LOGINตอนนั้นเธอเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และกำลังมีอนาคตที่สดใส
เธอมีแฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่คอยตามจีบตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจคบกันตอน
ชายหนุ่มเรียนจบ ส่วนเธอยังคงเรียนอยู่ในชั้นปีที่สี่หลังจากบราลีเรียนจบในปีถัดมา เขาก็ชวนเธอไปทำงานที่บริษัทซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว
ทว่าในวันแรกที่บราลีเข้าไปเริ่มงาน เธอก็ได้พบกับความจริงอันแสนเจ็บปวด
แฟนของเธอ…มีคู่หมายที่ทางครอบครัวได้ทาบทามไว้ให้ตั้งแต่ยังเด็ก และเธอก็ไม่เคยเป็นตัวจริงของแฟนหนุ่มมาตั้งแต่ต้น
บราลียืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าบานประตูห้องทำงานของไตรภพ แฟนหนุ่มที่คบหากันมาอย่างยาวนาน และเขากำลังสนทนาเรื่องสำคัญอยู่กับบิดา ซึ่งมีเธออยู่ในหัวข้อสนทนานั้นด้วย
“พ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจัดการได้ เบลล์น่ะพูดอะไรก็เชื่อผมอยู่แล้ว ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้”
“ถ้าจัดการได้ก็ดีไป ให้อยู่ในที่ในทางของตัวเอง อย่าให้มามีปัญหากับเมียแกในอนาคต”
“แน่นอนครับ ก็ผมมีพ่อเป็นไอดอลไงล่ะ”
“ไอ้นี่ อย่ามาลามปาม พ่อไม่เคยจริงจังเว้ย แค่เลี้ยงไว้แก้เหงา พอเบื่อก็แยกย้าย”
“ผมก็เหมือนกันแหละพ่อ เอาไว้ได้กินเมื่อไหร่ ผมค่อยเลิก ที่อดทนคบอยู่เนี่ย ก็เพราะ…”
ยังไม่ทันที่ไตรภพจะได้พูดจบ ความอดทนของบราลีก็ขาดผึงเสียก่อน หญิงสาวเปิดประตูเข้าไป โดยไม่ได้สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนว่าคนในห้องจะใหญ่โตขนาดไหน
“เพราะอะไร พูดให้จบสิ พูดออกมา” บราลีแผดเสียงออกมาด้วยใบหน้าโกรธขึ้ง ทำเอาไตรภพตกใจสุดขีด เพราะเขาไม่เคยเห็นแฟนสาวเป็นแบบนี้มาก่อน
“เบลล์ พี่พูดเล่นน่า อย่าเพิ่งโกรธสิ หืม”ไตรภพแสร้งโกหกหน้าตาย ทว่าบิดาของเขาจ้องมองบราลีตาเขียวปั้ด
“นี่เหรอที่แกบอกว่าจัดการได้ เลิกได้เลิกเถอะแบบนี้น่ะ” ว่าจบบิดาของเขาก็เดินผ่านหญิงสาวออกไปจากห้องราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ
ไตรภพมองตามบิดาออกไป ก่อนถ่มลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดหัวเสีย และเมื่อหันมาทางแฟนสาวอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาก็โดนฝ่ามือเล็กฟาดเข้าเต็มแรงจนหน้าหัน เกิดเป็นรอยแดงห้านิ้วประทับอยู่บนแก้มสาก
ชายหนุ่มหันกลับมามองคนตัวเล็กด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ในดวงตาคู่คมเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง และในวินาทีต่อมา ฝ่ามือหนาก็ฟาดคืนกลับมาบนแก้มนวล และนั่นก็แรงพอที่จะทำให้ร่างบางซวนเซ
บราลียกมือกุมแก้มที่โดนตบ เนื้อตัวเริ่มสั่นระริก และความเจ็บปวดนั้นก็ทำให้ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอ เธอหันกลับไปมองคนรักด้วยแววตาตัดพ้อ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง
“เบลล์พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ ก็เบลล์ตบพี่ก่อนอ่ะ”
บราลีหลับตาลงพร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมา เธอพยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรรวมสติ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
“พอเถอะ เบลล์คงมองพี่ผิดไป จากนี้ถือซะว่าเราไม่เคยรู้จักกัน…”
