Masuk“คือ... ฉันไม่เคยนวดกับผู้ชายเลยค่ะ”
“ผมเข้าใจครับ” ปลายสายตอบกลับมาอย่างนุ่มนวล ราวกับอ่านใจเธอออก “ลูกค้าผู้หญิงหลายท่านก็กังวลเรื่องนี้ แต่ที่นี่เราเน้นการรักษาแบบ Sport Massage (นวดสปอร์ต) และ Deep Tissue (นวดรีดเส้นชั้นลึก) โดยใช้น้ำมันอโรมาครับ เป็นการบำบัดกล้ามเนื้อจริงๆ ไม่มีอะไรต้องกังวล”
น้ำเสียงของเขาดูจริงใจและเป็นมืออาชีพ มันมีพลังบางอย่างที่ทำให้คนฟังรู้สึกเชื่อถืออย่างไม่มีเหตุผล แต่ถึงอย่างนั้น... ม่านไหมก็ยังอดระแวงไม่ได้ เธอถามจุกจิกออกไปตามประสาคนละเอียด
“แล้ว... สถานที่ปลอดภัยใช่ไหมคะ เป็นห้องส่วนตัวหรือเปล่า”
“เป็นห้องส่วนตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เรามีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา หากคุณลูกค้าโอเค ผมจะเลือกห้องวีไอพีที่เป็นส่วนตัวที่สุด ไม่มีใครรบกวนแน่นอนครับ”
“แล้ว... เรื่องเสื้อผ้าล่ะคะ” เสียงเธอแผ่วลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ “ต้อง... เอ่อ... ถอดหมดหรือเปล่า”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังรู้สึกจั๊กจี้ที่หัวใจแปลกๆ
“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นครับ เรามีชุดสปาจัดเตรียมไว้ให้ หรือถ้าเป็นการนวดน้ำมัน ก็มีการปูผ้าคลุมส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องตลอดเวลาครับ ผมให้เกียรติลูกค้าเสมอ”
ม่านไหมกัดริมฝีปากอีกครั้ง ความปวดที่สะบักซ้ายแล่นแปลบขึ้นมาเหมือนเร่งเร้าให้เธอตัดสินใจ จะยอมทนปวดหลังบ่าไหล่จนนอนไม่หลับไปทั้งคืน หรือจะยอมเสี่ยงกับผู้ชายเสียงนุ่มคนนี้
“งั้น… เอ่อ… ตกลงก็ได้ค่ะ... จะเข้าไป เดี๋ยวนี้เลย”
“ครับ ผมจะรอ แต่อย่ามาเกินสามทุ่มครึ่งนะครับ ยังไงรบกวนขอทราบชื่อคุณลูกค้าด้วยครับ”
“ม่านไหมค่ะ”
“ยินดีที่ได้ดูแลครับคุณม่านไหม ผมชื่อ เพทาย นะครับ ยังไงขับรถระวังด้วยนะครับ ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว ถนนน่าจะลื่น อีกสักครู่เจอกันครับ”
สายตัดไปแล้ว แต่ม่านไหมยังถือโทรศัพท์ค้างไว้อย่างนั้น หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ ไม่ใช่แค่เพราะความกังวล แต่เพราะความระบมร้าวที่แล่นริ้วไปทั่วเรือนร่างต่างหาก ที่กำลังเล่นงานเธออย่างหนักหนาสาหัสในเวลานี้
-----
สี่สิบนาทีไม่ขาดไม่เกิน รถยุโรปสีขาวคันหรูของม่านไหมก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอาคารสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ขนาดกลางที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยลึกย่านรัชดา บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟสนามที่ส่องนำทาง ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่นและบดบังสายตาคนภายนอกสมกับชื่อ The Sanctuary (สถานที่พักพิงอันเงียบสงบ)
ม่านไหมสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าหยิบกระเป๋าแล้วก้าวลงจากรถ ฝนหยุดตกไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินชื้นๆ และความเย็นฉ่ำในอากาศ
ทันทีที่ผลักประตูไม้บานใหญ่เข้าไป กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นยูคาลิปตัสและลาเวนเดอร์ก็ลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่สูดดมเข้าไปแล้ว ทำให้ความตึงเครียดในสมองคลายลงไปได้เปลาะหนึ่ง
ภายในสปาตกแต่งอย่างหรูหราทว่าเรียบง่าย เน้นโทนสีเบจเข้มตัดกับไม้สีเข้ม แสงไฟถูกหรี่ลงจนสลัว ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและลึกลับ ไม่มีพนักงานต้อนรับ ไม่มีเสียงเพลงอึกทึก มีเพียงเสียงน้ำตกจำลองที่ไหลรินแผ่วเบา
“สวัสดีครับคุณม่านไหม” เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นจากเงามืดหลังเคาน์เตอร์ไม้
ม่านไหมสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมอง แล้วเธอก็ต้องยืนนิ่งค้าง ลมหายใจสะดุดอยู่ในอก เพราะชายหนุ่มที่เดินออกมาจากเงามืดนั้น ช่างแตกต่างจากภาพในจินตนาการของเธออย่างสิ้นเชิง
เธอคิดว่าหมอนวดหรือเทอราปิสที่รับสายน่าจะเป็นผู้ชายมีอายุ ท่าทางใจดี หรือไม่ก็เกย์หนุ่มที่ดูนุ่มนวล แต่ผู้ชายตรงหน้าเธอ...
