Se connecterเมื่อเจ้าของธุรกิจสปาและนวดแผนไทยต้องทะลุมิติไปเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของท่านโหว หากอยากเป็นอิสระนางต้องหาเงินสองร้อยตำลึงเงินมาไถ่ตัว เช่นนั้นนางจะหาเงินด้วยวิธีใดได้เล่า สวัสดีค่ะทุกคน ไรต์มีนิยายจีนโบราณมาฝากอีกแล้วค่ะ เรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของไรต์เท่านั้นนะคะ ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์แต่อย่างใด เนื้อหาเน้นความสัมพันธ์ของพระนางเท่านั้นค่ะ เป็นเรื่องของปานตะวันสาวไทยในยุคปัจจุบัน ทะลุมิติไปเป็นซ่งเมิ่งเหยาสาวใช้อุ่นเตียงของท่านโหว ซึ่งเขาก็ไม่ได้ต้องการนางนัก ซ่งเมิ่งเหยาจึงยื่นข้อเสนอให้เขาว่านางต้องการหาเงินไถ่ตัวเพื่อออกไปจากจวนแห่งนี้ ท่านโหวจึงยินดีทำตามข้อเสนอของนาง ซ่งเมิ่งเหยาจะหาเงินด้วยวิธีใด และท่านโหวจะยอมให้นางจากไปหรือไม่ ไปติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ
Voir plus“แต่ข้าก็ยังเป็นห่วงเจ้าอยู่ดี อีกทั้ง…”“อีกทั้งอะไรหรือเจ้าคะ” ดวงตาใสแป๋วจ้องเขาตาไม่กะพริบ“อีกทั้งข้ายังอยากมีบุตรกับเจ้าอีกสักคนสองคน” มีบุตรสามคน เขาคิดว่าคงยังไม่เพียงพอ“ท่านพี่ ไม่มากไปหรือเจ้าคะ” นางทำตาโตพูดขึ้นด้วยความตกใจ ที่โลกปัจจุบันที่นางจากมา มีลูกสามคนก็นับว่ามากแล้วนะ มีคนเดียวก็ทำให้พ่อแม่ยากจนได้เลยทีเดียว“ไม่มาก ห้าคนกำลังพอดี” เขามองภรรยาด้วยสายตาวิงวอน “นะ เหยาเหยา” ฟ่านอวิ๋นซีโน้มใบหน้าลง ริมฝาปากอ้าออกเตรียมงับกลีบปากอันเย้ายวนของภรรยา ซ่งเมิ่งเหยาพริ้มตาลงเตรียมรับการจูบอันดูดดื่มของสามีแต่ก็มีเสียงของสาวใช้ดังขึ้นเสียก่อน “ท่านโหว ฮูหยิน อาหารเตรียมเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”ทั้งสองชะงักงัน ซ่งเมิ่งเหยาลืมตาขึ้น ฟ่านอวิ๋นซีหุบปากลงทันควัน สีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที พลางกระซิบบอกภรรยา “คืนนี้เจ้าต้องชดเชยให้ข้า”ซ่งเมิ่งเหยายิ้มพรายอย่างขบขัน ตอบว่า “ได้เจ้าค่ะ”คืนนั้นหลังจากส่งลูกเข้านอนกันหมดแล้ว ซ่งเมิ่งเหยานั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าคันฉ่อง มือหยิบต่างหูพลอยสีแดงทับทิบขึ้นมาพิศดูอีกครั้ง จะว่าไปแล้วก็นับว่าเป็นโชคชะตาของนางจริง ๆ ต่างหูคู่นี้เถียนเยว่ซินมารดาของเจ้า
