LOGINติ๊ด ติ๊ด
เสียงนาฬิกาปลุกยามเช้าทำให้คนที่หลับอยู่บนเตียงขยับตัวลุก สีหน้าของนลิษามีความเศร้าและอ่อนแอปรากฏเด่นชัด หลังหัวใจถูกกัดกร่อนอย่างหนัก ดวงตาหม่นหมองมองไปยังเตียงที่เวลานี้มีแค่ตนเท่านั้น เมื่อคืนไม่รู้ว่าเขาได้กลับเข้าห้องมาไหม
ทว่าป่านนี้เขาคงใกล้ถึงที่ทำงานแล้ว ปรมะมักตื่นแต่เช้าเพื่อไปจัดการเคลียร์งานเสมอ ที่สำคัญเขาจะต้องขับรถฝ่าการจราจรที่หนาแน่นไป แม้บริษัทจะอยู่ไม่ไกลแต่รถก็ติดได้เกือบเป็นชั่วโมง ต่างจากเธอที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าขบวนยาว ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ
เมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จนลิษาก็รีบตรงดิ่งไปบริษัท ทว่ากลับสายจนได้เมื่อรถไฟฟ้าขบวนที่นั่งเกิดเหตุขัดข้องอีกเช่นเคยทำให้ต้องหยุดวิ่งราวสิบนาที
“ตื่นสายหรือไงเรา” กนิษฐาเอ่ยถาม หลังเห็นรุ่นน้องเดินหน้าตั้งเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ สภาพดูเหนื่อยหอบนั้นบ่งบอกให้รู้ว่าน่าจะรีบวิ่งมา
“ค่ะพี่แก้ว ขอโทษนะคะ” นลิษายิ้มเจื่อน เธอมาสายเกือบสิบนาทีเลย
กนิษฐาส่ายศีรษะ ไม่ได้จะต่อว่ารุ่นน้อง เพราะอีกฝ่ายทำงานดีมาตลอด และมาสายนับครั้งได้ ก่อนเอ่ยถามถึงสิ่งที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง
“ลิษารู้ข่าวหรือยัง…”
“ข่าวอะไรเหรอคะ” นลิษาทำสีหน้าใคร่รู้ ใจนึกไปถึงปรมะ จะเป็นข่าวของเขาอีกหรือเปล่า
“แผนกเราจะมีคนเพิ่มน่ะ”
“ลิษาไม่เห็นรู้มาก่อนเลยค่ะ”
นลิษาแปลกใจทันที ด้วยงานที่แผนกก็ไม่ถึงขั้นว่าล้นมือทำไม่ไหว เมื่อก่อนในช่วงที่ขาดคน ทำเรื่องขอฝ่ายบุคคลตั้งนานกว่าจะรับคนเพิ่ม แต่ทำไมวันนี้ถึงรับเข้ามาอย่างง่ายดายกัน“ไม่มีใครรู้หรอกพี่ลิษา จู่ๆ ก็มา หนูว่าเส้นต้องใหญ่พอตัว” จันทร์เจ้ายื่นหน้าเข้ามาในวงสนทนาด้วย หลังจากนี้ว่าจะไปแอบถามเพื่อนที่แผนกฝ่ายบุคคลดูสักหน่อย อยากรู้ถึงความเป็นมา
“หยุดเม้าท์แล้วลงมือทำงานได้แล้ว” หัวหน้างานอย่างอลินปรามลูกน้อง เรื่องของเจ้านายไม่ควรเข้าไปสอด เดี๋ยวจะพากันซวยเอาได้
“ค่ะ ว่าแต่เด็กใหม่จะมากี่โมงคะพี่ลิน” จันทร์เจ้าแอบตั้งตารอ
“อีกเดี๋ยวก็คงมาแล้ว”
เธอได้รับรายงานเมื่อช่วงค่ำของเมื่อวานว่าจะมีพนักงานใหม่เข้ามาที่แผนก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าฝ่ายนั้นเป็นใคร แต่น่าจะมีความสำคัญอยู่พอตัว
ทุกคนสงสัยและแอบเฝ้ารอ ไม่นานเกินรอหัวหน้าฝ่ายบุคคลก็เดินตรงเข้ามาที่แผนกพร้อมกับผู้หญิงรูปร่างดี ผิวขาว หน้าใสคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะคุณอร” อลินรีบพนมมือขึ้นไหว้
“ฉันฝากคุณมี่ด้วยนะ”
ฝ่ายบุคคลจอมเนี้ยบผายมือไปทางมธุรา มองกำชับกับอลินว่าควรดูแลอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ก่อนจะค้อมศีรษะให้คนสำคัญแล้วเดินหายกลับแผนกไป
อลินระบายยิ้มต้อนรับ พลางผายมือเชิญบอกทิศทาง
“คุณมี่นั่งข้างๆ ลิษานะคะ”
พื้นที่ต่อจากโต๊ะของนลิษาเป็นที่ว่าง จึงหาโต๊ะและเก้าอี้มาเพิ่มให้เรียบร้อยแล้ว“ได้ค่ะ แต่เรียกมี่เฉยๆ ก็ได้ ไม่ต้องมีคุณ มี่ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ และขอฝากตัวด้วยค่ะ”