เขาสูง... สูงมาก น่าจะเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร รูปร่างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนถึงศอกนั้นดูสมส่วน ไหล่กว้างหนาบ่งบอกถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ผิวขาวจัดตัดกับผมสีเข้มที่เซตแบบไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากหยักลึกที่กำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือดวงตา... ดวงตาเรียวรีสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงกลมที่ดูเหมือนเด็กเนิร์ด แต่แววตาข้างในกลับพราวระยับและร้อนแรงราวกับจะมองทะลุเสื้อผ้าแบรนด์เนมของเธอเข้าไปถึงเนื้อใน
นี่มันไม่ใช่เทอราปิสแล้ว! นี่มันพระเอกซีรีส์จีน หรือไม่ก็นายแบบเอเชียสักคนที่หลุดมาจากนิตยสารชัดๆ
“คุณเพทาย?” ม่านไหมถามเสียงเบาหวิว รู้สึกประหม่าขึ้นมาเป็นทวีคูณเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความหล่อจากอีกฝ่ายระยะประชิด
“ครับ ผมเพทาย” ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นลักยิ้มที่แก้มซ้าย เขาเดินอ้อมเคาน์เตอร์มายืนตรงหน้าเธอ รักษาระยะห่างอย่างสุภาพ แต่กลิ่นกายหอมสะอาดแบบผู้ชายสปอร์ตผสมกลิ่นมินต์อ่อนๆ จากตัวเขากลับรุกเร้าประสาทสัมผัสของเธออย่างจัง
“เชิญทางนี้เลยครับ ผมเตรียมห้องวีไอพีไว้ให้แล้ว” เขาผายมือเชื้อเชิญ สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างรวดเร็วแต่ไม่จาบจ้วง ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ฉายแววอิดโรย “ดูจากท่าเดิน น่าจะตึงลงไปถึงสะโพกแล้วนะครับเนี่ย” เขาเอ่ยทักอย่างแม่นยำ หากแต่ทำอีกฝ่ายหน้าร้อนวูบ
“คะ... อ้อ… ใช่ค่ะ ปวดมากเลยค่ะ ตอนแรกแค่หลัง ตอนนี้เริ่มลามลงขาแล้วค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะรีดเส้นให้หายเป็นปลิดทิ้งเลย” เพทายสบตาเธอสื่อความหมายบางอย่าง นัยน์ตาคู่สวยหลังกรอบแว่นนั้นวูบไหวราวกับเปลวเทียนต้องลม “แต่มือผมอาจจะร้อนหน่อยนะครับ คุณลูกค้าทนได้ใช่ไหม”
คำถามนั้นฟังดูธรรมดา แต่ทำไมม่านไหมถึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทาย และถูกเชิญชวนให้ก้าวเข้าไปในโลกใบใหม่ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ...โลกที่ความเจ็บปวดและความหฤหรรษ์อาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน
“คุณไปตกลงกับแม่แจงแบบนั้นได้ยังไงคะ แล้วดูสิ... คุณแม่เล่นใหญ่เตรียมจัดโต๊ะรอต้อนรับคุณซะขนาดนั้น แจงอายจัง”“อ้าว ก็ผมเป็นว่าที่ลูกเขยนี่นา ไปกราบฝากเนื้อฝากตัวกับแม่ยายมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนี่ครับ” ธนนท์หัวเราะร่วน รวบร่างบางเข้ามากอด “อีกอย่าง... ผมเป็นผู้ชายที่ ‘โอเค ดูดี พอไปวัดไปวาได้’ ผมก็ต้องรีบไปทำคะแนนให้แม่ยายรักแม่ยายหลงสิครับ จะได้เอาชนะใจลูกสาวเขาได้”แจงจิตค้อนขวับให้คนเจ้าเล่ห์ที่แกล้งหยิบยกเอาคำพูดของเธอมาล้อเลียน หญิงสาวหมั่นเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะหยิกเข้าที่เอวสอบไปหนึ่งที “อย่ามาขี้ตู่นะคะคุณนนท์ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย สถานะก็ยังไม่มี”“ปากบอกยังไม่มีสถานะ แต่เมื่อคืนครางเรียกผมว่าผัวขาซะลั่นห้องเลยน้า... แบบนี้เขาเรียกข้ามขั้นไปแล้วต่างหาก”ธนนท์กระตุกยิ้มร้ายกาจพลางรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงหัวเราะสดใสเคล้าไปกับเสียงครางประท้วงอย่างไม่จริงจังดังระงมไปทั่วห้องสวีตหรู ทั้งคู่หยอกล้อคลอเคลียกันบนเตียงกว้างอยู่เนิ่นนาน ทว่าอารมณ์รักที่ยังกรุ่นอยู่ในอกก็พาให้บทรักบทใหม่ปะทุขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง... กว่าจะได้เช็กเอา
