LOGIN“ไปเร็ว เดี๋ยวสาย ต้องไปแต่งหน้าอีกไม่ใช่เหรอ”
เสียงโหวกเหวกโวยวายของพีรรัตน์ดังสนั่นทั่วบ้านเพราะวันนี้เป็นวันกีฬาสี พรีญาภัสต้องไปแต่งหน้าแต่งตัวที่โรงเรียนตั้งแต่ตี 3 และธีรภัสก็ไม่ยอมให้คนขับรถไปส่ง เขาอาสาไปเป็นเพื่อนน้องๆด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งประชุมเสร็จแล้วกลับมาถึงบ้านตอนตี 1 ก็ตาม
“ตามไปทีหลังก็ได้นะ พรีนไปเองได้” พรีญาภัสบอกพีรรัตน์ด้วยความเป็นห่วง เขาเป็นนักกีฬาโรงเรียน วันนี้จึงมีแข่งบาสด้วย เธออยากให้เขาพักผ่อนมากกว่าที่จะมาตามอยู่เป็นเพื่อนเธอ
“ไม่ เดี๋ยวมีแมลงมาตอม” พีรรัตน์ส่ายหน้า เขาบอกเธอน้ำเสียงจริงจัง
“บ้า คนนะ” หญิงสาวส่งค้อนอย่างไม่จริงจัง
“ไป” เสียงห้าวปนดุดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงจะเดินผ่านหน้าของทั้งสองคนไป
พรีญาภัสลอบถอนหายใจ พีรรัตน์เห็นก็ยักไหล่แล้วยกแขนขึ้นกอดคอหญิงสาวแล้วพากันเดินตามหลังธีรภัทรไป
เมื่อมาถึงที่โรงเรียน พรีญาภัสแยกไปที่ห้องที่ทางโรงเรียนจัดเอาไว้ให้แต่งหน้าแต่งตัวสำหรับคนถือป้ายโรงเรียน ดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน รวมทั้งป้ายต่างๆที่เป็นของโรงเรียน ส่วนพีรรัตน์หาที่งีบหลับในห้องพักของนักกีฬาของสี
ธีรภัทรตามมานั่งรออยู่กับพรีญาภัส หญิงสาวยังนั่งรอช่างแต่งหน้าเตรียมของอยู่ เธอเหลือบมาเห็นเขาก็ชะงักไปแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร จนเมื่อช่างแต่งหน้าเริ่มลงมือเธอจึงลืมที่จะสนใจเขาไป
ธีรภัทรนั่งทำงานของตนเองอยู่เงียบๆ วันนี้เขาใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คขายาวเท่านั้น สายตาคมมองไปยังหญิงสาวตัวเล็กผู้มีสถานะเป็นน้องสาวคนเล็กของบ้าน คนที่เขาเห็นแล้วขอให้มารดารับอุปการะด้วยตัวเอง ในวันนี้เธอกำลังเริ่มเป็นสาวสะพรั่ง อีกไม่นานเธอคงไม่อยู่ในโอวาทของเขาอีกแล้ว
“ดีจังเลยนะคะ มีแฟนมานั่งเฝ้าด้วย” ช่างแต่งหน้าชวนหญิงสาวคุยเพื่อทำลายความเงียบ
“เอ่อ พี่ชายของพรีนค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งแต่ก็ตอบพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ
“อ้าว เหรอคะ ผู้ปกครองเหรอคะเนี่ย” สาวช่างแต่งหน้าหน้าเจื่อน เธอคิดบางอย่างในใจ ไม่พูดอะไรออกมาเมื่อเห็นสายตาของธีรภัทร
พักใหญ่การแต่งหน้าทำผมก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อถึงเวลาแต่งตัว หญิงสาวก็ปลดกระดุมเสื้อที่เธอใส่มา โดยมีช่างแต่งหน้าช่วยถอดออกให้ เผยให้เห็นว่ามีเสื้อเกาะอกอยู่ด้านใน ธีรภัทรเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะนั่งทำงานของตัวเองต่อไป
“เอาล่ะค่ะ แต่งตัวกันดีกว่า”
