Masukหลังกลับออกมาจากโรงเตี๊ยมซินเจียงแล้วอี้เจ๋อก็คอยเดินตามเยว่ชิงไม่ห่าง
“พี่ชายคนนั้นชอบพี่สาว ต้องชอบพี่สาวแน่ๆ” อี้เจ๋อเอ่ย มองหน้าเยว่ชิงพร้อมรอยยิ้มดูไร้เดียงสา
“อืม คงงั้นแหละ” เยว่ชิงตอบกลับไป
‘ขนาดนางท้องป่องยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจบุรุษอีกนะ เฮ้อ..แต่ก็แน่ล่ะ ดูสิ..รูปโฉมนางงดงาม มีหน้าตาผิวพรรณดีถึงเพียงนี้เลยนี่นา’ เยว่ชิงอดชื่นชมตัวเองไม่ได้
แม้นโลกนี้จะไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นยอด ครีมบำรุงผิวชั้นดี แต่การที่เยว่ชิงได้ดื่มกินน้ำจากธารวิเศษ วัตถุดิบชั้นยอด รวมทั้งพืชผักผลไม้ที่รดบำรุงด้วยธารน้ำวิเศษก็ทำให้นางแข็งแรงสุขภาพดี ผิวพรรณผุดผ่องเปล่งประกายทีเดียว
‘ใช่ขอรับ เจ้าค่ะ ท่านแม่ของพวกเรางดงามมากจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีพวกเราขึ้นมาแน่’ เจ้าสองแฝดในท้องที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นกับมารดาของพวกเขาอีกครั้ง
‘แน่ะเจ้าเด็กแก่แดด บิดาของพวกเจ้าต้องพิษไม่รู้เรื่องราวหรอกนะ พวกเจ้าจึงได้มาอยู่ในนี้น่ะ’ เยว่ชิงเอ่ยกับลูกๆของนางทางจิตสำนึกพร้อมเอามือลูบหน้าท้องนูนป่องแผ่วเบา
‘ไม่ใช่เสียหน่อย ท่านพ่อยามนั้นแม้นจะต้องพิษแต่ยังคงมีสติดี เป็นเพราะชอบพอท่านแม่แต่แรกเห็นจึงเลือกท่านเป็นยาถอนพิษส่วนหนึ่งต่างหากล่ะขอรับ’ เสี่ยวเหวินแฝดพี่เอ่ยขึ้นก่อน
‘เป็นเช่นที่พี่เหวินกล่าว ท่านพ่อมีใจให้ท่านแม่ตั้งแต่แรกเห็นเลยล่ะ’ หลินเอ๋อเสริม
เจ้าสองแฝดตัวน้อยรู้กระทั่งว่าผู้ใดจะเกิดก่อนตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดาเลยทีเดียว
‘พวกเจ้านี่นะช่างไร้สาระจริงๆ ไปเถอะ..เดี๋ยวแม่จะพาไปหาของอร่อยกินกัน ซื้อให้พ่อเจ้าและนำไปฝากท่านยายของพวกเจ้าด้วย’ เยว่ชิงไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระจากเจ้าตัวน้อยของนางอีก จึงชักชวนพวกเขาและหันไปมองอี้เจ๋อซึ่งคอยเดินตามติดนางไม่ห่าง
“อาเจ๋อ ไปดูของกินด้านนู้นเถอะ” เยว่ชิงกล่าวพร้อมจับจูงมืออี้เจ๋อที่ยิ้มกว้างให้นางแล้วเดินไปด้วยกัน
“พี่สาวช้าๆ ท้อง..ท้อง” อาเจ๋อเอ่ยพร้อมชี้ไปที่ท้องตัวเอง ส่งสัญญาณว่าให้เยว่ชิงระมัดระวังเพราะท้องนางโตขึ้นมากแล้วด้วยอายุครรภ์ราวแปดเดือน
เยว่ชิงหันมายิ้มให้อาเจ๋อ จากนั้นก็ผ่อนฝีเท้าลงเดินช้าๆแทนอาการกึ่งวิ่งก่อนหน้านี้ มุ่งหน้าไปยังร้านขนมที่หมายตาไว้
