สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง

สตรีในปกครองของจิ้งจอกเก้าหาง

last updateLast Updated : 2025-05-05
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
37Chapters
526views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฟางเหนียงถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง แต่ผู้ใดจะคิดว่าจิ้งจอกเก้าหางตนนั้นจะกลายเป็นตำนานที่มีชีวิต และนางถูกส่งมาแต่งให้กับเขา เช่นนั้นบุรุษจึงเคี่ยวกรำนางทั้งคืน!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 เครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง

บทที่ 1

เครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง

ร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเดินเก็บสมุนไพรในป่าลึกชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นร่างของเจ้าขนปุกปุยนอนฟุบอยู่ไม่ไกลจากที่นางอยู่มากนัก เด็กน้อยพาตนเองไปใกล้ๆ กับมันก็พบว่าเจ้าก้อนปุกปุยนั้นคือจิ้งจอกตัวน้อย

‘หมาน้อย!’

แม้ว่านางจะเชื่อว่ามันเป็นหมาน้อยก็ตาม...

นางอุ้มจิ้งจอกตัวน้อยหรือหมาน้อยของนางขึ้นมา เห็นว่ามันได้รับบาดเจ็บก็ใช้สมุนไพรที่ตนเองเพิ่งเก็บมา ก่อนจะใช้หินทุบๆ แล้วนำมันไปวางโปะไว้ที่บาดแผลของจิ้งจอกตัวน้อย พร้อมทั้งฉีกแขนเสื้อตนเองแล้วใช้พันที่ท้องของมันเอาไว้

ดวงตาใสๆ ของนางมองเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้ด้วยความเวทนา อยากจะนำมันไปดูแลเหลือเกิน หากแต่แค่ตัวนางเองก็ลำบากมากพอแล้ว ไม่อยากนำเจ้าสัตว์ตัวน้อยไปทุกข์ยากด้วย อีกอย่างขืนนำจิ้งจอกตัวนี้กลับบ้านไปด้วย มีหวังจากที่จิ้งจอกตัวนี้จะรอดตาย คงถูกตีจนตายต่อหน้าต่อตานางแน่ๆ

แม้นางจะยังเด็กนัก แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้เด็กน้อยเข้าใจโลกที่นางอยู่อย่างถ่องแท้

‘เรียบร้อย ข้าต้องไปแล้วนะ’ ด้วยความไร้เดียงสา นางคิดว่าทำแค่นี้จิ้งจอกตัวนั้นคงรอดตายแล้ว ก่อนจะเดินลงจากเขาไป...

ดวงตาของจิ้งจอกน้อยกะพริบอย่างเชื่องช้า มองแผ่นหลังของเด็กหญิงก่อนจะพยุงตัวเองลุกขึ้นเดินหายไปจากตรงนั้น

ตามตำนานเล่าขานว่ากันว่าจิ้งจอกเก้าหางเป็นเพียงจิ้งจอกธรรมดา ทว่าจิ้งจอกตัวนั้นบำเพ็ญเพียรมาแล้วมากกว่าหนึ่งพันปี เพราะหากบำเพ็ญเพียรครบหนึ่งร้อยปีหางจะเพิ่มขึ้นมาหนึ่งหาง ความสามารถและพละกำลังก็จะเพิ่มขึ้นไปตามหางที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยจิ้งจอกเก้าหางจะมีความสามารถในการแปลงกายเป็นอะไรก็ได้อย่างอิสระ

ในทุกปีหากส่งเครื่องบรรณาการเป็นสตรีพรหมจรรย์ขึ้นไปบนภูเขา ซึ่งเชื่อว่าเป็นพื้นที่ของจิ้งจอก จะได้รับค่าตอบแทนเป็นสินสอดยาวหลายร้อยลี้ ที่สำคัญพื้นดินที่แห้งแล้งเนื่องจากฟ้าฝนไม่ตกตามฤดูกาลก็จะชุ่มฉ่ำขึ้นมา

ทว่าปีนี้ต่างออกไป เนื่องจากเครื่องบรรณาการที่ถูกส่งไปในครั้งนี้เป็นฟางเหนียง สตรีขุนนางขั้นต่ำสุดแลกกับการเลื่อนขั้นของบิดาและสินสอดหลายร้อยตำลึง เนื่องจากผู้เฒ่าผู้หนึ่งซึ่งผู้คนเคารพนับถือมาก ได้ทำนายว่าหากส่งฟางเหนียงไปเป็นเครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอก ฝนจะตกลงมาเป็นทอง โดยหารู้ไม่ว่าผู้เฒ่าผู้นั้นก็คือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์แปลงกายมา!

