LOGINงานวิวาห์ของผู้อำนวยการมูลนิธิเปรมปรีดิ์ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุง
แขกเหรื่อที่มาร่วมงานล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ทำเอาคนธรรมดาเช่นบราลีรู้สึกตัวเล็กลีบขึ้นมาทันที
“เบลล์ แกเป็นไรทำไมนั่งทำหน้าหดหู่แบบนั้นล่ะ” กฤตยา เพื่อนร่วมงานคนสนิทของบราลีเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเธอนั่งห่อไหล่จิ้มอาหารในจานเข้าปากไปเรื่อยเปื่อย
“ฉันไม่ชินอ่ะแก งานพี่ปลื้มหรูเกิน ทำตัวไม่ถูก”
“แกก็ทำเนียน ๆ ไปสิ วันนี้แกออกจะสวยหรูดูแพง” กฤตยาว่าพลางไล่สายตามองเพื่อนซี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ซึ่งนั่นก็ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะบราลีนั้นมีหน้าตาสวยหวาน ปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ไหนจะรูปร่างเล็กกะทัดรัดทว่าก็มีทรวดทรงองค์เอวสมส่วน แม้ชุดราตรียาวสีชมพูที่สวมใส่จะสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ในราคาหลักร้อย แต่เมื่ออยู่บนตัวบราลีแล้วกลับดูมีราคาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ใครได้เห็นบราลีในวันนี้ก็มีแต่จะเอ่ยปากชม แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังประดักประเดิดอยู่ไม่น้อย ยิ่งหันมาเห็นกฤตยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็ยิ่งทำหน้าไม่ถูก
“แกเมาแล้วใช่ไหมก้อย”
“อะไร้…ใครเมา…ไม่มี้…” กฤตยาปฏิเสธเสียงสูงพลางคว้าแก้วไวน์มากระดกดื่มจนหมด
“ซัดไวน์คนเดียวเป็นขวดยังจะมาบอกไม่เมา”
“ฉันก็ดื่มให้มันชุ่มคอ…” ว่าจบก็คว้าขวดไวน์ชั้นดีมารินใส่แก้วแล้วทำท่าจะยกขึ้นดื่มต่อ ทว่าเกิดเหลือบไปเห็นกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวเข้าเสียก่อน
ความหล่อเหลาดูมีออร่าเตะตาทำเอากฤตยาต้องหันมาโอบรอบคอบราลีและรั้งเข้ามาใกล้ เพื่อชวนเพื่อนซี้ชื่นชมกับของดีไปด้วยกัน
“โอ๊ย อะไรของแกอีกเนี่ยไอ้ก้อย”
“แกดูโน่นสิ นั่นมันเทพบุตรหรือเปล่าวะ หล่อโคตรเลย” กฤตยาผินหน้าไปทางสามหนุ่มอันประกอบไปด้วยนายแพทย์กันต์ผู้เป็นเจ้าบ่าว ส่วนอีกคนคือนายแพทย์ปฐวีพี่ชายเจ้าสาว ซึ่งสองคนนี้บราลีได้มีโอกาสพบเจอพูดคุยอยู่บ้าง ทว่าคนสุดท้ายคือนายแพทย์กิตติชัย ศัลยแพทย์มือดี เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดัง เธอไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ มาก่อน แต่ก็มักเห็นผ่านตาตามหน้าสื่อโฆษณา และหน้าข่าวสังคมต่าง ๆ
กิตติชัยเป็นคนประเภทที่บราลีเข็ดขยาด เพราะเขาหล่อ รวย ภาพลักษณ์ดูดีสมบูรณ์แบบไปเสียทุกด้าน แต่เธอก็มองเห็นความเป็นคาสโนว่าในตัวเขา ภายใต้หน้ากากนั้นคงไม่ต่างจากไตรภพ แฟนเก่าของเธอเท่าไรนัก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้บราลีถึงกับเบือนหน้าหนี และดวงตาคู่งามก็ไปสะดุดกับชายหนุ่มในชุดสูท
สีดำราคาแพง ที่มีใบหน้าหล่อเหลาซึ่งเธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีบราลีจ้องมองราวกับเห็นผี จนกฤตยาต้องหันมาสะกิดสีข้างของเพื่อนซี้
“ไอ้เบลล์ แกเป็นไรอ่ะ” กฤตยามองไปตามสายตาของบราลี ก่อนจะเอ่ยถามต่อ “ใครอ่ะ แกรู้จักเหรอ”
