Masukหลังจากตกลงเรื่องการค้าขายผลผลิตกับโรงเตี๊ยมซินเจียงอันโด่งดังมีชื่อเสียงในตัวเมืองได้แล้ว พวกเหลาสุราร้านอื่นๆในตัวเมืองก็สนใจมาสั่งซื้อผักจากสวนสกุลซูมากขึ้นโดยที่สองแม่ลูกไม่ต้องออกไปค้าขายเองอีก
เยว่ชิงเลือกผู้รับซื้อโดยเน้นคนจากหมู่บ้านตงหยวนซึ่งไว้วางใจได้เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย เพราะคนเหล่านั้นรู้ดีว่าครอบครัวสกุลซูมีเบื้องหลังที่อันตรายแอบแฝงอยู่จึงไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากนัก
กิจการค้าของเยว่ชิงเจริญก้าวหน้าสร้างรายได้หลายร้อยตำลึงทองต่อเดือน ทำให้ครอบครัวนางมีกินมีใช้เหลือเก็บฐานะดีขึ้นไม่น้อย
ตัวเยว่ชิงเองก็แทบไม่ได้ใช้เงินซื้อหาอาหารอะไรเลยเพราะนางสามารถนำมันออกมาจากมิติพิเศษได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว
“ท่านแม่วันนี้ข้าจะเข้าไปในตลาดกลางเมืองเพื่อหาซื้อข้าวของเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวเสียหน่อยนะเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยกับมารดาขณะทานอาหารเช้าร่วมกัน
“ชิงเอ๋อ เจ้าท้องแก่เพียงเดือนเดียวก็จะคลอดแล้วจะเดินทางให้เหนื่อยไปทำไมกัน” ซูฮูหยินเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ร่างกายข้ามิได้อ่อนแอเสียหน่อยเจ้าค่ะ อีกอย่างเดี๋ยวพี่ซุนหยางก็จะมารับข้าแล้วได้นั่งรถม้าเข้าเมืองสบายๆ ขากลับข้าก็จะจ้างรถม้าไม่เดินให้ลำบากแน่นอนเจ้าค่ะ” เยว่ชิงตอบกลับไป
“แม่ยังไม่วางใจอยู่ดีนั่นแหละ ถ้าอย่างไรเจ้าก็พาอาเจ๋อไปด้วยเถอะ อย่างน้อยก็ช่วยแบกข้าวของเจ้าได้”
“ไป..ไป ข้าไปช่วยพี่สาว ข้าดูแลพี่สาวเอง” อาเจ๋อรีบเสนอตัวทันที
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” เยว่ชิงรับปากโดยดี
“พี่ซุนหยาง วันนี้มาเร็วจังเลยนะเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยปากทักทายซุนหยาง
โดยซุนหยางอาสาทำหน้าที่มารับพืชผักผลไม้คุณภาพดีจากสวนเยว่ชิงพร้อมกับคนงานเพื่อไปส่งให้กับโรงเตี๊ยมของครอบครัว และวันนี้เยว่ชิงก็ขออาศัยติดตามเข้าไปในตัวเมืองด้วย
“เจ้ามีธุระที่ตลาดไม่ใช่เหรอ ข้าจึงคิดว่ามาเร็วหน่อยจะได้เผื่อเวลาให้เจ้าเยอะๆอย่างไรเล่า แล้วนั่นเจ้าจะพาอาเจ๋อไปด้วยงั้นรึ” ซุนหยางตอบพร้อมถามเยว่ชิงกลับไป
“เจ้าค่ะ ข้าจะพาอาเจ๋อไปเที่ยวเล่นในตลาดด้วยกัน”
“ข้าจะไปตลาด จะดูแลพี่สาว ข้าจะไป ไปด้วย” อี้เจ๋อเอ่ยพร้อมมองหน้าซุนหยาง
“ความจริงไม่ต้องก็ได้นะให้ข้าดูแลชิงเอ๋อก็พอแล้ว รับรองว่าข้าจะมาส่งนางอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ดีเลยล่ะ” ซุนหยางกล่าวกับอี้เจ๋อ
“ไม่เอา ข้าจะไปด้วย ไปดูแลพี่สาว จะไป!!” อาเจ๋อตอบสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง
“เอาล่ะ เอาล่ะ อาเจ๋อไปด้วยนี่แหละ พี่ซุนหยางให้อาเจ๋อไปด้วยเถอะเจ้าค่ะ เขาจะได้ช่วยข้าถือข้าวของ ส่วนพี่ซุนหยางไปทำงานที่โรงเตี๊ยมให้สบายใจเถอะเจ้าค่ะ เสร็จธุระแล้วข้าจ้างรถม้าในเมืองกลับเรือนเองได้” เยว่ชิงตอบกลับไป
