LOGIN“เมาก็กลับห้องไปค่ะ”
“ไม่ได้เมา”
พรีญาภัสมองเขาด้วยสีหน้าแววตาไม่เข้าใจ เมื่อตอนค่ำเขายังอาละวาดใส่เธออยู่เลย พอตกดึกมากลับกลายเป็นแบบนี้เสียได้
ดวงตาคมดุหรี่มองคนตัวเล็กก่อนจะปิดลงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวที่ฝืนน้ำหนักตัวเขาไม่ไหวจึงเลิกพยายามผลักเขาแล้วกางแขนออกอย่างหงุดหงิด เธอพยายามนอนหลับทั้งที่มีร่างหนากำยำนอนทับเธอเอาไว้แบบนั้น
เช้าวันต่อมา เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นคนที่เข้ามาปลุกเธอเมื่อคืนแล้ว และด้วยความที่เป็นวันเสาร์ พรีญาภัสจึงไม่ได้รีบร้อนลงมาข้างล่าง เธอทำกิจวัตรประจำวันของเธอตามปกติ แต่ก็เลือกที่จะนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน จนกระทั่งโดนโทรมาตาม ถึงจะยอมออกจากห้องนอนมา
“มีอะไรคะ”
“กินข้าว”
“ยังไม่หิวค่ะ”
“กินข้าว แล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้เธอออกไปบริษัทกับพี่”
“ไม่ไปค่ะ”
“.....”
“อยากพักค่ะ”
“ไปพักที่บริษัท”
“พี่ธี.....”
“พี่สั่ง”
“.....ค่ะ”
หญิงสาวนั่งลงกินข้าวตรงที่นั่งของตัวเองด้วยความอ่อนใจ วันนี้วันหยุด เธออยากพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง ไม่ได้อยากออกไปไหน แต่ดูเหมือนว่าจะขัดใจเขาไม่ได้
นานหลายนาทีกว่าที่พรีญาภัสจะจัดการมื้อเช้าเสร็จ เธอถึงกลับขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกลับลงมาด้วยกางเกงยีนส์ขายาวสีอ่อนกับเสื้อเอวลอยสีดำ ผมยาวตรงถูกม้วนเป็นลอนตรงปลาย ใบหน้าสวยหวานหงิกงออย่างเห็นได้ชัด ร่องรอยที่ลำคอยังคงชัดเจนทั้งรอบฟันและรอยแดง หญิงสาวพยายามใช้เครื่องสำอางปกปิด แต่ก็ทำได้แค่ให้มันดูจางลงเท่านั้น
“หายช้ำหรือยัง”
“ยังค่ะ”
“.....ไปขึ้นรถ”
เขาสั่งพร้อมกับเดินนำออกไปที่เฉลียง คนรถนำรถมาจอดรอเอาไว้อยู่แล้ว ธีรภัทรรอจนคนตัวเล็กก้าวขึ้นรถเรียบร้อยเขาถึงเดินไปเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไป เพียงไม่กี่นาทีรถยนต์คันหรูก็ออกพ้นรั้วไปด้วยความเร็วพอสมควร
“สวัสดีค่ะคุณธี” รินลดาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอเห็นเจ้านายหนุ่มเดินมาก็ลุกขึ้นยืนทักทาย
“อืม พรีน นี่คุณริน เลขาคนใหม่ของพี่” ธีรภัทรพยักหน้าก่อนจะเอ่ยแนะนำให้พรีญาภัสรู้
“สวัสดีค่ะคุณริน” หญิงสาวเอ่ยทักทายก่อนตามมารยาท
“สวัสดีค่ะคุณพรีน รับของว่างไหมคะ” รินลดาถามขึ้นอย่างรู้หน้าที่
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ” รอยยิ้มจางๆถูกส่งให้พร้อมกับคำตอบ
“ไป” ว่าพลางใช้วงแขนของตัวเองโอบร่างบางให้เดินนำเขาไปเบาๆ
รินลดามองภาพตรงหน้าพลางกลั้นหายใจ จากประวัติของบรรดาเจ้านายที่เธอต้องรู้ตอนเข้ามาทำงานทำให้เธอรู้ว่าพรีญาภัสคือบุตรบุญธรรมของตระกูลนี้ แต่ถึงอย่างนั้นพี่ๆทุกคนก็รักและหวงแหนเธอมาก แต่ภาพที่เห็นดูเหมือนว่าประโยคนี้จะใช้กับธีรภัทรไม่ได้
“ไปนอนเล่นในห้องพักไป ค่อยออกมา” เขาสั่งเสียงเรียบพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน
