Masukหลังเยว่ชิงทำอาหารเสร็จทุกคนก็ล้อมวงกันพร้อมหน้า โดยมื้อกลางวันนี้มีแต่หนุ่มสาว
เนื่องจากจ
วันนี้จิ้งกั๋วกงกับจิ้งฮูหยินจะมาร่วมทานมื้อเย็นด้วยกันที่เรือนสกุลซู เนื่องจากคิดถึงพวกหลานๆมาก และอยากมาเยี่ยมเยว่ชิงที่ตั้งครรภ์ได้สามเดือนกว่าแล้วเยว่ชิงจึงตั้งใจเตรียมมื้อเย็นด้วยตนเอง โดยลู่เสียนแทบไม่ให้นางออกแรงเพียงแค่ใช้ปากสั่งและปรุงรสชาติเท่านั้นส่วนเขากับสาวใช้คนอื่นๆเป็นผู้ลงมือทำให้แทบทุกขั้นตอนซึ่งงานนี้เยว่ชิงลอบนำวัตถุดิบชั้นยอดออกมาจากมิติพิเศษ ทั้งเนื้อสัตว์และผักสดใหม่คุณภาพเยี่ยมอีกทั้งไม่ลืมที่จะนำน้ำจากธารวิเศษมาปรุงอาหาร รวมทั้งทำเครื่องปรุงสูตรลับเฉพาะ เอาไว้เติมแต่งรสชาติอาหารด้วยเวลาล่วงเลยไปราวหนึ่งชั่วยามครึ่งก็ได้อาหารหน้าตาน่ากินออกมาหลากหลายอย่างจานแรกเป็นหมูสามชั้นตุ๋นผักกาดดอง จานที่สองเป็นเป๋าฮื้อเจี๋ยนน้ำแดง มีคะน้า เห็ดหอม ผักกาดขาว เห็ดผิงกู(เห็ดนางรม)ลวกเคียงไปด้วยจานที่สามเป็นขาห่านอบบะหมี่หม้อดิน จานที่สี่เป็นหมูเส้นชุบแป้งทอดผัดเปรี้ยวหวานใส่พริกหวาน หัวหอมใหญ่ เห็ดหูหนูโรยตามด้วยงาคั่วหอมๆจานที่ห้าเป็นกระเพาะปลาใส่รากบัว แปะก๊วย สมุนไพร เห็ดหอม อันฉุนตั้น(ไข่นกกระทา) จานที่หกเ
หลังจัดการให้สหายรักทั้งสองคนได้ครองคู่กันอย่างมีความสุข พิธีมงคลสมรสเสร็จสิ้นไปแล้วเยว่ชิงก็กลับมาใช้ชีวิตสงบสุขสดชื่นสบายใจ ดูแลสามีและสองแฝดที่เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ดีเฉลียวฉลาดรู้ความมากกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน ทั้งยังสื่อสารพูดจากับนางโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้เหมือนเดิมเจ้าสองแฝดตอนนี้อายุได้ราว 5 ขวบแล้ว เริ่มเข้าไปเรียนที่สถานศึกษาเฉิงกุ้ยเจ๋อของสกุลมู่ครอบครัวรั่วเหรินเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหากแต่คฤหาสน์สกุลซูยังคงไม่เงียบเหงา เนื่องจากยามนี้เยว่ชิงตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สองแล้วที่สำคัญเจ้าตัวน้อยในครรภ์ของนางก็เป็นบุตรชายซึ่งสามารถสื่อสารกับนางได้ไม่ต่างจากพี่ๆของเขาเลย‘นี่ท้องแม่กลายเป็นสถานที่ให้กำเนิดเทพเซียนตัวน้อยไปแล้วหรืออย่างไรกัน’เยว่ชิงเอ่ยขำๆกับเจ้าตัวน้อยในครรภ์ เมื่อจู่ๆยามนางมีอายุครรภ์ได้ราวสามเดือนก็ได้ยินเสียงพูดคุยทักทายจากทารกน้อยไม่ต่างกับตอนตั้งท้องสองแฝดเลยสักนิด‘ไม่ดีหรือขอรับท่านแม่ ตอนนี้พวกพี่ๆก็เติบโตไปเรียนที่สถานศึกษากันหมด’‘ข้าจะไ
หลังซูโหวได้รับฟังคำตอบรับจากรั่วเหรินสตรีที่เขามีใจรักลึกซึ้งให้แล้ว ก็ดีใจมากเผยรอยยิ้มกว้างออกมาพร้อมโอบกระชับนางแน่นขึ้นไปอีก “ขอบใจนะ ขอบใจเจ้ามากเหรินเหรินที่ยอมให้โอกาสข้า ข้ารับรองว่าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่นอน” ซูโหวเอ่ยด้วยความยินดี รั่วเหรินยิ้มกริ่มพอใจเมื่อได้เห็นท่าทางดีอกดีใจเช่นนั้นของซูโหวที่ได้รับการยอมรับจากนาง เพราะสิ่งนี้ทำให้นางรู้ว่าซูโหวรักและจริงจังกับนางมากเพียงใดนั่นเอง มองคนตัวโตที่ยิ้มยินดีราวกับบุรุษโง่งมอยู่พักหนึ่ง รั่วเหรินก็อดใจไม่ไหวยื่นหน้าขึ้นไปจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มสากของคนซูโหวคราวหนึ่งทำเอาคนตัวโตใจเต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามแดงก่ำขึ้นมาทันใด ก่อนจะก้มหน้าลงมามองใบหน้างดงามของรั่วเหรินจ้องสบตากันหวานซึ้งอยู่พักใหญ่สุดท้ายซูโหวห้ามใจไม่ไหวก้มหน้าลงมามอบจุมพิตนุ่มนวลที่ริมฝีปากบางอวบอิ่มของ
