Masukเขาคืออาจารย์พิเศษ เธอคือนักศึกษา ถนนของเขาและเธอมันคนละเส้น แต่เขาดันจอดรถแล้วเดินข้ามาหาแล้วหลอกล่อให้ขึ้นเตียงกับเขา
Lihat lebih banyakณฐกร ภากร หรือ ปราชญ์ หนุ่มวิศกรระบบตำแหน่ง
ไดเรกเตอร์ ที่รับเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่กลับตกหลุมรักนักศึกษาของตนเอง ที่เคยปฏิญาณไว้ว่าจะไม่เป็นสมภาร แต่เส้นมโนธรรมขาดผึ่งเมื่อได้จูบแรกไปแบบบังเอิญอรนลิน เจริญกร หรือ เหมียว นักศึกษาชั้นปีสี่ คณะอักษรศาสตร์เอกฝรั่งเศส ชีวิตเธอโดนสองแม่ลูกที่เข้ามาปอกลอกพ่อเธอจนสุดท้ายพ่อหัวใจวายกะทันหัน แล้วนางมารสองคนนั่นก็ขายทรัพย์สินที่ควรจะเป็นของเธอทิ้ง แล้วไปเสวยสุขปล่อยให้เธอดิ้นรนลำพัง
จนเมื่อเธอได้รับรู้ว่าอาจารย์ปราชญ์ผู้ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนหมายปองผู้นี้ เป็นคนที่สุพิชา เพื่อนรักเพื่อนชั่ว ที่พรากความสุขของเธอไป ก็หมายปองเขาเช่นกัน เพื่อต้องการเอาชนะเธอจึงยอมเป็น ‘เด็กเลี้ยง’ ของเขา
..........................................................................................................................................................................................................................
“คนนั้นหล่ออย่างกับดาราเลย...หล่อใจเจ็บ”
สาวเสิร์ฟในชุดแมวคอสเพลย์สาวใช้สีดำแล้วมีชุดแมทเป็นผ้ากันเปื้อนสีขาว มีลายอุ้งเท้าแมวหนึ่งจุดชายผ้ากันเปื้อน ตรงหน้าอกฉลุเป็นรูปแมวเหมียวอวดความอวบอิ่ม ที่ขอมือที่สวมผ้าสีดำ กับที่คอมีกระดิ่งห้อยร้อยกับริบบิ้นสีดำเหมือนเจ้าแมวตัวน้อยน่ารักมีเจ้าของ เอ่ยขึ้น
อรนลิน หรือ เหมียว นักศึกษาคณะอักษรเอกฝรั่งเศสเงี่ยหูฟังเงียบ ๆ ขณะเช็ดแก้วเครื่องดื่มที่ทำจากคริสตัลทรงสวยในผับหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางกรุงที่เป็นแหล่งสถานบันเทิงชื่อดัง
สายตาที่อ่านไม่ออกมองไปยังโซฟาโซนวีไอพีสีแดงกำมะหยี่ทรงกลมมีช่องให้เข้าไปเดินเสิร์ฟแค่คนเดินผ่าน มีกลุ่มหญิงและชายที่คาดว่าเป็นไฮโซหน้าตาดี มาสังสรรค์กันอยู่ โดยวันนี้ธีมงานเป็นแมวน้อยน่ารักน่าเอ็นดู กับเจ้าของวันเกิดที่ชื่อ ณฐกร ภากร หรือ อาจารย์ปราชญ์ เจ้าของฉายาเสือปราชญ์ปราบนารี
“ของฉัน ฉันเล็งไว้ก่อนนะ”
“ของอย่างนี้ใครดีใครได้ไหม”
เสียงทะเลาะกันระหว่างสองสาวเสิร์ฟนั้นไม่ได้สร้างความรำคาญใจ เพียงแต่เธอตั้งอกตั้งใจทำงานเท่านั้น ไม่มีทีท่าจะร่วมวงแอ๊วผู้กับเหล่าสาวที่รับงานเป็นสาวเสิร์ฟสุดแซ่บในผับแห่งนี้ เพราะรู้ดีว่าระดับพวกเขาไม่ชายตามองคนระดับล่างอย่างเธอ อย่างมากก็เป็นได้แค่ ‘ของเล่น’ ที่หลายคนชอบเรียกติดปากว่า ‘เด็กเลี้ยง’