“.....ค่ะ” คิ้วเรียวสวยขมวด แต่ก็เดินเลยไปหลังหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แต่เยื้องไปทางซ้าย มือเล็กผลักประตูที่สีเดียวกับผนังหายเข้าไป
ดวงตาคมดุมองตาม แววตายากที่จะบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไร แต่เพียงเสี้ยวนาทีมันก็กลับมาว่างเปล่าเจือความดุเหมือนเดิม หน้าจอที่ตั้งอยู่ตรงหน้าถูกเปิดขึ้นเมื่อเจ้าของห้องตั้งสมาธิพร้อมที่จะทำงาน
“กาแฟกับของว่างค่ะ”
“อืม วันนี้งดรับแขกนะ”
“รับทราบค่ะ”
รินลดายกกาแฟของเจ้านายหนุ่มพร้อมกับของว่างของพรีญาภัสเข้ามาวางที่โต๊ะรับรอง และเมื่อเธอรับคำสั่งเสร็จแล้วก็กลับออกไป
‘ออกมา’
ข้อความในโทรศัพท์เครื่องบางเฉียบถูกส่งไปหาหญิงสาวที่อยู่ในห้องพักด้านใน การที่เขาไม่เรียกหญิงสาวทั้งที่อยู่แค่ตรงนี้เพราะห้องด้านในเป็นห้องเก็บเสียง จึงไม่สามารถได้ยินเสียงด้านนอก และด้านนอกก็ไม่สามารถได้ยินเสียงด้านในได้เช่นกัน
‘ยังไม่ทานค่ะ’
ทันทีที่อ่านข้อความจบ ร่างกำยำก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวยาวๆไปผลักประตูเปิดพร้อมกับก้าวเข้าไปด้านในแล้วจัดการล็อกประตู
“ทำไมไม่ออกไป” ชายหนุ่มยืนกอดอกบังบานประตูไว้เพื่อไม่ให้คนตัวเล็กที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่สังเกตุเห็นว่าเขาล็อกประตู
“ก็จะนอนเล่นพักผ่อนค่ะ” เธอตอบโดยไม่หันมามองเขาด้วยซ้ำ
“.....” เสียงถอนหายใจหนักดังขึ้น
“!!!!!” หญิงสาวตกใจหน้าตาตื่นเมื่อเสื้อเอวลอยของเธอถูกดึงขึ้นจนถึงสะบักหลังที่ยังมีรอยช้ำม่วงอยู่ นั่นหมายความว่าตอนนี้แผ่นหลังของเธอที่มีเพียงเสื้อในสีดำได้อยู่ในสายตาของเขาเรียบร้อยแล้ว
“ทำไมม่วง”
“ก็มันช้ำนี่คะ”
พรีญาภัสพยายามกดตัวเองลงกับเตียงนอนเพื่อไม่ให้ด้านหน้าของเสื้อมันถูกเปิด โทรศัพท์ในมือหลุดในตอนที่เธอตกใจ
เอวบางเปลือยเปล่าของเธอถูกจับยกเพื่อให้เธอพลิกร่างกลับมานอนหงาย หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดอกแทบจะทันที
“ดื้อ”
“ดื้อตรงไหนคะ ก็พรีนไม่ได้อยากมา”
“แล้วจะอยู่บ้านคนเดียวหรือไง”
“ปกติก็อยู่คนเดียวนี่คะ”
ธีรภัทรนิ่งไป เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มือหนาจับต้นแขนกลมเพื่อดึงให้หญิงสาวลุกขึ้นเดินตามเขาออกไปด้านนอก พรีญาภัสรีบคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถือก่อนที่เธอจะรีบเดินตามร่างหนาออกไปเพื่อไม่ให้ตัวเองสะดุดล้มหากเดินตามไม่ทัน
‘มีใครว่างไหม ออกมากินข้าวกัน’ หนึ่งในคู่แฝดพิมพ์มาในไลน์กลุ่ม
‘ฉันอยู่ที่บริษัทกับพี่ธี เดี๋ยวฉันขอพี่ธีก่อน’ พรีญาภัสอ่านแล้วรีบตอบทันที
“พี่ธีคะ คู่แฝดชวนพรีนไปทานข้าวค่ะ”
“ไม่ให้ไป”
“ทำไมล่ะคะ”
“ทำตามนี้”
“ค่าๆ เอาแต่ใจตัวเองจัง” ท้ายประโยคหญิงสาวพึมพำเบาๆ พร้อมกับพิมพ์ตอบเพื่อนในไลน์แล้วปิดหน้าจอลง
“.....” ธีรภัทรที่ได้ยินแต่ก็ทำแค่มองหญิงสาวเท่านั้น
นั่งทำงานอยู่พักใหญ่จนใกล้จะถึงเวลามื้อเที่ยงโทรศัพท์เครื่องหรูก็ส่งเสียงดังขึ้น เจ้าของมันเหลือบตามองเล็กน้อยก่อนจะปิดเสียงมันแล้วคว่ำหน้าจอลง
“ทำไมคะ เด็กในสต็อกโทรมาตามเหรอ”
“รู้ดี”
“แน่ล่ะค่ะ พี่ไปสิคะ พรีนจะได้ออกไปหาเพื่อน”
“ไม่ล่ะ”
“ทำไมล่ะคะ”
“เบื่อ”
“ห๊ะ.....”
