฆ่าตามเอาชีวิตเขาไม่มีทางเล่าให้นางฟัง 

โจวอวี้หลันเห็นว่ารถม้าจอดนานเกินไปแล้ว นางจึงก้าวเดินลงมาจากรถม้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่ลั่วจินหยางและลั่วหนิงฮวาเล็กน้อย 

"ที่นี่น่ะหรือ?" 

โจวอวี้หลันมองบ้านสภาพเก่าตรงหน้าก่อนจะทอดถอนใจออกมาเล็กน้อย 

"หนิงเอ๋อร์ นี่คือองค์หญิงโจวอวี้หลัน" 

"ถวายพระพรองค์หญิงเพคะ" 

ลั่วหนิงฮวาทำความเคารพโจวอวี้หลันอย่างนอบน้อม แต่ทว่าใบหน้ากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม มีเพียงความเฉยชาและไร้ความรู้สึกบนใบหน้าสวยของนาง 

โจวอวี้หลันมิใช่คนที่ถือตนอันใด นางจึงไม่ใส่ใจมากนัก เมื่อหันไปมองเหล่าจางสงที่กำลังเดินกลับมาจากไปฝังสุรา ก็ขมวดคิ้วมุ่น 

"นี่เป็นคนของเจ้าหรือ?" 

"เพคะ ลูกน้องหม่อมฉันเอง" 

"ลูกน้อง?" 

"เพคะ พวกเขามาช่วยทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ องค์หญิงอย่าทรงใส่พระทัยเลยเพคะ ยามนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว เชิญเสด็จประทับด้านในก่อนเถอะเพคะ ข้างในอาจจะคับแคบไปบ้าง ขออย่าทรงถือสานะเพคะ" 

"ไม่เป็นไร ข้าอยู่ได้ รองแม่ทัพลั่ว ไปพาอาเฉินลงมาเถิด" 

"พ่ะย่ะค่ะ" 

ลั่วหนิงฮวาสั่งให้แม่นมหยางและซือลี่พาองค์หญิงเข้าไปพักผ่อนด้านในเสียก่อน ส่วนนางกำลังจ้องมองไปที่ร่างของบุรุษผู้หนึ่ง บุรุษผู้นั้นก็มองมาที่นางเช่นกัน 

เขาสวมชุดสีเขียวทั้งชุด ดูทรงเสน่ห์และน่าค้นหาไม่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาแฝงเอาไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาเจาะหูทั้งสองข้าง ยิ่งขับให้ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับเซียนสวรรค์

จะว่าผีก็มิใช่ วิญญาณก็ไม่เชิง 

เมื่อได้เห็นร่างของบุรุษที่ลั่วจินหยางและทหารอีกสามนายนำลงมาจากรถม้า ลั่วหนิงฮวาก็เข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง 

บุรุษผู้นั้นวิญญาณหลุดออกมาจากร่างสินะ!!! 

เฮ้อ!!! นี่นางเจอผีอีกแล้ว ดูนั่นสิ นั่นคงเป็นเหล่าทหารที่ตายระหว่างทางเป็นแน่ สภาพแต่ละคนช่างดูไม่ได้เอาเสียเลย แต่ยังคงจงรักภักดีตามมาส่งนายของตนอีก 

น่าเวทนายิ่งนัก! 

ลั่วจินหยางไม่ได้บอกนางทั้งหมดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่ทว่าดูจากสภาพวิญญาณทหารพวกนั้นแล้ว ระหว่างทางคงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเป็นแน่ 

โจวอี้เฉินจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก นางรวบผมเก็บอย่างลวก ๆ ใบหน้าสวยหวานแต่กลับแฝงเอาไว้ด้วยความเย็นชา ชุดสีเขียวไม้ไผ่ยิ่งขับเน้นให้นางดูงดงามสบายตากว่าสตรีใดที่เขาเคยเจอเสียอีก 

โจวอี้เฉินในยามที่ยังมีชีวิต เขาหลงมัวเมาในสตรีอย่างไม่ลืมหูลืมตา สตรีใดที่ว่างดงามล่มเมืองเขาล้วนเคยเห็นมาจนหมด 

แต่กลับไม่มีใครงดงามเท่านางเลย

ลั่วหนิงฮวาเมื่อรู้ตัวว่าถูกโจวอี้เฉินจ้องมองก็รู้สึกประหม่าไม่น้อย ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย แต่ทว่าใจของนางกลับเต้นไม่เป็นส่ำ 

เกิดมาเพิ่งเคยเจอผีหล่อขนาดนี้! 

