Beranda / รักโบราณ / สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง / บทที่ 1 เครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง

Share

สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง
สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง
Penulis: ฮวาเฟิ่งหวง

บทที่ 1 เครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-04-03 09:45:37

บทที่ 1

เครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง

ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเดินเก็บสมุนไพรในป่าลึกชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นร่างของเจ้าขนปุกปุยนอนฟุบอยู่ไม่ไกลจากที่นางอยู่มากนัก เด็กน้อยพาตนเองไปใกล้ๆ กับมันก็พบว่าเจ้าก้อนปุกปุยนั้นคือจิ้งจอกตัวน้อย

‘หมาน้อย!’

แม้ว่านางจะเชื่อว่ามันเป็นหมาน้อยก็ตาม...

นางอุ้มจิ้งจอกตัวน้อยหรือหมาน้อยของนางขึ้นมา เห็นว่ามันได้รับบาดเจ็บก็ใช้สมุนไพรที่ตนเองเพิ่งเก็บมา ก่อนจะใช้หินทุบๆ แล้วนำมันไปวางโปะไว้ที่บาดแผลของจิ้งจอกตัวน้อย พร้อมทั้งฉีกแขนเสื้อตนเองแล้วใช้พันที่ท้องของมันเอาไว้

ดวงตาใสๆ ของนางมองเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้ด้วยความเวทนา อยากจะนำมันไปดูแลเหลือเกิน หากแต่แค่ตัวนางเองก็ลำบากมากพอแล้ว ไม่อยากนำเจ้าสัตว์ตัวน้อยไปทุกข์ยากด้วย อีกอย่างขืนนำจิ้งจอกตัวนี้กลับบ้านไปด้วย มีหวังจากที่จิ้งจอกตัวนี้จะรอดตาย คงถูกตีจนตายต่อหน้าต่อตานางแน่ๆ

แม้นางจะยังเด็กนัก แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้เด็กน้อยเข้าใจโลกที่นางอยู่อย่างถ่องแท้

‘เรียบร้อย ข้าต้องไปแล้วนะ’ ด้วยความไร้เดียงสา นางคิดว่าทำแค่นี้จิ้งจอกตัวนั้นคงรอดตายแล้ว ก่อนจะเดินลงจากเขาไป...

ดวงตาของจิ้งจอกน้อยกะพริบอย่างเชื่องช้า มองแผ่นหลังของเด็กหญิงก่อนจะพยุงตัวเองลุกขึ้นเดินหายไปจากตรงนั้น

ตามตำนานเล่าขานว่ากันว่าจิ้งจอกเก้าหางเป็นเพียงจิ้งจอกธรรมดา ทว่าจิ้งจอกตัวนั้นบำเพ็ญเพียรมาแล้วมากกว่าหนึ่งพันปี เพราะหากบำเพ็ญเพียรครบหนึ่งร้อยปีหางจะเพิ่มขึ้นมาหนึ่งหาง ความสามารถและพละกำลังก็จะเพิ่มขึ้นไปตามหางที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยจิ้งจอกเก้าหางจะมีความสามารถในการแปลงกายเป็นอะไรก็ได้อย่างอิสระ

ในทุกปีหากส่งเครื่องบรรณาการเป็นสตรีพรหมจรรย์ขึ้นไปบนภูเขา ซึ่งเชื่อว่าเป็นพื้นที่ของจิ้งจอก จะได้รับค่าตอบแทนเป็นสินสอดยาวหลายร้อยลี้ ที่สำคัญพื้นดินที่แห้งแล้งเนื่องจากฟ้าฝนไม่ตกตามฤดูกาลก็จะชุ่มฉ่ำขึ้นมา

ทว่าปีนี้ต่างออกไป เนื่องจากเครื่องบรรณาการที่ถูกส่งไปในครั้งนี้เป็นฟางเหนียง สตรีขุนนางขั้นต่ำสุดแลกกับการเลื่อนขั้นของบิดาและสินสอดหลายร้อยตำลึง เนื่องจากผู้เฒ่าผู้หนึ่งซึ่งผู้คนเคารพนับถือมาก ได้ทำนายว่าหากส่งฟางเหนียงไปเป็นเครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอก ฝนจะตกลงมาเป็นทอง โดยหารู้ไม่ว่าผู้เฒ่าผู้นั้นก็คือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์แปลงกายมา!

