Masuk“ท่านมีเรื่องอันใดจะพูดกับข้างั้นหรือเจ้าคะ” รั่วเหรินเอ่ยปากถามซูโหว ที่นั่งทำท่าทาง
หลังซูโหวได้รับฟังคำตอบรับจากรั่วเหรินสตรีที่เขามีใจรักลึกซึ้งให้แล้ว ก็ดีใจมากเผยรอยยิ้มกว้างออกมาพร้อมโอบกระชับนางแน่นขึ้นไปอีก “ขอบใจนะ ขอบใจเจ้ามากเหรินเหรินที่ยอมให้โอกาสข้า ข้ารับรองว่าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่นอน” ซูโหวเอ่ยด้วยความยินดี รั่วเหรินยิ้มกริ่มพอใจเมื่อได้เห็นท่าทางดีอกดีใจเช่นนั้นของซูโหวที่ได้รับการยอมรับจากนาง เพราะสิ่งนี้ทำให้นางรู้ว่าซูโหวรักและจริงจังกับนางมากเพียงใดนั่นเอง มองคนตัวโตที่ยิ้มยินดีราวกับบุรุษโง่งมอยู่พักหนึ่ง รั่วเหรินก็อดใจไม่ไหวยื่นหน้าขึ้นไปจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มสากของคนซูโหวคราวหนึ่งทำเอาคนตัวโตใจเต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามแดงก่ำขึ้นมาทันใด ก่อนจะก้มหน้าลงมามองใบหน้างดงามของรั่วเหรินจ้องสบตากันหวานซึ้งอยู่พักใหญ่สุดท้ายซูโหวห้ามใจไม่ไหวก้มหน้าลงมามอบจุมพิตนุ่มนวลที่ริมฝีปากบางอวบอิ่มของ
ซูโหวนั่งเงียบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินว่ารั่วเหรินได้ตัดสินใจเลือกบุตรเขยหรือว่าที่เจ้าบ่าวให้กับตัวเองแล้ว “พี่ซูโหว เหตุใดจึงเงียบไปล่ะเจ้าคะ เชิญท่านกลับไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าไม่สะดวกรับแขก หลังจากนี้ยังมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกเยอะ” รั่วเหรินเอ่ยไล่ซูโหวอย่างไม่คิดไว้หน้าเขาเลยสักนิด ก่อนหน้านี้นางอุตส่าห์หลงดีใจที่ซูโหวรีบมาพบนางถึงเรือนตามแผนของเยว่ชิงแต่สุดท้ายเขากลับพูดจาบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมเอ่ยความในใจที่มีต่อนางออกมาเสียที ทำให้ตัวนางเริ่มเหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน“พี่ซูโหว หากท่านไม่มีอะไรจะพูดอีกข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” รั่วเหรินกล่าวพร้อมลุกขึ้น ทำท่าจะก้าวเดินออกไป‘หมับบ’“พี่ซูโหวนี่ท่านจะทำอะไรน่ะ” รั่วเหรินเอ่ยอย่างตกใจเมื่อจู่ๆคนตัวโตปากหนักสงวนท่าทีฉวยคว้าตัวนางเอาไว้ ที่สำคัญยามนี้เขายังโอบกอดนางเอาไว้แน่นเลยทีเดียว“เหรินเห
หลังซูโหวออกมาจากเหลาสุรากุ้ยเฉินแล้วก็มุ่งหน้ากลับไปที่เรือนสกุลเมิ่งทันที “อ้าวอาโหว วันนี้เจ้าไม่ได้ไปช่วยชิงเอ๋อ ดูแลเหลาสุราหรอกรึ” เมิ่งฮูหยินเอ่ยถามบุตรชายที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามา “ท่านแม่ ท่านต้องช่วยข้าด้วยนะขอรับ” ซูโหวเอ่ยอย่างร้อนรน “ช่วยอะไรงกัน”เมิ่งฮูหยินเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “ช่วยส่งแม่สื่อไปสู่ขอเหรินเอ๋อที่จวนสกุลมู่ให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะขอรับ” “ห๊าา แม่สื่อ? สู่ขอ? เหรินเอ๋อ? เหรินเอ๋อไหนกัน? หรือว่า..มู่เหรินเอ๋อสหายรักของชิงเอ๋องั้นรึ?” เมิ่งฮูหยินเอ่ยอย่างสับสนงุนงงไปหมด 