มธุราระบายยิ้มเป็นกันเอง ไม่อยากให้มีพิธีรีตองมากนัก อยากให้ทุกคนมองเธอเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง“ลิษาช่วยสอนงานคุณมี่หน่อยนะ” อลินไม่อาจเรียกคนตรงหน้าแบบสนิทสนมได้จริงๆ เว้นแต่ว่าในอนาคตจะเกิดความสนิทสนมจนทำให้ช่องว่างที่มีนี้ลดน้อยลง
“ได้ค่ะ”
นลิษาตอบรับแล้วหันไประบายยิ้มให้มธุรา เธอเต็มใจทำหน้าที่นั้น ในตอนที่จันทร์เจ้าเข้ามาเป็นน้องใหม่ เธอก็เป็นคนสอนงาน“ไม่ทราบว่าคุณมี่เคยทำงานด้านนี้มาก่อนไหมคะ”
“เคยค่ะ แต่ยังไม่ค่อยเก่งสักเท่าไร” มธุราตอบ งานก่อนเธอก็ทำงานด้านนี้ โชคดีที่ยังได้ทำในแผนกเดิมที่ชื่นชอบ
“งั้นคุณมี่ลองออกแบบผลิตภัณฑ์ตัวนี้ให้ลิษาดูหน่อยนะคะ” นลิษาส่งข้อมูลให้กับมธุรา เธอขอประเมินฝีมือของอีกฝ่ายก่อน ไม่รู้ว่าจะเก่งและมีเทคนิคแบบใดบ้าง
มธุรายิ้มรับอย่างตื่นเต้น รีบเปิดเข้าอีเมลบริษัทที่เธอเพิ่งสมัครเพื่อเช็กข้อมูล เมื่อไล่อ่านรายละเอียดแล้วก็พบจุดที่สงสัย
“คุณลิษาคะ มี่ไม่เข้าใจตรงนี้ค่ะ” เธอหันไปถามพี่เลี้ยง
“ตรงไหนหรือคะ” นลิษาเอียงลำตัวไปมอง
“ตรงนี้ค่ะ”
มธุรายกปลายนิ้วขึ้นชี้ไปบนหน้าจอ ในวินาทีนั้นคนที่ได้รับบทบาทเป็นพี่เลี้ยงก็ชะงักตัวไปอย่างแรง หลังเห็นเล็บที่มีการทาสีชมพูสลับกับสีขาวนลิษาขบเม้มปากในทันทีแล้วเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าเด็กใหม่ในทีม
มธุราคือผู้หญิงคนนั้นอย่างนั้นหรือ
คนที่ร่วมโต๊ะดินเนอร์กับปรมะและมารดาของเขาเมื่อวานนี้
คนที่ชายหนุ่มถ่ายติดมาในไอจี!
บทที่ 3 คนสำคัญ
“คุณลิษาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
มธุราเห็นนลิษานิ่งค้างไปจึงอดจะถามไม่ได้“เปล่าค่ะ”
นลิษาดึงตัวเองมาโฟกัสสิ่งที่ต้องอธิบาย ทั้งที่เวลานี้หัวใจมีอาการหนึบหน่วง หลังครุ่นคิดว่าเธอคนนั้นมีสิทธิ์เป็นมธุราค่อนข้างสูง
ตลอดทั้งวันการทำงานของนลิษาเต็มไปด้วยความอึดอัดและใจลอยค่อนข้างบ่อย ทำให้คนที่เพิ่งเริ่มงานวันแรกต้องเอ่ยถามด้วยความกังวล
“มี่ทำให้อึดอัดหรือเปล่าคะคุณลิษา” มธุราเห็นสีหน้าของนลิษาที่คล้ายมีอะไรในใจ ก็กลัวว่าจะเข้ากับเพื่อนร่วมงานใหม่ไม่ได้
“ไม่ใช่ค่ะ ถ้าคุณมี่สงสัยตรงไหนถามลิษาได้เลยค่ะ”
นลิษาฝืนยิ้มและพยายามทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดี ทว่าก็ไม่วายมองทางเดินที่เชื่อมไปยังห้องของปรมะ ในวันนี้เหมือนเขาจะมีประชุมตั้งแต่เช้าลากยาวมาจนถึงตอนนี้ที่เป็นเวลาเลิกงานแล้ว“เลิกงานแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ ว่าแต่คุณมี่กลับยังไงหรือคะ” ปาริตาถามเสียงหวาน อยากจะสนิทกับเด็กเส้นคนนี้เผื่อในวันหนึ่งจะได้ก้าวหน้ามากกว่าเดิม
“มี่ว่าจะหาแท็กซี่กลับน่ะค่ะ”
“งั้นไปกับปาล์มกับลิษาก็ได้ค่ะ ตรงสถานีบีทีเอสเรียกรถแท็กซี่ง่ายกว่าหน้าบริษัท” ปาริตาเสนอ เธอและนลิษามักเดินไปขึ้นรถบีทีเอสพร้อมกัน ก่อนจะแยกย้ายกันตรงสถานีหลัก
มธุรายิ้มรับแล้วหันไปเก็บของใส่กระเป๋าสะพาย ส่วนนลิษากดเซฟงานให้เรียบร้อย จากนั้นทั้งสามก็เดินมุ่งตรงไปยังจุดหมาย
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