ที่จริงเธอนั้นเห็นเขาตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในผับ ออร่าความหล่อเปล่งประกายมาตั้งแต่หน้าประตู ยามเดินใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ทำให้ผู้หญิงหลายคนแทบหยุดหายใจ เมื่อเขาเฉียดใกล้ แม้ไม่ได้สนใจหรือพูดคุยด้วยก็ตาม
เธอเห็นเขาครั้งหนึ่งตอนเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษในวิชาปรัชญาฝรั่งเศส เขาสวมกางเกงสแล็กสีกรมท่า กับเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาว มันขับให้ใบหน้าเขาดูหล่อขึ้นอีกหลายเท่า
ยอมรับว่าประทับใจตั้งแต่แรกพบ
แต่ไม่ใช่ความหล่อของเขาที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเธอ แต่เป็นรอยยิ้มมุมปากเล็ก ๆ เวลาที่เหล่านักศึกษาส่งรอยยิ้มเชิญชวนให้ท่าในเรื่องอย่างว่า แต่เขากลับทำไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างหน้าตาเฉย จนบางครั้งเธอก็คิดว่าเขาเป็นผู้ชายแบบไหนกัน แต่คนอย่างเขาคงไม่เป็นสมภารกระมัง
อาจารย์ปราชญ์ เป็นชื่อที่อาจารย์หัวหน้าภาควิชาแนะนำตัวให้นักศึกษาทุกคนฟัง เขาทำงานด้านวิศวกรรมระบบในบริษัทชั้นนำที่ฝรั่งเศส ก่อนจะมาเป็นผู้บริหารระดับไดเรกเตอร์ที่เมืองไทย
“ถ้าได้สักทีฉันจะตั้งใจเรียน” นักศึกษาคนอื่นที่มารับงานนี้ด้วยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชวนวาบหวิว
“เหมียว...คิดว่าไงผู้ชายคนนั้นสเปกหรือเปล่า” คนถูกถามยิ้มตอบและยังคงจัดวางแก้วให้เป็นเป็นแถวแล้วผสมเครื่องดื่มเทใส่แก้วอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ไม่ตอบนี่หมายความว่าไง หล่อหรือไม่หล่อ หรือไม่ใช่สเปก”
“ก็...หล่อดี” น้ำเสียงราบเรียบที่เปล่งออกมาไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนพวกเธอเลยสักนิด เมื่อเทแก้วเหล้าผสมเสร็จแล้วเธอก็หยิบออกไปเดินเสิร์ฟ แล้วก็เป็นโต๊ะนั้นที่เหล่าสาว ๆ กรี๊ดกร๊าดที่เรียกขอเครื่องดื่มเพิ่ม
“ว๊าย...มัวแต่เม้า ยัยเหมียวคาบไปกินแล้ว” สาวคนอื่นมัวแต่ยืนมองไม่ยอมทำงาน เมื่อเหมียวเดินไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นก็เรียกราวกับตั้งใจรอเธอคนเดียว
“นี่มัวอู้กันอยู่ได้ทำงานได้แล้วค่ะสาว” หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟวันนี้ลงไปไล่พวกสาว ๆ ที่เห็นหนุ่มหล่อเหมือนขนมหวานไปทำงาน เพราะปล่อยให้ยายเหมียวคนเดียวจะเหนื่อยเอาได้ ผับออกกว้าง
“เจ้...คนนั้นหล่อไหม”
“ไหนยะ”
“โน่นไง ตรงกลางโต๊ะข้างหน้าวีไอพี”
