LOGIN“เบลล์!” เสียงตะโกนดังลั่นทำเอาสองขาเรียวชะงักไปชั่วขณะ แต่เธอก็ไม่ยอมหันกลับไป
หญิงสาวรีบก้าวเดินเร็ว ๆ ไปข้างหน้าทว่าต้นแขนบอบบางก็ถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้อย่างแรง จนร่างบางปลิวไปตามแรงอย่างไม่อาจต้านทานได้
“โอ๊ย ปล่อยนะฉันเจ็บ” บราลีหันไปมอง
ไตรภพตาขวาง“เบลล์ครับ พี่ขอโทษ เรากลับมาดีกันเถอะนะ พี่รักเบลล์มาก พี่ต้องแต่งงานกับคนอื่นตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ ส่วนเรื่องวันนั้นที่เบลล์ได้ยิน พี่ก็ต้องพูดไปตามน้ำเพื่อให้คุณพ่อพอใจ แต่คนที่พี่รักคือเบลล์คนเดียวนะ” ไตรภพพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ทำเอาบราลีถึงกับมองอดีตคนรักด้วยความสมเพชชายหนุ่มกล้าพูดคำว่ารักออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ช่างหน้าด้านหน้าทนเสียไม่มี
“นี่ ฉันกินข้าวนะไม่ได้กินหญ้า ไม่ได้โง่เป็นควายจนแกพล่ามอะไรออกมาจะได้เชื่อไปซะหมด” บราลีกล่าวเสียงดังอย่างไม่ไว้หน้า แต่ไตรภพก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ และยอมอดทนกับเธอต่อไป
“เบลล์! ทำไมพูดจาไม่น่ารักแบบนี้ล่ะ เมื่อก่อนเบลล์น่ารักกับพี่มากนะ”
บราลีได้ยินแบบนั้นแสยะยิ้มออกมา
“เพราะตอนนั้นฉันคิดว่าแกเป็นคนดีไง ฉันไม่ได้หัวอ่อนอย่างที่แกคิดนะ แต่ฉันจะดีกับคนที่ดีกับฉัน ส่วนคนเลวอย่างแก ฉันไม่เสียเวลาด้วยหรอก ปล่อย!”
บราลีรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีสลัดแขนออกจากมือใหญ่ จากนั้นเธอก็รีบคว้าชายกระโปรงยกขึ้นสูง ก่อนจะสับขาวิ่งหนีเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวหนีเข้าไปหลบในห้องน้ำห้องสุดท้าย นั่งอกสั่นขวัญหายอยู่นาน ใช่ว่าเธอจะไม่กลัว
ไตรภพ ความเจ็บปวดที่โดนเขาตบหน้านั้นมันยังฝังแน่นในความทรงจำ เพียงแค่คิดก็พาลน้ำตาจะไหลเธอนั่งรอให้เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ก็รีบโทรหากฤตยาและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง กฤตยาจึงบอกให้เพื่อนรักรออยู่ในห้องน้ำ ห้ามออกมาจนกว่ากฤตยาจะโทรกลับไป ซึ่งบราลีก็ขังตัวเองไว้แบบนั้นจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสิบนาที
และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่ออุปกรณ์สื่อสารในมือบางสั่นขึ้น หญิงสาวพรูลมหายใจออกมายาวเหยียดอย่างโล่งอก ก่อนเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนประตู
ทว่าพอบานประตูเปิดขึ้น และเธอกำลังหมุนตัวเพื่อเดินไปยังประตูทางออกก็มีร่างสูงโถมเข้ามาหาเธอ และด้วยพละกำลังมหาศาลของชายหนุ่มปริศนา ทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้น โดยที่เธอถูกกายแกร่งทาบทับเอาไว้
“กรี๊ด!” บราลีกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
เธอพยายามผลักร่างใหญ่ยักษ์นั้นออกไป ทว่าร่างนั้นก็โถมเข้าใส่เธออีกครั้ง และในครั้งนี้ก็ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันโดยบังเอิญ
บราลีดิ้นพล่านด้วยความหวาดกลัวจนไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
เมื่อหมดหนทางสู้ หญิงสาวจึงตัดสินใจกำสมาร์ตโฟนในมือเอาไว้แน่น และทุบลงบนศีรษะของชายปริศนาอย่างแรง
“โอ๊ย!”