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ้าม่านสีทึบเข้ามาภายในห้องสวีตสุดหรู ปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราค่อยๆ รู้สึกตัว แจงจิตขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวระบมไปทั้งร่างราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจกลับพองโตและอบอวลไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหญิงสาวกะพริบตาปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบและรอยเล็บจางๆ ฝีมือของเธอเอง แขนแกร่งของธนนท์ยังคงตระกองกอดรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าหล่อเหลายามหลับใหลดูผ่อนคลายและไร้พิษสง ผิดกับตอนที่อยู่บนเตียงเมื่อคืนลิบลับแจงจิตลอบยิ้มบางๆ อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาเบาๆครืด... ครืดดด...ทว่าความโรแมนติกยามเช้ากลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เธอสะดุ้งสุดตัว รีบเอื้อมมือไปคว้ามันมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคุณนายจงกล...ตายล่ะสิ! เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโด แถมยังไม่ได้โทรรายงานแม่ด้วยซ้ำ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับน้ำเสีย
“อื้อออ... จะ...แจงเป็นของคุณนนท์แค่คนเดียว... อะ...อ๊าาา...”หญิงสาวครางไม่เป็นภาษา สองขาเรียวตวัดเกี่ยวรัดรอบเอวสอบเพื่อรับแรงกระแทกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เล็บเจลสีนู้ดจิกฝังลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวนชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ถอนแก่นกายออกจนเกือบสุด ก่อนจะพลิกตัวหญิงสาวให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว จับสะโพกผายให้ยกสูงขึ้นในท่าคลานเข่าภาพบั้นท้ายกลมกลึงที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ผิวขาวเนียนที่ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้ม ทำเอาธนนท์แทบคลั่ง เขาฝาดฝ่ามือลงบนบั้นท้ายกลมกลึงนั้นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ก่อนจะจับรั้งเอวคอดไว้แน่น สอดแทรกความแข็งแกร่งสวนกลับเข้าไปจากทางด้านหลังอย่างดุดันทีเดียวมิดด้ามพรวด!“ซี้ดดดส์... ตอดผัวรัวๆ แบบนี้ เมียจ๋าชอบท่านี้มากเลยล่ะสิ”“อ๊ะๆๆ อ๊าาา... ท่านี้เสียวมาก... ผัวขา... เมียเสียวจะตายอยู่แล้ว”แจงจิตซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ครางเสียงอู้อี้ ท่านี้ทำให้เขาสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกที่สุดและกระแทกได้รุนแรงที่สุด หัวหยักของเขากระทบเข้ากับจุดกระสันที่ลึกที่สุดของเธออย่างจังทุกครั้งที่โถมแรงเข้าใส่ชายหนุ่มเร่งจังหวะอัดกระแทกราวกับพายุที่บ้าคลั่ง สะโพกสอบซอ
ติ๊ด!คีย์การ์ดสีทองแตะลงบนเครื่องอ่านหน้าประตูห้องสวีตสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับห้าดาว ทันทีที่บานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกและปิดลง ระบบไฟอัตโนมัติภายในห้องก็สว่างขึ้นในระดับสลัว เผยให้เห็นการตกแต่งที่หรูหราโอ่อ่า โดยเฉพาะกระจกบานกว้างที่มองเห็นแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มตา แสงไฟระยิบระยับจากตึกระฟ้าเบื้องล่างดูงดงามราวกับหมู่ดาวบนดินทว่าสิ่งที่น่าหลงใหลกว่าวิวหลักล้านตรงหน้า คือ... แรงดึงดูดทางเพศที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างคนสองคนธนนท์จัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามตรงไปยังมินิบาร์ รินไวน์แดงชั้นเลิศที่ให้พนักงานเตรียมไว้ล่วงหน้าลงในแก้วคริสตัลทรงสูงสองใบ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดซิงก์บลูทูธเข้ากับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ที่บิลต์อินอยู่ภายในห้องสวีตแห่งนี้เพียงเสี้ยววินาที ท่วงทำนองเพลงแจ๊ส แอนด์ โซลที่มีเสียงแซกโซโฟนเย้ายวนก็ดังคลอเคลียไปทั่วบริเวณ จังหวะดนตรีที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่น สร้างบรรยากาศให้ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและเซ็กซี่อย่างถึงขีดสุดเขาเดินกลับมาหาแจงจิตที่ยืนใจสั่นอยู่กลางห้อง ยื่นแ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะเนี่ย” แจงจิตเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้วยความโล่งอก ขาที่เคยเกร็งจนสั่นตอนนี้อ่อนเปลี้ยไปหมด “แล้วตกลงคุณเป็นใครกันแน่คะคุณนนท์ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคุณชายเล็กของป้าศรีไปได้”ธนนท์เดินตามมานั่งลงฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มหล่อร้ายยังคงประดับอยู่บนมุมปาก ชายหนุ่มรินน้ำเปล่าส่งให้เธอเพื่อดับกระหาย ก่อนจะเริ่มเฉลยความจริง“ผมเป็นลูกชายคนเล็กของ ตระกูลนรเศรษฐ์ ตระกูลอสังหาริมทรัพย์ที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละครับ” เขาเอ่ยชื่อตระกูลดังที่แจงจิตคุ้นหูดี “แต่ผมไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ชอบบริหารงานบริษัทที่ต้องปั้นหน้าใส่กัน ผมเลยขอแยกตัวออกมาเทรดหุ้นเงียบๆ ปล่อยให้พี่ชายดูแลบริษัทไป ส่วนแม่ของผม... คุณนวลแขที่คุณไปนวดให้ประจำ เธอเป็นเพื่อนสนิทของป้าศรีน่ะครับ”แจงจิตยืนอึ้งตะลึงงันไปอีกระลอก ความบังเอิญที่แสนจะตลกร้ายนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในบทละครน้ำเน่าสักเรื่อง... ทว่าจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามยามสบตาเขา มันกลับยืนยันว่านี่คือความจริงที่แสบสันและเหนือชั้นยิ่งกว่านิยายเรื่องไหนๆ ที่เธอเคยอ่านมาทั้งชีวิต“แต่เดี๋ยวนะคะ” หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “
และแล้ววันเสาร์ที่เธอเฝ้ารอก็มากถึง...หนึ่งทุ่มตรงใจกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี แจงจิตก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีไวน์แดงที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น สวมรองเท้าส้นเข็มสูงห้านิ้ว แต่งหน้าทำผมจัดเต็มตามการสั่งการของคุณนายจงกล ที่ส่งช่างฝีมือหนึ่งมาเนรมิตให้ลูกสาวจนสวยประหารชนิดที่ใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวมองทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยหรูดูแพงนั้น หัวใจของเธอกลับห่อเหี่ยวและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเป้าหมายของเธอในคืนนี้ไม่ใช่การมาดินเนอร์สุดโรแมนติกตามที่แม่วาดฝันไว้ แต่เป็นการมาทำภารกิจ ปฏิเสธลูกชายเพื่อนป้าศรีให้จบๆ ไปเสียที‘น้องหนูอย่างนั้น น้องหนูอย่างนี้... ป้าศรีนะป้าศรี เรียกซะยังกับเรายังอยู่ประถม’ แจงจิตบ่นพึมพำในใจเมื่อนึกถึงคำพรรณนาของแม่สื่อจอมบงการ ป้าศรีเอาแต่ชมเธอให้คุณนายจงกลฟังว่า น้องหนูของป้าขยันอย่างนั้น น่ารักอย่างนี้ จนแม่เธอปลื้มปริ่ม ยอมตกลงรับนัดดูตัวโดยไม่ถามความเห็นลูกสาวสักคำ“เชิญทางนี้เลยครับคุณผู้หญิง ห้องอาหารไพรเวทที่คุณมารศรีจองไว้อยู่ด้านในสุดครับ” พนักงานต้อนรับของห้องอาหารบนรูฟท็อปโรงแรมห้าดาวผายมือเช