ช่างหลายคนที่กำลังจัดการส่วนอื่นอยู่เริ่มมาช่วยกันรุมพรีญาภัส หญิงสาวถูกจับถอดเสื้อผ้า เหลือเพียงเกาะอกตัวเล็กกับกางเกงสเตย์เพียงเท่านั้น ก่อนที่ชุดไทยประยุกต์สีขาวทองที่เครื่องหัวและเครื่องประดับสุดแสนอลังการจะถูกประโคมลงบนร่างบอบบางของพรีญาภัส
“เรียบร้อยค่ะ นั่งตากแอร์รอไปก่อนนะคะ ใกล้เวลาแล้วค่อยออกไป ออกไปตอนนี้เดี๋ยวร้อนค่ะ” ช่างแต่งหน้าบอกหลังจากจัดแต่งเครื่องประดับให้หญิงสาวเสร็จเรียบร้อย
“ค่ะ” หญิงสาวหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ เหลือบมองนาฬิกาบนผนังแล้วก็ถอนหายใจ
“หิว?” เสียงห้าวดุดังขึ้นสั้นๆทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ
“ค่ะ” พรีญาภัสพยักหน้า เธอตื่นตั้งแต่ ตี 2 ครึ่ง ตอนนี้ 7 โมงแล้ว ไม่แปลกที่จะหิว
ธีรภัทรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่งไอแพดในมือให้หญิงสาวถือเอาไว้ รวมทั้งหยิบกระเป๋าของเธอส่งให้ ก่อนจะเดินออกไป
ดวงตากลมโตที่ตอนนี้ถูกแต่งแต้มจนหวานซึ้งมองของในมือ ก่อนจะวางเอาไว้บนตัก มือเล็กเอื้อมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองในกระเป๋าออกมาเปิดดูแชทเผื่อมีใครอัพเดตอะไรด่วน
หลายนาทีกว่าที่ธีรภัทรจะเดินกลับเข้ามา ชายหนุ่มเดินไปที่รถแล้วหยิบถุงของกินที่สั่งให้แม่บ้านเตรียมเอาไว้ให้เดินกลับมาให้คนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่
“ขอบคุณค่ะ” พรีญาภัสรับมาเปิดถุงดูก็เห็นกล่องใส่ขนมปังแซนด์วิชที่ถูกตัดเป็นชิ้นพอดีคำ กับขนมปังหน้าหมูที่เธอชอบ รวมถึงแอปเปิ้ลขนาดชิ้นกำลังดี
ร่างสูงหย่อนกายนั่งลงข้างหญิงสาว มือหนาเอื้อมหยิบไอแพดที่วางอยู่บนตักของเธอมาเปิดทำงานต่อ ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งจัดการมื้อเช้าของตัวเองไปเงียบๆ
ไม่นานพรีญาภัสก็จัดการมื้อเช้าของเธอเสร็จ ขวดน้ำเปล่าที่ได้รับการเปิดฝาเอาไว้แล้วพร้อมกับหลอดถูกยื่นมาตรงหน้าของเธอ
“ขอบคุณค่ะ”
“น้องพรีน ได้เวลาไปเตรียมตัวแล้วค่ะ”
ระหว่างที่กำลังกำลังดื่มน้ำ อาจารย์สาวจบใหม่ที่ดูแลในส่วนนี้ก็เข้ามาตามหญิงสาว เธอพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่เพราะความหนักของชุดและเครื่องประดับจึงทำให้การลุกจากโซฟานุ่มๆนั้นค่อนข้างลำบาก
ธีรภัทรวางไอแพดในมือลงแล้วเอี้ยวตัวหาหญิงสาว เอี้อมมือมาตรงหน้าให้คนตัวเล็กจับเพื่อช่วยพยุงตัวเองลุกขึ้น แล้วใช้มืออีกข้างวางทาบไปที่เอวเล็กประคองหลังไม่ให้พรีญาภัสหงายหลังลงมา
“ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองเขา
“เติมลิปหน่อยนะคะ เดี๋ยวครูเรียกช่างเข้ามาให้” ครูสาวบอกเสียงหวาน เมื่อเห็นว่าลิปบนริมฝีปากสวยมีร่องรอยจางลง ก่อนที่เธอจะชายตามองร่างกำยำที่นั่งอยู่ข้างๆลูกศิษย์สาว แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่เงยหน้ามาสนใจเธอแม้แต่น้อยก็เดินออกไป
