Masukห้องวีไอพีที่เพทายผายมือเชื้อเชิญให้ม่านไหมก้าวเท้าเข้าไปนั้น สมกับคำร่ำลือว่าเป็นสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง
ภายในห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ถูกตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นอย่างผนังและม่านสีเบจ ตัดกับงานไม้สีวอลนัท ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นสวนไผ่ญี่ปุ่นที่จัดแสงไฟสลัวไว้อย่างงดงาม ให้ความรู้สึกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ใจกลางห้องมีเตียงสปาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ปูด้วยผ้าปูสีขาวสะอาดตาที่ดูหนานุ่มชวนให้ทิ้งกายลงนอน กลิ่นหอมของน้ำมันระเหยที่เปลี่ยนจากกลิ่นสดชื่นด้านนอก เป็นกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของดอกกระดังงาผสมไม้จันทน์หอมลอยอบอวลแตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้ามา
มันเป็นกลิ่นที่... ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นเพริด
“คุณม่านไหมเปลี่ยนชุดได้ตามสบายเลยนะครับ”
“เอ่อ... เรียกพี่ไหมเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาเบาๆ เมื่อได้ยินสรรพนามที่ฟังดูห่างเหินและเป็นทางการ “ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ ฟังดูเกร็งๆ ยังไงไม่รู้ อีกอย่าง... พี่น่าจะอายุเยอะกว่าน้องหลายปี”
“ได้ครับ... พี่ไหม” ชายหนุ่มรับคำเสียงนุ่ม อย่างน้อยสรรพนามที่เปลี่ยนไปก็ช่วยละลายพฤติกรรม และทำให้ลูกค้าขี้เกร็งอย่างเธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้เปลาะหนึ่ง “ยังไงอาบน้ำก่อนก็ได้นะครับ จะได้สบายตัว น้ำปรับน้ำอุ่นที่อุณหภูมิเหมาะสมไว้ให้แล้ว เสร็จแล้วสั่นกระดิ่งเรียกผมได้เลย ผมจะรออยู่หน้าห้อง”
เพทายหยิบตะกร้าสานใบเล็กที่มีชุดคลุมผ้าไหมสีขาวและกางเกงชั้นในกระดาษสำหรับทำสปาวางไว้ให้บนเตียง เขายิ้มบางๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะชี้ไปทางฉากกั้นไม้โซนแต่งตัว
“ขอบคุณค่ะ” ม่านไหมรับคำเสียงเบา พยายามไม่สบตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นที่ดูเหมือนจะยิ้มเยาะความประหม่าของเธออยู่กลายๆ
กระทั่งประตูห้องปิดลง และแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มลับตาไป ม่านไหมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือเรียวยกขึ้นทาบหน้าอกที่หัวใจกำลังเต้นระรัวไม่เป็นส่ำ
‘บ้าจริงยัยไหม! ก็แค่มานวดน่า เธอจะตื่นเต้นอะไรนักหนา เขาเป็นเทอราปิสนะ ไม่ใช่โจรปล้นสวาทซะหน่อย’
เธอพยายามบอกตัวเองหน้ากระจก แต่ภาพสายตาแพรวพราวและคำพูดเรื่องมือร้อนของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัว หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความฟุ้งซ่าน ก่อนจะรีบจัดการเปลื้องอาภรณ์แบรนด์เนมออกจากร่างขาวผ่อง ผิวเนียนละเอียดที่ได้รับการดูแลอย่างดีต้องกับแสงไฟสลัวดูนวลเนียนราวกับไข่มุก
ม่านไหมตัดสินใจไม่อาบน้ำเพราะไม่อยากให้เขารอนาน เธอหยิบกางเกงชั้นในกระดาษตัวจิ๋วขึ้นมาพิจารณาแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลาย มันทั้งบางและเว้าสูงจนแทบจะปิดบังอะไรไม่ได้เลย แต่ก็จำใจต้องใส่มันเข้าไป ก่อนจะสวมชุดคลุมผ้าไหมทับแล้วเดินไปนั่งรอที่ขอบเตียง
ติ๊ง!