ภายในรถม้าคันหนึ่งสตรีตัวน้อยที่วันนี้จะอายุครบสิบหกหนาว อาภรณ์สีแดงปักด้วยด้ายสีทองดูสง่างาม เครื่องประดับงดงามบนร่างกายล้วนแล้วแต่เป็นของดีราคาแพง ยิ่งอยู่บนเรือนร่างของสตรีวัยผลิบานเช่นฟางเหนียงด้วยแล้ว ยิ่งขับให้นางงดงามดั่งบุปผาต้องห้ามในวังหลวง

ดวงหน้างดงามฉายแววกังวลอยู่ตลอดเวลา ฝ่ามือของนางเย็นเฉียบทั้งๆ ที่ยามนี้เป็นคิมหันตฤดู[1] แดดด้านนอกร้อนแรงจนพืชผลของชาวบ้านล้มตายกันเป็นแถว

หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวเมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะถึงที่หมาย นางกระวนกระวายอยากจะกระโดดออกจากรถม้าไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่รอบด้านล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษร่างใหญ่ แค่เพียงเปิดหน้าต่างยังห้ามไม่ให้นางทำ นับประสาอะไรกับการหนีจากรถม้า รถม้าวิจิตรงดงามที่สตรีทั้งหลายใฝ่ฝัน ไม่ต่างไปจากคุกสำหรับฟางเหนียงตัวน้อย

กึก

รถม้าหยุดลงกับที่พร้อมประตูเปิดออก

“ออกมา...!” เสียงนั้นกึ่งบังคับให้นางต้องขยับกายเดินออกไป

สตรีตัวน้อยมองรอบด้านด้วยความหวาดหวั่นยิ่งนัก ไม่ว่าจะมองไปทิศทางใดก็ดูคล้ายกันไปหมด นางเคยเล่นซนแอบเข้าป่ามาบ้าง ซึ่งในความทรงจำของนางป่ามันมิได้น่ากลัวเท่าใดนัก แม้รอบด้านจะเหมือนๆ กันหมด แต่ที่นี่มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เงียบสงัดและวังเวง คล้ายกับจะมีสิ่งโผล่พรวดออกมาได้ทุกเวลา

หลังจากฟางเหนียงลงมาจากรถม้า ชายฉกรรจ์ในคราบองครักษ์ที่ถูกจ้างให้มาส่งนางก็รีบกลับทันที แม้แต่องครักษ์ผู้กล้าหาญที่สุดก็ปฏิเสธในการมาส่งนางที่ป่าแห่งนี้ จนต้องจ้างวานคนป่าเถื่อนหรือพวกโจรป่าทุกปี เพราะที่แห่งนี้หากผู้ใดเข้ามายากนักที่จะได้กลับออกไปอย่างครบสามสิบสองประการ

“ชะ ช้าก่อน…!” เสียงของนางทำให้บุรุษทั้งหลายชะงัก ก่อนจะตวัดสายตามองนางอย่างดุดัน “คะ คือว่า… พวกท่านจะทิ้งข้าไว้ที่นี่หรือ?”

“นายจ้างข้าว่าเช่นนั้น”

“อึก ทะ ท่านอยู่กับข้าต่อได้หรือไม่?” นางเอ่ยด้วยแววตาขอร้องอ้อนวอน จะทิ้งนางไว้ที่นี่เพียงคนเดียวไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยหรือ?

“หึ หากพวกข้าอยู่กับเจ้าต่อ…” บุรุษพวกนั้นจ้องมองฟางเหนียงมาตั้งแต่ก่อนขึ้นรถม้าแล้ว นางงดงงามไม่น้อย หากได้เชยชมคงเป็นบุญยิ่งนัก “เจ้าจะให้สิ่งใดพวกข้าล่ะ?”