“ครูแนนดูจะชอบพี่ธีนะคะ มองพี่ใหญ่เลย” พรีญาภัสพูดเบาๆพอได้ยินแค่เธอ 2 คน
“ช่างสิ” เขาไม่สนใจและนั่งทำงานของตัวเองต่อ
“พี่ธีจะออกไปตอนเดินขบวนไหมคะ”
“เดี๋ยวออกไป จะเอาของไปเก็บที่รถด้วย”
“พรีนว่านะ บรรดาครูสาวๆต้องมองพี่ธีตาเยิ้มกันแน่เลยค่ะ” หญิงสาวพูดเล่นแต่ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ก็พี่ชายของเธอทั้ง 4 คนหล่อขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้ซื่อจนมองไม่ออกขนาดนั้น
“แก่แดดจริง อายุ 17 รู้เรื่องพวกนี้ด้วยหรือไง” ดวงตาคมละจากหน้าจอมาส่งสายตาดุใส่น้องสาว
“พี่ธี 17 นะคะ ไม่ใช่ 7 ขวบ ที่จะใสซื่อขนาดนั้น” คนตัวเล็กตอบกลับเขาทันควันพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“งั้นเหรอ ไม่เด็กแล้วสินะ”
“ค่ะ เพื่อนพรีนมีแฟนกันหมดแล้วค่ะ.....”
ธีรภัทรชะงักเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อช่างแต่งหน้ากับครูสาวก็พากันเดินเข้ามาเติมเครื่องสำอางกับจัดแต่งเสื้อผ้ากับเครื่องประดับให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะถือป้ายโรงเรียนที่วางพิงกำแพงอยู่ใกล้ๆแล้วพากันเดินออกไป เขาจึงคว้ากระเป๋ากับข้าวของที่เอามาขึ้นมาถือ แล้วเดินออกจากห้องไปเช่นกัน
หลังจากที่เอาของไปเก็บที่รถเรียบร้อยแล้ว ธีรภัทรก็เดินมาหาที่นั่งที่สามารถเห็นขบวนพาเหรดได้อย่างชัดเจน หรืออีกนัยคือเขาจะสามารถเห็นพรีญาภัสได้อย่างชัดเจนนั่นเอง
“พี่ธี มากี่โมง ทำไมมาเร็ว” เสียงของวีรวัฒน์ดังขึ้น เมื่อเดินตรงเข้ามาเห็นผู้เป็นพี่ชายคนโตกำลังนั่งอยู่
“มาพร้อม 2 คนนั้นนั่นแหละ” เขาตอบพร้อมกับเอื้อมมือไปรับแก้วกาแฟที่น้องชายส่งให้
“แล้ว 2 แสบล่ะ” เสียงห้าวแต่นุ่มนวลกว่าพี่ชายถามพลางมองซ้ายมองขวา
“ไปเตรียมตัวแล้ว” กาแฟอึกใหญ่ถูกกลืนลงคอหลังจากตอบน้องชาย
สองพี่น้องยักไหล่ ก่อนจะพากันนั่งลงเพื่อรอขบวนพาเหรดเคลื่อนตัวผ่าน วีรวัฒน์ไม่ลืมที่จะเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายเก็บภาพของน้องสาวคนเล็กของบ้านด้วยความภูมิใจ
“คีล่ะ” ธีรภัทรเพิ่งนึกได้ ก็ถามขึ้นมา
“ไม่ว่างอะสิ มีสอบย่อย” วีรวัฒน์เช็กกล้องเพื่อความพร้อมระหว่างที่ตอบพี่ชาย
“อือ”
สองหนุ่มรอไม่นานขบวนพาเหรดก็เคลื่อนมาใกล้จึงพากันลุกขึ้นยืน วีรภัทรยกกล้องขึ้นมากดถ่ายผู้เป็นน้องสาวหลายช็อตด้วยความภูมิใจ
ธีรภัทรมองภาพตรงหน้าก่อนจะชะงักไป น้องสาวตัวน้อยที่เขาเคยอุ้มชูดูแล ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้ว ใบหน้าสวยหวานที่ได้รับการแต่งแต้มสีสันมันสวยงามอย่างบอกไม่บอก รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่ก็ไม่ได้ผอมแห้ง ทรวงทรงองค์เอวที่ผู้ชายอย่างเขาแค่มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่ามันเต็มไม้เต็มมือขนาดไหน ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมา เขาพยายามไล่ความคิดของตัวเอง ภาพตรงหน้ามันเปลี่ยนมุมมองที่เขามีต่อพรีญาภัสไปไม่น้อย
