LOGINแต่ถึงจะกดดันอย่างไร คุณหมอกระดูกก็รู้ดีว่า...คนอย่างดลวัฒน์ไม่มีวันปริปากยอมรับแน่ เขาจึงถอนหายใจ ก่อนจะทิ้งถ้อยคำเตือนสติ
“กูขอละ จะทำอะไรก็ช่วยมีความเป็นคนด้วย” เพียงเท่านี้นับว่าใจร้ายกับสิรินดามากแล้ว ขืนเพื่อนเขายังคิดจะทำตัวร้ายกาจไปมากกว่านี้ ก็คงเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่งแล้ว
เสียงรถที่แล่นเข้ามาในรั้วบ้านทำให้คนที่ยังไม่ได้นอนผุดลุกขึ้นมาจากโซฟาที่อยู่หน้าจอทีวีบางเฉียบ เมื่อคนที่เธอเฝ้ารอกลับมาแล้ว เพียงแต่ว่ามีใครอีกคนกลับมาด้วย
“พี่พร้อม”
“ไอ้ดลมันเมาครับ” พาริยะเอ่ยขณะพยุงร่างเพื่อนที่เมาแอ๋จนแทบไม่ได้สติลงจากรถ ถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าเวลานี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
“ไจ๋ช่วยค่ะ” หญิงสาวอาสา พร้อมเข้าไปช่วยประคองคนเมาที่มีกลิ่นเหล้าคละคลุ้งและพาขึ้นไปยังห้องนอนด้วยความทุลักทุเล
“ขอบคุณนะคะที่พาพี่ดลมาส่ง”
“น้องไจ๋รับมือไหวนะครับ” พาริยะถาม เพราะรู้ดีว่าขนาดตอนมีสติดีเพื่อนเขายังรับมือได้ยาก ในตอนไม่มีสติแบบนี้เขาไม่อยากคิดเลยว่าจะยากขนาดไหน
เมื่อเห็นหญิงสาวผงกศีรษะเป็นการยืนยัน คุณหมอกระดูกก็วางใจและเตรียมจะก้าวถอยออกไป สายตามองไปยังเพื่อนตัวดีที่กำลังนอนหลับอยู่ พลันส่ายหัวด้วยความระอา นึกคาดโทษในใจว่า สักวัน ‘มึงจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า’ เพราะคงไม่สามารถหาผู้หญิงแบบสิรินดาได้อีกแล้ว ใครมันจะทนผู้ชายบ้างานแถมยังปากร้ายแบบดลวัฒน์ได้
หลังจากที่ภายในห้องเหลือเพียงสองคน สิรินดาก็ขยับไปใกล้เตียงแล้วเริ่มถอดเสื้อของดลวัฒน์ออก เพื่อจะได้ทำความสะอาดเนื้อตัวให้ เหลือไว้เพียงกางเกงขายาวที่ไม่ได้แตะต้อง
“อือ ไอ้พร้อม” คนเมาลืมตาขึ้นมองหลังสัมผัสได้ถึงความเย็นบนตัว เมื่อพบว่าคนที่กำลังยุ่มย่ามกับตนเป็นใครก็รวบตัวของสิรินดาเข้าไปกอดทันที
“พี่ดลปล่อยไจ๋ก่อนคะ ไจ๋จะเช็ดตัวให้”
ดลวัฒน์ไม่ได้ทำตามคำขอของหญิงสาว กลับพลิกตัวร่างบางให้ลงมาอยู่ใต้ร่างตน แล้วเคลื่อนใบหน้าไปแนบชิดคลอเคลีย
“พี่ดล” หญิงสาวใช้มือดันอกแกร่ง ก่อนสองมือนั้นจะถูกรวบขึ้น
“พี่อยากทำอย่างอื่นครับ” ชายหนุ่มบอกจุดประสงค์แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตา “อยากให้พี่รักไหม ถ้าอยาก เธอก็ควรเชื่อฟังพี่”
สิรินดานิ่งเงียบไปก่อนจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตา
“แล้วพี่ดลรักไจ๋บ้างหรือยังคะ” นอกจากเซ็กซ์ที่เขาต้องการจากเธอ แล้วเขายังต้องการความรักจากเธอด้วยไหม
คราวนี้ชายหนุ่มกลับเงียบไป
“ไม่เคยเลยหรือคะ” เธอไม่ใช่พวกไม่ยอมรับความจริง แต่ก็เป็นพวกมีความพยายามสูง จึงอยากรู้ว่าที่ผ่านมาเขาเคยคิดจะรักเธอสักครั้งไหม
“ไว้เดี๋ยวเธอก็รู้เอง”
บทที่ 2 ลูก
ดลวัฒน์ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของนาฬิกาปลุก ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง นวดขมับเบา ๆ สองสามที เพราะอาการเมาค้างทำให้ตอนนี้เขารู้สึกปวดศีรษะแถมยังอ่อนเพลีย เมื่อเหลือบมองไปยังนาฬิกาแขวนก็พบว่าเป็นเวลาเก้าโมงเช้าแล้ว
วันนี้เป็นอีกวันที่เขาได้หยุด หลังจากทำงานแบบแทบไม่ได้พักมาหลายวันติด ตามการจัดตารางงานของย่าผู้ประเสริฐของเขา แต่ก็เพราะมีเคสผ่าตัดแบบเร่งด่วนเข้ามาด้วย จึงทำให้งานล้นมือจนเขาแทบไม่มีเวลาพัก
ชายหนุ่มก้าวลงจากเตียง แต่เดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็เผลอเหยียบอะไรบางอย่างเข้า เมื่อมองลงไปมองพบว่าเป็นกางเกงที่เขาสวมเมื่อวาน
แล้วความทรงจำก็วิ่งเข้ามาในหัวสมอง เมื่อคืนนี้เขามีเซ็กซ์กับสิรินดา มิน่าถึงได้รู้สึกปวดเมื่อยขนาดนี้ชายหนุ่มก้มไปเก็บกางเกงแล้วโยนเข้าตะกร้าที่อยู่มุมห้อง ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำได้ประมาณยี่สิบนาที แล้วออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้า
ใช้เวลายืนจัดแต่งทรงผมอยู่หน้ากระจกเล็กน้อยก็ลงมายังชั้นล่างของบ้าน เห็นสิรินดากำลังยกจานอาหารเช้ามาเต็มสองมือ จึงยื่นมือไปช่วยรับจานไข่กระทะมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นจึงเดินไปหยิบเหยือกน้ำส้มจากตู้เย็นออกมา เพราะรู้ว่าสิรินดาจะต้องดื่มมันแทบทุกเช้า“เมื่อคืนพี่ป้องกันหรือเปล่า” ดลวัฒน์ถามก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับหญิงสาว
“ป้องกันค่ะ”
“อืม” ชายหนุ่มขานรับสั้นๆ แต่น้ำเสียงนั้นดูโล่งใจ ทำเอาคนตอบหน้าเจื่อน
ทั้งที่ในตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมหมดแล้ว เขาอายุสามสิบสี่ ส่วนเธอยี่สิบเก้า แถมยังไม่มีปัญหาเรื่องฐานะและเวลามันพร้อมยิ่งกว่าพร้อม
ที่สำคัญการมีครอบครัวที่สมบูรณ์คือเป้าหมายหนึ่งในชีวิตของหญิงสาว แต่คนตรงหน้าของเธอกลับเอาแต่บอกว่ายังไม่พร้อม
หญิงสาวเหลือบมองคนฝั่งตรงข้ามแล้วตัดสินใจพูดออกมา
“เรื่องลูก ที่จริงแล้วเรามีกันตอนนี้ก็...”