เยว่ชิงเดินจับจ่ายซื้อของมีทั้งขนมของกินมากมายอย่างขนมหนวดมังกร ขนมกุ้ยฮวา ถังหูลู่ ขนมถั่วเขียวกวน ขนมเปี๊ยะไส้เนื้อ จากนั้นก็ซื้อพวกเครื่องปรุง เครื่องเทศ วัตถุดิบในการปรุงอาหาร รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้บางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าอาเจ๋อรับหน้าที่ถือเองทั้งหมด
หลังซื้อของเสร็จเยว่ชิงก็ว่าจ้างรถม้ากลับเรือน พอมาถึงอาเจ๋อก็รู้งานนำของเข้าไปเก็บในครัวและในเรือนทันที
“ชิงเอ๋อกลับมาแล้วเหรอ ซื้ออะไรมาเยอะแยะมากมายน่ะ” ซูฮูหยินเอ่ยถามบุตรี
“พวกขนมของกิน เครื่องเทศวัตถุดิบปรุงอาหาร แล้วก็พวกข้าวของเครื่องใช้นะเจ้าค่ะ อ้อ..ข้าซื้อรองเท้าคู่ใหม่กับเสื้อผ้าหนาๆมาให้ท่านแม่ด้วยนะเจ้าคะ อากาศเริ่มหนาวแล้วทานต้องระวังสุขภาพให้มาก” เยว่ชิงกล่าวอย่างใส่ใจ
“เจ้านี่รอบคอบดีจริงขอบใจนะ” ซูฮูหยินเอ่ยกับบุตรสาว จากนั้นก็ก้มหน้าทำงานของตนเองต่อโดยนางกำลังปักดอกโบตั๋นที่แสนงดงามลงบนผืนผ้าเช็ดหน้าเพื่อนำไปขาย
รวมทั้งเตรียมเสื้อผ้าตัวน้อยของหลานชายหลานสาวที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาภายในอีกไม่ช้าไม่นานนี้แล้วด้วย
ซูฮูหยินได้รับคำบอกกล่าวจากหมอที่มาตรวจเยว่ชิงถึงเรือน ซึ่งตรงกับที่บุตรีนางเอ่ยก่อนหน้านี้ว่าครรภ์นางเป็นลูกแฝด ส่วนเป็นชายหรือหญิงนั้นท่านหมอไม่อาจกล่าวได้ชัดเจน แต่เยว่ชินกลับบอกนางอย่างมั่นใจว่าเป็นชายหญิงนางก็ยอมเชื่อบุตรสาวและเตรียมเย็บปักเสื้อผ้าให้หลานตัวน้อยอย่างประณีตบรรจง
ทางด้านเยว่ชิงแม้นจะท้องแก่แล้วแต่ก็ยังทำงานอย่างขยันขันแข็ง นางให้อาเจ๋อเก็บผักในสวนมาล้างทำความสะอาดเตรียมทำผักดองเอาไว้ในฤดูหนาว ทั้งที่นางมีมิติพิเศษซึ่งหาผักสดกินได้ตลอดปีอยู่แล้ว แต่นางไม่อยากทำตัวผิดแปลกจากผู้อื่น ที่สำคัญผักดองที่นางทำนั้นก็อร่อยมากด้วย
ส่วนตัวเยว่ชิงยามนี้เข้าไปในมิติพิเศษเพื่อไปนำหมูป่าตัวอ้วนกับปลาสดๆจากลำธารมาทำหมูและปลาหมักเกลือสมุนไพรรมควัน ตากลม หมักน้ำมันเก็บเอาไว้ทานในฤดูหนาว
แน่นอนว่างานใช้แรงงานส่วนใหญ่ย่อมต้องเป็นฝีมืออี้เจ๋อที่ดื่มกินพืชผักผลไม้และน้ำวิเศษทุกวันจนทำให้มีพละกำลังล้นเหลือนั่นเอง