เสียงห้าวทุ้มร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งด้วยความมึนงง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่กฤตยาได้ยินเสียงร้องโวยวายและรีบวิ่งเข้ามา
“ว้าย!” กฤตยาร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอยู่ในห้องน้ำหญิง และยิ่งตกใจหนักขึ้นเมื่อเห็นบราลีนั่งตาแดงก่ำอยู่ข้าง ๆ “ไอ้เบลล์ เกิดไรขึ้น”
“มันลวนลามฉัน”
“เฮ้ย!” ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ก็แกทั้งกอดทั้งจูบฉัน แกจะยังมาปฏิเสธอีกเหรอ”
“ตอนไหนวะ?” คนถูกกล่าวหาเกาหัวแกรก ๆ จากนั้นก็ต้องสะดุ้งเมื่อเกาไปโดนจุดที่ถูกทุบ
กฤตยารีบเข้าไปพยุงเพื่อนรักให้ออกมายืนห่าง ๆ ก่อนจะเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหู
“ไอ้เบลล์ นี่เพื่อนเจ้าบ่าวนี่นา แกเข้าใจผิดหรือเปล่า ดูจากสภาพเขาจะปล้ำแกไหวเหรอ ยืนยังไม่ตรงเลย” กฤตยาว่าพลางมองดูร่างสูงหยัดกายขึ้นล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะยืนขึ้นจนเต็มความสูงได้ก็ลุ้นแทบแย่ หนำซ้ำยังต้องยืนพิงกำแพงให้ดูน่าเวทนาขึ้นไปอีก
“เรากลับกันเถอะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” บราลีกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วยความช้ำใจ ไหนจะโดนไตรภพคุกคามจนต้องหนีมาหลบในห้องน้ำ ยังต้องมาถูกคนเมาลวนลามอีก
กฤตยาได้ยินแบบนั้นก็รีบประคองเพื่อนรักเดินออกจากห้องน้ำ โดยมีดวงตาคู่คมจ้องมองด้วยความงุนงง
หลังจากที่คุณรสรินตัดสินใจเปิดร้านใหม่ที่อาคารพาณิชย์ของกิตติชัย ศัลยแพทย์หนุ่มก็จัดการรีโนเวทอาคารทุกคูหาและทุกชั้น แต่ทว่าคุณรสรินขอใช้เพียงแค่หนึ่งคูหาเท่านั้น จึงทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับสี่คูหาที่เหลือ หากมีร้านดอกไม้เปิดขึ้นมาเพียงห้องเดียว ส่วนที่เหลือนั้นปิดร้าง ก็เกรงว่าบรรยากาศจะไม่ดีนัก สุดท้ายกิตติชัยจึงตัดสินใจเปิดสปาเพื่อความงาม ควบคู่ไปกับช็อปขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์คลินิก Dr. Kit ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ นั่นจึงทำให้กิตติชัยมีธุรกิจใหม่ขึ้นมาอย่างกะทันหันไปโดยปริยาย “เป็นไงบ้างครับเบบี๋ ชอบไหม หืม” กิตติชัยเอ่ยถามพร้อมยกมือขึ้นโอบเอวบางของคนรักที่กำลังเดินสำรวจชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ทั้งห้าคูหาที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์เป็นรูปเป็นร่างเต็มที “ชอบค่ะ แต่ว่าดูท่าทางจะมีคนที่ชอบมากกว่าอีกนะคะ” บราลีส่งสายตาไปทางมารดาที่กำลังมีความสุขกับการจัดร้านใหม่ โดยมีเด็กรับใช้ในบ้านของกิตติชัยสองคนขออาสามาช่วยงานในร้านเพื่ออยากได้วิชาความรู้ในการจัดดอกไม้ ซึ่งชายหนุ่มก็เห็นดีเห็นงามด้วย ส่วนบรา
