Se connecterสิ้นเสียง เจียงอวี้เฉิงก็ทิ้งร่างลงทาบทับ สองผิวกายสัมผัสกันอย่างแนบแน่น ริมฝีปากหนาประกบลงบนเรียวปากบางของชิงหว่านซินอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเพิ่มน้ำหนักกดทับจนแนบสนิท
ปลายลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากตวัดหยอกเย้าลิ้นเล็ก ริมฝีปากบดขยี้ทาบทับ ฝ่ามือที่หยาบกร้านด้วยการฝึกจับอาวุธลูบไล้ไปตามผิวนุ่มเนียนละเอียด
ชิงหว่านซินแหงนหน้ารอรับจุมพิตนั้นอย่างยินดี ยกสองแขนขึ้นคล้องคอ รั้งร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายลงมาชิดใกล้ ผลักดันให้ผิวกายแนบชิดสนิทกันจนไม่มีช่องว่าง
เสียงดูดกลืนที่ปลายลิ้นดังขึ้นในหูจนเกิดความรู้สึกเสียวสะท้านไปทั้งตัว ชิงหว่านซินครางเสียงเบาหวิวในลำคอ เจียงอวี้เฉิงผละริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะกดจูบไปตามซอกคอหอมกรุ่น
“อ๊ะ! อย่ากัดสิ อื้อ...” ชิงหว่านซินท้วงเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบ นางรู้สึกถึงความคมของฟันที่ชายหนุ่มขบกัด เจียงอวี้เฉิงจึงเปลี่ยนไปใช้ริมฝีปากในการแทะโลมจนเกิดรอยจูบไปทั่วคอขาวผ่องนั้นแทน
เจียงอวี้เฉิงพรมจูบไปทั่วเนินอกอวบอิ่ม ไล้ริมฝีปากต่ำลงมาที่ดอกบัวคู่งามที่เบ่งบานสะพรั่ง ข้างหนึ่ง เขาใช้ปลายลิ้นลิ้มลองยอดเกสรสีชมพูที่ชู
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีอันเคร่งครัด ฮ่องเต้ชิงหยางไม่ได้ปล่อยให้องค์หญิงใหญ่และฟู่หม่าเจียงกลับตำหนักจงเย่ในทันที แต่กลับตรัสเรียกให้ทั้งสองตามเสด็จไปยังห้องทรงงานส่วนพระองค์แทนแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง โต๊ะไม้แกะสลักวางเอกสารราชกิจกองพะเนินบ่งบอกถึงความวุ่นวายของงานแผ่นดินที่พระองค์ต้องดูแล“เชิญพี่หญิงและพี่เขยนั่งก่อนเถิด” ฮ่องเต้ชิงหยางตรัสด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้นมาก เมื่ออยู่กันตามลำพังเมื่อมีแต่คนในครอบครัว พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องสวมหัวโขนอีกต่อไป “ไม่ต้องกังวลเรื่องพิธีการใด ๆ แล้ว”ชิงหว่านซินถอนหายใจอย่างโล่งอก นางเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้างโต๊ะน้ำชา ขณะที่เจียงอวี้เฉิงก็เลือกที่นั่งตรงข้ามอย่างสงบเสงี่ยม“น้องชายตัวดี วันนี้ทำให้พี่ต้องปวดเมื่อยไปหมด” ชิงหว่านซินแสร้งบ่นเบา ๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นมีแววเอ็นดู ด้วยน้ำหนักของชุดพิธีการที่ต้องสวมใส่ การยืนรอเข้าเฝ้าเป็นชั่วยาม ยังมิต้องกล่าวถึงว่าเมื่อคืนเจียงอวี้เฉิงเคี่ยวกรำศึกบนตัวนางอย่างมิได้พักจนรุ่งสางอีกฮ่องเต้ชิงหยางยิ้มบาง &
แสงสีเงินของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกรองแสงเข้ามาในห้องหอ เรือนหย่งเซิ่งที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผายามค่ำคืน บัดนี้กลับกำลังคึกคักด้วยนางกำนัลและบ่าวรับใช้ชิงหว่านซินในชุดพิธีการสีแดงปักลายหงส์เพลิงทองคำที่หนักอึ้ง แต่ท่วงท่ายังคงสง่างาม นางเดินเคียงคู่ไปกับเจียงอวี้เฉิง ผู้เป็นฟู่หม่าในชุดขุนนางชั้นหนึ่งปักลายนกกระเรียนที่ดูภูมิฐานและองอาจทั้งสองออกจากตำหนักจงเย่ ขึ้นรถม้าตรงไปยังวังหลวง เพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้ชิงหยางตามธรรมเนียมในเช้าหลังวันอภิเษกสมรสเสียงฝีเท้าที่ก้องกังวานในความเงียบยามเช้าตรู่ของวังหลวง ชิงหว่านซินชายตามองใบหน้าคมสันของสวามีข้างกาย เจียงอวี้เฉิงเองก็รู้ตัวว่าถูกลอบมอง จึงได้หันหน้ามาสบดวงตาเมล็ดซิ่งคู่นั้น ทั้งสองต่างส่งรอยยิ้มให้แก่กัน สร้างบรรยากาศหวานชื่นจนแม้แต่เฉียนกงกงที่เดินนำทางยังอดยิ้มไปด้วยไม่ได้เมื่อมาถึงท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ประดับประดาด้วยผ้าไหมสีทองและภาพวาดภูมิทัศน์อันวิจิตรตระการตา เหล่าขุนนางชั้นสูงที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีต่างยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางความเงียบงัน บัลลังก์มังก
ชิงหว่านซินกลอกตามองไปทางด้านบน เพื่อนึกทบทวนความทรงจำ “เงินทอง กาน้ำชา ดอกไม้... ข้ารู้เพียงเท่านี้”“ข้าว่าไม่น่าจะมีเพียงเท่านั้นหรอกนะ” เจียงอวี้เฉิงบอกเสียงสูงในวันจัดพิธีคัดเลือกพระราชสวามี เขาได้สังเกตเห็นเฝิ่นกงกงด้วยเช่นกัน รูปร่างระหง อ้อนแอ้น เป็นเพราะเขาถูกตอนเข้าวังเป็นขันทีตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้เฝิ่นกงกงมีรูปร่างเล็กบอบบาง เสียงสูงคล้ายอิสตรีมากกว่าเฉียนกงกงจากสายตาของคนยุคสมัยใหม่อย่างเขา เจียงอวี้เฉิงพอจะคาดเดาในใจได้ว่าเฝิ่นกงกงชอบอะไร“ท่านรู้สิ่งใดมา บอกข้ามาประเดี๋ยวนี้นะ” แม่นางน้อยตรงหน้าของเขาก็ส่งเสียงสูงด้วยเช่นกัน ใบหน้าเล็กงอง้ำ เพราะคิดว่าเขาแอบปิดบังบางสิ่งเอาไว้ไม่ให้นางรู้“ท่านอยากรู้หรือ?” เจียงอวี้เฉิงแกล้งถาม พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นบุปผาจากกายนางโชยออกมา“ท่านต้องการสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยน?”เจียงอวี้เฉิงอมยิ้มกับคำถามที่รู้ทันนั้นของคนตรงหน้าดูถูกนางไม่ได้เลยเชียว แม้ว่านางจะเป็นองค์หญิงตกอับที่ฮ่องเต้ไม่โปรดปราน แต่ความรู้
“เหตุใดท่านจึงเลือกเฝิ่นกงกง?” เจียงอวี้เฉิงเลิกคิ้วถาม“หยางเอ๋อร์มีสองขันทีใหญ่ข้างกายคือเฉียนกงกงและเฝิ่นกงกง ทั้งสองคนต่างเป็นขันทีที่เคยรับใช้เสด็จพ่อมาก่อน พวกข้าเคยไว้ใจทั้งสองคนนี้มาก จนกระทั่งในฝันร้าย ข้าจึงได้รู้ว่าเฝิ่นกงกงได้ทรยศและให้ความร่วมมือกับตระกูลจวงมานานแล้ว”“ในฝันร้ายนั้น ยามที่ข้ากำลังปรึกษากับหยางเอ๋อร์ว่าควรจะเลือกผู้ใดเป็นพระสวามีดี เฝิ่นกงกงก็มักจะเยินยอจวงหมิงรุ่ย เอ่ยชื่นชมความสามารถของเขาต่าง ๆ นานา พวกข้าที่ยังเยาว์วัยย่อมเชื่อฟังคนของบิดา ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะลอบแทงข้างหลังพวกข้าเช่นนั้น”“การที่พวกท่านจะเชื่อเฝิ่นกงกง แล้วเลือกจวงหมิงรุ่ยก็ไม่แปลกอันใด ด้วยชาติตระกูลและตำแหน่งจอหงวนที่เขาครองอยู่ ก็ย่อมคู่ควรกับองค์หญิงใหญ่อย่างท่านอยู่แล้ว นับว่าเขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ท่านไม่ต้องนึกเสียใจไปหรอก” เจียงอวี้เฉิงเอ่ยปลอบ“ลำบากท่านใส่ใจข้าแล้ว” รอยยิ้มของชิงหว่านซินประดับจาง ๆ ก่อนจะอธิบายต่อ “สาเหตุที่ต้องกำจัดเฝิ่นกงกงก่อน เพราะหนึ่ง เขาอยู่ใกล้หยาง
