ANMELDENสิรินดารีบคว้ามือร้อนไว้ “ทานข้าวต่อเถอะค่ะ ไจ๋จะไม่พูดถึงมันอีก” ถ้ามันทำให้เขาไม่สบายใจเธอก็จะไม่พูดเรื่องนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะกัน
แค่เขาต้องมาแต่งงานกับเธอก็คงลำบากใจมากแล้ว ที่สำคัญต่อให้เธอดันทุรังไป ลูกจะรู้สึกอย่างไรถ้าต้องเกิดมาจากความไม่เต็มใจของผู้เป็นพ่อ“พี่กินไม่ลงแล้ว” ดลวัฒน์ไม่คิดอ่อนลง จบประโยคก็เดินไปคว้ากุญแจรถสปอร์ตของตน โดยไม่สนใจเลยว่าอาหารจานนั้นคนทำใส่ใจแค่ไหน ไม่กี่นาทีรถคันหรูก็เคลื่อนตัวออกจากบ้าน ทิ้งความเงียบงันไว้เบื้องหลัง
หญิงสาวได้แต่มองตามไปพร้อมกับความปวดหนึบหนับที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจ
“เป็นอะไรไปไจ๋ เราเห็นไจ๋นั่งเขี่ยข้าวเกือบจะสิบนาทีแล้ว” กีรติร้องถามเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าแววตาเป็นห่วง เธอสังเกตเห็นสีหน้าเจื่อนๆ ตั้งแต่สิรินดามาถึงแล้ว วันนี้เพื่อนสนิทอาสามาช่วยงานเธอที่ร้านคาเฟแมวแห่งนี้ ด้วยเพราะขาดพนักงานกะทันหัน
“เรื่องคุณดลหรือไจ๋” กีรติเดา เพราะชีวิตคู่ของสิรินดานั้นไม่เคยมีความหวานเหมือนกับคู่อื่นๆ มีแต่ความขมเสียมากกว่า
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะกี๋”
“ไจ๋ เราห่วงไจ๋นะ” กีรติรู้ว่าเพื่อนไม่อยากเอาเรื่องทุกข์ใจมารบกวน ที่ผ่านมาเธอจึงมักจะเป็นฝ่ายซักไซ้เสียมากกว่า ก่อนจะถามต่อ
“เรื่องลูกอีกหรือเปล่า” สิรินดาอยากมีลูกมาตลอด เธอเป็นคนรักเด็กมาก เวลาเจอลูกเพื่อนทีไรก็มักจะขออุ้มขอช่วยเลี้ยงเสมอ จึงกลายเป็นที่รักของเด็กๆ เมื่อใดที่เห็นสิรินดาก็จะพากันกรูเข้ามาหา
คนมีเรื่องในใจเงียบไปหลายนาที กว่าดวงหน้านวลจะพยักเบาๆ และตอบกลับไป
“พี่ดลบอกยังไม่พร้อม”
“สามปีแล้วนะไจ๋”
“...”