โจวอี้เฉินยกยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก่อนจะพุ่งเข้าไปปรากฏกายอยู่ตรงหน้าของลั่วหนิงฮวาอย่างรวดเร็ว ลั่วหนิงฮวาสะดุ้งตกใจ ก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าว 

"น้องสาวเห็นพี่ชายด้วยหรือ?" 

ลั่วหนิงฮวา "..."

"น้องสาวผู้นี้ช่างงดงามยิ่งนัก ข้ามิเคยเห็นสตรีใดงดงามเท่าเจ้ามาก่อน" 

ลั่วหนิงฮวานึกยิ้มเยาะในใจ ช่างหน้าหม้อหน้าด้านยิ่งนัก ขนาดกลายเป็นผีแล้วยังไม่ละตัณหา 

"ดูท่าแล้ว ท่านคงจะตายเพราะสตรีมาสินะ" 

โจวอี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปในทันที ดวงตาคมฉายแววเย็นชา ก่อนจะเอ่ยกับลั่วหนิงฮวาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ 

"เจ้ารู้ได้เช่นไร?" 

"เหอะ เจ้าชู้ตัณหากลับเช่นนี้ ส่วนมากจะตายเพราะสตรีทั้งนั้น ข้าเดาถูกหรือไม่?" 

โจวอี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้นความโกรธเคืองในคราแรกก็หายไปจนหมดสิ้น เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่ยั่วเย้า 

"พี่ชายยังไม่ตาย เพียงแค่ออกมาเที่ยวเล่นชั่วคราวเท่านั้น หากน้องสาวไม่รังเกียจ..." 

"ข้ารังเกียจ ข้าไม่ชอบผีตัณหากลับ" 

"น้องสาวอย่าเพิ่งไป พี่ชายไม่กวนใจเจ้าก็ได้ แต่พี่ชายมีข้อแลกเปลี่ยน" 

"แลกเปลี่ยนสิ่งใด" 

"พี่ชายเป็นถึงองค์รัชทายาท ในเมื่อน้องสาวเห็นพี่ชายแล้ว ก็เมตตาช่วยเหลือพี่ชายสักคราเถิด" 

"ช่วยเช่นใด?" 

"ช่วยข้าให้หาทางกลับเข้าร่างให้ได้ หากเจ้าทำได้ พี่ชายจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลั่วหนิงฮวาก็จ้องมองโจวอี้เฉินอย่างพิจารณา 

ตอบแทนอย่างงาม? 

เอาจริง ๆ นางก็มิใช่คิดจะหวังผลตอบแทนอะไรจากเขา 

แต่ถ้าได้ตั๋วเงินสักหมื่นตำลึงก็คงจะดีไม่น้อย ยามนี้นางขาดแคลนเงินทองยิ่งนัก

"น้องสาว" 

"ข้าไม่รับปากว่าจะช่วยได้หรือไม่?" 

"ห้าพันตำลึง" 

"เฮ้อ เริ่มเห็นเค้าราง ๆ แล้ว แต่ยังนึกวิธีไม่ออก" 

"หมื่นตำลึง" 

"โอ๊ย อย่ากดดันข้า แต่เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างบ้างแล้ว" 

โจวอี้เฉินรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก สตรีน้อยนางนี้ช่างหน้าเงินยิ่งนัก 

"ห้าหมื่นตำลึง!!!"

"ก็ได้ แต่ขอข้าคิดหาวิธีก่อนนะ ยามนี้ข้ายังต้องรักษาใบหน้าอัมพาตของตนอีก คงช่วยท่านได้ไม่มากนัก" 

โจวอี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจเรื่องราวตรงหน้าได้เป็นอย่างดี 

ที่แท้แล้วที่นางไม่ยิ้มแย้มไม่แสดงท่าทีใดใดก็เพราะนางเป็นโรคอัมพาตที่ใบหน้าหรอกหรือ 

ช่างเถิด ตรงนั้นไม่เป็นอัมพาตก็ดีมากแล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงส่งยิ้มให้นางก่อนจะเอ่ยตอบ

"เอาเถิด ข้ารอได้ พี่ชายเชื่อว่าที่เราได้พานพบกันในครานี้เป็นเพราะมีวาสนาร่วมกัน"

วาสนากับผีน่ะสิ!!!