“ท่านนี่!!” เมื่อเห็นเจียงอวี้เฉิงเย้าแหย่เช่นนั้น ชิงหว่านซินก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นตีไหล่หนาอย่างไม่จริงจัง “ไม่คิดเลยว่าคุณชายสูงศักดิ์อย่างเจียงซื่อจื่อจะชอบเย้าแหย่เช่นนี้ด้วย”“ข้าเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าองค์หญิงใหญ่ผู้อ่อนหวานจะมีมุมที่ร้อนแรงเฉกเช่นวันนั้นด้วย” นัยน์ตาของเจียงอวี้เฉิงเปล่งประกายร้อนแรง กล่าววาจาแฝงความนัยที่ชิงหว่านซินสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก“ร้อนแรงเช่นไรหรือ?” ชิงหว่านซินเงยหน้าสบตาลุ่มลึกของเขาอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะมองเห็นร่างของนางในดวงตานั้นได้อย่างชัดเจนใบหน้าคมคายโน้มต่ำเข้ามาใกล้ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจซึ่งกันและกัน เจียงอวี้เฉิงหลับตาลงช้า ๆ เมื่อริมฝีปากกำลังจะสัมผัสกับเรียวปากของอีกฝ่ายหากแต่กลับรู้สึกถึงผิวสัมผัสอ่อนนุ่มที่มีกระดูก เจียงอวี้เฉิงลืมตาขึ้นมามองเห็นปลายนิ้วเรียวยาวของชิงหว่านซินที่หยุดริมฝีปากของเขาเอาไว้เสียก่อน“ยามนี้ เรามีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องปรึกษากันเสียก่อน” ชิงหว่านซินกล่าวยิ้ม ๆ เมื่อเห็นความร้อนแรงในสายตาของสวามีตร
“หยาเจิน” เจียงอวี้เฉิงเรียกเสียงอ่อนหวาน พลางยกมือของนางมากุมแน่น “หากข้าทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจ โปรดบอกข้าในทันที หากแก้ไขได้ ข้าจะปรับปรุงตัวเพื่อท่าน”ชิงหว่านซินเอียงคอสงสัยว่าเหตุใดจู่ ๆ สวามีของนางจึงเอ่ยขึ้นมาเช่นนั้น “...”“หากท่านไม่พอใจสิ่งใด ท่านสามารถบอกข้าโดยตรง ไม่จำเป็นต้องให้องครักษ์ลับของท่านถือไม้หน้าสามมาคุยกับข้าหรอกนะ”“คิ! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” ชิงหว่านซินเข้าใจความนัยจากเขาในที่สุด จนอดหัวเราะไม่ได้ มือเรียวดุจหยกยกขึ้นลูบแก้มของเขาแผ่วเบาอย่างนึกเอ็นดู เจียงอวี้เฉิงหลับตาแล้วแนบแก้ม ปล่อยตัวปล่อยใจให้อยู่ในอุ้งมือของนางได้อย่างสบายใจยามมองเจียงอวี้เฉิงในตอนนี้ เขาให้ความรู้สึกเหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ที่ยอมสยบลงในอุ้งมือของนางแต่เพียงผู้เดียว จนชิงหว่านซินรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มในหัวใจ“ท่าน... จะทรยศข้าหรือไม่?”“หืม...” เจียงอวี้เฉิงลากเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาคู่คมยกเปลือกตาขึ้นมองแม่นางน้อยตรงหน้า ครั้นสบตาที่กำลังฉายแววอ่อนไหว เขาก็พลันรับรู้





![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