ภายในรถม้าคันหนึ่งสตรีตัวน้อยที่วันนี้จะอายุครบสิบหกหนาว อาภรณ์สีแดงปักด้วยด้ายสีทองดูสง่างาม เครื่องประดับงดงามบนร่างกายล้วนแล้วแต่เป็นของดีราคาแพง ยิ่งอยู่บนเรือนร่างของสตรีวัยผลิบานเช่นฟางเหนียงด้วยแล้ว ยิ่งขับให้นางงดงามดั่งบุปผาต้องห้ามในวังหลวง

ดวงหน้างดงามฉายแววกังวลอยู่ตลอดเวลา ฝ่ามือของนางเย็นเฉียบทั้งๆ ที่ยามนี้เป็นคิมหันตฤดู[1] แดดด้านนอกร้อนแรงจนพืชผลของชาวบ้านล้มตายกันเป็นแถว

หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวเมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะถึงที่หมาย นางกระวนกระวายอยากจะกระโดดออกจากรถม้าไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่รอบด้านล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษร่างใหญ่ แค่เพียงเปิดหน้าต่างยังห้ามไม่ให้นางทำ นับประสาอะไรกับการหนีจากรถม้า รถม้าวิจิตรงดงามที่สตรีทั้งหลายใฝ่ฝัน ไม่ต่างไปจากคุกสำหรับฟางเหนียงตัวน้อย

กึก

รถม้าหยุดลงกับที่พร้อมประตูเปิดออก

“ออกมา...!” เสียงนั้นกึ่งบังคับให้นางต้องขยับกายเดินออกไป

สตรีตัวน้อยมองรอบด้านด้วยความหวาดหวั่นยิ่งนัก ไม่ว่าจะมองไปทิศทางใดก็ดูคล้ายกันไปหมด นางเคยเล่นซนแอบเข้าป่ามาบ้าง ซึ่งในความทรงจำของนางป่ามันมิได้น่ากลัวเท่าใดนัก แม้รอบด้านจะเหมือนๆ กันหมด แต่ที่นี่มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เงียบสงัดและวังเวง คล้ายกับจะมีสิ่งโผล่พรวดออกมาได้ทุกเวลา

หลังจากฟางเหนียงลงมาจากรถม้า ชายฉกรรจ์ในคราบองครักษ์ที่ถูกจ้างให้มาส่งนางก็รีบกลับทันที แม้แต่องครักษ์ผู้กล้าหาญที่สุดก็ปฏิเสธในการมาส่งนางที่ป่าแห่งนี้ จนต้องจ้างวานคนป่าเถื่อนหรือพวกโจรป่าทุกปี เพราะที่แห่งนี้หากผู้ใดเข้ามายากนักที่จะได้กลับออกไปอย่างครบสามสิบสองประการ

“ชะ ช้าก่อน…!” เสียงของนางทำให้บุรุษทั้งหลายชะงัก ก่อนจะตวัดสายตามองนางอย่างดุดัน “คะ คือว่า… พวกท่านจะทิ้งข้าไว้ที่นี่หรือ?”

“นายจ้างข้าว่าเช่นนั้น”

“อึก ทะ ท่านอยู่กับข้าต่อได้หรือไม่?” นางเอ่ยด้วยแววตาขอร้องอ้อนวอน จะทิ้งนางไว้ที่นี่เพียงคนเดียวไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยหรือ?

“หึ หากพวกข้าอยู่กับเจ้าต่อ…” บุรุษพวกนั้นจ้องมองฟางเหนียงมาตั้งแต่ก่อนขึ้นรถม้าแล้ว นางงดงงามไม่น้อย หากได้เชยชมคงเป็นบุญยิ่งนัก “เจ้าจะให้สิ่งใดพวกข้าล่ะ?”

บุรุษร่างใหญ่เดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาหานาง… ฟางเหนียงรับรู้ได้ถึงอันตรายจากบุรุษพวกนี้ จึงก้าวเท้าถอยหลังอย่างระแวดระวัง พลางนึกโทษตนเองในใจว่าไม่น่าไปเอ่ยเช่นนั้นเลย ปล่อยให้พวกมันไปแล้วตนเองก็หาทางหนีตามแผนที่วางเอาไว้

ไม่ว่าทางใดก็เลวร้ายสำหรับนางเหลือเกิน! อยู่ดีๆ ก็ถูกเสนอชื่อมาเป็นเครื่องบรรณาการให้จิ้งจอกในตำนาน เครื่องบรรณาการบ้าอะไร เครื่องสังเวยล่ะสิไม่ว่า!