"ก็ดี อย่าลืมเล่า หากข้าทำสำเร็จแล้วเจ้าไม่ยอมทำตามที่พูด ต่อให้เจ้าเป็นองค์รัชทายาท ข้าก็ไม่ละเว้น!!!" 

"พี่ชายรู้แล้ว รบกวนน้องสาวด้วย" 

"เลิกเรียกข้าแบบนี้เสียที" 

"เช่นนั้นให้เรียกเช่นไร?" 

"หนิงเอ๋อร์"

"ข้าชื่อโจวอี้เฉิน เรียกอาเฉินก็ได้ หรือเจ้าอยากจะเรียก สามี ก็ได้" 

มารดามันเถอะ!!! 

ลั่วหนิงฮวาจ้องมองโจวอี้เฉินด้วยสายตาที่เย็นชา โจวอี้เฉินเองก็ส่งยิ้มให้นางเล็กน้อย 

ยามนี้มีคนที่สามารถสื่อสารกับเขาได้แล้ว อย่างไรเสียการผูกมิตรกับนางย่อมเป็นประโยชน์กับเขา

อากาศเริ่มเย็นลงทุกขณะ ลั่วหนิงฮวาสวมเพียงเสื้อผ้าบางเบา นางก้มลงไปปัดเศษใบหญ้าที่ติดตรงชายกระโปรง ทำให้โจวอี้เฉินที่ยืนอยู่มองเห็นหน้าอกที่ใหญ่ทะลักของนางได้เต็มสายตา 

โจวอี้เฉินซู้ดปากด้วยความเสียวสะท้าน เขาจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตา จนกระทั่งลั่วหนิงฮวาเงยหน้าขึ้นมาพอดี จึงรู้ว่าเขากำลังมองหน้าอกของนางอยู่ 

ผีทะเล!!! 

เพราะโจวอี้เฉินเพ่งมองหน้าอกของลั่วหนิงฮวาอย่างตั้งใจ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจึงหลุดออกมาจากเบ้าทันที 

ลั่วหนิงฮวาที่เห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกสะอิดสะเอียนไม่น้อย แต่กลับแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าไม่ได้ ทำได้เพียงมองดูโจวอี้เฉินหยิบลูกตาของตนเองทั้งสองข้างยัดเข้าเบ้าตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

บัดซบ!!! นี่นางกำลังเจอสิ่งใดอยู่กัน 

อีกด้านหนึ่ง โจวอวี้หลันกับลั่วจินหยางกำลังช่วยกันประคองโจวอี้เฉินลงบนเตียง ทันทีที่วางร่างของโจวอี้เฉินลง ท่อนเอ็นลำมังกรของโจวอี้เฉินก็พลันแข็งชูชันขึ้นมาเสียดื้อ ๆ 

โจวอวี้หลันและลั่วจินหยางต่างหันมาสบตากันด้วยความเลิ่กลั่ก 

โจวอวี้หลันทำได้เพียงครุ่นคิดในใจ

ขนาดป่วยปางตายยังแข็งขนาดนี้ได้อีกหรือ?

นางพยายามไล่ความคิดบ้า ๆ นี้ออกไป ก่อนจะหันไปพบกับลั่วจินหยางที่ยืนหนีบขาอยู่ โจวอวี้หลันขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

"รองแม่ทัพลั่ว ท่านเป็นอันใดหรือ เหตุใดจึงยืนหนีบขาเช่นนั้นเล่า?" 

"เอ่อ..." 

"รองแม่ทัพลั่ว" 

"กระหม่อมแข็งพ่ะย่ะค่ะ" 

"สิ่งใดแข็ง?" 

ลั่วจินหยางใบหน้าแดงระเรื่อ เมื่อถูกโจวอวี้หลันคาดคั้น เขาจึงถอดกางเกงให้นางดูทันที

"สิ่งนี้พ่ะย่ะค่ะ"

โจวอวี้หลัน "..."

ปัง!!!