กีรติเอื้อมมือไปจับมือของสิรินดา “ไจ๋ กี๋ขอถามตรงๆ นะ เคยคิดจะเอ่อ…”
“คิดจะขอหย่าน่ะเหรอ”
กีรติพยักหน้ารับ “ถ้าไจ๋ลองเปิดใจให้คนอื่น ไจ๋อาจจะมีความสุขมากกว่านี้ก็ได้นะ” ไม่ใช่ว่าเธออยากจะยุยงให้เกิดการเลิกรากัน แต่มันเป็นเพราะเธออยากเห็นเพื่อนมีความสุข
สิรินดาพยักหน้า เคยสิ เธอคิดมาตลอด แม้แต่ตอนนี้ก็ยังคิด
หญิงสาวรักตัวเองไม่แพ้กัน เพียงแต่เธอแบกความหวังของใครคนหนึ่งเอาไว้ด้วย
“แต่เรายังอยากพยายาม ถ้าเราพยายามกว่านี้ มันอาจจะดีขึ้น”
“งั้นไจ๋จะทำยังไง หรือว่า…จะแอบปล่อยให้ท้องไปเลย” แม้จะดูไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไร แต่กีรติเชื่อว่าเพื่อนของเธอจะสามารถเป็นแม่ที่ดีได้อย่างแน่นอน ติดที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้เต็มใจเสียขนาดนั้น
คิดแล้วกีรติก็หนักใจแทนเพื่อน ก่อนเม้มปากยามนึกถึงบางเรื่องที่เล็ดลอดผ่านหูมา แล้วแอบลอบมองหน้าเพื่อนพลางคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมา ว่าควรบอกเรื่องนี้ให้แก่สิรินดารู้หรือไม่
เพราะเรื่องนั้นเกี่ยวกับดลวัฒน์เต็มๆ และมันเป็นเรื่องที่ไม่ดีสักเท่าไร
เรื่องที่เกี่ยวกับคนรักเก่าของดลวัฒน์
แต่สุดท้ายเจ้าของร้านคาเฟแมวก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ เพราะเกรงว่าจะยิ่งทำให้หัวใจของสิรินดาย่ำแย่ไปกันใหญ่
“ไม่ว่าไจ๋จะเลือกทางไหน กี๋ก็อยู่ข้างไจ๋นะ”
“ขอบคุณนะกี๋” สิรินดายิ้ม รู้ว่าเพื่อนคนนี้มีความหวังดีให้แก่กันเสมอ
ทันใดนั้นดลวัฒน์ก็ได้ตอบแทนความท้าทายนั้นแบบถึงใจ ชายหนุ่มดึงร่างเล็กขึ้นมาดันให้ชิดกำแพงแล้วซุกหน้ากับอกอวบภายใต้ชุดนอน ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปแนบชิดหน้านวลสวย ปากหยักลึกตวัดไล้เลียเรียวปากอิ่ม ตอนนี้ดวงตาของดลวัฒน์เต็มไปด้วยความต้องการอย่างเปี่ยมล้น ชั่วนาทีมืออุ่นร้อนก็ค่อยๆ ปลดกระดุมชุดนอนตัวหวานของภรรยาสาว ไม่นานนักร่างอรชรก็เปลือยเปล่า ยามได้สบตากัน หญิงสาวก็รู้สึกวูบวาบไปทั่วช่องท้องจนคล้ายว่าจะบิดเป็นเกลียว ดลวัฒน์ยิ้มลึก ก่อนดึงให้ร่างระหงขยับหันหน้าเข้าหากระจก เพราะอยากจะให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขากำลังทำอะไรกับร่างเจ้าหล่อน ดลวัฒน์ซุกไซ้ลำคอขาว ก่อนจะเลื่อนไปยังแอ่งชีพจร ลงไปยังแผ่นหลังขาวสะอาด แล้วเลื่อนไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ช่วงเอวของสิรินดา หญิงสาวกัดเม้มปาก พวงแก้มแดงปลั่ง ขณะที่มือหนากำลังมายุ่มย่ามส่วนกลางร่างกายของเธอ ใช้นิ้วกรีดไปตามกลีบกุหลาบงาม “ชอบใช่ไหม” หญิงสาวแทบดีดดิ้นในความสุขที่มากยิ่งกว่าเก่า เมื่อปรนเปรอให้หญิงสาวจนพร้อมแล้วที่จะรับตัวตนของเขา เจ้าของร่างกำยำก็ไม่รอช้าเริ่มรุกเข้าหา บรรเลงบทเพลงรักแสนหวาน ก
ทว่ายังไม่ทันเดินถึงห้องตรวจ ดลวัฒน์ก็ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นครืดๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง บนหน้าจอมีการแจ้งเตือนข้อความจากสิรินดา JAI-SIRINDA: ไจ๋จะทำข้าวต้มทะเลไว้ ถ้าพี่ดลหิว อุ่นทานนะคะ ข้อความพวกนี้มักจะถูกส่งมาเป็นประจำเวลาเขาต้องเข้าเวรและกลับดึก ชายหนุ่มก็ทำเพียงกดสติกเกอร์ถูกใจที่ข้อความนั้นไป เวลาสามทุ่มยี่สิบห้านาทีเป็นเวลาที่ดลวัฒน์สตาร์ตเครื่องยนต์รถซีดานออกมาจากตึกของโรงพยาบาล หลังจากเคลียร์เอกสารบางอย่างที่ผู้เป็นย่าโยนมาให้เสร็จแล้ว ถึงแม้ว่าเขาอยากทำงานช่วยชีวิตคนไข้มากกว่า แต่ก็ไม่อาจขัดได้ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว เนื่องด้วยเป็นวันศุกร์ต้นเดือน อีกทั้งยังมีวันหยุดต่อเนื่องยาวไปจนถึงวันอังคาร ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลออกต่างจังหวัดจนบนท้องถนนรถแน่นขนัด ชายหนุ่มโยนกุญแจรถไปยังที่ประจำ ก่อนเดินตรงเข้าไปในครัวเพราะตอนนี้ท้องของเขาร้องประท้วงแล้ว ใช้เวลาในการอุ่นข้าวต้มในหม้อและกินจนอิ่มเพียงไม่นานก็เดินไปนั่งอ่านเอกสารต่อที่ห้องนั่งเล่น แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับบางอย่าง ที่ดูเหมือนถูกซุกซ่อนไว้ไม่มิด...
