LOGIN"ชีวิตบัดซบของข้าในเมื่อเจ้าเป็นผู้สร้างทั้งหมดเช่นนั้นก็ไปใช้ชีวิตเองเสียเถิดหลินอันอันข้าขอให้เจ้าทุกทรมารเช่นข้าและไม่ตายดี"เพราะความแค้นของหย่งเล่อทำให้นางต้องเข้ามาอยู่ในนิยายและมีตัวร้ายเป็นสามี
View Moreหลินอันอันนักเขียนนิยายสาวดาวรุ่งเป็นที่รู้จักของทุกคน และอีกไม่นานนิยายของเธอจะถูกนำทำเป็นซีรีส์ ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่เธอต้องการอย่างพอใจ จนกระทั่ง.....
ตู๊ม!!!!
เธอประสบอุบัติเหตุ.....
หลินอันอันมองร่างของตัวเองที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงน้ำตาคลอ ภาพที่เธอขับรถประสบอุบัติเหตุยังคงลอยเข้ามาในหัว แม้แต่หมอยังบอกว่าเธอมีโอกาสฟื้นขึ้นมาเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น หลินอันอันมองห้องผู้ป่วยที่ตอนนี้ว่างเปล่ามีเพียงเธอที่นอนอยู่บนเตียงเท่านั้น
"คู่หมั้นนายเป็นขนาดนี้ยังไม่คิดจะมาเลยสินะ"
หลินอันอันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเมื่อนึกถึงคู่หมั้นของเธอ ทั้งที่รู้ว่าหมอนั่นมันเฮงซวยแต่เธอก็เลือกจะรั้งเขาไว้ เพราะนอกจากหมอนั่นก็ไม่มีใครที่เป็นครอบครัวของเธออีกแล้ว..
"ท่านผู้สร้าง"
เสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ หลินอันอันหันไปทางต้นเสียงทันที แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าคนตรงหน้าสวมชุดจีนโบราณใบหน้าสวยมองมาที่เธอไม่วางตา
"เธอเป็นใคร"
"ข้าคือหย่งเล่อ ตัวละครในนิยายที่ท่านสร้างขึ้นมาและเขียนบทให้ข้าเป็นสตรีโง่งม มารดาที่มีบุตรสาวเป็นนางร้าย สตรีที่ทรยศสามี คบชู้และวางแผนสังหารสามี จนสุดท้ายข้าถูกสังหารอย่างหมาจรจัด จำได้หรือไม่"
"........"
หลินอันอัน ไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงมองสตรีตรงหน้า แทบไม่เชื่อสายตาด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าคือ หย่งเล่อ ใบหน้าสวยเรียวปากได้รูป รูปร่างบอบบางและท่าทางอ่อนแอราวกับเป็นแก้วที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อหากสัมผัสโดยไม่ระวัง นี่มันแทบจะตรงตามที่เธอบรรยายในนิยายทั้งหมด
"เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
หย่งเล่อไม่ได้ตอบคำถามของหลินอันอันแต่อย่างใด เธอทำเพียงจ้องมองหลินอันอันด้วยความแค้นเคืองก่อนจะหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ หลินอันอันมองภาพตรงหน้าก่อนด้วยแววตาสั่นกลัว พลางก้าวถอยหลังออกมาตามสัญชาตญาณ
"ชีวิตบัดซบของข้าในเมื่อเจ้าเป็นผู้สร้างทั้งหมด เช่นนั้นก็ไปใช้ชีวิตเองเสียเถิด!!! หลินอันอันข้าขอให้เจ้าทุกทรมานเช่นข้าและไม่ตายดี!!!"
หลินอันอันเบิกตากว้างทันทีที่เห็นหย่งเล่อวิ่งเข้ามาหาเธอ ทันทีที่ร่างของทั้งสองสัมผัสกันก็เกิดแสงสีขาวขึ้น และดวงวิญญาณทั้งสองก็หายไป....
โลกนิยาย
วังหลวง
“ลูกชั่ว!!!”
เพี๊ย!!!