เสียงกระดิ่งทองเหลืองดังกังวานในความเงียบ
ไม่กี่อึดใจ ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง เพทายเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าบรรจุอุปกรณ์สปา เขาถอดเสื้อเชิ้ตสีดำตัวนอกออก แขวนไว้ที่ราวหน้าห้อง เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำรัดรูปแขนสั้นที่เผยให้เห็นมัดกล้ามแขนขาวจัดและเส้นเลือดปูดโปนดูแข็งแรงน่าเกรงขาม
ภาพความแข็งแกร่งที่แฝงความดุดันนั้น ทำเอาม่านไหมเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
“พร้อมนะครับ?” เขาถามเสียงนุ่ม เดินมายืนซ้อนหลังเธอ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นมินต์ลอยมาแตะจมูก
“คะ... อ้อ... ค่ะ”
“งั้นเชิญพี่ไหมนอนคว่ำหน้าได้เลยครับ ถอดเสื้อคลุมออกวางไว้ข้างๆ ได้เลย เดี๋ยวผมจะใช้ผ้าขนหนูคลุมให้”
วินาทีที่ต้องปลดสายเสื้อคลุมต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าเป็นวินาทีที่ยากลำบากที่สุด ม่านไหมกัดริมฝีปากแน่น มือไม้สั่นเทาขณะค่อยๆ ปลดปมเชือกออก แล้วรีบคว่ำหน้าลงกับเตียงนวด ซุกใบหน้าลงกับช่องว่างรูปเกือกม้า เพื่อซ่อนพวงแก้มที่แดงซ่านและเริ่มเห่อร้อนขึ้นเรื่อยๆ
สัมผัสแรกที่เธอรู้สึก คือความนุ่มหนาของผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่ถูกคลี่ลงมาปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าของเธอตั้งแต่แผ่นหลังจรดปลายเท้าอย่างรวดเร็วและมิดชิด การกระทำที่ให้เกียรติและดูเป็นมืออาชีพของเขา ทำให้ความกังวลของม่านไหมลดลงไปเปลาะหนึ่ง
“ขออนุญาตนะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับเสียงถูฝ่ามือไปมาเบาๆ ช่างเป็นเสียงเนื้อเสียดสีเนื้อที่ฟังดูหยาบโลนแต่ชวนฟัง ก่อนจะเริ่มสำรวจความเจ็บปวดของเธอ “หลังพี่ไหมเกร็งมากเลยนะครับ ไหล่ยกขึ้นมาจนแทบจะติดหูแล้ว ผ่อนคลายนะครับ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ”
เพทายวางฝ่ามือลงบนผ้าขนหนูบริเวณกลางแผ่นหลัง แล้วค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักตัวลงมากดคลึงเบาๆ เป็นการวอร์มกล้ามเนื้อ
“อื้ม...” ม่านไหมเผลอครางในลำคอ เมื่อความอุ่นจากฝ่ามือของเขาทะลุผ่านผ้าหนาๆ ลงมาถึงผิวเนื้อ
เขา ‘มือร้อน’ อย่างที่บอกไว้จริงๆ มันไม่ใช่ความร้อนแบบเอาของร้อนมานาบ แต่มันเป็นไอร้อนจากเลือดลมที่สูบฉีดในกายหนุ่ม เป็นความร้อนที่แผ่ซ่านลงไปคลายความหนาวเหน็บและความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้อย่างชะงัด
“ดีขึ้นไหมครับ” เขาถามขณะขยับมือนวดคลึงไปทั่วแผ่นหลังผ่านผ้าขนหนู
“ดี... ดีค่ะ มือน้องอุ่นมาก”
“งั้นผมจะเริ่มลงน้ำมันแล้วนะครับ”
มือหนาตลบชายผ้าขนหนูขึ้นพับไว้หมิ่นเหม่ที่ช่วงเอวคอดกิ่ว เปิดเปลือยแผ่นหลังเนียนละเอียดให้ปรากฏท้าทายสายตา ผิวขาวจัดที่ตัดกับความมืดสลัวภายในห้องดูโดดเด่น ยามแสงไฟตกกระทบไล้เลียไปตามผิวเนื้อ มันช่างดูนุ่มนวล จนแทบจะรู้สึกถึงความละมุนละไมนั้นได้ แม้เพียงแค่มองด้วยตาเปล่า
ชายหนุ่มกดปั๊มน้ำมันอโรมาลงบนฝ่ามือ ถูวนจนเกิดความร้อน แล้วทาบลงบนผิวเนื้อเปลือยเปล่าของม่านไหมบริเวณสะบักทั้งสองข้าง
วูบ...