หลังจากถูกผู้เป็นพี่ชายพาช็อปปิ้งจนถือของไม่ไหวก็ ธีรภัทรก็ยอมพาพรีญาภัสกลับบ้าน ด้วยความที่เป็นวันเสาร์จึงเป็นวันที่บรรดาพี่ๆของเธอจะกลับมารวมตัวที่บ้าน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้านแต่กลับไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวายเหมือนเช่นทุกครั้ง“ทำไมบ้านเงียบจัง” พรีญาภัสพึมพำเบาๆหลังจากที่เธอเปลี่ยนรองเท้า ดวงตากลมโตมองเข้าไปในบ้านด้วยความสงสัย“ก็มันไม่มีใครกลับมาบ้านน่ะสิ” ธีรภัทรตอบพลางยักไหล่“อ้าว ทำไมล่ะคะ ทำไมพรีนไม่เห็นรู้เลย” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน“ไม่รู้ พวกนั้นโตกันหมดแล้ว คงอยากมีเวลาส่วนตัวนั่นแหละ” ชายหนุ่มบอกตามที่คิด“พรีนก็โตแล้วนะคะ ทำไมพรีนไม่เห็นได้มีเวลาส่วนตัวบ้างเลย” เธอเบะปากอย่างไม่เข้าใจ“มีน่ะมีได้ แต่ไม่ใช่กับพี่” เขาเอ่ยเสียงดุ“พี่ธีลำเอียงอะ”“ก็พวกนั้นมันเป็นผู้ชายมันดูแลตัวเองได้ เราเป็นผู้หญิง ลองถามพวกนั้นสิ ว่ายอมปล่อยให้เราอยู่คนเดียวหรือเปล่า” ธีรภัทรอธิบายให้หญิงสาวฟังอย่างใจเย็น“โธ่ พรีนก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนหรือไปนอนค้างกับเพื่อนบ้างนะ” คนตัวเล็กงอแงพอน่ารัก“ก็ไปสิ ถ้าต้องทำงาน แต่ต้องมีพี่หรือคนไปด้วย” เขาอมยิ้มเมื่อเห็
พรีญาภัสเบะปากอย่าไม่ปิดบัง หญิงสาวนั่งเล่นโทรศัพท์จนกระทั่งธีรภัทรลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเรียกเธอให้เดินตาม หญิงสาวจึงคว้ากระเป๋าแล้วเดินตามออกไปแต่พอลงลิฟต์เพื่อมายังชั้นล่างของบริษัทก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นหญิงสาวที่คาดว่าน่าจะเป็นคู่ขาของธีรภัทรเดินปรี่เข้ามา“คุณไม่รับสายฝน”“แล้วไง”“เพราะมีแม่นี่อยู่ด้วยเหรอคะ”“อย่าลามปาม”“ทำไมคะ ดูจากอายุฝนว่าฝนน่าจะมาก่อนนะคะ”“เคลียร์กันไปนะคะ พรีนไปหาที่นั่งรอ” พรีญาภัสถอนหายใจเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเธอโดนดึงเอาไว้จากมือเล็กที่เล็บได้รับการตกแต่งสวยงามธีรภัทรหันไปมองพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มองอยู่ด้วยท่าทางเตรียมตัว เมื่อเขาพยักหน้า พนักงาน 2-3 คนก็วิ่งปรี่เข้ามาทันที“ครับท่าน”“ไล่หล่อนออกไป”“ครับ”มือหนาคว้าเอวบางของพรีญาภัสดึงเข้ามาหาตัว ปลายฝนที่ไม่ทันระวังตัวก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยจับเอาไว้ไม่ให้ก่อความวุ่นวายอีก“อะไรกันคะ”“คุณคงไม่รู้สินะครับ ว่าคุณพรีนคือน้องสาวของคุณธี” หนึ่งในพนักงานรักษาความปลอดภัยบอกเสียงเรียบปลายฝนหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้หาข้อมูล เพียงแต่ว่ารูปของพรีญาภัสที่เธอ