หลังเสร็จเรื่องที่เรือนสกุลเฟิงทุกคนก็แยกย้ายกลับเรือนตนเอง ก่อนแยกกับจิ้งฮูหยิน นางชื่นชมเยว่ชิงไม่หยุดว่าจัดการกับสตรีหน้าหนาได้ถูกใจนัก ตบสั่งสอนเสียหน้าบวมไปเลย“ท่านแม่กลับมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้างขอรับจัดการกับสองแม่ลูกนั่นเรียบร้อยหรือยัง”เสี่ยวเหวินถามมารดา“นั่นสิเจ้าคะท่านแม่ ลงมือหนักสมใจหรือไม่” หลินเอ๋อเอ่ยอย่างรู้ทันถ้อยคำเป็นผู้ใหญ่เกินตัว‘ท่านแม่ย่อมลงมือจนพอใจแน่’เสี่ยวหรานน้อยเอ่ยอย่างล่วงรู้ได้เช่นกัน“นั่นสิชิงเอ๋อ เป็นอย่างไรบ้างล่ะลูก” ซูฮูหยินก็ลุ้นตามไปด้วย ลู่เสียนจึงทำหน้าที่เล่ารายละเอียดให้ทุกคนฟัง“เสียดายจริงที่ไม่ได้เห็นหน้าสองแม่ลูกนั่น คงหน้าซีดสลดไม่กล้าทำอะไรแบบนี้อีกแล้วล่ะ” ซูฮูหยินเอ่ยอย่างพอใจ“ที่สำคัญท่านแม่ได้เอาคืนนางด้วย เยี่ยมไปเลยเจ้าค่ะ” หลินเอ๋อเอ่ยอย่างภาคภูมิใจในตัวมารดา“หลินเอ๋อ ไม่เอาลูก เราไม่ควรใช้ความรุนแรงนะ แม่แค่ตบเรียกสตินางเท่านั้น เป็นความหวังดีน่ะ” ปากบอกลูกเช่นนั้น แต่แววตา
“ซื่อจื่อ ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ข้าร้อนเหลือเกิน ข้าต้องการท่าน” จากเอ่ยเรียกมารดา ยามนี้มู่เหยากลับหันมาหาลู่เสียนแทน ด้วยใบหน้าแดงก่ำนัยน์ตาฉ่ำเยิ้มทีเดียว“ซื่อจื่อข้าต้องการท่าน”มู่เหยาจะเข้ามากอดคว้าตัวลู่เสียนแต่เยว่ชิงฉวยตัวนางเอาไว้ได้ทัน“นี่นะหรืออาการแพ้สุรา..พวกท่านใช้ชีวิตมานานถึงเพียงนี้แล้วน่าจะดูออกนะว่ามู่เหยาเจออะไรเข้าไป”เยว่ชิงเอ่ยตอกหน้าอี้เหนียงและเมิ่งสือ ซึ่งตัวเจ้าของบ้านเองผ่านเรื่องราวในชีวิตมามากมายย่อมดูออกว่าหลานสาวโดนยาปลุกกำหนัด ตัวเขาเองถึงกับอึ้งไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้สองแม่ลูกซึ่งเขาไว้วางใจคิดให้ที่พักอาศัย หยิบยื่นน้ำใจไปให้ แต่กลับทำลายกิจการค้าขายของครอบครัว แล้วยังกล้าวางแผนให้เขาเป็นหมากในกระดานใช้เรือนอาศัยเป็นสถานที่ทำเรื่องต่ำช้าไปเสียได้เมิ่งสือทำหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ขณะอี้เหนียงหน้าซีดสลดลงไปเรื่อยๆ มองแววตาโกรธขึ้งของญาติผู้พี่อย่างหวั่นใจไหนจะสายตาท่าทางของจิ้งฮูหยิน จิ้งโหว ลู่เสียนซื่อจื่อและฮูหยินน้อยซึ่งมองมาที่นางกับบุตรสาวอย
งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีสุราเข้ามารินใส่จอกพร้อมยื่นให้เบื้องหน้าลู่เสียนไม่ได้หยุด ด้วยการเอาอกเอาใจของมู่เหยานั่นเอง “พอเถอะแม่นางสุ่นข้าไม่ชอบดื่มสุรามากนัก”ลู่เสียนปฏิเสธหลังรับเหล้าไปดื่มตามมารยาทหลายจอกแล้ว “อีกจอกเถอะเจ้าค่ะ นะเจ้าคะถือว่าให้เกียรติท่านลุงของข้า”มู่เหยาคะยั้นคะยอและครั้งนี้นางใส่ผงบางอย่างที่ซ่อนไว้ลงไปด้วย ‘ร้ายนักนะแอบวางยาสามีข้า’ เยว่ชิงที่เฝ้าระวังอยู่เห็นเข้าเต็มๆ “เดี๋ยวก่อน..เจ้าใส่อะไรลงไปในสุราจอกนั้นน่ะ” เยว่ชิงเรียกรั้งมู่เหยาไว้ก่อนที่ลู่เสียนจะรับจอกเหล้าจากนาง ทำให้มู่เหยาสะดุ้งโหยงเพราะลอบทำเรื่องเลวๆอยู่&