ใบหน้าของเฉินหย่งเล่อหันไปตามแรงตบของผู้เป็นบิดาบุญธรรม นางไม่ได้ตอบโต้หรือโต้เถียงแต่อย่างใดทำเพียงหลับตายอมรับชะตากรรม
“เสด็จพ่อ ข้าว่าพอเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทเดินเข้ามาห้ามอย่างใจเย็น ทันทีที่เฉินหย่งเล่อได้ยินเสียงก็สะดุ้งตัวความรู้สึกรังเกียจอยากจะอาเจียนก็ปรากฏขึ้น นางเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะก้มหน้าไม่กล้าสบตากับบุรุษที่พึ่งเดินเข้ามา
“จะมาห้ามทำไม นังเด็กนี่มันสมควรโดน”
ฮ่องเต้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ มองบุตรชายของตนที่อยู่ตรงหน้าที่กำลังเข้าไปพยุงเฉินหย่งเล่อให้ลุกขึ้น
“หย่งเล่อ ไม่ใช่ว่าเจ้ารับปากข้าแล้วหรือเหตุใดทำให้เสด็จพ่อโมโหเช่นนี้”
ปลายคางของเฉินหย่งเล่อถูกจับให้เงยหน้าขึ้น นางมององค์รัชทายาทที่มีใบหน้ารูปงามราวเทพบุตรรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนหน้าของเขาแม้มันจะดูเป็นมิตรแต่ทำให้เฉินหย่งเล่อรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น นางทรุดเข่าหมอบลงกับพื้นด้วยท่าทางหวาดกลัว
“สะ...เสด็จพี่ ข้า ข้า ผิดเองข้าจะกลับไป ข้าจะทำตามที่เสด็จพ่อและเสด็จพี่ต้องการ”
“เสด็จพ่อคงได้ยินแล้ว หย่งเล่อของเราบอกว่าจะทำตามที่เสด็จพ่อต้องการ”
“ครั้งที่แล้วก็พูดเช่นนี้ สุดท้ายวันนี้เฉินเทียนอี้ก็ยังอยู่มิใช่หรือ”
องค์รัชทายาทลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิดก่อนจะยกยิ้มออกมา เขาย่อตัวลงตรงหน้าเฉินหย่งเล่อก่อนจะกระชากผมของนางอย่างแรงเฉินหย่งเล่อที่โดนกระทำเช่นนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด องค์รัชทายาทที่เห็นใบหน้าสวยกำลังทุกทรมานก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ครั้งนี้ข้าจะสั่งสอนให้นางจำเองพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่ออย่าได้กังวล”
“ยกนางลูกชั่วให้เจ้าสั่งสอนแล้วกัน”
ฮ่องเต้พูดจบก็เดินออกจากห้องไป องค์รัชทายาทปล่อยมือจากผมของเฉินหย่งเล่อ ก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียงรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ เฉินหย่งเล่อที่เห็นเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"คลานมาหาข้าสิ”
เฉินหย่งเล่อในตอนนี้คลานไปอย่างว่าง่าย นางคลานกับพื้นไปหาองค์รัชทายาทด้วยความสั่นกลัวไม่นานหัวของนางก็ถูกลูบอย่างแผ่วเบา
"มานั่งตรงนี้สิ"
องค์รัชทายาทตบลงบนหน้าขาตัวเองเบา ๆ เฉินหย่งเล่อที่อยู่เบื้องล่างมองด้วยแววตาสับสน
"หย่งเล่อเจ้าเป็นเด็กดีมาตลอดเหตุใดช่วงนี้ถึงได้ไม่เชื่อฟังเสียแล้ว เช่นนั้นข้าควรจะ..."
"มะ...ไม่ใช่นะเพคะ จะเป็นเช่นนั้นได้ยังไง"
เฉินหย่งเล่อพูดจบก็ฝืนยิ้มออกมาให้คนตรงหน้าแม้ในใจจะรู้สึกรังเกียจก็ตาม ทันทีที่เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปและน้ำเสียงแข็งกร้าวของคนตรงหน้านางก็ลุกขึ้นไปนั่งบนตักของเขาทันที
“รู้ใช่ไหม มีเพียงข้าคนเดียวที่ดีกับเจ้า”
“เพคะ”
องค์รัชทายาทยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะพรมจูบไปตามเส้นผมของนาง เฉินหย่งเล่อที่โดนกระทำเช่นนั้นแม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มที่มีความสุขแต่ตัวของนางกลับแข็งทื่อมือทั้งสองของนางกำแน่น ความรู้สึกน่ารังเกียจเกิดขึ้นในใจของนาง นางทำได้เพียงพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ไม่ให้คนตรงหน้ารู้
"รู้หรือไม่หย่งเล่อ เหตุใดในบรรดาน้องสาวของข้า ข้าถึงเลือกเจ้าให้แต่งเข้าจวนเฉิน"
"ไม่รู้เพคะ"
องค์รัชทายาท จับปลายคางของเฉินหย่งเล่อให้เงยขึ้นมองตรงไปด้านหน้า ก็จะกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของนาง
"เพราะเจ้างดงามที่สุดในสายตาข้า"
"......."
"เฉินเทียนอี้แม้จะเป็นบุรุษเย็นชา แต่ข้าไม่เชื่อว่าใบหน้าที่งดงามของเจ้าจะทำให้เฉินเทียนอี้ตกหลุมพรางไม่ได้ ขนาดข้าเองยังคิดถึงเจ้ายามร่วมรักกับพระชายา หากไม่ใช่เพราะเจ้าต้องรักษาพรหมจรรย์ก่อนแต่งเข้ามาเป็นชายารองของข้า ข้าก็คง..."
"........"
"ขอเพียงเฉินเทียนอี้ตาย ข้าจะนำเจ้ามาอยู่ข้างกายและแต่งตั้งเจ้าเป็นชายารองให้สมกับที่เจ้าเสียสละเพื่อข้า ส่วนยาถอนพิษของเจ้าข้าจะให้ในคืนเข้าหอของเราดีหรือไม่..."
องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะโอบกอดร่างของเฉินหย่งเล่อจากด้านหลังเขาตั้งใจโน้มใบหน้าลงซุกไซ้บนลำคอขาวอย่างเอาแต่ใจ กลิ่นหอมอ่อนจากตัวของนางยิ่งทำให้เขารู้สึกต้องการนางยิ่งนัก
"ชีวิตบัดซบของข้าในเมื่อเจ้าเป็นผู้สร้างทั้งหมด เช่นนั้นก็ไปใช้ชีวิตเองเสียเถิด!!! หลินอันอันข้าขอให้เจ้าทุกทรมานเช่นข้าและไม่ตายดี!!!"
เสียงคำสาปแช่งยังดังก้องอยู่ในหัวของเฉินหย่งเล่อนางทำเพียงหลับตาลงขอโทษเฉินหย่งเล่อในใจใน ตอนนี้หลินอันอันได้เข้าใจแล้วเหตุใดเฉินหย่งเล่อถึงโกรธแค้นนางเช่นนี้ นางในตอนนี้รับรู้ทุกสิ่งที่เฉินหย่งเล่อโดนกระทำและเหตุการณ์ที่แม้แต่นักเขียนนิยายแบบนางพึ่งจะรู้ แม้ในนิยายจะบรรยายเพียงหย่งเล่อแอบมีความสัมพันธ์ลับลับกับองค์รัชทายาทที่เป็นพี่ชายบุญธรรมและชายชู้ก็คือเขานั่นเอง แต่ที่ไม่เหมือนต้นฉบับคือ หย่งเล่อนางไม่ได้คบชู้ นางโดนวางยาพิษหากนางอยากมีชีวิตรอดนางต้องทำตามที่องค์รัชทายาทสั่ง ที่นางวางยาสามีไม่ใช่เพราะเชื่อคำยุยงของชายชู้แต่เพราะนางอยากมีชีวิตรอดเท่านั้น...
"หย่งเล่อเจ้าคงไม่ได้ลืมใช่ไหม หากเจ้าไม่ได้ยาถอนพิษภายในหนึ่งปีนี้เจ้าจะไม่มีทางถอนพิษได้อีก เจ้าที่มีพิษกระจายอยู่ทั่วร่างจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงสามปี เช่นนั้นจงสังหารเฉินเทียนอี้ให้ได้ภายในหนึ่งปีเพื่อรักษาชีวิตของเจ้าเถิด"
องค์รัชทายาทกระซิบที่ข้างหูของหย่งเล่อ ก่อนจะนำซองยาพิษส่งให้เฉินหย่งเล่อนางรับมาก่อนจะกำยาพิษที่อยู่ในมือแน่น
"หย่งเล่อ เจ้าเองก็ตกน้ำรักษาตัวที่วังมาหลายเดือนแล้วถึงเวลาที่เจ้าต้องไปทำหน้าที่ของเจ้ากลับจวนเฉินได้แล้ว อย่าได้เสียใจเลยที่ต้องห่างกายข้าวางใจเถอะหลังจากเจ้าแต่งมาเป็นชายารองของข้าแล้ว ข้าสัญญาว่าอยู่กับเจ้ากอดเจ้าเช่นนั้นและร่วมรักกับเจ้าทั้งวันทั้งคืน หย่งเล่อเจ้าเองก็ต้องการข้าเหมือนกันใช่หรือไม่"
"เพคะ"
แม้ปากของนางจะตอบรับแต่เฉินหย่งเล่อกลับรู้สึกอยากจะอาเจียนและหวาดกลัวที่ต้องเจอสามีตัวร้ายของนาง เพราะแม้นางจะเป็นฮูหยินของเฉินเทียนอี้แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในร่างนี้เฉินหย่งเล่อไม่เคยกลับจวนเฉินเลยสักครั้ง นางใช้เหตุผลจากการตกน้ำของนางขอรักษาตัวในวังแต่ใครจะรู้ในวังกลับน่ากลัวกว่าโลกภายนอกยิ่งนัก นางมักถูกฮ่องเต้ทุบตีและถูกองค์รัชทายาทลวนลามและทำร้าย ที่ต้องยอมทนทำตามที่พวกเขาต้องการมีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นยาแก้พิษอย่างไรเล่า
ส่วนสาเหตุที่พวกเขาต้องการสังหารเฉินเทียนอี้ ก็เพราะในมือของเฉินเทียนอี้มีราชโองการเปล่าที่มีตราประทับของฮ่องเต้อยู่ในมือ พวกเขาเพียงกลัวว่าหากเฉินเทียนอี้ที่มีอำนาจทหารทั้งเมืองและราชโองการอยู่ในมืออยากครอบครองบัลลังก์ขึ้นมามันอาจจะทำพวกเขาสองพ่อลูกตกที่นั่งลำบาก จึงตัดสินใจใช้แผนหญิงงามเพื่อหาจังหวะสังหารเขา แต่ใครจะรู้ตามนิยายการที่เฉินเทียนอี้โดนลอบสังหารในครั้งนั้นทำให้เขาโกรธและเคียดแค้นจึงคิดก่อกบฏสำเร็จ สุดท้ายเฉินเทียนอี้ก็กลายเป็นตัวร้ายที่ลุ่มหลงในอำนาจเสียเอง
"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด
หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู
สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว
เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช

