เสียงประตูดังคล้ายถูกบางอย่างกระแทกอย่างรุนแรง เมื่อลั่วหนิงฮวาหันไปมองก็พบกับลั่วจินหยางที่กระเด็นออกมาจากเรือนของนาง

แน่นอนว่าโจวอวี้หลันเป็นคนถีบเขาออกมาเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สตรีหน้าตายกับผีร้ายจอมป่วน   ตอนพิเศษ ดินแดนปรภพที่แสนงดงาม

    รัชศกอี้เฉินปีที่ 30 เข้าสู่ช่วงเหมันต์ฤดู อากาศค่อนข้างหนาวเย็นเป็นอย่างมาก ยามนี้ลั่วหนิงฮวากำลังนั่งสนทนาอยู่กับโจวอวี้หลันด้านในตำหนักเฟิ่งหวง พวกเขาทั้งสองอายุมากแล้ว แต่ทว่าความงดงามกลับไม่ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย ยามว่างโจวอวี้หลันมักจะเข้าวังมาเยี่ยมนางอยู่เสมอ"พี่หญิง ท่านลองดื่มชาหลงจิ่งถ้วยนี้ดูเถิด รสชาติดียิ่งนัก" "อืม" โจวอวี้หลันยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม รสชาติหวานล้ำและกลิ่นหอมของใบชาทำให้นางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "ได้ยินว่าสองวันก่อน องค์รัชทายาท องค์ชายรองและองค์หญิง ออกไปเที่ยวเล่นนอกวังหลวงมาหรือ" โจวอวี้หลันเอ่ยถามขึ้นมา ลั่วหนิงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย นางมีพระโอรสสององค์ และองค์หญิงอีกหนึ่งองค์ ลูกทั้งสามมีอายุไม่ห่างกันมากเท่าใดนัก โจวเทียนสิงเป็นองค์รัชทายาท ปีนี้อายุสิบแปดปีเต็มแล้ว โจวเซิงหยวน องค์ชายรองปีนี้อายุสิบหกปีเต็ม และโจวหงอี้อายุสิบสี่ปีเต็ม บุตรทั้งสามของนางนั้นสร้างแต่เรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน "พี่หญิง พูดถึงพวกเขาแล้วข้าเหนื่อยใจยิ่งนัก" "เอาเถิด เด็ก ๆ ก็เป็นเช่นนี้ ดูลั่วเฟิงบุตรชายคนเดียวของข้าสิ เขาก็เที่ยวเล่นเช่นนี้ประจำ

  • สตรีหน้าตายกับผีร้ายจอมป่วน   ตอนพิเศษ สุขสม

    "อะ อื้อออ!!!" เสียงครวญครางแผ่วต่ำสลับกับเสียงฝนที่โปรยปรายในยามค่ำคืน สร้างความร้อนรุ่มให้แก่โจวอี้เฉินเป็นอย่างยิ่ง"เด็กดี นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น" "อาเฉินร่างกายท่าน!!! ""มิต้องกังวลท่านหมอเทวดาบอกว่าข้าหายดีแล้ว""อื้ออออ!!!" ลั่วหนิงฮวารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อถูกโจวอี้เฉินมอบรสจูบที่แสนเร่าร้อนให้แก่นางเช่นนี้ เขาสอดลิ้นอุ่นร้อนเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นชื้นแฉะของนางอย่างเอาแต่ใจ ยามนี้อาภรณ์ที่แสนประณีตงดงามกลับถูกเขาดึงทึ้งลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว ร่างกายของนางเปลือยเปล่าอ่อนระทวยอยู่ภายใต้ร่างแกร่งของเขา มือหนาใหญ่ลูบไล้ไปทั่วเรือนกายขาวผ่องอย่างซุกซน ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนใบหน้ามาจูบไซ้ที่ซอกคอขาวเนียนของนาง และค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าลงมาที่สองเต้าอวบสวย โจวอี้เฉินครอบริมฝีปากกลืนกินยอดปทุมถันสีหวานของนางอย่างหื่นกระหาย มือหยาบกร้านบีบขยำดอกบัวงามจนเกิดเป็นรอยแดงทั้งสิบนิ้ว "อื้ออออ ข้าเสียว!!!" ลั่วหนิงฮวาแอ่นอกสวยให้เขาเชยชมอย่างไม่ขัดขืน โจวอี้เฉินแลบลิ้นเลียจุกบัวสีหวานของนางอย่างหยอกเย้า ตั้งแต่คลอดพระโอรสองค์แรก เขากับนางก็ห่างเหินเรื่องสัมพันธ์สวาทเช่นนี้มานา

  • สตรีหน้าตายกับผีร้ายจอมป่วน   บทที่ 56 บทสรุปของทุกสิ่ง (จบบริบูรณ์)