วันหยุดสุดสัปดาห์ต่อมาซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศัลยแพทย์หนุ่ม กิตติชัยพาบราลีออกเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่งตรงแถบชานเมือง ชายหนุ่มเล่าให้ฟังว่าวัดนี้เป็นวัดที่อาม่าของเขาชอบมาทำบุญ ถือศีล และปฏิบัติธรรม ท่านจึงรักและผูกพันกับที่นี่มาก หลังจากท่านได้ลาจากโลกนี้ไป เขาก็ได้นำเถ้ากระดูกบางส่วนของท่านมาไว้ในเจดีย์บรรจุอัฐิภายในวัดแห่งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ทั้งคู่ก็เข้าไปทำบุญถวายสังฆทาน และรับพรจากท่านเจ้าอาวาส หลังจากนั้นกิตติชัยก็พาแฟนสาวเดินมาตามทางเดินข้างโบสถ์ที่ทอดยาวนำไปสู่ด้านหลังของวัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิมากมาย โดยในมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มมีช่อดอกไม้แสนสวยที่คุณรสรินตั้งใจจัดให้อย่างสุดฝีมือ เพื่อนำมาแสดงความเคารพอาม่าผู้ล่วงลับ “ที่นี่สงบจังเลยนะคะ” “ใช่ครับ ที่นี่อยู่ไกลบ้านพี่มาก แต่อาม่าก็ยังชอบมาเพราะว่าที่นี่สงบเงียบ พี่เองก็ชอบเหมือนกัน” “พี่กิตเนี่ยนะคะ?” บราลีหยุดเดินกะทันหัน ก่อนหันมาถามพร้อมเลิกคิ้วสูง “โอ้โห พี่ดูเป็นคนห่างไกลวัดวาขนาดนั้นเลยเหรอ” “…” บราลีพย
และกิตติชัยก็ทำตามที่รับปากไว้ได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ภายในห้องนอนของเขาเมื่อเข้ามาในห้องนอนของกิตติชัยที่อยู่ปีกซ้ายของตัวบ้านได้ บราลีก็ค่อยหายใจได้ทั่วท้อง หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายประคองแฟนหนุ่มไปทิ้งลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ก่อนที่เธอจะหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง “ไหนเคยบอกว่าจะไม่ดื่มจนเมาอีกแล้ว มันน่านัก ฮึ่ย” สองกำปั้นเล็กยกขึ้นค้างไว้กลางอากาศ ทำท่าจะทุบคนตัวโตเพื่อทำโทษ ทว่าพอเห็นใบหน้าหล่อเหลากำลังหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยก็ทำไม่ลง บราลีหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจัดการถอดถุงเท้าออกจากฝ่าเท้าใหญ่ทั้งสองข้าง จากนั้นก็ลงมือปลดเข็มขัดเพื่อให้คนเมาสบายตัว เสร็จสรรพก็คลานขึ้นมานั่งคุกเข่า และเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงออกทีละเม็ด มือบางปลดเม็ดกระดุมออกไปได้เพียงครึ่งก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับเข้าให้ “อุ๊ย!” เสียงหวานอุทานออกมาพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองมา “เบบี๋จะลักหลับพี่เหรอ” เขาเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสดใส “นี่แกล้งเมาเหรอคะ” “เปล่านะ เมาจริง ๆ แ
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน กิตติชัยก็ได้รับความคืบหน้าจากนักสืบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยข้อมูลจากนักสืบมือดีนั้น ทำให้พบความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นเพ็ญนภาผู้เป็นภรรยาคนปัจจุบันของบิดาของบราลีนั่นเอง ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แจ้งว่า หลังจากจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว คนร้ายได้ซัดทอดไปถึงเพ็ญนภา ตอนแรกหล่อนให้การปฏิเสธ แต่ทว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ได้พูดคุยกับเพ็ญนภาผ่านทางโทรศัพท์ จึงทำให้หล่อนดิ้นไม่หลุด เมื่อรู้แบบนั้น กิตติชัยจึงมอบหมายให้ทนายฝีมือฉกาจจัดการเรื่องการฟ้องร้อง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงพฤติกรรมที่ชอบตามคุกคามสองแม่ลูกก่อนหน้านี้ด้วย และนั่นก็ทำให้เพ็ญนภาเข็ดหลาบ เลิกมาวุ่นวายกับสองแม่ลูกไปโดยปริยายวันหยุดสุดสัปดาห์ต้นเดือน กิตติชัยพาบราลีไปร่วมงานวันเกิดของเด็กชายปกป้อง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของปฐวีผู้เป็นเพื่อนรัก ทันทีที่บราลีไปเปิดตัวในฐานะแฟนสาวของศัลยแพทย์หนุ่มผู้ครองตัวเป็นโสดมาทั้งชีวิต ก็ทำเอาสมาชิกในครอบครัวของปฐวี