“ได้อย่างไรกัน ข้าอาสาพาเจ้าไปก็ต้องดูแลและส่งเจ้ากลับเรือนด้วยตัวเองสิ”
“อย่าดีกว่าเจ้าค่ะ เป็นข้ากับอาเจ๋อที่รบกวนติดรถม้าท่านไปด้วยเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว หากพี่ซุนหยางยืนยันจะดูแลข้าต่อ คราวหน้าข้าคงไม่กล้าเอ่ยปากรบกวนท่านอีก” เยว่ชิงเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพจนซุนหยางคัดค้านไม่ได้
“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ” สุดท้ายซุนหยางก็ยอมทำตามคำเยว่ชิงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อมาถึงตลาดกลางเมืองเยว่ชิงก็เข้าไปพูดคุยทักทายเถ้าแก่ต่งบิดาของซุนหยาง พร้อมคุยเรื่องการค้าพืชผักผลไม้ซึ่งขายดิบขายดีเนื่องจากผลผลิตของเยว่ชิงงามและสดกรอบอร่อยมีคุณภาพมากกว่าที่อื่นอยู่พักหนึ่ง
หลังพูดคุยการค้าเสร็จเยว่ชิงก็เตรียมพร้อมไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดโดยร่ำลาผู้อาวุโสกว่าไปพร้อมกับอี้เจ๋อ
“ชิงเอ๋อ จะไปแล้วเหรอ ไม่เปลี่ยนใจให้ข้าไปคอยดูแลแน่นะ” ซุนหยางยังไม่ละความพยายามเข้ามาถามไถ่นางอีกหน
“ไม่จำเป็นจริงๆเจ้าค่ะพี่ซุนหยาง สายแล้วข้ากับอาเจ๋อขอตัวก่อนนะเจ้าคะไม่งั้นท่านแม่จะเป็นห่วงเอาได้” เยว่ชิงเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ ขณะมองใบหน้าที่สลดลงของซุนหยาง
พวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จก็มานั่งพูดคุยปรึกษาหารือกันต่อเรื่องคนร้ายทั้งสองในวันนี้“ชิงเอ๋อ..สกุลซ่งตามตัวเรามาถึงเมืองต้าโจวแล้ว ลูกคิดเห็นอย่างไร? พวกเราควรย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นดีหรือไม่”ซูฮูหยินเอ่ยถามความเห็นบุตรสาว“หากเราหนี..พวกมันก็ต้องตามมาอีกอยู่ดี สกุลซ่งยังไม่วางใจเรื่องเราสองแม่ลูก แต่ถึงอย่างไรข้าคิดว่าเราไม่ควรหนีพวกมันเจ้าค่ะ ควรหันมาตั้งรับมากกว่า”เยว่ชิงออกความเห็น“เจ้าท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว อีกทั้งคนในหมู่บ้านตงหยวนก็ดีกับเรามากคอยช่วยเหลือพึ่งพากันได้ แม่เองก็ไม่อยากย้ายไปที่อื่น แต่หากพวกมันตามมาเจอเราจะทำอย่างไรเล่า”“ตอนนี้พวกเราต้องระวังตัวให้มากและนำความไปปรึกษาหารือกับท่านลุงซิ่นหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้ก่อน จะได้ช่วยเหลือรับมือกับพวกมันได้เจ้าค่ะ”เยว่ชิงตัดสินใจไม่ย้ายไปที่ใดเนื่องด้วยความเป็นจริงที่ว่านางกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ไม่สะดวกนักหากต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น อีกทั้งยังมีอี้เจ๋อที่ต้องดูแลหอบหิ้วไปด้วยกัน ซึ่งเขาพลัดหลงมาอยู่กับพวกนางได้ราวปีหนึ่งแล้วหากญาติหรือครอบครัวของอี้เจ๋อยังไม่ถอดใจคอยติดต