“อย่าคิดไร้สาระ พี่เคยบอกเธอแล้วว่าพี่ยังไม่อยากเป็นพ่อตอนนี้” ดลวัฒน์ปรามเสียงกระด้างอย่างไม่สบอารมณ์
“แต่พี่ดลคะ..." หญิงสาวพยายามเอ่ยขึ้นอย่างอ้อนวอน หวังจะขออุทธรณ์อีกครั้ง
“อย่าพูดไม่รู้เรื่อง เธอก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบ“ ดลวัฒน์กล่าวเสียงแข็ง ก่อนจะวางช้อนลงด้วยท่าทีรำคาญใจและขยับลุกขึ้นจากโต๊ะ
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง
“ไจ๋ตอบให้แทนนะคะ สามครั้งค่ะ” สิรินดาว่าตามความจริง แต่งงานกันมาสามปี แต่มีแค่สามครั้งที่เขาพาเธอออกไปทานข้าวนอกบ้าน หนึ่งครั้งคือ ถูกแม่สามีสั่ง อีกครั้งตอนที่จำได้ว่าลืมวันเกิดเธอ อีกครั้งเป็นตอนที่เธอเอ่ยปากร้องขอ ซึ่งเธอก็พยายามเต็มที่แล้วที่จะเข้าใจภาระหน้าที่ของสามี เธอถึงพยายามไม่เรียกร้องสิ่งนี้ เพราะที่จริงแค่ได้กินข้าวกับเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็เพียงพอแล้ว “ไจ๋ถึงต้องถามค่ะ” เธอเอาความจริงตีแสกหน้าเขา จะบอกว่าสามีสนใจงานมากกว่าเธอ ก็คงจะถูกส่วนหนึ่ง ดลวัฒน์เงียบไปหลายอึดใจทีเดียว “ไว้ไปถึงเธอก็รู้เอง” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านี้ ก่อนเดินไปดึงข้อมือของสิรินดาเพื่อเร่งให้ขึ้นไปแต่งตัว “ไปแต่งตัวได้แล้ว” ส่วนตัวเขาอยู่ในชุดที่พร้อมจะออกจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ในเวลาหกโมงครึ่งทั้งสองคนก็เดินทางออกจากบ้านหลังงาม วันนี้ดลวัฒน์เลือกรถ Porsche Cayenne ลูกรักออกมาใช้งาน ร้านอาหารที่ชายหนุ่มเลือกเป็นร้านอาหารไทยฟิวชันบรรยากาศดีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 สวยงามในยามพระอาทิตย์ตกดิน
ดลวัฒน์ถึงกับต้องขบปากเพื่อครุ่นคิดถึงคำพูดเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง โดยที่ยังดึงความสนใจกลับมาที่งานวิจัยไม่ได้ เขายกมือขึ้นนวดขมับและท้ายทอย ในหัวยังคงมีคำพูดของพาริยะลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “งั้นมึงก็หย่าเถอะ กูบอกตรงๆ กูสงสารน้องไจ๋ เขารักมึงมาก แต่มึงก็เสือกไม่รักเขาเลย” ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม หรือว่าเขาควรจะ... RrrrRrrr แต่ความคิดนี้ก็มีอันต้องหยุดลง เพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าปลายสายคือใคร ก่อนคว้ามันขึ้นมากดรับ ตลอดการสนทนาสีหน้าของดลวัฒน์มีความไม่สบายใจฉายชัด “ไว้จะติดต่อไป” หลังจากวางสาย ดลวัฒน์มองเวลาในหน้าจอสมาร์ตโฟนก็พบว่าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงวางมือถือไว้ที่ตำแหน่งแท่นชาร์ต ก่อนจะจัดการรวบเอกสารงานวิจัยไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งเดิมและมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง มองสิรินดาที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วใช้มือวัดอุณหภูมิของหญิงสาว เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้วก็โล่