“เมาก็กลับห้องไปค่ะ”“ไม่ได้เมา”พรีญาภัสมองเขาด้วยสีหน้าแววตาไม่เข้าใจ เมื่อตอนค่ำเขายังอาละวาดใส่เธออยู่เลย พอตกดึกมากลับกลายเป็นแบบนี้เสียได้ดวงตาคมดุหรี่มองคนตัวเล็กก่อนจะปิดลงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวที่ฝืนน้ำหนักตัวเขาไม่ไหวจึงเลิกพยายามผลักเขาแล้วกางแขนออกอย่างหงุดหงิด เธอพยายามนอนหลับทั้งที่มีร่างหนากำยำนอนทับเธอเอาไว้แบบนั้นเช้าวันต่อมา เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นคนที่เข้ามาปลุกเธอเมื่อคืนแล้ว และด้วยความที่เป็นวันเสาร์ พรีญาภัสจึงไม่ได้รีบร้อนลงมาข้างล่าง เธอทำกิจวัตรประจำวันของเธอตามปกติ แต่ก็เลือกที่จะนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน จนกระทั่งโดนโทรมาตาม ถึงจะยอมออกจากห้องนอนมา“มีอะไรคะ”“กินข้าว”“ยังไม่หิวค่ะ”“กินข้าว แล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้เธอออกไปบริษัทกับพี่”“ไม่ไปค่ะ”“.....”“อยากพักค่ะ”“ไปพักที่บริษัท”“พี่ธี.....”“พี่สั่ง”“.....ค่ะ”หญิงสาวนั่งลงกินข้าวตรงที่นั่งของตัวเองด้วยความอ่อนใจ วันนี้วันหยุด เธออยากพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง ไม่ได้อยากออกไปไหน แต่ดูเหมือนว่าจะขัดใจเขาไม่ได้นานหลายนาทีกว่าที่พรีญาภัสจะจัดการมื้อเช้าเสร็จ เธอถึงกลับขึ้นห้องไปเ
“ว่าไง” เสียงดุดันกรอกไปตามสายหลังจากที่ชายหนุ่มมือไวรับโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่ดังขึ้นโดยไม่ทันได้ดูชื่อ“พี่ธี? นี่ผมโทรผิดเบอร์เหรอ” พีรรัตน์มีอาการแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรให้ธีรภัทรกับพรีญาภัสต้องกระอักกระอ่วน“เปล่า มีอะไรว่ามา” เขาตอบน้องชายพลางกดเปิดลำโพง“ผมจะโทรบอกว่าวันนี้ผมนอนคอนโดเพื่อนนะ งานไม่เสร็จอะ วันจันทร์ต้องส่งแล้ว ไม่ทำกันหามรุ่งหามค่ำไม่เสร็จแน่นอน” พีรรัตน์บอกน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย เขารู้ดีว่าพรีญาภัสต้องนั่งฟังอยู่ด้วยแน่นอน“ตามใจ” ธีรภัทรตอบน้องชาย แต่ก็ยังนวดยาให้หญิงสาวอย่างเบามืออยู่“ยัยพรีนล่ะ” พีรรัตน์ถามขึ้นด้วยความสงสัย“อยู่” พรีญาภัสส่งเสียงตอบ เธอสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วเรียวกดลงบนรอยช้ำ นั่นทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังสั่งให้เธอตอบ“ทำอะไรวะ” พีรรัตน์อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้ เขารู้นิสัยพี่ชายของเขาดี“ทายาอยู่” เจ้าของเสียงดุตอบแทนเมื่อเห็นเธออ้ำอึ้งอยู่“หือ พรีนเป็นอะไรพี่” เขารีบถามด้วยความเป็นห่วง“ฟกช้ำที่หลังนิดหน่อย” ธีรภัทรตอบชัดถ้อยชัดคำแบบมีนัยยะ“ไปทำอะไรมา.....วางละนะ ขอโทษที่รบกวน” ถามจบก็ต้องสะดุ้ง เมื่อพีรรัตน์นึกขึ้นได้ว่าถ้าท