ม่านไหมสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งกระตุกโดยอัตโนมัติเมื่อผิวเนื้อสัมผัสกับฝ่ามือร้อนจัดและน้ำมันลื่นๆ โดยตรง
“พี่ไหมไม่ต้องเกร็งนะครับ ปล่อยตัวตามสบาย เชื่อใจผมนะ”
“คุณไปตกลงกับแม่แจงแบบนั้นได้ยังไงคะ แล้วดูสิ... คุณแม่เล่นใหญ่เตรียมจัดโต๊ะรอต้อนรับคุณซะขนาดนั้น แจงอายจัง”“อ้าว ก็ผมเป็นว่าที่ลูกเขยนี่นา ไปกราบฝากเนื้อฝากตัวกับแม่ยายมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนี่ครับ” ธนนท์หัวเราะร่วน รวบร่างบางเข้ามากอด “อีกอย่าง... ผมเป็นผู้ชายที่ ‘โอเค ดูดี พอไปวัดไปวาได้’ ผมก็ต้องรีบไปทำคะแนนให้แม่ยายรักแม่ยายหลงสิครับ จะได้เอาชนะใจลูกสาวเขาได้”แจงจิตค้อนขวับให้คนเจ้าเล่ห์ที่แกล้งหยิบยกเอาคำพูดของเธอมาล้อเลียน หญิงสาวหมั่นเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะหยิกเข้าที่เอวสอบไปหนึ่งที “อย่ามาขี้ตู่นะคะคุณนนท์ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย สถานะก็ยังไม่มี”“ปากบอกยังไม่มีสถานะ แต่เมื่อคืนครางเรียกผมว่าผัวขาซะลั่นห้องเลยน้า... แบบนี้เขาเรียกข้ามขั้นไปแล้วต่างหาก”ธนนท์กระตุกยิ้มร้ายกาจพลางรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงหัวเราะสดใสเคล้าไปกับเสียงครางประท้วงอย่างไม่จริงจังดังระงมไปทั่วห้องสวีตหรู ทั้งคู่หยอกล้อคลอเคลียกันบนเตียงกว้างอยู่เนิ่นนาน ทว่าอารมณ์รักที่ยังกรุ่นอยู่ในอกก็พาให้บทรักบทใหม่ปะทุขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง... กว่าจะได้เช็กเอา
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ้าม่านสีทึบเข้ามาภายในห้องสวีตสุดหรู ปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราค่อยๆ รู้สึกตัว แจงจิตขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวระบมไปทั้งร่างราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจกลับพองโตและอบอวลไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหญิงสาวกะพริบตาปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบและรอยเล็บจางๆ ฝีมือของเธอเอง แขนแกร่งของธนนท์ยังคงตระกองกอดรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าหล่อเหลายามหลับใหลดูผ่อนคลายและไร้พิษสง ผิดกับตอนที่อยู่บนเตียงเมื่อคืนลิบลับแจงจิตลอบยิ้มบางๆ อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาเบาๆครืด... ครืดดด...ทว่าความโรแมนติกยามเช้ากลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เธอสะดุ้งสุดตัว รีบเอื้อมมือไปคว้ามันมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคุณนายจงกล...ตายล่ะสิ! เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโด แถมยังไม่ได้โทรรายงานแม่ด้วยซ้ำ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับน้ำเสีย
“อื้อออ... จะ...แจงเป็นของคุณนนท์แค่คนเดียว... อะ...อ๊าาา...”หญิงสาวครางไม่เป็นภาษา สองขาเรียวตวัดเกี่ยวรัดรอบเอวสอบเพื่อรับแรงกระแทกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เล็บเจลสีนู้ดจิกฝังลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวนชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ถอนแก่นกายออกจนเกือบสุด ก่อนจะพลิกตัวหญิงสาวให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว จับสะโพกผายให้ยกสูงขึ้นในท่าคลานเข่าภาพบั้นท้ายกลมกลึงที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ผิวขาวเนียนที่ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้ม ทำเอาธนนท์แทบคลั่ง เขาฝาดฝ่ามือลงบนบั้นท้ายกลมกลึงนั้นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ก่อนจะจับรั้งเอวคอดไว้แน่น สอดแทรกความแข็งแกร่งสวนกลับเข้าไปจากทางด้านหลังอย่างดุดันทีเดียวมิดด้ามพรวด!“ซี้ดดดส์... ตอดผัวรัวๆ แบบนี้ เมียจ๋าชอบท่านี้มากเลยล่ะสิ”“อ๊ะๆๆ อ๊าาา... ท่านี้เสียวมาก... ผัวขา... เมียเสียวจะตายอยู่แล้ว”แจงจิตซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ครางเสียงอู้อี้ ท่านี้ทำให้เขาสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกที่สุดและกระแทกได้รุนแรงที่สุด หัวหยักของเขากระทบเข้ากับจุดกระสันที่ลึกที่สุดของเธออย่างจังทุกครั้งที่โถมแรงเข้าใส่ชายหนุ่มเร่งจังหวะอัดกระแทกราวกับพายุที่บ้าคลั่ง สะโพกสอบซอ