ซูโหวนั่งเงียบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินว่ารั่วเหรินได้ตัดสินใจเลือกบุตรเขยหรือว่าที่เจ้าบ่าวให้กับตัวเองแล้ว “พี่ซูโหว เหตุใดจึงเงียบไปล่ะเจ้าคะ เชิญท่านกลับไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าไม่สะดวกรับแขก หลังจากนี้ยังมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกเยอะ” รั่วเหรินเอ่ยไล่ซูโหวอย่างไม่คิดไว้หน้าเขาเลยสักนิด ก่อนหน้านี้นางอุตส่าห์หลงดีใจที่ซูโหวรีบมาพบนางถึงเรือนตามแผนของเยว่ชิงแต่สุดท้ายเขากลับพูดจาบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมเอ่ยความในใจที่มีต่อนางออกมาเสียที ทำให้ตัวนางเริ่มเหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน“พี่ซูโหว หากท่านไม่มีอะไรจะพูดอีกข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” รั่วเหรินกล่าวพร้อมลุกขึ้น ทำท่าจะก้าวเดินออกไป‘หมับบ’“พี่ซูโหวนี่ท่านจะทำอะไรน่ะ” รั่วเหรินเอ่ยอย่างตกใจเมื่อจู่ๆคนตัวโตปากหนักสงวนท่าทีฉวยคว้าตัวนางเอาไว้ ที่สำคัญยามนี้เขายังโอบกอดนางเอาไว้แน่นเลยทีเดียว“เหรินเห
หลังซูโหวออกมาจากเหลาสุรากุ้ยเฉินแล้วก็มุ่งหน้ากลับไปที่เรือนสกุลเมิ่งทันที “อ้าวอาโหว วันนี้เจ้าไม่ได้ไปช่วยชิงเอ๋อ ดูแลเหลาสุราหรอกรึ” เมิ่งฮูหยินเอ่ยถามบุตรชายที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามา “ท่านแม่ ท่านต้องช่วยข้าด้วยนะขอรับ” ซูโหวเอ่ยอย่างร้อนรน “ช่วยอะไรงกัน”เมิ่งฮูหยินเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “ช่วยส่งแม่สื่อไปสู่ขอเหรินเอ๋อที่จวนสกุลมู่ให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะขอรับ” “ห๊าา แม่สื่อ? สู่ขอ? เหรินเอ๋อ? เหรินเอ๋อไหนกัน? หรือว่า..มู่เหรินเอ๋อสหายรักของชิงเอ๋องั้นรึ?” เมิ่งฮูหยินเอ่ยอย่างสับสนงุนงงไปหมด 
“ชิงเอ๋อ นี่เจ้ากลั่นแกล้งอาโหวจนพอใจแล้วรึ จึงคิดจะจบงานผูกได้แดงเป็นผู้เฒ่าจันทราให้เขากับเหรินเอ๋อแล้วน่ะ”ลู่เสียนเอ่ยเย้าฮูหยิน ยามนี้เขาไม่คิดหึงหวงเยว่ชิงกับซูโหวแล้ว เพราะตระหนักได้ว่าสหายรุ่นพี่ของฮูหยินผู้นี้ มีใจรักมั่นต่อมู่รั่วเหรินอย่างแท้จริงเขายังรู้สึกเห็นอกเห็นใจซูโหวด้วยซ้ำที่ถูกฮูหยินรักของเขากลั่นแกล้งดัดนิสัย ปล่อยให้ตามเอาอกเอาใจรั่วเหรินนานหลายเดือนทีเดียว“ท่านพี่นี่เข้าใจเปรียบเปรยนักนะเจ้าคะ ข้ามิใช่ผู้เฒ่าจันทราเทพเจ้าแห่งความรักที่คอยผูกได้แดงให้แก่คู่หนุ่มสาวเสียหน่อย”“อย่างข้านี่เรียกว่าเป็นแม่สื่อเฉพาะกิจเจ้าค่ะ”“อีกทั้งยังเป็นแม่สื่อที่รูปโฉมงดงามเยาว์วัยมากด้วย มิอาจหาญเทียบกับผู้เฒ่าจันทราได้หรอกนะเจ้าคะ”“เอาเถอะ ฮูหยินของข้าเป็นแม่สื่อที่งดงาม เยาว์วัยที่สุดในแคว้นนี้แล้วล่ะ”ลู่เสียนเอ่ยชื่นชมพร้อมเข้ามาบีบนวดคลายความเมื่อยล้าให้ฮูหยินโฉมงามของเขา ซึ่งกำลังทาครีมบำรุงผิวที่ปรุงขึ้นเองอยู่หน้ากระจก“ตกลงว่าเจ้าจะทำอย่างไรให