“ตามนั้น”
“ใช้ผู้หญิงเปลืองจังนะคะ”
“มีเสนอเข้ามา ก็แค่สนอง”
“.....”
พรีญาภัสชะงักไป ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าพี่ชายแต่ละคนของเธอเป็นยังไง เพียงแต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขา ข้อดีของการที่บรรดาพี่ชายของเธอร้ายเรื่องผู้หญิงคือการที่พวกเขาทั้งหวงทั้งห่วงทั้งตามใจเธอ แต่ข้อเสียคือบางครั้งพวกผู้หญิงพวกนั้นก็ล้ำเส้นมากเกินไปจนมาวุ่นวายกับเธอ นั่นเป็นเหตุให้เธอไม่เคยไปไหนมาไหนเองเลย จะมีบรรดาพี่ๆสลับกันอยู่กับเธอตลอดหากเธอต้องการออกไปไหน
หลังจากถูกผู้เป็นพี่ชายพาช็อปปิ้งจนถือของไม่ไหวก็ ธีรภัทรก็ยอมพาพรีญาภัสกลับบ้าน ด้วยความที่เป็นวันเสาร์จึงเป็นวันที่บรรดาพี่ๆของเธอจะกลับมารวมตัวที่บ้าน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้านแต่กลับไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวายเหมือนเช่นทุกครั้ง“ทำไมบ้านเงียบจัง” พรีญาภัสพึมพำเบาๆหลังจากที่เธอเปลี่ยนรองเท้า ดวงตากลมโตมองเข้าไปในบ้านด้วยความสงสัย“ก็มันไม่มีใครกลับมาบ้านน่ะสิ” ธีรภัทรตอบพลางยักไหล่“อ้าว ทำไมล่ะคะ ทำไมพรีนไม่เห็นรู้เลย” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน“ไม่รู้ พวกนั้นโตกันหมดแล้ว คงอยากมีเวลาส่วนตัวนั่นแหละ” ชายหนุ่มบอกตามที่คิด“พรีนก็โตแล้วนะคะ ทำไมพรีนไม่เห็นได้มีเวลาส่วนตัวบ้างเลย” เธอเบะปากอย่างไม่เข้าใจ“มีน่ะมีได้ แต่ไม่ใช่กับพี่” เขาเอ่ยเสียงดุ“พี่ธีลำเอียงอะ”“ก็พวกนั้นมันเป็นผู้ชายมันดูแลตัวเองได้ เราเป็นผู้หญิง ลองถามพวกนั้นสิ ว่ายอมปล่อยให้เราอยู่คนเดียวหรือเปล่า” ธีรภัทรอธิบายให้หญิงสาวฟังอย่างใจเย็น“โธ่ พรีนก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนหรือไปนอนค้างกับเพื่อนบ้างนะ” คนตัวเล็กงอแงพอน่ารัก“ก็ไปสิ ถ้าต้องทำงาน แต่ต้องมีพี่หรือคนไปด้วย” เขาอมยิ้มเมื่อเห็
พรีญาภัสเบะปากอย่าไม่ปิดบัง หญิงสาวนั่งเล่นโทรศัพท์จนกระทั่งธีรภัทรลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเรียกเธอให้เดินตาม หญิงสาวจึงคว้ากระเป๋าแล้วเดินตามออกไปแต่พอลงลิฟต์เพื่อมายังชั้นล่างของบริษัทก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นหญิงสาวที่คาดว่าน่าจะเป็นคู่ขาของธีรภัทรเดินปรี่เข้ามา“คุณไม่รับสายฝน”“แล้วไง”“เพราะมีแม่นี่อยู่ด้วยเหรอคะ”“อย่าลามปาม”“ทำไมคะ ดูจากอายุฝนว่าฝนน่าจะมาก่อนนะคะ”“เคลียร์กันไปนะคะ พรีนไปหาที่นั่งรอ” พรีญาภัสถอนหายใจเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเธอโดนดึงเอาไว้จากมือเล็กที่เล็บได้รับการตกแต่งสวยงามธีรภัทรหันไปมองพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มองอยู่ด้วยท่าทางเตรียมตัว เมื่อเขาพยักหน้า พนักงาน 2-3 คนก็วิ่งปรี่เข้ามาทันที“ครับท่าน”“ไล่หล่อนออกไป”“ครับ”มือหนาคว้าเอวบางของพรีญาภัสดึงเข้ามาหาตัว ปลายฝนที่ไม่ทันระวังตัวก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยจับเอาไว้ไม่ให้ก่อความวุ่นวายอีก“อะไรกันคะ”“คุณคงไม่รู้สินะครับ ว่าคุณพรีนคือน้องสาวของคุณธี” หนึ่งในพนักงานรักษาความปลอดภัยบอกเสียงเรียบปลายฝนหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้หาข้อมูล เพียงแต่ว่ารูปของพรีญาภัสที่เธอ
