LOGIN'กิตติชัย' ศัลยแพทย์มือดี เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดัง คุณหมอหนุ่มผู้เพียบพร้อม ทว่าลึก ๆ ภายในใจมีปมในอดีตทำให้เขาไร้ซึ่งศรัทธาในความรัก แต่แล้วความคิดของเขาก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อได้มาพบกับ 'บราลี' หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง
View Moreณ มูลนิธิเปรมปรีดิ์
องค์กรซึ่งไม่แสวงผลกำไรเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ก่อตั้งขึ้นโดยปรียาดา อำนวยกิจไพศาล ทายาทคนเล็กของโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีสาขามากมายทั่วประเทศ
ช่วงนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็งานล้นมือเนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมงานเพื่อลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านบนดอยที่อยู่ห่างไกล อีกทั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้อำนวยการมูลนิธิก็กำลังจะลั่นระฆังวิวาห์
“อ้าว พี่ปลื้มมาทำอะไรคะ ไม่ได้อยู่เตรียมงานแต่งเหรอ” ผู้ช่วยคนสวยเอ่ยถามปรียาดาด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นผู้อำนวยการคนสวยกำลังเดินเข้ามาในออฟฟิศของมูลนิธิ
“ก็แวะมาดูน้อง ๆ ของพี่นี่แหละ เป็นห่วงว่าจะทำงานจนลืมทานข้าวกันอีก”
“โธ่ ไม่เห็นจะต้องเป็นห่วงพวกเราเลยค่ะ”
“ไม่ให้เป็นห่วง แล้วเบลล์กับทุกคนทานมื้อเที่ยงกันหรือยังจ๊ะ” ปรียาดาเอียงคอถามบราลี เปี่ยมแสงรัศมี ผู้ช่วยคนเก่งอีกทั้งยังเป็นรุ่นน้องที่จบจากสถาบันเดียวกัน
เมื่อถูกถามแบบนั้นบราลีก็ยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาก่อนจะยิ้มเจื่อนออกมา
“แฮ่…นี่บ่ายแล้วเหรอเนี่ย ทำงานจนลืมดูเวลาไปเลยเนอะพวกเรา”
บราลีหันไปหาแนวร่วมจากเพื่อนร่วมงานชายหญิงภายในห้องที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน ก่อนหันกลับมาทางเจ้านายสาวที่กำลังยืนกอดอกพลางหรี่ตามองอย่างรู้ทัน
“ไป ๆ ทุกคน ไปทานข้าวกันก่อน พี่ให้คนเอาไปไว้ที่ห้องประชุมแล้ว”
เมื่อเจ้านายคนสวยว่าแบบนั้น ทุกคนในห้องก็พร้อมใจกันวางมือจากงานที่ทำ และเดินเรียงแถวออกจากห้องทำงาน โดยมีบราลีเดินรั้งท้าย
“เดี๋ยวเบลล์ เสาร์นี้เบลล์มีงานเลี้ยงรุ่นด้วยใช่ไหม ถ้าเบลล์อยากไปพี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ พี่ไม่ซีเรียส” ปรียาดาเอ่ยขึ้นเนื่องจากในวันเสาร์นี้งานวิวาห์ของหล่อนจัดขึ้นตรงกับงานเลี้ยงรุ่นของบราลี
ทว่าคำกล่าวของเจ้านายสาวทำบราลีชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะส่ายศีรษะปฏิเสธออกมา
“เบลล์ไม่อยากไปค่ะ ไปงานแต่งพี่ปลื้มดีกว่า เพื่อนสมัยเรียนที่เบลล์สนิทก็ไม่ได้มา อีกอย่างหนึ่งเบลล์กลัวว่าจะเจอ…” เสียงหวานขาดห้วงหายไป แต่นั่นก็ทำให้ปรียาดาเข้าใจได้ว่าบราลีกำลังกลัวอะไร เจ้านายสาวไม่คิดจะกล่าวให้มากความ ด้วยไม่อยากไปรื้อฟื้นเรื่องแย่ ๆ ในอดีต
“ไม่ต้องพูดแล้ว พี่เข้าใจ ไปทานข้าวเถอะ พี่จะกลับแล้ว มีธุระต้องไปต่อ” ปรียาดาวางมือลงบนไหล่บอบบางของผู้ช่วยคนสนิท ก่อนเดินออกจากห้องไป
บราลีถอนหายใจยาวออกมา ก่อนดำดิ่งสู่ความทรงจำในอดีตเมื่อราวหกเดือนก่อน
หลังจากที่คุณรสรินตัดสินใจเปิดร้านใหม่ที่อาคารพาณิชย์ของกิตติชัย ศัลยแพทย์หนุ่มก็จัดการรีโนเวทอาคารทุกคูหาและทุกชั้น แต่ทว่าคุณรสรินขอใช้เพียงแค่หนึ่งคูหาเท่านั้น จึงทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับสี่คูหาที่เหลือ หากมีร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาเพียงห้องเดียว ส่วนที่เหลือนั้นปิดร้าง ก็เกรงว่าบรรยากาศจะไม่ดีนัก สุดท้ายกิตติชัยจึงตัดสินใจเปิดสปาเพื่อความงาม ควบคู่ไปกับช็อปขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คลินิก Dr. Kit ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ นั่นจึงทำให้กิตติชัยมีธุรกิจใหม่ขึ้นมาอย่างกะทันหันไปโดยปริยาย “เป็นไงบ้างครับเบบี๋ ชอบไหม หืม” กิตติชัยเอ่ยถามพร้อมยกมือขึ้นโอบเอวบางของคนรักที่กำลังเดินสำรวจชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทั้งห้าคูหาที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่างเต็มที “ชอบค่ะ แต่ว่าดูท่าทางจะมีคนที่ชอบมากกว่าอีกนะคะ” บราลีส่งสายตาไปทางมารดาที่กำลังมีความสุขกับการจัดร้านใหม่ โดยมีเด็กรับใช้ในบ้านของกิตติชัยสองคนขออาสามาช่วยงานในร้านเพื่ออยากได้วิชาความรู้ในการจัดดอกไม้ ซึ่งชายหนุ่มก็เห็นดีเห็นงามด้วย ส่วนบรา