บุรุษร่างใหญ่เดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาหานาง… ฟางเหนียงรับรู้ได้ถึงอันตรายจากบุรุษพวกนี้ จึงก้าวเท้าถอยหลังอย่างระแวดระวัง พลางนึกโทษตนเองในใจว่าไม่น่าไปเอ่ยเช่นนั้นเลย ปล่อยให้พวกมันไปแล้วตนเองก็หาทางหนีตามแผนที่วางเอาไว้

ไม่ว่าทางใดก็เลวร้ายสำหรับนางเหลือเกิน! อยู่ดีๆ ก็ถูกเสนอชื่อมาเป็นเครื่องบรรณาการให้จิ้งจอกในตำนาน เครื่องบรรณาการบ้าอะไร เครื่องสังเวยล่ะสิไม่ว่า!

จังหวะที่อีกฝ่ายยื่นมือขึ้นหมายจะแตะต้องร่างกายของนางเพื่อเชยชมนั้น…

“กรรซ์!!” เสียงขู่คำรามพร้อมกับสายลมโฉบผ่านร่างของนาง

“อ๊าก!!” เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของบุรุษดังขึ้น เมื่อจิ้งจอกสีขาวตัวหนึ่งกระโจนเข้ามากัดมือข้างนั้นที่หมายจะแตะต้องร้างกายของฟางเหนียง

ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเสียจนฟางเหนียงสั่นไปทั้งตัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูก จนสตรีตัวน้อยต้องยกมือขึ้นปิดปากและจมูกแน่น!

…ตายแน่ๆ ข้าตายแน่ๆ ข้ายังไม่ทันได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเลย ข้ายังไม่ทันได้ทำสิ่งที่ชอบเลย…

ฟางเหนียงสั่นระริกไปทั่วทั้งร่าง ยามจิ้งจอกตัวนั้นหันหัวกลับมาหานาง ดวงตาของมันดูดุร้ายสำหรับนางเหลือเกิน มันก้าวเท้ามาหาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม หัวใจของนางสั่นระรัวจนแทบหายใจไม่ทัน

ริมฝีปากอวบเผยอออกเพื่อที่จะร้องห้ามไม่ให้มันเข้ามา แต่นางตกใจกลัวจนเปล่งเสียงไม่ออก!!

ท้ายที่สุดฟางเหนียงก็เป็นลมล้มพับลงไป จิ้งจอกตัวนั้นถอนหายใจพลางคิดว่า…

…มนุษย์นี่หนา ขวัญอ่อนเสียจริง…

จิ้งจอกซึ่งตัวใหญ่กว่าฟางเหนียงเดินเข้ามาใกล้ร่างบอบบางซึ่งหมดสติอยู่บนพื้น ก่อนจะใช้ปากใหญ่ๆ คาบที่เอวบาง ตวัดใบหน้าโยนอิสตรีในชุดแต่งงานราคาแพงขึ้นไปบนหลัง ก่อนจะเดินหน้ามุ่งสู่พระราชวังอันใหญ่โต

“เฮือก!!”

ฟางเหนียงสะดุ้งสุดตัวลืมตาตื่นขึ้นจากห้วงแห่งนิทรา ภาพจำล่าสุดยังชัดเจนทำเอานางตัวสั่นระริก ผุดลุกขึ้นแล้วมองสำรวจไปรอบด้านด้วยความหวาดหวั่น ฟางเหนียงเห็นว่าที่นี่คือห้องนอน และนางอยู่บนเตียงนอน ร่างกายไม่มีแม้รอยขีดข่วน มีเพียงอาการปวดหัวเล็กน้อย เนื่องจากนางเป็นลมล้มจนหัวกระแทกพื้น

…ที่นี่?...

“ตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง ดวงหน้าหวานหันขวับมองทางต้นเสียงด้วยความหวาดหวั่น

เนื่องจากแสงจันทร์จากหน้าต่างที่เปิดกว้างสว่างมาก จึงเห็นใบหน้าคมคายของบุรุษอย่างชัดเจน ใบหน้านั้นราวกับเทพเซียนมาจุติ งดงามและลึกล้ำ โดยเฉพาะเส้นผมสีเงินหายากราวกับไม่น่ามีอยู่บนโลกนี้ ซึ่งพริ้วไหวไปกับสายลมอ่อนๆ ซึ่งพัดผ่านเข้ามา แม้จะดูน่าหลงใหลแต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายอย่างน่าหวาดหวั่น

ดวงตาเรียวและคมเข้มเหลือบสายตามองสตรีตัวน้อยที่นั่งอยู่บนเตียง เป็นสายตาที่นางมิอาจคาดเดาได้เลย

“เจ้าเป็นไบ้หรือ?” คิ้วคมขมวดเข้าหากันก่อนจะวางถ้วยเหล้าลงบนโต๊ะ หยัดกายขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินมาเพียงสองสามก้าว ขายาวๆ นั่นก็มาถึงตัวฟางเหนียงเสียแล้ว “ข้าว่ามิใช่นะ”

ใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาจนเกือบชิด รับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายชัดเจน

...แม้ท่านจะงดงาม แต่มาหลอกล่อข้ามิได้หรอก ข้าน่ะ อยากมีชีวิตอิสระ หาได้อยากมัวเมาไปกับความรักไร้ค่า...

แม้นางจะคิดเช่นนั้น หากแต่หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบพร้อมกับถดกายถอนหนีจนเกือบตกเตียง

“ว้าย!” หากแต่ก่อนนางจะหงายหลังลงพื้น บุรุษผู้นั้นกลับเข้ามาโอบเอวนางแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างนุ่มนวล

“ระวังหน่อยสิ ข้าไม่อยากให้เจ้าบาดเจ็บ” น้ำเสียงทุ้มหัวเราะเสียงเบากับท่าทางของนาง ก่อนจะใช้หลังนิ้วชี้สัมผัสปลายจมูกของนางคล้ายกันหมั่นเขี้ยว “เจ้ามีนามว่าอะไรหรือ?”

“ขะ ข้า… ฟางเหนียงเจ้าค่ะ” ดวงตาคู่งามหลุบต่ำลงหลบสายตา คล้ายกับจะถูกนัยน์ตาดั่งหยกทมิฬนั่นดึงดูดเข้าไป

“ฟางเหนียงหรือ…” เอ่ยจบก็ใช้จมูกสูดดมกลิ่นที่ลำคอระหง สตรีตัวน้อยสะดุ้งอีกหนก่อนจะดันแผงอกกว้างออกจากตัว

“ทะ ท่าน!!”

“เป็นนามที่เหมาะกับเจ้าดี” ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ กดสายตาจ้องมองฟางเหนียงอย่างจงใจให้นางรับรู้ “ข้าจินหมิงเยว่ ให้เจ้าเรียกว่าท่านพี่ หรืออยากเรียกท่านสามีข้าก็ยินดี”

“คะ คือว่า ท่าน…” นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองนางอย่างกดดัน พลังมหาศาลไร้ที่มาทำเอาฟางเหนียงแทบหายใจไม่ออก “ท่านพี่”

เมื่อนางเอ่ยเช่นนั้นความกดดันที่แผ่คลุมเมื่อครู่ก็หายไป ฟางเหนียงรู้สึกประหลาดใจเหลือเกิน แต่ก็มิได้คิดอะไร เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้ ก็คือต้องผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้!

ฟางเหนียงถูกส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง ระหว่างนั้นก็เกิดเรื่องจนหมดสติไป มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่นี่เสียแล้ว จึงเกิดคำถามขึ้นภายในใจ

“ท่านพี่ ช่วยข้าไว้หรือเจ้าคะ?”