หลังจากสองแม่ลูกเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเสร็จเรียบร้อย กิตติชัยก็ขับรถพาทั้งคู่ย้อนกลับมายังบ้านของเขาที่เพิ่งแวะเข้าไปมาเมื่อช่วงเย็น กว่าจะเดินทางถึงที่หมายก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ชายหนุ่มให้เด็กรับใช้ในบ้านจัดห้องให้แขกคนสำคัญ จากนั้นก็ให้ทั้งคู่ไปพักผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น ด้านศัลยแพทย์หนุ่ม เมื่อส่งสองแม่ลูกเข้าห้องเรียบร้อย ก็ลงมายังห้องนั่งเล่นและรีบต่อสายหารองผู้บัญชาการตำรวจที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน เพื่อให้ท่านช่วยติดตามคดีนี้ เนื่องจากกิตติชัยเป็นห่วงสวัสดิภาพของแฟนสาวและมารดา อยากให้จับตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อหานักสืบมือดีที่เคยใช้บริการ จ้างวานให้สืบหาความจริงเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง “หมอคะ น้าขอเข้าไปได้ไหม” คุณรสรินยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องนั่งเล่น ด้วยความไม่คุ้นชินกับบ้านหลังใหญ่โตที่หรูหราโอ่อ่าเช่นนี้ “ตามสบายเลยครับน้าริน คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเองเลยครับ” “จะให้น้าคิดแบบนั้นได้ยังไงกันคะ แค่นี้น้าก็เกรงใจจะแย่” คุณรสรินว่าพลางเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกิตติชัย
เย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ท่ามกลางการจราจรหนาแน่น กิตติชัยขับรถไปรับบราลีหลังเลิกงานตามปกติ ทว่าแทนที่จะพากลับบ้านทันที ชายหนุ่มพาแฟนสาวแวะที่แห่งหนึ่งก่อน โดยจุดหมายปลายทางนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากคลินิกและบ้านของเธอเท่าไรนัก จึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงที่หมาย รถแอสตันมาร์ตินคันงามเลี้ยวเข้าไปในซอยข้างอาคารพาณิชย์ขนาดห้าคูหาที่ถูดปิดเอาไว้ราวกับไร้ผู้คนอยู่อาศัย ทว่าด้านหลังของตึกแถวทั้งห้าห้องเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลที่กินพื้นที่เข้าไปลึกสุดลูกหูลูกตามีรั้วรอบขอบชิดที่สูงตระหง่านจนแทบมองไม่เห็นด้านใน ทันทีที่รถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดหน้าประตูรั้ว บานประตูทั้งสองด้านก็ค่อย ๆ เปิดแยกออกจากกัน จากนั้นซูเปอร์คาร์คันหรูก็เคลื่อนตัวเข้าสู่อาณาบริเวณที่เป็นส่วนเชื่อมต่อกับอาคารพาณิชย์ที่อยู่ด้านหน้าถนน ดวงตาคู่งามสะดุดเข้ากับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้เล็กใหญ่สีเขียวชอุ่มหลากหลายชนิด “ที่นี่บ้านใครคะ?” “บ้านพี่เองครับ หลังใหญ่นั่นคือบ้านที่พี่เคยอยู่กับอาม่า ตั้งแต่ท่านเสียไปก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เพิ่งจะมารีโนเวทไปเมื่อเดือน