“อ๋อนึกว่าใคร ณฐกร ภากร คลาสโนว่าตัวพ่อ” เจ้หยดคนรับงานคืนนี้บอกสาว ๆ ให้ระวังเพราะกลุ่มนั้นทั้งกลุ่มขึ้นชื่อเรื่องได้แล้วทิ้ง เลี้ยงเล่น ๆ ไม่จริงจังระวังจะเสียใจ
“เขานิ่งแต่ยิ้มทีโลกเป็นสีชมพู” เจ้หยดส่ายหน้าให้กับฉายานี้ ถ้าได้เป็นของเล่นแล้วจะยิ้มไม่ออก
“นั่นน่ะ พ่อเสือเลยล่ะ”
อรนลินในชุดคอลเพลย์แมวเหมียวเดินตรงไปยังโต๊ะอาจารย์ปราชญ์ นำเหล้าชั้นดีเสิร์ฟให้กับคนบนโต๊ะที่สนทนากันอย่างออกรส และเมื่อเธอก้มลงเล็กน้อยทำให้เห็นร่องเนื้อนูนสองก้อนตรงหน้าอก ทั้งโต๊ะก็ส่งสายตาราวกับจะกลืนเธอลงท้องมาโลมเลีย และไม่ต่างกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เล็งสาวเสิร์ฟอย่างเธอ เพราะคืนนี้แต่ละคนน่าเอาไปฟัดให้ร้องเหมียว ๆ บนเตียงเสียเหลือเกิน หญ้าอ่อน ๆ ได้เคี้ยวแล้วมันชื่นอกชื่นใจ
อรนลินระมัดระวังตัวอย่างดี และงานนี้ก็เสี่ยงมาก ๆ หากไม่มีคนที่ไว้ใจได้เธอจะไม่รับ แต่เจ้หยดเป็นเพื่อนพ่อ ที่ก่อนจะเสียชีวิตได้ฝากให้ดูแลเธอ นั่นจึงทำให้เธอไว้ใจได้
แม้จะไม่ได้สนใจกับท่าทางของหนุ่ม ๆ เหล่านั้นแต่เธอก็แอบสังเกตเงียบ ๆ ไปที่คนมาดนิ่งที่เป็นขวัญใจทุกคนในค่ำคืนนี้ เขามองมาที่เธอราวกับเป็นผู้หญิงทั่วไป ไม่ได้แตกต่างหรือน่าสนใจอะไร ไม่มีสายตาเจ้าชู้ที่แทรกซึมในแววตาส่งมา มีเพียงรอยยิ้มบางเบาราวกับนั่นคือกิริยาเพียงปกติของเขาเท่านั้นที่หลายคนต่างเห็นกันชินตา แล้วเขาก็หันไปคุยกับสาวอีกคนด้านข้างที่นั่งเกือบจะเกยบนตักเขาแล้ว โดยฝ่ายหญิงนั้นแสดงออกชัดเจนว่า ‘ต้องการ’
เขาคงเป็นคนคุยแบบพิเศษที่นอนคุยกัน
อรนลินเดินกลับไปยังบาร์เครื่องดื่มแล้วคุยกับเพื่อนร่วมงานสองสามคำ แล้วแยกไปทางห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เมื่อเธอเข้าไปแล้วออกมาล้างมือเห็นเขาคนนั้นยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมเสาใกล้ห้องน้ำ เธอแอบมองเขาและสำรวจเงียบ ๆ อีกเช่นเคย
‘เท่ไปหมด แค่คุยโทรศัพท์ภาษาฝรั่งเศส!’
นั่นคือสิ่งที่เธอคิดในใจ แต่เขาและเธอไม่ใช่คนที่จะเดินมาบรรจบกัน จึงสลัดความคิดบางอย่างออกไป แล้วขยับไม้คาดผมรูปหูแมวเหมียวแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ
ที่เธอต้องมารับงานกลางคืนแบบนี้ ก็เพราะว่าพ่อของเธอโดนแม่เลี้ยงหรือ มุตาภา หลอกให้เซ็นยกทรัพย์สินทั้งหมดไปเสวยสุขกับลูกเลี้ยงอย่าง สุพิชา หรือ ชาช่า และที่สำคัญคือชาช่าและเธอเรียนห้องเดียวกัน เธอไม่เคยรู้ความสัมพันธ์ของมุตาภากับพ่อเลย จนเมื่อวันหนึ่งพ่อพาแม่ของเพื่อนและเพื่อนรักของเธอเข้ามาอยู่ในบ้าน บ้านที่แม่เธอและพ่อร่วมกันสร้างมาด้วยกัน