จินหมิงเยว่ผละออกจากร่างของนาง หากแต่สายตาจ้องมองเนินอกซึ่งโผล่อาภรณ์สีแดงสดพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์

“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” เดินกลับไปคว้าจอกสุราและถ้วยสุรามาสองใบ จัดการรินใส่ถ้วยด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ก่อนจะยื่นใบหนึ่งส่งไปตรงหน้าของนาง

ฟางเหนียงมิได้รับในทันที นางมองมันอย่างไม่ไว้วางใจว่าอาจจะผสมสิ่งใดลงไป

จินหมิงเยว่ยกยิ้มมุมปากก่อนจะยกถ้วยเหล้ากระดกเข้าปาก แล้วประคองดวงหน้าหวานแนบริมฝีปากลงไปทันที ไม่เพียงเท่านั้นฝ่ามือหนายังบีบคางเล็กเบาๆ เพื่อบังคับเปิดริมฝีปากอวบอิ่มรับน้ำสุราเข้าไปในปาก

“อึก!” สตรีตัวน้อยเผลอกลืนด้วยความตกใจ ก่อนที่จินหมิงเยว่จะถอนริมฝีปากออก แล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างจงใจ

สตรีตัวน้อยอ้าปากพะงาบๆ อยากก่นด่าบุรุษตรงหน้าเสียจริงแต่ก็มิอาจทำได้ ด้วยเสียงของนางที่หายไปชั่วครู่ราวกับถูกขโมยเสียงไปด้วยจุมพิตนั่น

อีกทั้งสตรีเช่นนางจะก่นด่าบุรุษสูงศักดิ์ก็คงต้องเตรียมตัวหัวหลุดออกจากบ่าได้เลย แต่ฟางเหนียงยังไม่อยากตายเสียหน่อย ในเวลาเช่นนี้มีแต่ต้องสงบปากสงบคำเท่านั้น

“ว่าอย่างไร” จินหมิงเยว่รินสุราจากจอกใส่ถ้วยจนเต็ม ราวกับจงใจมอมเหล้านางอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะส่งไปตรงหน้าของฟางเหนียงอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ยามมองนางยิ่งนัก คล้ายกับพร้อมที่จะขย้ำและกลืนกินนาง

[1] คิมหันตฤดู = ฤดูร้อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง   บทที่ 36 รักผู้ใดมากกว่า

    บทที่ 36รักผู้ใดมากกว่า“ข้าขอแนะนำตัวอีกครั้ง ข้ามีนามว่าจินหมิงอัน เป็นบุตรชายของพวกท่านในชาติภพหนึ่ง”แม้จะเป็นเรื่องที่รู้อยู่ก่อนแล้ว จากในห้วงแห่งความฝัน หากทว่าก็อดที่จะตกใจมิได้ที่อยู่ดีๆ ก็มีบุตรชายเติบโตอย่างงดงามเช่นนี้แล้ว“ท่านพ่ออาจจะจำข้ามิได้ ทว่าท่านแม่...” ดวงตาของจินหมิงอันนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ท่านจำข้าได้หรือไม่?”“ขออภัย ข้า...”“อ่า เป็นเช่นนั้น...” บุรุษหยักหน้าอย่างเชื่องช้า รู้ดีที่สุดว่านางคงไม่มีทางจำได้ หากแต่ยังคงคาดหวังจินหมิงอันเมื่อครั้นสูญเสียมารดานั้น ก็เป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น เขายังสูงแค่เพียงอกของมารดาแต่กลับต้องขึ้นเป็นผู้นำดินแดน แบกรับความกดดัน แบกรับความเศร้าเสียใจจากการสูญเสียมารดาอย่างไม่มีวันหวนกลับมา เขาก็แค่...เด็กน้อยผู้หนึ่งที่คิดถึงไออุ่นของมารดาเท่านั้นเองช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาแม้มิได้อยู่ผู้เดียว มีท่านลุงซึ่งเป็นเทพอยู่บ

  • สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง   บทที่ 35 ฝันเสมือนจริง