ไตรภพได้ยินแบบนั้นก็รีบเปลี่ยนท่าทีชายหนุ่มพยายามเอื้อมมือมารั้งเธอไว้ ทว่าเธอรีบถอยหนีด้วยความขยะแขยง
“อย่ามาโดนตัวเบลล์นะ เบลล์โคตรขยะแขยงพี่เลย ใครจะไปคิดว่าภายใต้หน้ากากนี้ พี่มันจะหน้าตัวเมียขนาดนี้ แต่เบลล์ก็ดีใจนะที่ไม่เคยต้องเสียตัวให้คนอย่างพี่” ดวงตาคู่งามมองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเย้ยหยัน เพราะเธอรู้แล้วว่าไตรภพไม่เคยมีความรักมอบให้เธอเลย เขาเพียงแค่หวังในร่างกายเธอเท่านั้น
และคำพูดของเธอก็ทำเอาความภาคภูมิใจของชายหนุ่มหดหายไปในบัดดล
ร่างบางหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้อง ทว่าก็หยุดชะงักชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง
“สันดานแบบนี้สักวันฉันขอให้แกติดโรค”
บราลีแผดเสียงดังลั่น ก่อนรีบสาวเท้าก้าวเร็วออกจากห้อง โดยมีไตรภพเดินตามออกมาด้วยความเดือดดาล ทว่าชายหนุ่มก็ไม่กล้าทำอะไร เนื่องจากสายตาทุกคู่ของพนักงานในออฟฟิศต่างจ้องมองมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
บราลีจึงอาศัยจังหวะนั้นหนีออกมาจากบริษัท เมื่อออกมายืนโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ความอดทนที่สร้างเอาไว้ก็พังทลาย หญิงสาวปล่อยโฮออกมาโดยไม่แคร์สายตาใคร
เธอเดินเรื่อยไปจนกระทั่งถึงป้ายรถเมล์ และนั่งร่ำไห้อยู่แบบนั้น
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปรียาดากำลังขับรถมาทำธุระในละแวกนั้นพอดี หล่อนจ้องมองบราลีด้วยความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเจอคนรู้จัก และเมื่อบราลีเงยหน้าขึ้นมา ปรียาดาก็ต้องตกใจที่พบว่าคนที่นั่งร้องไห้ปานจะขาดใจนั้นคือรุ่นน้องร่วมสถาบัน หญิงสาวจึงไม่รอช้า รีบหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดข้างทาง และลงไปหารุ่นน้องสาวทันที
“เบลล์ เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”
และในวันนั้นบราลีก็ได้รับความช่วยเหลือจากปรียาดา เธอได้ระบายทุกสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาจนหมดสิ้น
เมื่อปรียาดาได้รับรู้ถึงสถานการณ์ของรุ่นน้องคนสวย หล่อนจึงเอ่ยปากชวนบราลีมาทำงานด้วยกัน และนั่นก็ผ่านมาได้หกเดือนแล้ว
หลังจากที่คุณรสรินตัดสินใจเปิดร้านใหม่ที่อาคารพาณิชย์ของกิตติชัย ศัลยแพทย์หนุ่มก็จัดการรีโนเวทอาคารทุกคูหาและทุกชั้น แต่ทว่าคุณรสรินขอใช้เพียงแค่หนึ่งคูหาเท่านั้น จึงทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับสี่คูหาที่เหลือ หากมีร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาเพียงห้องเดียว ส่วนที่เหลือนั้นปิดร้าง ก็เกรงว่าบรรยากาศจะไม่ดีนัก สุดท้ายกิตติชัยจึงตัดสินใจเปิดสปาเพื่อความงาม ควบคู่ไปกับช็อปขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คลินิก Dr. Kit ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ นั่นจึงทำให้กิตติชัยมีธุรกิจใหม่ขึ้นมาอย่างกะทันหันไปโดยปริยาย “เป็นไงบ้างครับเบบี๋ ชอบไหม หืม” กิตติชัยเอ่ยถามพร้อมยกมือขึ้นโอบเอวบางของคนรักที่กำลังเดินสำรวจชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทั้งห้าคูหาที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่างเต็มที “ชอบค่ะ แต่ว่าดูท่าทางจะมีคนที่ชอบมากกว่าอีกนะคะ” บราลีส่งสายตาไปทางมารดาที่กำลังมีความสุขกับการจัดร้านใหม่ โดยมีเด็กรับใช้ในบ้านของกิตติชัยสองคนขออาสามาช่วยงานในร้านเพื่ออยากได้วิชาความรู้ในการจัดดอกไม้ ซึ่งชายหนุ่มก็เห็นดีเห็นงามด้วย ส่วนบรา