“อืม รู้จัก รู้จักดีด้วย” กฤตยามองเพื่อนรักด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่มปริศนาอีกครั้ง และในเสี้ยววินาทีต่อมา กฤตยาก็นัยน์ตาเบิกโพลง
“อย่าบอกนะว่า…”
“แกอย่าเสียงดังได้ไหม”
“แฟนเก่าแกเหรอ” กฤตยาเข้ามากระซิบกระซาบ
“เออ ทำไมซวยขนาดนี้นะ ก็นึกว่ามันจะไปงานคืนสู่เหย้าซะอีก”
“หืม ไอ้เบลล์ ถ้าใครได้การ์ดเชิญมางานแต่งระดับประเทศแล้วเลือกไปงานคืนสู่เหย้าก็โง่เต็มทนแล้ว”
บราลีได้ฟังแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม ก็จริงอย่างที่กฤตยาว่า เธอจึงได้แต่หวังว่างานใหญ่โตขนาดนี้จะสามารถหลบซ่อนจากสายตาของไตรภพได้
ทว่ายังไม่ทันไร ไตรภพก็เกิดหันมาทางที่เธอนั่งอยู่ ทำให้บราลีต้องรีบฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ก้อย ๆ ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
“เออ ๆ ฉันไปเป็นเพื่อน”
“ไม่เป็นไร แกอยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันมา ขอไปตั้งหลักก่อน”
ว่าจบบราลีก็คว้าสมาร์ตโฟนและกระเป๋าถือที่วางอยู่บนโต๊ะรีบเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดหมายปลายทางคือห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก
หลังจากที่คุณรสรินตัดสินใจเปิดร้านใหม่ที่อาคารพาณิชย์ของกิตติชัย ศัลยแพทย์หนุ่มก็จัดการรีโนเวทอาคารทุกคูหาและทุกชั้น แต่ทว่าคุณรสรินขอใช้เพียงแค่หนึ่งคูหาเท่านั้น จึงทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับสี่คูหาที่เหลือ หากมีร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาเพียงห้องเดียว ส่วนที่เหลือนั้นปิดร้าง ก็เกรงว่าบรรยากาศจะไม่ดีนัก สุดท้ายกิตติชัยจึงตัดสินใจเปิดสปาเพื่อความงาม ควบคู่ไปกับช็อปขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คลินิก Dr. Kit ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ นั่นจึงทำให้กิตติชัยมีธุรกิจใหม่ขึ้นมาอย่างกะทันหันไปโดยปริยาย “เป็นไงบ้างครับเบบี๋ ชอบไหม หืม” กิตติชัยเอ่ยถามพร้อมยกมือขึ้นโอบเอวบางของคนรักที่กำลังเดินสำรวจชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทั้งห้าคูหาที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่างเต็มที “ชอบค่ะ แต่ว่าดูท่าทางจะมีคนที่ชอบมากกว่าอีกนะคะ” บราลีส่งสายตาไปทางมารดาที่กำลังมีความสุขกับการจัดร้านใหม่ โดยมีเด็กรับใช้ในบ้านของกิตติชัยสองคนขออาสามาช่วยงานในร้านเพื่ออยากได้วิชาความรู้ในการจัดดอกไม้ ซึ่งชายหนุ่มก็เห็นดีเห็นงามด้วย ส่วนบรา
วันหยุดสุดสัปดาห์ต่อมาซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศัลยแพทย์หนุ่ม กิตติชัยพาบราลีออกเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่งตรงแถบชานเมือง ชายหนุ่มเล่าให้ฟังว่าวัดนี้เป็นวัดที่อาม่าของเขาชอบมาทำบุญ ถือศีล และปฏิบัติธรรม ท่านจึงรักและผูกพันกับที่นี่มาก หลังจากท่านได้ลาจากโลกนี้ไป เขาก็ได้นำเถ้ากระดูกบางส่วนของท่านมาไว้ในเจดีย์บรรจุอัฐิภายในวัดแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ทั้งคู่ก็เข้าไปทำบุญถวายสังฆทาน