สาเหตุก็คงเพราะดลวัฒน์เป็นคนชัดเจนแบบนี้ มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ชัดเจนว่าไม่รักใคร ก็จะไม่เคยให้ความหวัง หญิงสาวจึงเดินไปคว้ากล่องข้าวมา แต่ก็อดไม่ได้ที่เหลือบมองหน้าสามีอีกหน ก่อนหัวใจมีอาการคันยิบรุนแรง เพราะคำพูดของอรอุมาที่ย้อนกลับมาเล่นงาน “แต่เขาไม่ได้รักอยู่ดีนี่คะ” ดวงตาหม่นหมองอย่างชัดเจน ส่วนดลวัฒน์ก็เงยหน้าขึ้นมอง เพราะรู้สึกได้ว่าถูกจ้อง ชายหนุ่มเลิกคิ้วใส่เป็นเชิงถาม นั่นเองถึงทำให้สิรินดาขยับเท้าและหิ้วเอาออกไปให้สุพัฒนาตามที่เขาบอก โดยเธอเองก็รู้ว่าอาหารที่เธอเคยทำมา บางครั้งก็เคยถูกทำเช่นนี้ไม่ต่างกัน “หน้ากูมีอะไรผิดปกติหรือไง” ดลวัฒน์ปล่อยคำถาม เพราะวันนี้ตั้งแต่เดินเข้ามาในแผนกก็มีแต่คนมองมาไม่หยุด ทั้งนางพยาบาล สตาฟ หมอรุ่นน้อง รุ่นพี่ จนเขาไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ พาริยะเงยหน้าจากหน้าจอไอแพด ก่อนสำรวจใบหน้าเพื่อนแล้วตอบไป “เปล่านี่” “แล้วเขามองอะไรกัน” ถ้าหน้าเขาปกติดี แล้วคนอื่นจะมองมาทำไมกัน คุณหมอกระดูกเลิกคิ้วแล้วถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “มึงไม่รู้?” ดลวั
คนฟังไหวไหล่เบาๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจ “แต่เขาไม่ได้รักอยู่ดีนี่คะ” พร้อมกับลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นห้าพอดี อรอุมาเดินออกไปเป็นคนแรก เหมือนอยากไปถึงที่หมายเพื่อเอาหน้า เมื่อถึงหน้าห้องก็เจอกับหัวหน้าพยาบาลที่ทุกคนต่างให้ความเคารพ “อรเอาอาหารเที่ยงมาฝากดลค่ะ ดลติดเคสอยู่หรือคะ” คนพูดยกมือขึ้นไหว้คนอาวุโสกว่า เจ้าหล่อนมักจะทำตัวนอบน้อมเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น “ใช่ค่ะหมออร” สุพัฒนาตอบคุณหมอสาวที่วนเวียนมาแผนกนี้บ่อยครั้งเสียเหลือเกินจนเริ่มมีการซุบซิบนินทาแล้ว “เสียดายจังค่ะ อุตส่าห์อยากเจอหน้าดล งั้นอรฝากพี่สุไว้นะคะ” เจ้าหล่อนยื่นกล่องอาหารไปให้ “ฝากบอกดลทานให้อร่อยนะคะ” สุพัฒนาเองก็เห็นสิรินดาแล้ว แต่ก็จำต้องรับมาอย่างไม่มีทางเลือก รู้ดีว่ามันคงทำร้ายจิตใจคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาไม่น้อย