ห้าปีผ่านไปกิจการของซ่งเมิ่งเหยาก็เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นตามลำดับ อีกทั้งร้านแลกเงินเลี่ยงรุ่ย กับร้านนวดฮุ่ยเหอ ยังขยายสาขาออกไปยังเมืองต่าง ๆ อีกด้วย ตอนนี้ทั้งสองร้านก็น่าจะมีมากถึงหนึ่งร้อยสาขาแล้ว ซ่งเมิ่งเหยาจึงกลายเป็นสตรีที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวง จะว่าไปแล้วสมบัติของนางอาจจะมีมากกว่าในท้องพระคลังในวังหลวงเสียอีก เพราะร้านนวดฮุ่ยเหอ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อจิงโหยว และเทียนหอม มิหนำซ้ำยังเอาออกมาใช้โดยไม่มีวันหมดอีกด้วย ยกเว้นเงินในต่างหูอีกข้าง ที่ลดลงตามการใช้จ่ายจริง ซึ่งซ่งเมิ่งเหยาก็แบ่งเงินออกมาเก็บไว้ที่จวนฟ่านโหว และเรือนของนางในหมู่บ้านเฟิ่งหวง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบ้านเดิมของนางไปแล้วทว่ามีจิงโหยวกลิ่นหนึ่งที่นางสกัดเองนั่นก็คือกลิ่นเหมยกุ้ย ซึ่งแหล่งเพาะปลูกขนาดใหญ่ก็อยู่ที่หมู่บ้านเฟิ่งหวง ชาวบ้านต่างดีใจเป็นอย่างมากที่ซ่งเมิ่งเหยามีโครงการปลูกเหมยกุ้ยที่หมู่บ้านแห่งนี้ เพราะชาวบ้านต่างมีงานทำตลอดทั้งปี และนางยังขายจิงโหยวกลิ่นนี้ทั้งปลีกทั้งส่งอีกด้วย ภายหน้าซ่งเมิ่งเหยาวางแผนที่จะปลูก เซียงเหมาหรือตะไคร้ ดอกโม่ลี่หรือดอกมะลิ ดอกไป๋ซานหรือดอกพุดซ้อน ดอ
“ท่านพี่จะทำอะไรเจ้าคะ” ตอนนี้กายเขาร้อนกว่าน้ำพุเสียอีก “ข้าอดอยากมาหลายวันแล้ว” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า แถมปากยังงับยอดอกสีชมพูสลับกันไปมาอย่างหลงใหล “ท่านพี่เดี๋ยวใครก็มาเห็นเข้าหรอกเจ้าค่ะ” ซ่งเมิ่งเหยาพูดออกเสียงสั่นเครือ มองเขาตาปรือ “ไม่มี ข้าสั่งองครักษ์ไว้แล้ว ถ้าใครกล้าเข้ามาก็ให้ฆ่าทิ้งได้เลย” เขาพูดเสียงเรียบคล้ายเป็นเรื่องปกติ ซ่งเมิ่งเหยาเบิกตาโต “ถึงกับฆ่าเชียวหรือเจ้าคะ” “อืม! บังอาจขัดขวางความสุขของข้า” ว่าจบเขาพาร่างนางเข้าไปชิดขอบบ่อ นางยืนหันหลังให้เขา มือบอบบางจับขอบบ่อเอาไว้ “ท่านพี่…” “เงียบเถอะฮูหยิน มังกรใต้ดินของของข้ามันตื่นขึ้นมาแล้ว” แน่นอนว่ามันคงไม่ยอมหลับลงโดยง่าย ซ่งเมิ่งเหยาก็รู้สึกได้เช่นกัน นางคงหนีเขาไม่พ้นแล้ว จากนั้นน้ำพุร้อนในบ่อก็เกิดการกระเพื่อมไหวบางเบา ไอร้อนลอยขึ้นปกคลุมร่างกายทั้งสองคล้ายอยู่บนสวรรค์ บวกกับเสียงครางแผ่วเบาคล้ายมีคล้ายไม่มี เพราะฟ่านโหวพยายามทะนุถนอมร่างกายภรรยาให้มากที่สุด เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อบุตรในครรภ์ ดวงตะวันคล้อยต่ำจนหลบ
หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นลง ฟ่านอวิ๋นซีจึงมีเวลามาไต่สวนคดีของซ่งหรูเอินกับน้องชาย วันแรกที่ซ่งจางเหว่ยทราบเรื่องเขาตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ที่บุตรชายกับบุตรสาวร่วมมือกันทำร้ายซ่งเมิ่งเหยา ได้แต่แอบนั่งร้องไห้อยู่ในห้องเพียงลำพังอย่างสิ้นหวัง ส่วนซ่งฮูหยินไม่อาจยอมรับจุดจบของบุตรสาวกับบุตรชายอันเป็นที่รักได้ ซึ่งซ่งเนี่ยนเจินก็กำลังเตรียมตัวสอบเป็นขุนนางตามบิดา แต่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก่อน นางจึงมีอาการคล้ายกับคนเสียสติไปก่อนวันแต่งงานของซ่งเมิ่งเหยาเสียอีก ฟ่านอวิ๋นซียังไม่ทันได้ตัดสินโทษสองพี่น้อง ซ่งหรูเอินก็ชิงปลิดชีพตนเองในคุกไปเสียก่อนเพราะรู้ว่าอยู่ต่อไปก็คงไม่มีชีวิตรอด อีกอย่างนางทำใจไม่ได้ที่ต้องอยู่ในคุกที่สกปรกเช่นนี้ ส่วนซ่งเนี่ยนเจิน ฟ่านอวิ๋นซีก็ตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต และเซ่าฟานสตรีที่ซ่งเนี่ยนเจินจ้างวานมาลักพาตัวซ่งเมิ่งเหยา นางก็ชิงปลิดชีพตนเองไปแล้วเช่นกันเมื่อนางทราบภายหลังว่าสตรีที่นางลักพาตัวไปคือฮูหยินของฟ่านโหว เพราะนางเองก็รู้ดีว่าคนอย่างผู้บัญชาการฟ่าน ไม่มีทางปล่อยนางไว้แน่ และสาวใช้หลินจิงที่คอยส่งข่าวให้ซ่งหรูเอินก็ถูกขายออกไปอยู่หอโคมเขียวเช่นกัน
เช้าวันรุ่งขึ้นฟ่านอวิ๋นซีก็ต้องตกใจเมื่อเห็นตนนอนอยู่บนตั่งไม้ตัวเดิมเมื่อคืน อีกทั้งเขายังหลับสนิทได้จนถึงวันใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นไปได้อย่างไร นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเขามองหาใครบางคนไปทั่วห้องก็พบว่านางไม่อยู่ในห้องแล้ว แสดงว่าเขาหลับสนิทจริง ๆ ตอนนางเดินออกไปยังไม่รู้ตัว วรยุทธ์ที่เคยฝึก
“ย่อมต้องแน่ใจ เจ้าเขียนตามที่เราบอกเถิด” หลายวันก่อนฮ่องเต้จ้าวเต๋อได้รับจดหมายจากฟ่านอวิ๋นซี เพราะไม่อยากให้ขุนนางคนอื่นจับตามอง เขาจึงไม่ขอเข้าเฝ้าด้วยตนเอง ในจดหมายกล่าวถึงเรื่องระหว่างเขากับสกุลซ่ง และฟ่านอวิ๋นซียังบอกอีกว่าเขาต้องการแต่งงานกับผู้ใด เช่นนั้นฮ่องเต้ผู้มีความเที่ยงธรรม จะขัดใจสห
ซ่งเมิ่งเหยาเดินเข้าไปในร้านฮุ่ยเหอสาขาสอง โดยมีองครักษ์รออยู่ด้านนอก เพราะซ่งเมิ่งเหยาไม่อยากให้องครักษ์เข้าไปรบกวนความสงบของลูกค้า ขณะที่ซ่งเมิ่งเหยาเข้าไปตรวจสอบร้าน ก็มีลูกค้าผู้หญิงนางหนึ่งกำลังส่งเสียงโวยวายไม่พอใจการนวดของพนักงาน บอกว่ามือหนักเกินไป พนักงานพยายามที่จะไกล่เกลี่ยแต่นางก็ไม่ยอม
สัปดาห์ต่อมายามเซิน หลังจากสอนนักเรียนเสร็จแล้ว ซ่งเมิ่งเหยากำลังจัดเตรียมสินเดิมให้กับตนเอง เพราะอีกไม่ถึงครึ่งเดือนซ่งเมิ่งเหยาก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ซ่งฮูหยินไม่ได้มาจัดเตรียมงานช่วย แต่ส่งกู้มามาคนสนิทของนางมาแทน ซึ่งซ่งเมิ่งเหยาก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด เพราะอย่างไรกู้มามาก็ทำอะไรนางไม่ได้อย












commentairesPlus