และรับพรจากท่านเจ้าอาวาส หลังจากนั้นกิตติชัยก็พาแฟนสาวเดินมาตามทางเดินข้างโบสถ์ที่ทอดยาวนำไปสู่ด้านหลังของวัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิมากมาย โดยในมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มมีช่อดอกไม้แสนสวยที่คุณรสรินตั้งใจจัดให้อย่างสุดฝีมือ เพื่อนำมาแสดงความเคารพอาม่าผู้ล่วงลับ “ที่นี่สงบจังเลยนะคะ” “ใช่ครับ ที่นี่อยู่ไกลบ้านพี่มาก แต่อาม่าก็ยังชอบมาเพราะว่าที่นี่สงบเงียบ พี่เองก็ชอบเหมือนกัน” “พี่กิตเนี่ยนะคะ?” บราลีหยุดเดินกะทันหัน ก่อนหันมาถามพร้อมเลิกคิ้วสูง “โอ้โห พี่ดูเป็นคนห่างไกลวัดวาขนาดนั้นเลยเหรอ” “…” บราลีพย
และกิตติชัยก็ทำตามที่รับปากไว้ได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ภายในห้องนอนของเขาเมื่อเข้ามาในห้องนอนของกิตติชัยที่อยู่ปีกซ้ายของตัวบ้านได้ บราลีก็ค่อยหายใจได้ทั่วท้อง หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายประคองแฟนหนุ่มไปทิ้งลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ก่อนที่เธอจะหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง “ไหนเคยบอกว่าจะไม่ดื่มจนเมาอีกแล้ว มันน่านัก ฮึ่ย” สองกำปั้นเล็กยกขึ้นค้างไว้กลางอากาศ ทำท่าจะทุบคนตัวโตเพื่อทำโทษ ทว่าพอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยก็ทำไม่ลง บราลีหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจัดการถอดถุงเท้าออกจากฝ่าเท้าใหญ่ทั้งสองข้าง จากนั้นก็ลงมือปลดเข็มขัดเพื่อให้คนเมาสบายตัว เสร็จสรรพก็คลานขึ้นมานั่งคุกเข่า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงออกทีละเม็ด มือบางปลดเม็ดกระดุมออกไปได้เพียงครึ่งก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าให้ “อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานออกมาพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองมา “เบบี๋จะลักหลับพี่เหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสดใส “นี่แกล้งเมาเหรอคะ” “เปล่านะ เมาจริง ๆ แ
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน กิตติชัยก็ได้รับความคืบหน้าจากนักสืบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยข้อมูลจากนักสืบมือดีนั้น ทำให้พบความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเพ็ญนภาผู้เป็นภรรยาคนปัจจุบันของบิดาของบราลีนั่นเอง ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งว่า หลังจากจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว คนร้ายได้ซัดทอดไปถึงเพ็ญนภา ตอนแรกหล่อนให้การปฏิเสธ แต่ทว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ได้พูดคุยกับเพ็ญนภาผ่านทางโทรศัพท์ จึงทำให้หล่อนดิ้นไม่หลุด เมื่อรู้แบบนั้น กิตติชัยจึงมอบหมายให้ทนายฝีมือฉกาจจัดการเรื่องการฟ้องร้อง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงพฤติกรรมที่ชอบตามคุกคามสองแม่ลูกก่อนหน้านี้ด้วย และนั่นก็ทำให้เพ็ญนภาเข็ดหลาบ เลิกมาวุ่นวายกับสองแม่ลูกไปโดยปริยายวันหยุดสุดสัปดาห์ต้นเดือน กิตติชัยพาบราลีไปร่วมงานวันเกิดของเด็กชายปกป้อง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก ทันทีที่บราลีไปเปิดตัวในฐานะแฟนสาวของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ครองตัวเป็นโสดมาทั้งชีวิต ก็ทำเอาสมาชิกในครอบครัวของปฐวี