“ว่าแต่เหตุใดพวกเจ้าจึงไปพบลู่เสียนซื่อจื่อที่เรือนสกุลซูแทนที่จะไปพบจิ้งฮูหยินที่จวนโหวเล่า” เมิ่งสือถามสองแม่ลูก“เอ่อ..พวกเราตั้งใจไปขอบคุณฮูหยินน้อยจิ้งที่วันก่อนเป็นธุระจัดแจงรถม้ามาส่งที่เรือนนี้น่ะเจ้าค่ะ” อี้เหนียงตอบกลับไป“ข้ากับท่านแม่ไปถึงเรือนสกุลซูแต่ยามนั้นฮูหยินน้อยจิ้งยังไม่กลับเรือน จึงนั่งสนทนากับลู่เสียนซื่อจื่อเพื่อรอนางเจ้าค่ะ ผู้ใดจะคิดเล่าว่าจะเกิดเรื่องขึ้น” มู่เหยาเอ่ยเสียงเศร้า“เอาล่ะในเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ ข้าคงต้องไปเจรจาขอโทษที่เรือนสกุลซูกับทางจิ้งฮูหยินเองแล้ว พวกเจ้าระหว่างนี้อยู่ที่เรือนให้ดีอย่าไปก่อเรื่องวุ่นวายกับผู้ใดอีกล่ะ” เมิ่งสือสั่งความเดิมทีเขาไม่ได้พบเจอเฟิงอี้เหนียงญาติผู้น้องนานหลายปี นับจากนางแต่งงานย้ายตามสามีไปอยู่เมืองอื่น ส่วนเขาก็จากบ้านเกิดมาทำการค้าในเมืองหลวงอี้เหนียงเป็นบุตรสาวของท่านลุงเขาซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆของบิดา นับว่าเป็นญาติไม่ห่างไกลกันนัก เขาจึงพร้อมช่วยเหลือดูแลนางสองแม่ลูกซึ่งได้ข่าวมาว่าสามีนางเจ็บป่วยตายไปได้ไม่นาน น่าเห็นใจนัก
“อะไรกันเจ้าคะ เหตุใดจิ้งฮูหยินจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า ท่านตามใจลูกสะใภ้เช่นนี้ไม่เหมาะสมเลยนะเจ้าคะ”“กิจการค้าขายและทรัพย์สินเงินทองเป็นเรื่องสำคัญ ท่านควรรักษาผลประโยชน์ของจวนโหวเอาไว้สิ”อี้เหนียงไม่พอใจเพราะคิดหมายปองทรัพย์สินจวนโหวจึงเอ่ยปากค้านออกไปโดยไม่ยั้งคิด“ใช่เจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยมีสิทธิ์อะไรมาก้าวก่ายตัดสินใจเรื่องสำคัญเช่นนี้ อีกทั้งท่านยังตามใจทำทุกอย่างที่นางเอ่ยงั้นหรือเจ้าคะ”มู่เหยาปากดีกล่าวขึ้นอีกคน ทำให้จิ้งฮูหยินรู้ซึ้งว่าเยว่ชิงต้องพบเจอกับอะไรก่อนหน้านี้บ้าง“พวกเจ้าสองแม่ลูกมีกิริยาวาจาเช่นนี้เองสินะลูกสะใภ้ข้าจึงทนไม่ไหว”“ข้าทำการค้ากับเถ้าแก่เฟิงมานาน นึกไม่ถึงจริงๆว่าเขาจะกล้าส่งพวกเจ้าสองแม่ลูกมาเจรจาค้าขายแทน”“ที่แน่ๆคือเขาต้องบอกข้อมูลพื้นฐานแก่พวกเจ้า ว่าคนที่ต้องติดต่อพูดคุยการค้าด้วยคือข้า หาใช่ซื่อจื่อไม่”“แต่ที่พวกเจ้าเดินทางไปเรือนสกุลซูเพื่อพบบุตรชายข้าคงเป็นด้วยเจตนาอื่น ซึ่งชิงเอ๋อกับซื่อจื่อย่อมมองออก&rdquo