จังหวะที่อีกฝ่ายยื่นมือขึ้นหมายจะแตะต้องร่างกายของนางเพื่อเชยชมนั้น…

“กรรซ์!!” เสียงขู่คำรามพร้อมกับสายลมโฉบผ่านร่างของนาง

“อ๊าก!!” เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของบุรุษดังขึ้น เมื่อจิ้งจอกสีขาวตัวหนึ่งกระโจนเข้ามากัดมือข้างนั้นที่หมายจะแตะต้องร้างกายของฟางเหนียง

ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเสียจนฟางเหนียงสั่นไปทั้งตัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูก จนสตรีตัวน้อยต้องยกมือขึ้นปิดปากและจมูกแน่น!

…ตายแน่ๆ ข้าตายแน่ๆ ข้ายังไม่ทันได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเลย ข้ายังไม่ทันได้ทำสิ่งที่ชอบเลย…

ฟางเหนียงสั่นระริกไปทั่วทั้งร่าง ยามจิ้งจอกตัวนั้นหันหัวกลับมาหานาง ดวงตาของมันดูดุร้ายสำหรับนางเหลือเกิน มันก้าวเท้ามาหาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม หัวใจของนางสั่นระรัวจนแทบหายใจไม่ทัน

ริมฝีปากอวบเผยอออกเพื่อที่จะร้องห้ามไม่ให้มันเข้ามา แต่นางตกใจกลัวจนเปล่งเสียงไม่ออก!!

ท้ายที่สุดฟางเหนียงก็เป็นลมล้มพับลงไป จิ้งจอกตัวนั้นถอนหายใจพลางคิดว่า…

…มนุษย์นี่หนา ขวัญอ่อนเสียจริง…

จิ้งจอกซึ่งตัวใหญ่กว่าฟางเหนียงเดินเข้ามาใกล้ร่างบอบบางซึ่งหมดสติอยู่บนพื้น ก่อนจะใช้ปากใหญ่ๆ คาบที่เอวบาง ตวัดใบหน้าโยนอิสตรีในชุดแต่งงานราคาแพงขึ้นไปบนหลัง ก่อนจะเดินหน้ามุ่งสู่พระราชวังอันใหญ่โต

“เฮือก!!”

ฟางเหนียงสะดุ้งสุดตัวลืมตาตื่นขึ้นจากห้วงแห่งนิทรา ภาพจำล่าสุดยังชัดเจนทำเอานางตัวสั่นระริก ผุดลุกขึ้นแล้วมองสำรวจไปรอบด้านด้วยความหวาดหวั่น ฟางเหนียงเห็นว่าที่นี่คือห้องนอน และนางอยู่บนเตียงนอน ร่างกายไม่มีแม้รอยขีดข่วน มีเพียงอาการปวดหัวเล็กน้อย เนื่องจากนางเป็นลมล้มจนหัวกระแทกพื้น

…ที่นี่?...

“ตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง ดวงหน้าหวานหันขวับมองทางต้นเสียงด้วยความหวาดหวั่น

เนื่องจากแสงจันทร์จากหน้าต่างที่เปิดกว้างสว่างมาก จึงเห็นใบหน้าคมคายของบุรุษอย่างชัดเจน ใบหน้านั้นราวกับเทพเซียนมาจุติ งดงามและลึกล้ำ โดยเฉพาะเส้นผมสีเงินหายากราวกับไม่น่ามีอยู่บนโลกนี้ ซึ่งพริ้วไหวไปกับสายลมอ่อนๆ ซึ่งพัดผ่านเข้ามา แม้จะดูน่าหลงใหลแต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายอย่างน่าหวาดหวั่น

ดวงตาเรียวและคมเข้มเหลือบสายตามองสตรีตัวน้อยที่นั่งอยู่บนเตียง เป็นสายตาที่นางมิอาจคาดเดาได้เลย

“เจ้าเป็นไบ้หรือ?” คิ้วคมขมวดเข้าหากันก่อนจะวางถ้วยเหล้าลงบนโต๊ะ หยัดกายขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินมาเพียงสองสามก้าว ขายาวๆ นั่นก็มาถึงตัวฟางเหนียงเสียแล้ว “ข้าว่ามิใช่นะ”

ใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาจนเกือบชิด รับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายชัดเจน

...แม้ท่านจะงดงาม แต่มาหลอกล่อข้ามิได้หรอก ข้าน่ะ อยากมีชีวิตอิสระ หาได้อยากมัวเมาไปกับความรักไร้ค่า...