“เมาก็กลับห้องไปค่ะ”“ไม่ได้เมา”พรีญาภัสมองเขาด้วยสีหน้าแววตาไม่เข้าใจ เมื่อตอนค่ำเขายังอาละวาดใส่เธออยู่เลย พอตกดึกมากลับกลายเป็นแบบนี้เสียได้ดวงตาคมดุหรี่มองคนตัวเล็กก่อนจะปิดลงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวที่ฝืนน้ำหนักตัวเขาไม่ไหวจึงเลิกพยายามผลักเขาแล้วกางแขนออกอย่างหงุดหงิด เธอพยายามนอนหลับทั้งที่มีร่างหนากำยำนอนทับเธอเอาไว้แบบนั้นเช้าวันต่อมา เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นคนที่เข้ามาปลุกเธอเมื่อคืนแล้ว และด้วยความที่เป็นวันเสาร์ พรีญาภัสจึงไม่ได้รีบร้อนลงมาข้างล่าง เธอทำกิจวัตรประจำวันของเธอตามปกติ แต่ก็เลือกที่จะนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน จนกระทั่งโดนโทรมาตาม ถึงจะยอมออกจากห้องนอนมา“มีอะไรคะ”“กินข้าว”“ยังไม่หิวค่ะ”“กินข้าว แล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้เธอออกไปบริษัทกับพี่”“ไม่ไปค่ะ”“.....”“อยากพักค่ะ”“ไปพักที่บริษัท”“พี่ธี.....”“พี่สั่ง”“.....ค่ะ”หญิงสาวนั่งลงกินข้าวตรงที่นั่งของตัวเองด้วยความอ่อนใจ วันนี้วันหยุด เธออยากพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง ไม่ได้อยากออกไปไหน แต่ดูเหมือนว่าจะขัดใจเขาไม่ได้นานหลายนาทีกว่าที่พรีญาภัสจะจัดการมื้อเช้าเสร็จ เธอถึงกลับขึ้นห้องไปเ
“ว่าไง” เสียงดุดันกรอกไปตามสายหลังจากที่ชายหนุ่มมือไวรับโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่ดังขึ้นโดยไม่ทันได้ดูชื่อ“พี่ธี? นี่ผมโทรผิดเบอร์เหรอ” พีรรัตน์มีอาการแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรให้ธีรภัทรกับพรีญาภัสต้องกระอักกระอ่วน“เปล่า มีอะไรว่ามา” เขาตอบน้องชายพลางกดเปิดลำโพง“ผมจะโทรบอกว่าวันนี้ผมนอนคอนโดเพื่อนนะ งานไม่เสร็จอะ วันจันทร์ต้องส่งแล้ว ไม่ทำกันหามรุ่งหามค่ำไม่เสร็จแน่นอน” พีรรัตน์บอกน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย เขารู้ดีว่าพรีญาภัสต้องนั่งฟังอยู่ด้วยแน่นอน“ตามใจ” ธีรภัทรตอบน้องชาย แต่ก็ยังนวดยาให้หญิงสาวอย่างเบามืออยู่“ยัยพรีนล่ะ” พีรรัตน์ถามขึ้นด้วยความสงสัย“อยู่” พรีญาภัสส่งเสียงตอบ เธอสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วเรียวกดลงบนรอยช้ำ นั่นทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังสั่งให้เธอตอบ“ทำอะไรวะ” พีรรัตน์อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้ เขารู้นิสัยพี่ชายของเขาดี“ทายาอยู่” เจ้าของเสียงดุตอบแทนเมื่อเห็นเธออ้ำอึ้งอยู่“หือ พรีนเป็นอะไรพี่” เขารีบถามด้วยความเป็นห่วง“ฟกช้ำที่หลังนิดหน่อย” ธีรภัทรตอบชัดถ้อยชัดคำแบบมีนัยยะ“ไปทำอะไรมา.....วางละนะ ขอโทษที่รบกวน” ถามจบก็ต้องสะดุ้ง เมื่อพีรรัตน์นึกขึ้นได้ว่าถ้าท