บทที่ 9 ความเปลี่ยนแปลง 2 สองวันต่อมา “ดลล่ะ” อรอุมาส่งเสียงหวานร้องถามพาริยะที่โรงอาหารของโรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยง แล้วชูถุงขนมสีสันสดใสให้อีกฝ่ายดู “เราซื้อขนมมาฝากดล” “ลาพักหนึ่งอาทิตย์” พาริยะตอบก่อนเหลือบมองแล้วทำสีหน้าละเหี่ยใจ เพราะความวุ่นวายกลับมาแล้ว หลังจากหญิงสาวกลับมาจากดูงานโรงพยาบาลที่ต่างประเทศกับย่าของดลวัฒน์ “ดลป่วยเหรอ แล้วเป็นอะไรมากไหม” อรอุมาถามฉับพลัน “คนป่วยอะเมียมัน มันเลยลาไปดูแลเมีย” พาริยะไม่ได้แปลกใจที่หญิงสาวตรงหน้าจะคิดไปแบบนั้น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเพื่อนเขาบ้างานแค่ไหน ไม่เคยลางานติดต่อกันเป็นอาทิตย์หรอก “ก็ผัวที่ดีอะเนอะ” ชายหนุ่มตอกย้ำให้คนฟังต้องกัดปากอย่างขัดใจ “ถามจริงเถอะ เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าดลไม่ได้รักเด็กนั่น ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่เคยแคร์เลยด้วยมั้ง” ถ้อยคำที่อรอุมาใช้เรียกสิรินดา ทำให้พาริยะถึงกับวางช้อนลง แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “แล้วอรเอาอะไรมามั่นว่าไอ้ดลมันไม่รัก ไม่แคร์น้องไจ๋” หมอหนุ่มเลิกคิ้วสูง “
ด้านสิรินดาเวลานี้กำลังนั่งรอรถในจุดบริการรถแท็กซี่ แม้เธอเป็นทั้งลูกและหลานสะใภ้ของเจ้าของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่คิดจะใช้อภิสิทธิ์ใด และเลือกมานั่งรอเพื่อต่อคิวเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงไม่นานแท็กซี่สีเหลืองเขียวก็เข้ามาจอด สิรินดาลุกขึ้นเมื่อถึงคิวของตน ทว่าเพียงก้าวเดียว มือของหญิงสาวก็ถูกรั้งไว้ ก่อนจะหันไปเห็นดลวัฒน์ “เธอไม่ไปแล้วครับ ขอโทษทีครับ” เจ้าของเสียงเข้มหันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ พร้อมกับรั้งข้อมือของภรรยาให้เดินตามมา “กลับกับพี่” “ไจ๋กลับเองได้ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับดึงข้อมือกลับเพื่อให้ชายหนุ่มหยุดเดิน “พี่ลางานไว้แล้ว” ขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้น คนเป็นย่าได้มาฉีกอกเขาแน่ ที่สำคัญเขามีจิตสำนึกและรู้หน้าที่ของสามีดีพอ “ส่งกระเป๋ามาเร็วๆ จะได้ไปพักกัน” สิรินดามองมือที่ยื่นมารอรับกระเป๋าจากเธอนิ่ง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวหรืออยากจะให้เขาง้อ แต่ตั้งใจว่านับจากนี้จะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นภาระอีกแล้ว ทว่าดลวัฒน์ไม่สนท่าทีนั้น เขาตัดสินใจคว้
DONN : ส่งรูปภาพ DONN : นี่ตั๋วมึง นำกูไปก่อนได้เลย มันเป็นภาพตั๋วเครื่องบินที่ถูกนำมาตัดต่อเที่ยวบินขาไปและขา ตั๋วทัวร์นรก จากกรุงเทพ-นรกภูมิ DONN : ฝากสำรวจด้วยว่าร้อนมากปะ Promp-Krub : ไอ้ห่า Promp-Krub : ส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลาง Promp-Krub : แต่เดี๋ยวกูส่งตัวแทนกลุ่มเราไปสำรวจก่อน พาริยะก็ทำอย่างที่ว่าจริง กดส่งต่อรูปนั้นไปยังไลน์กรุป แล้วแท็กชื่อคนที่ดลวัฒน์ก็เดาได้ไม่ยาก ว่าพาริยะหมายถึงใคร @Tri-69 ฝากไปสำรวจหน่อยเพื่อน Tri-69 : ไอ้พวกสันขวาน บทที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง 1 ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ก่อนที่พาริยะจะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อน “กูจะไปส่งน้องด้วย” หมอกระดูกว่า พลันเห็นว่ามีหมอนกับผ้าห่มอยู่บนในโซฟาตัวยาว “เมื่อคืนนอนนี่?” “อืม” ดลวัฒน์พยักหน้า “ย่ามึงก็จัดชุดใหญ่เหมือนกันนะ” พาริยะมองกองเอกสารเป็นตั้งที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของเพื่อน อีกทั้งยังมีเอกสารอยู่ใน