วันหยุดสุดสัปดาห์ต่อมาซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศัลยแพทย์หนุ่ม กิตติชัยพาบราลีออกเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่งตรงแถบชานเมือง ชายหนุ่มเล่าให้ฟังว่าวัดนี้เป็นวัดที่อาม่าของเขาชอบมาทำบุญ ถือศีล และปฏิบัติธรรม ท่านจึงรักและผูกพันกับที่นี่มาก หลังจากท่านได้ลาจากโลกนี้ไป เขาก็ได้นำเถ้ากระดูกบางส่วนของท่านมาไว้ในเจดีย์บรรจุอัฐิภายในวัดแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ทั้งคู่ก็เข้าไปทำบุญถวายสังฆทาน และรับพรจากท่านเจ้าอาวาส หลังจากนั้นกิตติชัยก็พาแฟนสาวเดินมาตามทางเดินข้างโบสถ์ที่ทอดยาวนำไปสู่ด้านหลังของวัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิมากมาย โดยในมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มมีช่อดอกไม้แสนสวยที่คุณรสรินตั้งใจจัดให้อย่างสุดฝีมือ เพื่อนำมาแสดงความเคารพอาม่าผู้ล่วงลับ “ที่นี่สงบจังเลยนะคะ” “ใช่ครับ ที่นี่อยู่ไกลบ้านพี่มาก แต่อาม่าก็ยังชอบมาเพราะว่าที่นี่สงบเงียบ พี่เองก็ชอบเหมือนกัน” “พี่กิตเนี่ยนะคะ?” บราลีหยุดเดินกะทันหัน ก่อนหันมาถามพร้อมเลิกคิ้วสูง “โอ้โห พี่ดูเป็นคนห่างไกลวัดวาขนาดนั้นเลยเหรอ” “…” บราลีพย
และกิตติชัยก็ทำตามที่รับปากไว้ได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ภายในห้องนอนของเขาเมื่อเข้ามาในห้องนอนของกิตติชัยที่อยู่ปีกซ้ายของตัวบ้านได้ บราลีก็ค่อยหายใจได้ทั่วท้อง หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายประคองแฟนหนุ่มไปทิ้งลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ก่อนที่เธอจะหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง “ไหนเคยบอกว่าจะไม่ดื่มจนเมาอีกแล้ว มันน่านัก ฮึ่ย” สองกำปั้นเล็กยกขึ้นค้างไว้กลางอากาศ ทำท่าจะทุบคนตัวโตเพื่อทำโทษ ทว่าพอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยก็ทำไม่ลง บราลีหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจัดการถอดถุงเท้าออกจากฝ่าเท้าใหญ่ทั้งสองข้าง จากนั้นก็ลงมือปลดเข็มขัดเพื่อให้คนเมาสบายตัว เสร็จสรรพก็คลานขึ้นมานั่งคุกเข่า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงออกทีละเม็ด มือบางปลดเม็ดกระดุมออกไปได้เพียงครึ่งก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าให้ “อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานออกมาพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองมา “เบบี๋จะลักหลับพี่เหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสดใส “นี่แกล้งเมาเหรอคะ” “เปล่านะ เมาจริง ๆ แ
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน กิตติชัยก็ได้รับความคืบหน้าจากนักสืบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยข้อมูลจากนักสืบมือดีนั้น ทำให้พบความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเพ็ญนภาผู้เป็นภรรยาคนปัจจุบันของบิดาของบราลีนั่นเอง ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งว่า หลังจากจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว คนร้ายได้ซัดทอดไปถึงเพ็ญนภา ตอนแรกหล่อนให้การปฏิเสธ แต่ทว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ได้พูดคุยกับเพ็ญนภาผ่านทางโทรศัพท์ จึงทำให้หล่อนดิ้นไม่หลุด เมื่อรู้แบบนั้น