แม้นางจะคิดเช่นนั้น หากแต่หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบพร้อมกับถดกายถอนหนีจนเกือบตกเตียง

“ว้าย!” หากแต่ก่อนนางจะหงายหลังลงพื้น บุรุษผู้นั้นกลับเข้ามาโอบเอวนางแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างนุ่มนวล

“ระวังหน่อยสิ ข้าไม่อยากให้เจ้าบาดเจ็บ” น้ำเสียงทุ้มหัวเราะเสียงเบากับท่าทางของนาง ก่อนจะใช้หลังนิ้วชี้สัมผัสปลายจมูกของนางคล้ายกันหมั่นเขี้ยว “เจ้ามีนามว่าอะไรหรือ?”

“ขะ ข้า… ฟางเหนียงเจ้าค่ะ” ดวงตาคู่งามหลุบต่ำลงหลบสายตา คล้ายกับจะถูกนัยน์ตาดั่งหยกทมิฬนั่นดึงดูดเข้าไป

“ฟางเหนียงหรือ…” เอ่ยจบก็ใช้จมูกสูดดมกลิ่นที่ลำคอระหง สตรีตัวน้อยสะดุ้งอีกหนก่อนจะดันแผงอกกว้างออกจากตัว

“ทะ ท่าน!!”

“เป็นนามที่เหมาะกับเจ้าดี” ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ กดสายตาจ้องมองฟางเหนียงอย่างจงใจให้นางรับรู้ “ข้าจินหมิงเยว่ ให้เจ้าเรียกว่าท่านพี่ หรืออยากเรียกท่านสามีข้าก็ยินดี”

“คะ คือว่า ท่าน…” นัยน์ตาเรียวคมจ้องมองนางอย่างกดดัน พลังมหาศาลไร้ที่มาทำเอาฟางเหนียงแทบหายใจไม่ออก “ท่านพี่”

เมื่อนางเอ่ยเช่นนั้นความกดดันที่แผ่คลุมเมื่อครู่ก็หายไป ฟางเหนียงรู้สึกประหลาดใจเหลือเกิน แต่ก็มิได้คิดอะไร เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้ ก็คือต้องผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้!

ฟางเหนียงถูกส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการแด่จิ้งจอกเก้าหาง ระหว่างนั้นก็เกิดเรื่องจนหมดสติไป มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่นี่เสียแล้ว จึงเกิดคำถามขึ้นภายในใจ

“ท่านพี่ ช่วยข้าไว้หรือเจ้าคะ?”

จินหมิงเยว่ผละออกจากร่างของนาง หากแต่สายตาจ้องมองเนินอกซึ่งโผล่อาภรณ์สีแดงสดพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์

“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” เดินกลับไปคว้าจอกสุราและถ้วยสุรามาสองใบ จัดการรินใส่ถ้วยด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ก่อนจะยื่นใบหนึ่งส่งไปตรงหน้าของนาง

ฟางเหนียงมิได้รับในทันที นางมองมันอย่างไม่ไว้วางใจว่าอาจจะผสมสิ่งใดลงไป

จินหมิงเยว่ยกยิ้มมุมปากก่อนจะยกถ้วยเหล้ากระดกเข้าปาก แล้วประคองดวงหน้าหวานแนบริมฝีปากลงไปทันที ไม่เพียงเท่านั้นฝ่ามือหนายังบีบคางเล็กเบาๆ เพื่อบังคับเปิดริมฝีปากอวบอิ่มรับน้ำสุราเข้าไปในปาก

“อึก!” สตรีตัวน้อยเผลอกลืนด้วยความตกใจ ก่อนที่จินหมิงเยว่จะถอนริมฝีปากออก แล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างจงใจ

สตรีตัวน้อยอ้าปากพะงาบๆ อยากก่นด่าบุรุษตรงหน้าเสียจริงแต่ก็มิอาจทำได้ ด้วยเสียงของนางที่หายไปชั่วครู่ราวกับถูกขโมยเสียงไปด้วยจุมพิตนั่น

อีกทั้งสตรีเช่นนางจะก่นด่าบุรุษสูงศักดิ์ก็คงต้องเตรียมตัวหัวหลุดออกจากบ่าได้เลย แต่ฟางเหนียงยังไม่อยากตายเสียหน่อย ในเวลาเช่นนี้มีแต่ต้องสงบปากสงบคำเท่านั้น

“ว่าอย่างไร” จินหมิงเยว่รินสุราจากจอกใส่ถ้วยจนเต็ม ราวกับจงใจมอมเหล้านางอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะส่งไปตรงหน้าของฟางเหนียงอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ยามมองนางยิ่งนัก คล้ายกับพร้อมที่จะขย้ำและกลืนกินนาง

[1] คิมหันตฤดู = ฤดูร้อน

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
37 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status