“งั้นผมกลับก่อน มีอะไรด่วนโทรไปได้เลย”“รับทราบค่ะ”หลังจากวุ่นวายกับงานมาเกือบทั้งวัน พอใกล้เวลาเลิกเรียนของน้องเล็กทั้งสองคน เจ้าของร่างสูงก็เตรียมพร้อมที่จะไปรับที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ที่จริงสองหนุ่มสาวบอกว่าอยากกลับเอง แต่เขากลัวน้องๆของเขาจะออกนอกลู่นอกทาง จึงตั้งใจไปรับไปส่งเองสักพัก แต่คงไม่ต้องห่วงมากนัก เพราะถึงยังไงคีตพัฒน์ก็เรียนที่เดียวกัน แต่คนละสาขาเท่านั้นเองเดินทางไม่นานรถยนต์คันหรูก็มาถึงที่จอดรถของมหาวิทยาลัย เขาเลือกที่จะจอดช่องริมนอกที่ติดกับฝั่งถนนในมหาวิทยาลัยและนั่งรออยู่สักพัก ตั้งใจว่าพอถึงเวลาเลิกคลาสของน้องทั้งสองคนก็จะโทรไป แต่เหมือนมันจะบังเอิญมากเกินไปเมื่อธีรภัทรเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ก็เห็นกลุ่มของพรีญาภัสกำลังเดินมาตามฟุตบาทเพื่อมายังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถพอดีทางด้านพรีญาภัส เมื่อหมดเวลาเรียนเธอกับกลุ่มเพื่อนก็พากันลงจากอาคารและตรงไปหาที่นั่งมุมที่ค่อนข้างคนน้อย ตั้งใจว่าจะนั่งเล่นรอพีรรัตน์ลงมาก็ค่อยโทรหาธีรภัทร“ว่าไงพี” เสียงหวานใสขานรับโทรศัพท์ เมื่อเดินกับกลุ่มเพื่อนอยู่แล้วมีสายเข้า‘ยัยพรีน เธอกลับกับพี่ธีไปเลยนะ ฉันมีงานด่วนว่ะ’
1 ปีต่อมา“อีกแค่เดือนกว่าก็สอบแล้ว ช่วยตั้งใจหน่อยเถอะน่า”“ก็ฉันเบื่อนี่หว่า”“ไอ้พี ถ้าบ่นมากฉันจะไปฟ้องพี่ธีจริงๆนะ”พรีญาภัสเริ่มหงุดหงิดหลังจากที่พีรรัตน์ไม่ยอมตั้งใจฟังที่เธอช่วยเขาติว อีกแค่เดือนกว่าก็จะสอบปลายภาค ซึ่งปีนี้เป็นปีที่เธอกับพีรรัตน์อยู่มัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว และพวกเธอก็เพิ่งอายุครบ 18 ปีได้ไม่กี่วันนี่เอง“เราติวกันมา 2 ชั่วโมงแล้วนะเว้ย พักหน่อยเด้” พีรรัตน์เถียงพลางทำหน้าเซ็ง“เออๆ งั้นฉันกลับห้องก่อน พักครึ่งชั่วโมง พร้อมละโทรไป” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไปคนตัวเล็กเดินผ่านโถงทางเดินมาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงหน้าบันได แต่อาจจะเป็นเพราะหญิงสาวกำลังคิดอะไรเพลินๆ จึงไม่ทันเห็นว่าตอนนี้มีคนกำลังขึ้นบันไดมา และเขาก็ขมวดคิ้วมองเธออยู่เมื่อเขาก้าวขึ้นมาถึงด้านบน แต่พรีญาภัสยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเขาแม้แต่น้อย“อ๊ะ ขอโทษค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นแทบจะทันที เมื่อเธอเดินชนร่างสูงที่แข็งราวกับกำแพง“เดินยังไงไม่มองทาง ตกบันไดคอหักตายพอดี” เขาดุเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นอ้อมแขนแกร่งก็ยังรับร่างเล็กที่กระเด็นจนแทบจะหงาย