    นอกจากจะสังหารโจวเหวินกวงแล้ว หนึ่งเดือนต่อมา โจวอี้เฉินก็พบกับเบาะแสที่จวิ้นอ๋องหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อห้าปีก่อน จวิ้นอ๋องเป็นน้องชายของเสด็จพ่อและเป็นเสด็จอาอีกคนของเขา เมื่อสืบค้นตามคำบอกเล่าของวิญญาณจวิ้นอ๋อง จึงพบว่าเขาถูกโจวเหวินกวงสังหารและฝังร่างไว้ที่ท้ายจวนชินอ๋องอย่างเลือดเย็น เพียงเพราะเขาไปได้ยินว่าโจวเหวินกวงวางแผนจะลอบวางยาอดีตฮ่องเต้ แต่กลับทำไม่สำเร็จ เพราะเสด็จพ่อของเขาก็ทรงระวังพระองค์ไม่น้อยแท้จริงโจวเหวินกวงคิดเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว มิใช่เพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ จวิ้นอ๋องก็ไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตามคำบอกเล่าของคนอื่น ๆ ที่บอกว่าเขาถูกฆ่าเพราะมัวเมาสตรีผิดลูกผิดเมียผู้อื่น แต่แท้จริงแล้ว เพราะไปรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้มาก่อนเพียงเท่านั้น จึงถูกสังหารจนตกตายร่างของจวิ้นอ๋องถูกนำกลับมาฝังในสุสานราชวงศ์อย่างสมเกียรติ "อาเฉินขอบใจเจ้ามาก" "เสด็จอาจวิ้นอ๋องมิต้องเกรงใจ""อาเฉิน เดิมทีข้าจะต้องไปเกิดแล้ว แต่เพราะความงามของลั่วฮองเฮา ข้าจึงอยากอยู่ต่ออีกสักหน่อย" โจวอี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันขวับไปมองจวิ้นอ๋องทันที "เสด็จอา ท่านอยากตายรอบสองหรือไม่พ่ะ

  • สตรีหน้าตายกับผีร้ายจอมป่วน   บทที่ 55 แต่งตั้งฮองเฮา

    เมื่อได้รับราชโองการฉบับจริงกลับมาแล้ว โจวอี้เฉินจึงขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้หยางโจวพระองค์ใหม่อย่างถูกต้องตามพระราชประเพณี โจวเหวินกวงถูกจับขังเอาไว้ที่คุกหลวง โจวอี้เฉินสั่งให้คนจับตาดูเขาทุกฝีก้าวเพื่อมิให้เขาลักลอบฆ่าตัวตายได้สำเร็จ เพราะมีความตายที่เขารอจะมอบให้โจวเหวินกวงอยู่แล้ว หยางโจวรัชศกอี้เฉิน ปีที่หนึ่ง วันนี้เป็นฤกษ์มงคลที่โหราจารย์คัดสรรมาอย่างดี ท้องฟ้าและแสงแดดค่อนข้างปลอดโปร่งเป็นใจยิ่งนัก บนถนนซึ่งทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด มีขบวนเกียรติยศขบวนหนึ่ง ค่อย ๆ เคลื่อนไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงเพลงขับขานชวนหลงใหล เกี้ยวมงคลสีเหลืองทอง ขนาดสิบหกคนหาม ม่านเกี้ยวปักดิ้นทองลายหงส์น่าเกรงขามโดดเด่นงดงามตระการตามิใช่น้อย เกี้ยวมงคลอันงดงามนี้เคลื่อนขบวนจากจวนตระกูลลั่วมุ่งหน้าสู่วังหลวง สตรีที่คู่ควรกับขบวนเกียรติยศงดงามโอ่อ่าหลังนี้มีเพียงฮองเฮาเท่านั้น ลั่วหนิงฮวาสวมชุดสีทองปักลายหงส์งามสง่า บนศีรษะประดับมงกุฎหงส์ ขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานดูงดงามน่าเกรงขามไม่น้อย ยามนี้นางกำลังนั่งอยู่ในเกี้ยวเพื่อมุ่งหน้าสู่พระราชวัง ขบวนเกียรติยศมาถึงวังหลวงอย่างสง่างาม ยามที่นาง