“งั้นผมกลับก่อน มีอะไรด่วนโทรไปได้เลย”“รับทราบค่ะ”หลังจากวุ่นวายกับงานมาเกือบทั้งวัน พอใกล้เวลาเลิกเรียนของน้องเล็กทั้งสองคน เจ้าของร่างสูงก็เตรียมพร้อมที่จะไปรับที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ที่จริงสองหนุ่มสาวบอกว่าอยากกลับเอง แต่เขากลัวน้องๆของเขาจะออกนอกลู่นอกทาง จึงตั้งใจไปรับไปส่งเองสักพัก แต่คงไม่ต้องห่วงมากนัก เพราะถึงยังไงคีตพัฒน์ก็เรียนที่เดียวกัน แต่คนละสาขาเท่านั้นเองเดินทางไม่นานรถยนต์คันหรูก็มาถึงที่จอดรถของมหาวิทยาลัย เขาเลือกที่จะจอดช่องริมนอกที่ติดกับฝั่งถนนในมหาวิทยาลัยและนั่งรออยู่สักพัก ตั้งใจว่าพอถึงเวลาเลิกคลาสของน้องทั้งสองคนก็จะโทรไป แต่เหมือนมันจะบังเอิญมากเกินไปเมื่อธีรภัทรเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ก็เห็นกลุ่มของพรีญาภัสกำลังเดินมาตามฟุตบาทเพื่อมายังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถพอดีทางด้านพรีญาภัส เมื่อหมดเวลาเรียนเธอกับกลุ่มเพื่อนก็พากันลงจากอาคารและตรงไปหาที่นั่งมุมที่ค่อนข้างคนน้อย ตั้งใจว่าจะนั่งเล่นรอพีรรัตน์ลงมาก็ค่อยโทรหาธีรภัทร“ว่าไงพี” เสียงหวานใสขานรับโทรศัพท์ เมื่อเดินกับกลุ่มเพื่อนอยู่แล้วมีสายเข้า‘ยัยพรีน เธอกลับกับพี่ธีไปเลยนะ ฉันมีงานด่วนว่ะ’
1 ปีต่อมา“อีกแค่เดือนกว่าก็สอบแล้ว ช่วยตั้งใจหน่อยเถอะน่า”“ก็ฉันเบื่อนี่หว่า”“ไอ้พี ถ้าบ่นมากฉันจะไปฟ้องพี่ธีจริงๆนะ”พรีญาภัสเริ่มหงุดหงิดหลังจากที่พีรรัตน์ไม่ยอมตั้งใจฟังที่เธอช่วยเขาติว อีกแค่เดือนกว่าก็จะสอบปลายภาค ซึ่งปีนี้เป็นปีที่เธอกับพีรรัตน์อยู่มัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว และพวกเธอก็เพิ่งอายุครบ 18 ปีได้ไม่กี่วันนี่เอง“เราติวกันมา 2 ชั่วโมงแล้วนะเว้ย พักหน่อยเด้” พีรรัตน์เถียงพลางทำหน้าเซ็ง“เออๆ งั้นฉันกลับห้องก่อน พักครึ่งชั่วโมง พร้อมละโทรไป” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไปคนตัวเล็กเดินผ่านโถงทางเดินมาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงหน้าบันได แต่อาจจะเป็นเพราะหญิงสาวกำลังคิดอะไรเพลินๆ จึงไม่ทันเห็นว่าตอนนี้มีคนกำลังขึ้นบันไดมา และเขาก็ขมวดคิ้วมองเธออยู่เมื่อเขาก้าวขึ้นมาถึงด้านบน แต่พรีญาภัสยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเขาแม้แต่น้อย“อ๊ะ ขอโทษค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นแทบจะทันที เมื่อเธอเดินชนร่างสูงที่แข็งราวกับกำแพง“เดินยังไงไม่มองทาง ตกบันไดคอหักตายพอดี” เขาดุเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นอ้อมแขนแกร่งก็ยังรับร่างเล็กที่กระเด็นจนแทบจะหงาย