กิตติชัยจึงมอบหมายให้ทนายฝีมือฉกาจจัดการเรื่องการฟ้องร้อง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงพฤติกรรมที่ชอบตามคุกคามสองแม่ลูกก่อนหน้านี้ด้วย และนั่นก็ทำให้เพ็ญนภาเข็ดหลาบ เลิกมาวุ่นวายกับสองแม่ลูกไปโดยปริยายวันหยุดสุดสัปดาห์ต้นเดือน กิตติชัยพาบราลีไปร่วมงานวันเกิดของเด็กชายปกป้อง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก ทันทีที่บราลีไปเปิดตัวในฐานะแฟนสาวของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ครองตัวเป็นโสดมาทั้งชีวิต ก็ทำเอาสมาชิกในครอบครัวของปฐวี
หลังจากสองแม่ลูกเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อย กิตติชัยก็ขับรถพาทั้งคู่ย้อนกลับมายังบ้านของเขาที่เพิ่งแวะเข้าไปมาเมื่อช่วงเย็น กว่าจะเดินทางถึงที่หมายก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ชายหนุ่มให้เด็กรับใช้ในบ้านจัดห้องให้แขกคนสำคัญ จากนั้นก็ให้ทั้งคู่ไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น ด้านศัลยแพทย์หนุ่ม เมื่อส่งสองแม่ลูกเข้าห้องเรียบร้อย ก็ลงมายังห้องนั่งเล่นและรีบต่อสายหารองผู้บัญชาการตำรวจที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน เพื่อให้ท่านช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจากกิตติชัยเป็นห่วงสวัสดิภาพของแฟนสาวและมารดา อยากให้จับตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อหานักสืบมือดีที่เคยใช้บริการ จ้างวานให้สืบหาความจริงเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง “หมอคะ น้าขอเข้าไปได้ไหม” คุณรสรินยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องนั่งเล่น ด้วยความไม่คุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่โตที่หรูหราโอ่อ่าเช่นนี้ “ตามสบายเลยครับน้าริน คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองเลยครับ” “จะให้น้าคิดแบบนั้นได้ยังไงกันคะ แค่นี้น้าก็เกรงใจจะแย่” คุณรสรินว่าพลางเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกิตติชัย
เย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ท่ามกลางการจราจรหนาแน่น กิตติชัยขับรถไปรับบราลีหลังเลิกงานตามปกติ ทว่าแทนที่จะพากลับบ้านทันที ชายหนุ่มพาแฟนสาวแวะที่แห่งหนึ่งก่อน โดยจุดหมายปลายทางนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากคลินิกและบ้านของเธอเท่าไรนัก จึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงที่หมาย รถแอสตันมาร์ตินคันงามเลี้ยวเข้าไปในซอยข้างอาคารพาณิชย์ขนาดห้าคูหาที่ถูดปิดเอาไว้ราวกับไร้ผู้คนอยู่อาศัย ทว่าด้านหลังของตึกแถวทั้งห้าห้องเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่กินพื้นที่เข้าไปลึกสุดลูกหูลูกตามีรั้วรอบขอบชิดที่สูงตระหง่านจนแทบมองไม่เห็นด้านใน ทันทีที่รถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดหน้าประตูรั้ว บานประตูทั้งสองด้านก็ค่อย ๆ เปิดแยกออกจากกัน จากนั้นซูเปอร์คาร์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้าสู่อาณาบริเวณที่เป็นส่วนเชื่อมต่อกับอาคารพาณิชย์ที่อยู่ด้านหน้าถนน ดวงตาคู่งามสะดุดเข้ากับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้เล็กใหญ่สีเขียวชอุ่มหลากหลายชนิด “ที่นี่บ้านใครคะ?” “บ้านพี่เองครับ หลังใหญ่นั่นคือบ้านที่พี่เคยอยู่กับอาม่า ตั้งแต่ท่านเสียไปก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เพิ่งจะมารีโนเวทไปเมื่อเดือน