  • สตรีหน้าตายกับผีร้ายจอมป่วน   บทที่ 54 ยึดแผ่นดินกลับคืน

    โจวเหวินกวงลนลานปล่อยมือออกจากร่างของลั่วหนิงฮวาก่อนจะทรุดกายลงไปกับพื้น แล้วจึงสั่งเหล่าทหารให้เตรียมต้านรับสุดกำลัง เมื่อหันมาอีกครากลับพบว่านางหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว วิญญาณจวิ้นอ๋องและอดีตฮองเฮาบดบังกายนางเอาไว้ อีกทั้งยังบอกนางว่าโจวเหวินกวงคนสารเลวได้สังหารท่านตาของโจวอี้เฉินไปก่อนหน้าแล้ว ลั่วหนิงฮวากำมือแน่น ความเกลียดชังที่มีต่อโจวเหวินกวงยิ่งทบทวีมากขึ้นไปอีกลั่วหนิงฮวามุ่งหน้ามายังตำหนักเย็นซึ่งเป็นที่ที่โจวอวี้หลันถูกจับกุมตัวเอาไว้ ระหว่างทางนางแอบหยิบดาบและธนูของทหารที่วางไว้ติดมือมาด้วย"พี่หญิง!!!" "หนิงเอ๋อร์ เจ้า!!!" "พี่หญิง ฮึก ท่านตาของท่านและท่านพ่อของข้า ถูกประหารสิ้นแล้ว!!!" โจวอวี้หลันที่ได้ยินเช่นนั้นก็แทบทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่ ลั่วหนิงฮวาที่ไร้เรี่ยวแรงไม่น้อยไปกว่ากัน ต้องเข้ามาช่วยประคองโจวอวี้หลันเอาไว้ "พี่หญิง หนีก่อนเถิด!!!" "หนีเช่นไร ยามนี้ข้าไม่มีอาวุธเลย!!!" "ไม่ต้องกังวล ระหว่างทางข้าแอบหยิบดาบของทหารและธนูติดมาด้วย โจวอี้เฉินมาถึงแล้ว เราย่อมหนีออกไปได้ รีบไปเถิด ยามนี้กองทัพของอาเฉินและพี่ใหญ่กำลังรอเราอยู่!!!" โจวอวี้หลันที่ได้ยินเช่

  • สตรีหน้าตายกับผีร้ายจอมป่วน   บทที่ 53 ทัณฑ์แล่เนื้อเถือหนัง

    ลานประหาร โจวเหวินกวงสั่งให้ทหารนำแม่ทัพลั่วไปมัดขึงเอาไว้ที่กลางลานประหาร ก่อนจะลากตัวลั่วหนิงฮวามายืนอยู่กับเขา และใช้แขนล็อกคอของนางเอาไว้มิให้ขยับหนีไปได้ "หนิงฮวา เจ้าจงดูให้เต็มตาเสียเถิด เพราะต้องการปกป้องเจ้าและคิดขัดคำสั่งข้า พ่อของเจ้าต้องพบกับจุดจบเช่นใด" "ปล่อยข้า!!!""ปล่อยแน่นอน แต่หลังจากที่ข้าฆ่าพ่อของเจ้าเรียบร้อยแล้ว!!!" "เหวินกวง ไอ้คนต่ำช้า!!!" "มานี่!!!" โจวเหวินกวงฉุดกระชากลากถูลั่วหนิงฮวามายืนอยู่ไม่ไกลจากแม่ทัพลั่วมากนัก ลั่วหนิงฮวาจ้องมองผู้เป็นบิดาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าหลั่งรินไม่ขาดสาย แม่ทัพลั่วส่งยิ้มให้บุตรสาวอีกคราหนึ่งด้วยความเหนื่อยล้า เขาตรากตรำอยู่ในสนามรบ ต่อสู้เพื่อแคว้นเพื่อราษฎรมานานหลายปี ไม่ตกตายในสนามรบ แต่กลับถูกสังหารเพราะคนชั่ว ช่างเถิด ชีวิตคนเราก็มีเพียงเท่านี้ จะเกรงกลัวความตายไปไยกัน"อย่ารับปากคนชั่ว นี่เป็นคำขอสุดท้ายของพ่อ พ่อหวังเพียงให้พวกเจ้าจดจำเรื่องราวในวันนี้ให้ดี แล้วจงเข้มแข็ง อยู่ต่ออย่างภาคภูมิ" "ท่านพ่อออออ!!!" "ถึงตายข้าก็ไม่เสียใจ ข้าเป็นทหาร มีเลือดนักรบไหลเวียนอยู่ในกาย ข้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status