สุดท้ายเมื่อพ่อเธอยกให้ไปหมดทุกอย่าง มุตาภาขายทุกอย่างและเธอไม่มีบ้านอยู่ พร้อมกับข่าวร้ายคือพ่อหัวใจวายเฉียบพลันเพราะช้ำรักจากมุตาภา ความเจ็บแค้นนั้นเธอจดจำไว้ขึ้นใจอย่างดี และชาช่าก็ไม่ใช่เพื่อนเธออีกต่อไป
เธอกลายเป็นคนไร้บ้านต้องเอาเงินเก็บที่พอจะติดบัญชีอยู่บ้างหาที่พักและทำงานส่งตัวเองเรียนมาตลอด จนบัดนี้ปีสี่แล้ว อีกไม่กี่เดินเธอก็จะเรียนจบ
นอกจากรับงานกลางคืนเป็นครั้งคราวแล้ว ยังมีงานในร้านกาแฟที่เธอไปทำช่วงเย็นหลังเลิกเรียน แต่งานนั้นเลิกสามทุ่ม และเงินไม่ได้ดีเหมือนงานนี้ และนี่จึงเป็นทางรอดหนึ่งเดียวที่เธอเลือกยามใกล้จ่ายค่าเทอม
“เหมียวกลับมาแล้วโต๊ะนั้นเรียก บอกว่าเธอผสมเครื่องดื่มรสชาติดี อยากให้ชงไปให้อีก” อรนลินขยับคิ้วเล็ก ๆ ด้วยไม่รู้ว่าเหตุใดต้องเป็นเธอด้วย เพราะคนอื่นผสมก็ไม่แตกต่างกัน แต่สายคนดั่งเสือต้องการขย้ำเหยื่อก็ส่งทอดมาเป็นระยะ
สีหน้าลำบากใจนิด ๆ ส่งกลับไปหาเจ้หยด แล้วก็ได้รับการพยักหน้ากลับมา เพราะนี้คือเธอเริ่มรู้ว่าตัวเองไม่ปลอดภัย เพราะตนดื่มเหล้าไม่เก่ง หากโดนคะยั้นคะยอเธอต้องคอพับเป็นแน่
“เจ้ดูให้ไม่ต้องห่วง” คำยืนยันจากเจ้หยดทำให้เธอเริ่มสบายใจ เมื่อเธอต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้เจ้หยดจะคอยช่วยเธออยู่ห่าง ๆ เสมอ
ร่างสวยในชุดเหมียวน้อยยืนถือถาดเสิร์ฟเครื่องดื่มและก้มลงมาเสิร์ฟอย่างมีมารยาท กับสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ แต่คนที่เพิ่งมาถึงนั่งลงกลับหันไปสนใจเธอเข้า
“นั่งคุยกับพวกพี่หน่อยไหม” เสียจากไรวินท์ หรือวินท์เอ่ยชวนสาวน้อยอย่างขี้เล่น แต่นั่นดูเหมือนเพื่อนเขาจะไม่พอใจ จากสีหน้าที่เครียดขรึมขึ้น
“ขอโทษค่ะ พอดีอยู่ในเวลางานห้ามนั่งคุยค่ะ” เสียงกังวานหวานตอบกลับอย่างสุภาพ แต่คนฟังทั้งโต๊ะกลับยิ้มหวานเยิ้มราวกับนี่คือถ้อยคำตกลง ทั้งที่เธอเพิ่งปฏิเสธไป
“หนู...เรียนอยู่ปีไหน สนใจให้ป๋าเลี้ยงไหม” เพื่อนอีกคนที่กกผู้หญิงอยู่แล้วเอ่ยขึ้นเหมือนไม่สนใจความรู้สึกคนด้านข้างสักนิด จนเธอเชื่อแล้วว่ากลุ่มนี้เลี่ยงได้ควรเลี่ยง
“ปีสี่ค่ะ ขอบคุณนะคะแต่ว่าไม่เป็นไรดีกว่า” เธอยังมีรอยยิ้มแม้ในถ้อยคำนั้นจะแฝงด้วยความดูแคลนผู้หญิงอยู่หน่อย ๆ แต่ไรวินท์กลับคิดอีกอย่างจึงหยิบนามบัตรติดต่อให้ไป แต่ด้วยแสงสลัวหรือเมาก็ไม่แน่ใจ นามบัตรนั้นคือของ ณฐกร หรือ อาจารย์ปราชญ์นั่นเอง
รอยยิ้มน้อย ๆ ผุดขึ้นแทนที่จะขยำทิ้งกลับเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าเล็ก ๆ ด้านหน้าแล้วจากไป
“ยากดีนะไอ้ปราชญ์”
“เออ..!”