ติ๊ด!คีย์การ์ดสีทองแตะลงบนเครื่องอ่านหน้าประตูห้องสวีตสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับห้าดาว ทันทีที่บานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกและปิดลง ระบบไฟอัตโนมัติภายในห้องก็สว่างขึ้นในระดับสลัว เผยให้เห็นการตกแต่งที่หรูหราโอ่อ่า โดยเฉพาะกระจกบานกว้างที่มองเห็นแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มตา แสงไฟระยิบระยับจากตึกระฟ้าเบื้องล่างดูงดงามราวกับหมู่ดาวบนดินทว่าสิ่งที่น่าหลงใหลกว่าวิวหลักล้านตรงหน้า คือ... แรงดึงดูดทางเพศที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างคนสองคนธนนท์จัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามตรงไปยังมินิบาร์ รินไวน์แดงชั้นเลิศที่ให้พนักงานเตรียมไว้ล่วงหน้าลงในแก้วคริสตัลทรงสูงสองใบ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดซิงก์บลูทูธเข้ากับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ที่บิลต์อินอยู่ภายในห้องสวีตแห่งนี้เพียงเสี้ยววินาที ท่วงทำนองเพลงแจ๊ส แอนด์ โซลที่มีเสียงแซกโซโฟนเย้ายวนก็ดังคลอเคลียไปทั่วบริเวณ จังหวะดนตรีที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่น สร้างบรรยากาศให้ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและเซ็กซี่อย่างถึงขีดสุดเขาเดินกลับมาหาแจงจิตที่ยืนใจสั่นอยู่กลางห้อง ยื่นแ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะเนี่ย” แจงจิตเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้วยความโล่งอก ขาที่เคยเกร็งจนสั่นตอนนี้อ่อนเปลี้ยไปหมด “แล้วตกลงคุณเป็นใครกันแน่คะคุณนนท์ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคุณชายเล็กของป้าศรีไปได้”ธนนท์เดินตามมานั่งลงฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มหล่อร้ายยังคงประดับอยู่บนมุมปาก ชายหนุ่มรินน้ำเปล่าส่งให้เธอเพื่อดับกระหาย ก่อนจะเริ่มเฉลยความจริง“ผมเป็นลูกชายคนเล็กของ ตระกูลนรเศรษฐ์ ตระกูลอสังหาริมทรัพย์ที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละครับ” เขาเอ่ยชื่อตระกูลดังที่แจงจิตคุ้นหูดี “แต่ผมไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ชอบบริหารงานบริษัทที่ต้องปั้นหน้าใส่กัน ผมเลยขอแยกตัวออกมาเทรดหุ้นเงียบๆ ปล่อยให้พี่ชายดูแลบริษัทไป ส่วนแม่ของผม... คุณนวลแขที่คุณไปนวดให้ประจำ เธอเป็นเพื่อนสนิทของป้าศรีน่ะครับ”แจงจิตยืนอึ้งตะลึงงันไปอีกระลอก ความบังเอิญที่แสนจะตลกร้ายนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในบทละครน้ำเน่าสักเรื่อง... ทว่าจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามยามสบตาเขา มันกลับยืนยันว่านี่คือความจริงที่แสบสันและเหนือชั้นยิ่งกว่านิยายเรื่องไหนๆ ที่เธอเคยอ่านมาทั้งชีวิต“แต่เดี๋ยวนะคะ” หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “
และแล้ววันเสาร์ที่เธอเฝ้ารอก็มากถึง...หนึ่งทุ่มตรงใจกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี แจงจิตก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีไวน์แดงที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น สวมรองเท้าส้นเข็มสูงห้านิ้ว แต่งหน้าทำผมจัดเต็มตามการสั่งการของคุณนายจงกล ที่ส่งช่างฝีมือหนึ่งมาเนรมิตให้ลูกสาวจนสวยประหารชนิดที่ใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวมองทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยหรูดูแพงนั้น หัวใจของเธอกลับห่อเหี่ยวและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเป้าหมายของเธอในคืนนี้ไม่ใช่การมาดินเนอร์สุดโรแมนติกตามที่แม่วาดฝันไว้ แต่เป็นการมาทำภารกิจ ปฏิเสธลูกชายเพื่อนป้าศรีให้จบๆ ไปเสียที‘น้องหนูอย่างนั้น น้องหนูอย่างนี้... ป้าศรีนะป้าศรี เรียกซะยังกับเรายังอยู่ประถม’ แจงจิตบ่นพึมพำในใจเมื่อนึกถึงคำพรรณนาของแม่สื่อจอมบงการ ป้าศรีเอาแต่ชมเธอให้คุณนายจงกลฟังว่า น้องหนูของป้าขยันอย่างนั้น น่ารักอย่างนี้ จนแม่เธอปลื้มปริ่ม ยอมตกลงรับนัดดูตัวโดยไม่ถามความเห็นลูกสาวสักคำ“เชิญทางนี้เลยครับคุณผู้หญิง ห้องอาหารไพรเวทที่คุณมารศรีจองไว้อยู่ด้านในสุดครับ” พนักงานต้อนรับของห้องอาหารบนรูฟท็อปโรงแรมห้าดาวผายมือเช




![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


