LOGIN“มึงชอบเด็กคนนี้เหรอวะโปรด”
ภพธรถามตรงประเด็น ขณะที่กนต์ระพีเองแม้จะนั่งนิ่งแต่ก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน ทว่าคนรอฟังไม่ได้มีแค่สอง ใกล้ระเบียงนั้นมีนลิษาหยุดยืนอยู่ด้วย เจ้าตัวใช้คีย์การ์ดทาบเข้ามาด้านใน หลังยกมือเคาะประตูห้องแล้วไม่มีใครขานรับ เพราะเสียงเพลงที่เปิดบวกกับเสียงพูดคุยของพวกเขาเธอเข้ามาทันได้ยินปรมะบอกว่า ‘เขาห่วงเธอ’ พานให้หัวใจดวงเล็กเต้นถี่รัว แล้วก็ได้ฟังคำตอบรับที่ทำให้ยิ่งยิ้มกว้าง นัยน์ตาเปล่งประกายคล้ายมีพลุมาจุดอยู่ภายใน
“อื้อ” ปรมะครางรับพร้อมพยักหน้าประกอบ นั่นทำให้เพื่อนทั้งสองทำตาโต
“ก็ลิษาเป็นเด็กดี ไม่งี่เง่า ตามใจกู กูอยู่ด้วยแล้วสบายใจ” ปรมะอธิบายเหตุผล การได้อยู่กับนลิษาเป็นอีกหนึ่งเรื่องสบายใจของเขา
“ถึงว่ามึงดูแลเขาดีและโคตรจะห่วงเขาเลย” ภพธรคิดตาม ดูจากที่ปรมะไม่ยอมให้พวกเขาขึ้นไปสังสรรค์กันที่ห้องในวันนี้แสดงให้เห็นค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า หญิงสาวเป็นคนสำคัญ
“ก็กูรู้จักวิธีดูแลของที่ยังใช้อยู่ หรือพวกมึงไม่ทำแบบนี้” ครั้งนี้ปรมะมองเพื่อนอย่างใคร่รู้บ้าง การทะนุถนอมดูแลของที่ใช้อย่างดีนั้นเป็นหลักการง่ายๆ ที่ใครๆ เขาก็ทำกัน
“เกินกว่าดูแลของแล้วหรือเปล่า ให้มาอยู่เพนต์เฮาส์ด้วยเลยนะมึง”
“ก็แค่เอาสะดวกปะวะ”
ในครั้งนี้น้ำเสียงของปรมะมีความรำคาญใจนิดๆ เมื่อเพื่อนไม่หยุดไล่ต้อนเอาคำตอบ
ฟากนลิษาได้แต่ยืนขาตายอยู่ตรงนั้น ใบหน้าชา คล้ายถูกกระชากให้ตื่นจากฝันมาพบกับความเป็นจริง
‘ของ’ อย่างนั้นเหรอ หญิงสาวรู้สึกเจ็บหนึบขึ้นมากับสถานะที่เขามอบให้ พลันยิ้มหยันใส่ตัวเองที่หลงคิดไปว่า เธอเป็นมากกว่านั้น
“แต่มึงอยู่กับเด็กคนนี้มาจะสองปีแล้วนะ”
ภพธรแย้ง คิดว่านลิษามีความสำคัญมากกว่านั้น แต่เพื่อนของเขากำลังปากแข็งมากกว่า กระนั้นก็แอบกลัวว่าสุดท้ายใจมันต่างหากที่แข็งที่สุด“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบเปลี่ยนของที่ใช้บ่อยๆ และที่สำคัญลิษาต้องอยู่กับกูจนกว่ากูจะคุ้มกับเงินที่เสียไป” ปรมะไหวไหล่นิดๆ ย้ำทางสายตาไปว่าไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งอย่างที่มันคิด
“งั้นแบบนี้ก็เรียกเขาว่าคนโปรดไม่ได้เว้ย เรียกว่าเป็นของตายมากกว่า ตอนแรกกูก็คิดว่ามึงจะรักเขา เห็นดูแลเขาเป็นพิเศษ” ภพธรแอบกลอกตามองบนกับกนต์ระพี หลังหลงดีใจคิดว่าเพื่อนที่เห็นเงินสำคัญเป็นที่สุดจะเปิดรับฝ่ายหญิงเข้าสู่หัวใจ
“กูกับลิษาก็แค่คนมีข้อตกลงร่วมกัน เราทำธุรกิจกัน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” คำตอบของปรมะชัดเจนและตรงประเด็นที่สุด ด้วยอยากให้เพื่อนหยุดคิดบ้าบอ
ภพธรและกนต์ระพีไม่ได้เซ้าซี้ต่ออีก เมื่อเพื่อนย้ำแบบนั้นก็คงต้องว่าตามมัน ก่อนจะเปลี่ยนไปคุยเรื่องสัพเพเหระแทน
ฝ่ายนลิษายิ้มเศร้าออกมา ไม่รู้ว่าสมควรจะรู้สึกอย่างไรดี ก่อนจะกล่าวเตือนตนเอง
“หวังอะไรอยู่ลิษา” เธอไม่ควรหวัง แต่ก็ยังแอบหวัง
เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็รีบหมุนตัวออกจากห้องนั้นมา มือนุ่มถือคีย์การ์ดกลับมาเช่นเดิม แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเจ็บร้าวระบม นัยน์ตาคู่สวยแดงก่ำ หัวใจทำงานอย่างหนัก น่ากลัวว่าอีกไม่นานก็คงพัง แต่จะโทษใครได้นอกจากตัวเธอที่เลือกทางนี้
และก็ตัวเธออีกนั่นละที่หลงคิดไปไกล ที่ผ่านมาแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอจะถูกปิดเป็นความลับ แต่ปรมะก็ไม่เคยทำให้รู้สึกขุ่นข้องหมองใจ เขาดูแลเธออย่างดี แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังใส่ใจ อีกทั้งไม่เคยมีใครนอกจากเธอ พลันหวนนึกถึงในครั้งที่เคยบอกเขา ว่าหากวันใดเขามีใครอีกคนหรือมีคนรักขึ้นมาก็ขอให้บอกเธอ
“ฉันมีเธอคนเดียวก็พอแล้ว”
นลิษายิ้มหยัน ในตอนนี้เธอรู้ซึ้งแล้วว่า คนเดียวไม่ได้แปลว่ารัก มันแปลว่า เขาไม่ชอบเปลี่ยนของที่ใช้บ่อยๆ
หญิงสาวเป่าปากแรงๆ พยายามไล่น้ำตาที่ใกล้จะรื้นขึ้น เธอจำไม่ได้ว่ารักชายหนุ่มตอนไหน ทั้งที่ตอนแรกเริ่มห้ามใจตัวเองแล้วแท้ๆ มันคงจะค่อยๆ ซึมลึกกับการกระทำและคำพูดเอาใจใส่นั้น เธอผิดเองที่ทำดังใจสั่งไม่ได้
ยิ่งคิดนลิษาก็ยิ่งอ่อนแอจึงพยายามหลับตาลงข่มใจนอน กลัวว่าจะร้องไห้ออกมา ถ้าปรมะมาเห็นเข้าคงไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไร ทว่ากลับไม่อาจหักห้ามได้ น้ำตาค่อยๆ ซึมไหลออกมาทางหางตา ตามมาด้วยเสียงสะอื้นไห้
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