หลังจากสองแม่ลูกเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อย กิตติชัยก็ขับรถพาทั้งคู่ย้อนกลับมายังบ้านของเขาที่เพิ่งแวะเข้าไปมาเมื่อช่วงเย็น กว่าจะเดินทางถึงที่หมายก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ชายหนุ่มให้เด็กรับใช้ในบ้านจัดห้องให้แขกคนสำคัญ จากนั้นก็ให้ทั้งคู่ไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น ด้านศัลยแพทย์หนุ่ม เมื่อส่งสองแม่ลูกเข้าห้องเรียบร้อย ก็ลงมายังห้องนั่งเล่นและรีบต่อสายหารองผู้บัญชาการตำรวจที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน เพื่อให้ท่านช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจากกิตติชัยเป็นห่วงสวัสดิภาพของแฟนสาวและมารดา อยากให้จับตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อหานักสืบมือดีที่เคยใช้บริการ จ้างวานให้สืบหาความจริงเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง “หมอคะ น้าขอเข้าไปได้ไหม” คุณรสรินยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องนั่งเล่น ด้วยความไม่คุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่โตที่หรูหราโอ่อ่าเช่นนี้ “ตามสบายเลยครับน้าริน คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองเลยครับ” “จะให้น้าคิดแบบนั้นได้ยังไงกันคะ แค่นี้น้าก็เกรงใจจะแย่” คุณรสรินว่าพลางเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกิตติชัย
เย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ท่ามกลางการจราจรหนาแน่น กิตติชัยขับรถไปรับบราลีหลังเลิกงานตามปกติ ทว่าแทนที่จะพากลับบ้านทันที ชายหนุ่มพาแฟนสาวแวะที่แห่งหนึ่งก่อน โดยจุดหมายปลายทางนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากคลินิกและบ้านของเธอเท่าไรนัก จึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงที่หมาย รถแอสตันมาร์ตินคันงามเลี้ยวเข้าไปในซอยข้างอาคารพาณิชย์ขนาดห้าคูหาที่ถูดปิดเอาไว้ราวกับไร้ผู้คนอยู่อาศัย ทว่าด้านหลังของตึกแถวทั้งห้าห้องเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่กินพื้นที่เข้าไปลึกสุดลูกหูลูกตามีรั้วรอบขอบชิดที่สูงตระหง่านจนแทบมองไม่เห็นด้านใน ทันทีที่รถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดหน้าประตูรั้ว บานประตูทั้งสองด้านก็ค่อย ๆ เปิดแยกออกจากกัน จากนั้นซูเปอร์คาร์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้าสู่อาณาบริเวณที่เป็นส่วนเชื่อมต่อกับอาคารพาณิชย์ที่อยู่ด้านหน้าถนน ดวงตาคู่งามสะดุดเข้ากับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้เล็กใหญ่สีเขียวชอุ่มหลากหลายชนิด “ที่นี่บ้านใครคะ?” “บ้านพี่เองครับ หลังใหญ่นั่นคือบ้านที่พี่เคยอยู่กับอาม่า ตั้งแต่ท่านเสียไปก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เพิ่งจะมารีโนเวทไปเมื่อเดือน