“...” ประโยคนี้ยิ่งทำให้คนฟังเม้มปาก และมันบาดลึกถึงหัวใจได้ดี “ยอมรับความจริงเถอะค่ะว่าได้ไปแค่ตัวของดล ส่วนหัวใจ….” อรอุมาเผยรอยยิ้มลึกอย่างพึงพอใจราวกับปีศาจ แล้วกำลังจะกล่าวคำพูดต่อมา แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นคนที่ตนกำลังพูดถึงเสียก่อน หล่อนจึงเปลี่ยนสีหน้าใหม่ พลางยิ้มพิมพ์ใจให้กับคนที่กำลังเดินมาใกล้มากแล้ว “พอดีอรเห็นคุณไจ๋ก็เลยแวะมาทักน่ะค่ะ” “ครับ” ดลวัฒน์ตอบรับสั้นๆ เท่านั้น “อรไม่กวนดลดีกว่า ไว้เจอกันที่โรงพยาบาลของเรานะ” หล่อนเน้นคำว่าเราเสียงหนัก จนสิรินดาไม่อาจแสดงสีหน้าที่ปกติได้ “ครับ” ดลวัฒน์ตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่สายตาแอบเหลือบมองคนข้างกาย แต่กระนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอยู่ดี ทั้งที่รับรู้ว่าสีหน้าของภรรยาเปลี่ยนไป เช้านี้สิรินดาไม่จำเป็นต้องเป็นแม่ครัว เพราะดลวัฒน์ถูกเรียกตัวออกไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้ามืด หลังจากรดน้ำต้นกุหลาบที่ปลูกไว้เสร็จแล้ว หญิงสาวก็ตรงไปยังห้องรับแขก และหยิบเอกสารที่แอบเก็บไว้มาอ่านอย่างพิจารณา สักช่วงประมาณสิบโมงเศษก็มีการแจ้งเตือนหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์
บทที่ 5ถ้อยคำ...ที่แสนเจ็บปวด “พี่ว่าคุณแม่จะชอบไหมคะ” สิ้นคำหญิงสาวก็ก้มลงไปมองถุงกระดาษใบหนึ่งที่มีสีสันสวยงามพอๆ กับของข้างใน ซึ่งถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดี วันนี้สิรินดานัดกับสามีเพื่อเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้จารวีที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งวันเกิดของแม่สามีจะมาถึงในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า “เธอซื้อ พี่ไม่เคยเห็นว่าจะไม่ถูกใจสักครั้ง” ตลอดเวลาสองปีกว่าๆ ที่สิรินดารับบทลูกสะใภ้ แม่ของเขาล้วนเห็นดีเห็นงามกับเธอด้วยแทบจะทุกครั้ง สิรินดายิ้ม ถึงแม้จะได้รับคำชมเช่นนั้น แต่เธอก็ยังอยากเลือกของขวัญให้ดีที่สุด อยากให้ท่านรู้ว่าเธอนั้นรักและเคารพแค่ไหน “แล้วตกลงอยากจะกินร้านไหน” “ร้านอาหารญี่ปุ่นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้กินอาหารประเภทนี้ “งั้นนำไปสิ” ชายหนุ่มเอ่ยปาก เขาไม่ค่อยสันทัดเรื่องนี้สักเท่าไร และน้อยครั้งมากที่จะมาเดินห้างสรรพสินค้า ส่วนมากถ้าได้รับวันหยุด สิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์อย่างเขามักจะทำ นั่นคือการนอนพักเอาแรงเพื่อไปต่อสู้ยื้อชีวิตคนไข้ในวันถัดไป สิรินดาเลือกร้านอาหารญี่ปุ