สองแม่ลูกอี้เหนียงและมู่เหยาหลังออกจากเรือนสกุลซูก็ตรงไปยังจวนจิ้งโหวตามที่หลินเอ๋อกล่าวไว้ไม่มีผิด“จิ้งฮูหยินเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมเลยจริงๆเจ้าค่ะ ปฏิเสธการค้ากับสกุลเฟิง พูดจาวางอำนาจราวกับว่านางเป็นเจ้าของกิจการสกุลจิ้งเจ้าค่ะ” มู่เหยาเอ่ยฟ้องเยว่ชิงต่อจิ้งฮูหยิน“ตกลงว่าที่พวกเจ้ามาหาข้า เพื่อมาบอกเรื่องชิงเอ๋อไม่ตกลงซื้อขายหินหยกจักรพรรดิกับสกุลเฟิงงั้นหรือ”จิ้งฮูหยินถามย้ำ“ใช่เจ้าค่ะ พวกข้าเป็นตัวแทนท่านลุงเฟิงมาเจรจาธุรกิจกับลู่เสียนซื่อจื่อ แต่นางกลับเอ่ยว่าไม่ขายหยกให้เรา ปฏิเสธการค้าง่ายดายเช่นนี้ทั้งที่เงินมากองอยู่ตรงหน้าได้อย่างไรกัน”“นั่นสิเจ้าคะ ฮูหยินน้อยจิ้งใช้ไม่ได้เลยจริงๆ เป็นเพียงลูกสะใภ้แต่กลับถือดีมายุ่งเกี่ยวเรื่องกิจการค้าขายของสกุลจิ้งช่างไร้เหตุผลสิ้นดี”อี้เหนียงเอ่ยเสริม“แล้วซื่อจื่อล่ะว่าอย่างไรบ้าง”จิ้งฮูหยินถามถึงบุตรชาย แน่ใจว่าสองแม่ลูกคู่นี้มีเจตนาไม่ดีตั้งใจไปพบลู่เสียนที่เรือนสกุลซู“ซื่อจื่อเพียงกล
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นซ้ำสอง โดยงานนี้ทั้งปากและจมูกเชิดรั้นของรั่วเหรินแนบลงไปบนแก้มของซูโหวเต็มๆ ทำเอาสองหนุ่มสาวหยุดนิ่งค้างอยู่ท่านั้นอีกพักใหญ่ก่อนซูโหวจะได้สติหันกลับมามองรั่วเหรินตามสัญชาตญาณ ทำให้ริมฝีปากหยักหนาได้รูปของเขาสัมผัสเข้ากับริมฝีปากบางอวบอิ่มของนางที่ยังนิ่งอึ
เมื่อสองแฝดรู้ว่ารั่วเหรินกับซูโหวจะไปรับหน้าที่ชิมขนมของว่างที่ร้านต่างๆในเมืองหลวง พวกเขาก็ขอติดตามไปด้วยทันที“ท่านน้ารั่วเหริน ท่านลุงซูโหวพาพวกเราไปด้วยเถอะนะขอรับ” เสี่ยวเหวินเอ่ยปากพร้อมวิ่งมาเกาะขารั่วเหรินเอาไว้“ข้ากับพี่เหวินอยากไปชิมขนมอร่อยด้วยเจ้าค่ะ&
เมื่ออาหารจากเมนูเห็ดหลากหลายชนิดถูกนำมาเสิร์ฟ จื่อหรงไท่จื่อก็ประหลาดใจเล็กน้อย“อาหารเหล่านี้ล้วนทำจากเห็ดแทบทั้งสิ้นเลยนี่”“ถูกแล้วเจ้าค่ะ ฤดูกาลนี้เป็นช่วงเวลาฝนตกชุก เหมาะแก่การเก็บเห็ดป่าซึ่งรสชาติดีและมีคุณประโยชน์นำมาทำอาหารจานพิเศษ”เยว่ชิงตอ
ครอบครัวสกุลจิ้งและสองแม่ลูกสกุลซู รวมทั้งเจ้าแฝดน้อยนั่งทานอาหารมื้อเช้า พร้อมพูดคุยกันไปตามปกติ‘ท่านแม่สตรีร้ายมาเยือนอีกแล้วขอรับ’ เสี่ยวเหวินน้อยกล่าว‘อะไรกัน มาก่อกวนตั้งแต่เช้าเลยงั้นหรือ’‘ดีเหมือนกันเจ้าค่ะท่านแม่ เจอกันเช่นนี้พวกข้าจะไ