วันหยุดสุดสัปดาห์ต่อมาซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศัลยแพทย์หนุ่ม กิตติชัยพาบราลีออกเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่งตรงแถบชานเมือง ชายหนุ่มเล่าให้ฟังว่าวัดนี้เป็นวัดที่อาม่าของเขาชอบมาทำบุญ ถือศีล และปฏิบัติธรรม ท่านจึงรักและผูกพันกับที่นี่มาก หลังจากท่านได้ลาจากโลกนี้ไป เขาก็ได้นำเถ้ากระดูกบางส่วนของท่านมาไว้ในเจดีย์บรรจุอัฐิภายในวัดแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ทั้งคู่ก็เข้าไปทำบุญถวายสังฆทาน และรับพรจากท่านเจ้าอาวาส หลังจากนั้นกิตติชัยก็พาแฟนสาวเดินมาตามทางเดินข้างโบสถ์ที่ทอดยาวนำไปสู่ด้านหลังของวัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิมากมาย โดยในมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มมีช่อดอกไม้แสนสวยที่คุณรสรินตั้งใจจัดให้อย่างสุดฝีมือ เพื่อนำมาแสดงความเคารพอาม่าผู้ล่วงลับ “ที่นี่สงบจังเลยนะคะ” “ใช่ครับ ที่นี่อยู่ไกลบ้านพี่มาก แต่อาม่าก็ยังชอบมาเพราะว่าที่นี่สงบเงียบ พี่เองก็ชอบเหมือนกัน” “พี่กิตเนี่ยนะคะ?” บราลีหยุดเดินกะทันหัน ก่อนหันมาถามพร้อมเลิกคิ้วสูง “โอ้โห พี่ดูเป็นคนห่างไกลวัดวาขนาดนั้นเลยเหรอ” “…” บราลีพย
และกิตติชัยก็ทำตามที่รับปากไว้ได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ภายในห้องนอนของเขาเมื่อเข้ามาในห้องนอนของกิตติชัยที่อยู่ปีกซ้ายของตัวบ้านได้ บราลีก็ค่อยหายใจได้ทั่วท้อง หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายประคองแฟนหนุ่มไปทิ้งลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ก่อนที่เธอจะหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง “ไหนเคยบอกว่าจะไม่ดื่มจนเมาอีกแล้ว มันน่านัก ฮึ่ย” สองกำปั้นเล็กยกขึ้นค้างไว้กลางอากาศ ทำท่าจะทุบคนตัวโตเพื่อทำโทษ ทว่าพอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยก็ทำไม่ลง บราลีหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจัดการถอดถุงเท้าออกจากฝ่าเท้าใหญ่ทั้งสองข้าง จากนั้นก็ลงมือปลดเข็มขัดเพื่อให้คนเมาสบายตัว เสร็จสรรพก็คลานขึ้นมานั่งคุกเข่า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงออกทีละเม็ด มือบางปลดเม็ดกระดุมออกไปได้เพียงครึ่งก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าให้ “อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานออกมาพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองมา “เบบี๋จะลักหลับพี่เหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสดใส “นี่แกล้งเมาเหรอคะ” “เปล่านะ เมาจริง ๆ แ
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน กิตติชัยก็ได้รับความคืบหน้าจากนักสืบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยข้อมูลจากนักสืบมือดีนั้น ทำให้พบความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเพ็ญนภาผู้เป็นภรรยาคนปัจจุบันของบิดาของบราลีนั่นเอง ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งว่า หลังจากจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว คนร้ายได้ซัดทอดไปถึงเพ็ญนภา ตอนแรกหล่อนให้การปฏิเสธ แต่ทว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ได้พูดคุยกับเพ็ญนภาผ่านทางโทรศัพท์ จึงทำให้หล่อนดิ้นไม่หลุด เมื่อรู้แบบนั้น กิตติชัยจึงมอบหมายให้ทนายฝีมือฉกาจจัดการเรื่องการฟ้องร้อง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงพฤติกรรมที่ชอบตามคุกคามสองแม่ลูกก่อนหน้านี้ด้วย และนั่นก็ทำให้เพ็ญนภาเข็ดหลาบ เลิกมาวุ่นวายกับสองแม่ลูกไปโดยปริยายวันหยุดสุดสัปดาห์ต้นเดือน กิตติชัยพาบราลีไปร่วมงานวันเกิดของเด็กชายปกป้อง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก ทันทีที่บราลีไปเปิดตัวในฐานะแฟนสาวของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ครองตัวเป็นโสดมาทั้งชีวิต ก็ทำเอาสมาชิกในครอบครัวของปฐวี