“ชิงเอ๋อ นี่เจ้ากลั่นแกล้งอาโหวจนพอใจแล้วรึ จึงคิดจะจบงานผูกได้แดงเป็นผู้เฒ่าจันทราให้เขากับเหรินเอ๋อแล้วน่ะ”ลู่เสียนเอ่ยเย้าฮูหยิน ยามนี้เขาไม่คิดหึงหวงเยว่ชิงกับซูโหวแล้ว เพราะตระหนักได้ว่าสหายรุ่นพี่ของฮูหยินผู้นี้ มีใจรักมั่นต่อมู่รั่วเหรินอย่างแท้จริงเขายังรู้สึกเห็นอกเห็นใจซูโหวด้วยซ้ำที่ถูกฮูหยินรักของเขากลั่นแกล้งดัดนิสัย ปล่อยให้ตามเอาอกเอาใจรั่วเหรินนานหลายเดือนทีเดียว“ท่านพี่นี่เข้าใจเปรียบเปรยนักนะเจ้าคะ ข้ามิใช่ผู้เฒ่าจันทราเทพเจ้าแห่งความรักที่คอยผูกได้แดงให้แก่คู่หนุ่มสาวเสียหน่อย”“อย่างข้านี่เรียกว่าเป็นแม่สื่อเฉพาะกิจเจ้าค่ะ”“อีกทั้งยังเป็นแม่สื่อที่รูปโฉมงดงามเยาว์วัยมากด้วย มิอาจหาญเทียบกับผู้เฒ่าจันทราได้หรอกนะเจ้าคะ”“เอาเถอะ ฮูหยินของข้าเป็นแม่สื่อที่งดงาม เยาว์วัยที่สุดในแคว้นนี้แล้วล่ะ”ลู่เสียนเอ่ยชื่นชมพร้อมเข้ามาบีบนวดคลายความเมื่อยล้าให้ฮูหยินโฉมงามของเขา ซึ่งกำลังทาครีมบำรุงผิวที่ปรุงขึ้นเองอยู่หน้ากระจก“ตกลงว่าเจ้าจะทำอย่างไรให
ซูโหวพยายามเอาอกเอาใจรั่วเหรินตามที่เยว่ชิงแนะนำอย่างเต็มที่ แต่ดูเหมือนนางยังมีท่าทีเฉยชาห่างเหินกับเขาอยู่ดีนั่นแหละ “ชิงเอ๋อ พี่ซูโหตามเอาอกเอาใจข้าถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าจะให้ข้าแกล้งทำตัวเฉยชากับเขาอีกงั้นหรือ” รั่วเหรินถามสหายรักท่าทางร้อนใจ โดยวันนี้พวกนางทั้งสองคนไม่ได้เข้าไปดูแลเหลาสุรากุ้ยเฉินปล่อยให้บุรุษอย่างซูโหวลู่เสียนและปู้เฉิงรับหน้าที่ดูแลกันไป “เจ้าชอบพี่ซูโหวมานาน เขาเองเป็นบุรุษแต่กลับเก็บงำสงวนท่าทีเอาไว้แบบนี้ ต้องเล่นงานให้หลาบจำเสียหน่อยเถอะ” เยว่ชิงกล่าวนึกเคืองซูโหวแทนสหายรัก “แต่ข้าสงสารเขานี่ เวลาเห็นพี่ซูโหวทำหน้าหงอยเศร้าใจเพียงนั้น ข้าละอยากโผเข้าไปกอดปลอบโยนเขาเหลือเกิน”&nb
ยามสายรั่วเหรินกับซูโหวต้องไปชิมขนมของว่างตามรายการร้านขนมที่เยว่ชิงจดเอาไว้ให้อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีเจ้าตัวน้อยไปด้วยเพราะสองแฝดไปอยู่ที่จวนกั๋วกงให้ท่านปู่ท่านย่าพูดคุยให้หายคิดถึง “เหรินเอ๋อ ลองชิมขนมนี้ดูสิ”ซูโหวเอ่ยกับรั่วเหรินขณะเลื่อนจานขนมเปี๊ยะไส้เนื้อไปให้นางจนมือเขาเกือบไปสัมผัสกับมือนางเข้าแต่รั่วเหรินรีบขยับมือออกห่างเสียก่อน ราวกับกลัวโดนของร้อนลวกมืออย่างไรอย่างนั้น ทำให้ซูโหวรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย“ขอบคุณเจ้าค่ะ” รั่วเหรินเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเรียบจากนั้นตลอดทั้งวันรั่วเหรินก็มีท่าทีเฉยชาห่างเหินกับซูโหวอย่างไรชอบกล ทำให้เขารู้สึกเคว้งคว้างใจหายอย่างประหลาดนับจากวันนั้นรั่วเหรินก็ไม่คอยหาเรื่องถกเถียงกับซูโหวอีก ทั้งยังตีตัวออกห่างจากเขาและมีท่าทีเฉยชาอย่างไรชอบกลวันนี้รั่วเหรินขอกลับเรือนเร็วกว่าทุกวัน ทำให้ซูโหวรู้สึกเงียบเหงาอย่างประหลาดทั้งที่มีลูกค้าอยู่เต็มร้านแท้ๆ“พี่ซูโหวท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ เ