    บทที่ 35ฝันเสมือนจริงฟางเหนียงรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่อยู่ภายในกายของนาง ความแข็งแกร่งของบุรุษเพศที่แทบจะทะลุทะลวงช่วงท้องของนาง ความเจ็บปวดที่ถูกทำลายเยื่อพรหมจรรย์เมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านในฉับพลัน นางเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง กลัวว่าจะเอื้อนเสียงอันน่าอายออกมาทว่ายิ่งบุรุษเร่งกระหน่ำเอวระรัว ราวกับมิอาจต้านทานมันได้จึงเผลอร้องครางเสียงหวาน นางยกมือขึ้นปิดปากด้วยความอับอาย แต่ก็ถูกจินหมิงเยว่คว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้าขึ้นตรึงเหนือหัว พร้อมทั้งถาโถมสะโพกใส่นางไม่ยั้ง ราวกับเรียกร้องให้นางร้องครางออกมาดังๆ“อ๊ะ อ๊ะ ท่านพี่ อึก”“ข้าชอบเสียงของเจ้า ร้องสิ ร้องออกมาดังๆ”“อื้อ อ๊า นะ เหนียงเอ๋อร์ อาย อึก อายเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นข้าจะช่วยมิให้เจ้าร้องออกมาชั่วคราว” เอ่ยจบก็ประกบริมฝีปากดูดกลืนเสียงหวานลงคอไป เพื่อช่วยมิให้นางครวญคราง แม้ว่าบุรุษจะชอบเสียงหวานครางกระเส่าก็ตามเร

  • สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง   บทที่ 34 คืนวสันต์

    บทที่ 34คืนวสันต์หลังจากปรับความเข้าใจกันได้แล้ว จินหมิงเยว่ก็เทียวมาเที่ยวเล่นที่จวนสกุลฟางทุกครั้งที่มีเวลา กระทั่งถึงคราวผลัดเปลี่ยนอำนาจ ไท่จื่อได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ งานของจินหมิงเยว่ก็หนักขึ้นกว่าเก่าแต่ก็เป็นเกียรติกับวศ์ตระกูลวันหนึ่งจินหมิงเยว่มาหาฟางเหนียงเฉกเช่นที่ผ่านมา พูดคุยและดื่มน้ำชากับนางไม่ต่างไปจากวันอื่น ทว่าข่าวดีก็คือทั้งสองสกุลตกลงวันแต่งงานของพวกเขาได้แล้วงานแต่งงานของทั้งสองนั้นจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ผู้คนต่างเข้ามาร่วมยินดี เพราะคนทั้งคู่ต่างเป็นที่รักของคนในเมืองยามนั้นเองบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาภายในงานเลี้ยงมงคล บุรุษรูปงามจนน่าตกละลึง งดงามเสียจนราวกับไม่มีอยู่ในโลกใบนี้ ฟางเหนียงเผลอจ้องมองอย่างเสียมารยาท เมื่อเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ก่อนจะสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป หากเป็นคนที่นางเคยเจอไม่มีทางที่จะจำมิได้เป็นแน่ ก็รูปร่างหน้าตาโดดเด่นถึงเพียงนี้“อะแฮ่ม!” จินหมิงเยว่กระแอ่มไอ เมื่อเห็นฟางเหนียงจ้องมองบุรุษรู

  • สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง   บทที่ 33 ให้โอกาสข้าได้หรือไม่

    บทที่ 33ให้โอกาสข้าได้หรือไม่จวนสกุลจินนี่เป็นครั้งแรกที่จินหมิงเยว่พิถีพิถันในการเลือกชุดที่จะสวมใส่ในวันนี้ กว่าจะออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบก็ใช้เวลาไปหนึ่งชั่วยามเต็มๆ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจินหมิงเยว่ก็เตรียมตัวที่จะออกจากจวน หากแต่ทหารในสังกัดของไท่จื่อก็ได้มารายงานบางอย่างให้กับบุรุษ จินหมิงเยว่ขมวดคิ้ว ใบหน้าเคร่งเครียด...เหตุใดต้องเป็นตอนนี้ด้วย!...ท้ายที่สุดบุรุษก็รีบเดินทางไปยังพระราชวัง!ไท่จื่อเรียกจินหมิงเยว่มาอย่างกะทันหัน เนื่องจากได้รับข่าวจากทหารเฝ้ายามว่าพบเจอกับโจรป่าดักซุ่มจากการสอดแนมพบว่าพวกมันเตรียมที่จะบุกเข้าไปในเมืองหลวง ปั่นป่วนงานเทศกาลหยวนซีที่กำลังครึกครื้นไปด้วยอิสตรี อีกทั้งยังวางแผนที่จะลักพาตัวพวกนางได้ ได้ยินเช่นนั้นจินหมิงเยว่ก็มิอาจนิ่งเฉยได้ เพราะผู้ที่อาจจะถูกลักพาตัวอาจจะมีฟางเหนียงรวมอยู่ด้วย ได้แต่หวังว่านางจะไม่รอเขาและไปเที่ยวงานเทศกาลอย่างสนุกสนานจินหมิ

  • สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง   บทที่ 32 เฝ้ารอ

    บทที่ 32เฝ้ารอวันต่อมา ณ จวนสกุลฟางงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของฟางเหนียงถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทว่าฟางเหนียงเป็นสตรีน่าเอ็นดู และมีจิตใจดีและอ่อนโยนกับคนรอบข้างเสมอผู้คนต่างมาร่วมงานเลี้ยงนี้พร้อมกับของขวัญมากมาย นางได้รับความรักมากมายเหลือเกิน กระทั่งจินหมิงเยว่เดินเข้ามาในงานซึ่งส่วนใหญ่มีแต่สหายของฟางเหนียง“เหนียงเหนียง นั่นคือใครน่ะ?”“เขาช่างรูปงามเหลือเกิน”“นั่นมันบุตรชายสกุลจินมิใช่หรือ?”ฟางเหนียงหันไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะละจากทุกคนแล้วเดินไปต้อนรับจินหมิงเยว่ โดยมีสาวใช้ประคองเนื่องจากข้อเท้าของนางยังไม่หายดีสตรีตัวน้อยเตรียมที่จะคำนับบุรุษหากแต่จินหมิงเยว่กลับดึงเก้าอี้มาไว้ที่ด้านหลังของนางแล้วประคองให้นั่งลง พลางเอ่ยเสียงเบาอย่างเอาใจใส่“นั่งเถิด เจ้าบาดเจ็บอยู่ พิธีรีตองอะไรข้าไม่ถือสาหรอก อย่างไรก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว” บุรุ

  • สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง   บทที่ 31 แรกพบสบตา

    บทที่ 31แรกพบสบตาหลังจากนั้นไห่ไท่หยางก็พานางไปยังพระราชวัง ก่อนที่บุรุษจะเดินหนีหายไป…ระหว่างที่ดำเนินการสำเร็จโทษนางนั้น ฟางเหนียงก็ได้ร่ายอาคมเพียงผู้เดียวเงียบๆ ยามนั้นท้องฟ้าแปรเปลึคล้ายกับจะเกิดพายุลูกใหญ่ ผู้คนต่างคิดว่ามันคือลางร้ายในที่สุดฟางเหนียงก็ร่ายอาคมสำเร็จ ลูกแก้วจิ้งจอกกำลังสูญสลายไปจากกายของนาง ความเจ็บปวดจากพิษงูที่แล่นพล่านอยู่ในร่างกายของนางชัดเจนขึ้นเรื่อย งูยักษ์ที่รู้สึกได้จึงเปิดเผยตัวตนกระโจนเข้าไปหมายจะแย่งลูกแก้วจิ้งจอก แต่ก็ถูกไห่ไท่หยางใช้ธนูอาบยาพิษพิเศษ เพื่อกำจัดปีศาจงูโดยเฉพาะยิ่งเข้าที่กลางหัวงูยักษ์ในร่างมนุษย์กลับคืนร่างเดิมสร้างความตกตะลึงให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ไห่ไท่หยางไม่รอช้ารีบเข้าทูลต่อฝ่าบาทและไท่จื่อเกี่ยวกับเรื่องราวในครั้งนี้ที่เขาทำไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นละครตบตา!!คืนก่อนมีบุคคลปริศนาบุกเข้ามาที่ห้องของไห่ไท่หยาง บุรุษเสียท่าให้มันจนโดนจับตัว ในตอนที่คิดว่าคงหมดหนทางแล้วกลับเจอกับบุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status