หลังตกลงกันได้แล้วซูฮูหยินกับเยว่ชิงก็ไปยังห้องลับทันที พวกนางมองลอดผ่านกองฟางที่ปกคลุมห้องลับอยู่ เห็นอาเจ๋อเดินเล่นคนเดียว ยิ้มหัวเราะอารมณ์ดีได้พักหนึ่งก็มีแขกแปลกหน้ามาเยือน“ชิงเอ๋อ นั่นมัน..มันคือบุรุษคนเดียวกับที่ตามฆ่าพวกเราเมื่อ 8 ปีก่อนนี่”ซูฮูหยินเอ่ยน้ำเสียงสั่นเมื่อเห็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาถมึงทึงที่คุ้นหน้าชายผู้นั้นมีรอยบากเหนือหัวคิ้วด้านขวาซึ่งเกิดจากน้ำมือซูฮูหยินที่ใช้มีดสั้นกวัดแกว่งขณะพยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตตัวเองกับบุตรสาวให้รอดเมื่อหลายปีก่อน“ใช่มันจริงๆด้วยเจ้าค่ะ ข้าจำหน้ามันได้ไม่มีวันลืม แล้วนั่นมันมากับใครก็ไม่รู้หน้าตาชั่วร้ายพอกันเลย”ยามนั้นเยว่ชิงอายุ 10 ขวบสามารถจดจำเรื่องราวที่ตงจิ่นส่งคนชั่วมาตามกำจัดนางและแม่เพื่อครอบครองสมบัติสกุลซูได้ดีทีเดียว“คนเลวทั้งคู่นั่นแหละ แล้วอาเจ๋อจะไม่เป็นอะไรแน่รึ”ซูฮูหยินนึกห่วงอี้เจ๋อที่ออกไปรับหน้าคนร้าย“พวกมันไม่รู้จักอาเจ๋อและเขาก็ไม่ได้เปิดประตูให้พวกมันเข้ามา ท่านแม่วางใจเถอะเจ้าค่ะ อาเจ๋อแม้นสติปัญญาเหมือนเด็กสิบขวบ แต่ก็เป็นเด็กที่ฉลาดหัวไ
ครอบครัวสกุลซูใช้เวลาครึ่งเช้ากับช่วงบ่ายทำผักดอง ปลา หมูหมักเกลือสมุนไพรรมควันและตากลมจนเสร็จคนท้องอย่างเยว่ชิงก็แข็งแรงดียิ่งนักด้วยดื่มกินน้ำและวัตถุดิบที่ใช้ธารน้ำจากมิติพิเศษดูแลตลอด‘ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ อีกเดี๋ยวจะมีคนแปลกหน้ามาที่เรือน ระวังตัวด้วยนะขอรับ’ เสียงทักท้วงเตือนขึ้นจากเสี่ยวเหวินน้อย‘ผู้ใดกันอาเหวิน’ เยว่ชิงถามบุตรชาย‘เป็นชายจากเมืองหลวงที่ตามเข่นฆ่าท่านยายกับท่านแม่ก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อตอบกลับมาเยว่ชิงมีสีหน้าท่าทางตกใจไม่น้อย‘หรือเถ้าแก่จงโดนจับได้แล้วว่าลอบติดต่อกับพวกเรา’เยว่ชิงคิดไปถึงเถ้าแก่จงเมิ่งจื่อคนสนิทผู้ภักดีต่อสกุลซู‘ใช่ขอรับ คนเลวระแคะระคายถึงการมีอยู่ของพวกท่านแล้ว’เสี่ยวเหวินตอบ“อาเจ๋อ มานี่” เยว่ชิงเรียกอี้เจ๋อซึ่งเขาเดินตรงเข้ามาหานางทันที“อาเจ๋อ อีกเดี๋ยวหากมีคนแปลกหน้ามาที่เรือนดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ เจ้าจำที่ข้าสอนได้ไหมว่าให้รับมืออย่างไร”เยว่ชิงเอ่ย อาเจ๋อทำทีนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าให้นาง“ลองทบทวนดูหน่อยสิ หากเขาถามว่าที่นี่เป็นเรือนผ
ซูฮูหยินออกมาดูบุตรสาวและอาเจ๋อเตรียมอาหารสำหรับฤดูหนาวอย่างขยันขันแข็ง“ชิงเอ๋อ เจ้าไปได้หมูป่ามาจากที่ใดกัน” ซูฮูหยินประหลาดใจเมื่อเห็นหมูป่าตัวหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ที่ลานหลังบ้าน“ข้าซื้อจากนายพรานที่ตลาดแล้วให้เขาตามนำมาส่งก่อนหน้านี้น่ะเจ้าค่ะ” เยว่ชิงโป้ปดตอบมารดาไป ซูฮูหยินพยักหน้ารับ“เช่นนั้นดีเลย หน้าหนาวปีนี้เราคงมีเนื้อให้กินกันอย่างอุดมสมบูรณ์ทีเดียว” ซูฮูหยินเอ่ยอย่างพอใจ“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าตั้งใจว่าจะเอาไปแบ่งปันกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย”“ดีแล้วล่ะ พวกเขาช่วยดูแลเรามามาก แบ่งไปให้เถอะ” ซูฮูหยินกล่าวอย่างมีน้ำใจเอื้อเฟื้อไม่แพ้บุตรสาว จากนั้นก็มาช่วยกันหมักดองผักที่อาเจ๋อเก็บล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว โดยอาเจ๋อหันไปจัดการกับเจ้าหมูป่าตัวโตต่อ‘อาเจ๋อนี่ดูท่าจะใช้มีดคล่องแคล่วกว่าที่นางคิดแฮะ ก่อนหน้านี้ตัวตนของเขาเป็นใครกัน แม้นจะสติปัญญาอ่อนด้อยราวเด็กสิบขวบ แต่ทักษะความสามารถหลากหลายอย่างจากที่นางสังเกตดูกลับไม่อ่อนด้อยเลยสักนิด’ เยว่ชิงคิดขณะบรรจ
หลังกลับออกมาจากโรงเตี๊ยมซินเจียงแล้วอี้เจ๋อก็คอยเดินตามเยว่ชิงไม่ห่าง“พี่ชายคนนั้นชอบพี่สาว ต้องชอบพี่สาวแน่ๆ”อี้เจ๋อเอ่ย มองหน้าเยว่ชิงพร้อมรอยยิ้มดูไร้เดียงสา“อืม คงงั้นแหละ” เยว่ชิงตอบกลับไป‘ขนาดนางท้องป่องยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจบุรุษอีกนะ เฮ้อ..แต่ก็แน่ล่ะ ดูสิ..รูปโฉมนางงดงาม มีหน้าตาผิวพรรณดีถึงเพียงนี้เลยนี่นา’เยว่ชิงอดชื่นชมตัวเองไม่ได้แม้นโลกนี้จะไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นยอด ครีมบำรุงผิวชั้นดี แต่การที่เยว่ชิงได้ดื่มกินน้ำจากธารวิเศษ วัตถุดิบชั้นยอด รวมทั้งพืชผักผลไม้ที่รดบำรุงด้วยธารน้ำวิเศษก็ทำให้นางแข็งแรงสุขภาพดี ผิวพรรณผุดผ่องเปล่งประกายทีเดียว‘ใช่ขอรับ เจ้าค่ะ ท่านแม่ของพวกเรางดงามมากจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีพวกเราขึ้นมาแน่’ เจ้าสองแฝดในท้องที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นกับมารดาของพวกเขาอีกครั้ง‘แน่ะเจ้าเด็กแก่แดด บิดาของพวกเจ้าต้องพิษไม่รู้เรื่องราวหรอกนะ พวกเจ้าจึงได้มาอยู่ในนี้น่ะ’เยว่ชิงเอ่ยกับลูกๆของนางทางจิตสำนึกพร้อมเอามือลูบหน้าท้องนูนป่องแผ่วเบา‘ไม่ใช่เสียหน่อย ท่านพ่อยามนั้นแม้นจะต้องพิษแต่ยังคงมี
หลังจากตกลงเรื่องการค้าขายผลผลิตกับโรงเตี๊ยมซินเจียงอันโด่งดังมีชื่อเสียงในตัวเมืองได้แล้ว พวกเหลาสุราร้านอื่นๆในตัวเมืองก็สนใจมาสั่งซื้อผักจากสวนสกุลซูมากขึ้นโดยที่สองแม่ลูกไม่ต้องออกไปค้าขายเองอีก เยว่ชิงเลือกผู้รับซื้อโดยเน้นคนจากหมู่บ้านตงหยวนซึ่งไว้วางใจได้เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย เพราะคนเหล่านั้นรู้ดีว่าครอบครัวสกุลซูมีเบื้องหลังที่อันตรายแอบแฝงอยู่จึงไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากนัก กิจการค้าของเยว่ชิงเจริญก้าวหน้าสร้างรายได้หลายร้อยตำลึงทองต่อเดือน ทำให้ครอบครัวนางมีกินมีใช้เหลือเก็บฐานะดีขึ้นไม่น้อยตัวเยว่ชิงเองก็แทบไม่ได้ใช้เงินซื้อหาอาหารอะไรเลยเพราะนางสามารถนำมันออกมาจากมิติพิเศษได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว“ท่านแม่วันนี้ข้าจะเข้าไปในตลาดกลางเมืองเพื่อหาซื้อข้าวของเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวเสียหน่อยนะเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยกับมารดาขณะทานอาหารเช้าร่วมกัน “ชิงเอ