ณฐกรยอมรับว่าเธอดูน่าสนใจไม่น้อย หากเป็นสาวอื่นยิ่งกว่าเอื้อมมือคว้าโอกาสไว้แล้ว แต่เธอไว้ตัว ดูหยิ่ง ดูน่าค้นหาจนทำให้เขาอยากค้นเสียแล้วว่ามีอะไรอยู่ในตัวเธอ
ฉันไปเรียนเหมือนปกติ แต่รับรู้ข่าวเรื่องยายปาลินอะไรนั่นโดนข้อหาหนักอยู่เหมือนกัน ที่เขาบอกไม่ไว้หน้าก็คือจริง เอาเรื่องถึงที่สุดไม่สนความสัมพันธ์ฉันเพื่อนเลยสักนิด แต่นั่นทำให้ฉันรู้ว่าเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับเขาเลยล่ะ “ยิ้มแก้มปริเชียว วันนี้สอบวันสุดท้ายฉลองที่ไหนจ๊ะสาว” เจสซี่ยังคงแซวไม่เลิก และหลังจากวันนั้นฉันก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง แต่เพื่อนกลับบอกว่าต้องขอบคุณยายปาลินที่ทำให้เขาพาเธอกลับไปนอนด้วยกันที่บ้านเปิดเปิดตัวเปิดใจ แบบไม่อายใคร “วันนี้จะไปเสม็ด”บอกข่าวดีเพื่อนที่วันนี้จะไปสวีทกับเขาสองคนอีกแล้ว “ทะเลน่าจะไม่เค็มนะว่าไหมนุกกี้” “ใช่คร้า...ทะเลหวาน” ฉันไม่อายเพื่อนแล้ว เรียกได้ว่าแซวจนชิน “แล้วจะซื้อของมาฝากนะ วันนี้แยกย้ายค่ะ” ฉันบอกเพื่อนแล้วก็เดินไปที่ลานจอดรถเพราะว่าเขาส่งข้อความมาบอกว่าถึงแล้ว แต่เมื่อขึ้นรถมาสีหน้าเขาขรึมอีกแล้ว “เป็นอะไรคะ” ฉันรีบเคลียร์ให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นก็จะคิดเองเออเองอีก “ชุดนักศึกษานี่ไม่มีตัวใหญ่ ๆ แล้วเหรอ ใส่กันอยู่ได้รัด ๆ” อะอ่าว...ทำไมมาหาเรื่องเอากับเสื
เสียงกดชักโครกดังขึ้น ทำให้เธอรู้ว่าด้านข้างมีคนเข้า แม้บรรยากาศจะวังเวงไปหน่อยก็ตาม แต่ก็รีบเข้ารีบกลับดีกว่าเดี๋ยวจะไปยืนรอที่ทางเข้า เขาคงคุยไม่นานนัก น่าจะไปจัดการคนที่ส่งเหล้าให้เธอแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ได้เห็นเขาหึงแบบนี้แปลกที่เธอไม่รู้สึกเบื่อ แต่กลับดีใจที่เห็นเขาหึง เหมือนคนคลั่งรักดี เธอเปิดประตูออกมาถึงกับต้องผงะเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางไม่น่าไว้ใจ ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มน่ากลัว เธอล้วงไปในกระเป๋ากดเบอร์ฉุกเฉินที่ตั้งเป็นคนเป็นคนแรก “ห้องน้ำผู้หญิงเข้าผิดแล้วค่ะ” “ไม่ผิดหรอกน้องสาว...ผมก็ยาว ผิวก็ขาว เรามาสนุกกันไหม รับรองว่าไม่มีใครมาขัดจังหวะพวกเราแน่นอน” “อ๊าย...ออกไปนะ” เพียงพอถอยไปจนสุดแล้วแต่ก็พยายามมองหาอะไรที่พอจะทำเป็นอาวุธได้ ภาวนาให้เขารับโทรศัพท์เธอแล้วรีบตามมาไวไว “เดี๋ยวเราผลัดกันเข้าผลัดกันออกสิครับ...รับรองสวรรค์ชั้นเจ็ดรอน้องอยู่ มาให้พี่รักซะดี ๆ” “กรี๊ด...ออกไปนะไอ้หน้าหื่น...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ มีคนจะปล้ำในห้องน้ำ...ช่วยด้วย” ฉันพยายามตะโกนแต่เหมือนไร้ความหวัง เพราะประตูด้านนอกห้องน
“เรียกผิดหรือเปล่าคะ...เพียงไม่ใช่ที่รักของคุณคินสักหน่อย แค่เด็กในปกครอง” เป็นไงล่ะตอกย้ำสักหน่อย เผื่อเขาจะลืมว่าเคยพูดอะไรไว้ ถ้าจะมาพูดแบบนี้แล้วหลอกกินฟรีไม่มีวันหรอกนะ “ผิดได้ยังไงล่ะ ก็บี๋เป็นเมียเขาแล้วน้า...นะดีกันนะเนี่ยไม่ได้กอดตั้งหลายวัน แอบมองได้อย่างเดียว เบื่อชะมัด” อ้อที่ไม่ได้มาหานี่แอบมาเฝ้าแต่ไม่แสดงตัวว่างั้น โจ๊กก็คงเป็นเขานั่นแหละไม่ใช่ใคร “อย่าเงียบสิ เนี่ยไปปรึกษาป้าปิ่นเลยนะ ป้าปิ่นก็เลย...” ลากเสียงให้ยาวบอกให้รู้ว่าไม่ใช่แค่เก็บเรื่องของเราไว้สองคนแล้วนะ คนอื่น ๆ ก็เริ่มรู้แล้ว “เดี๋ยวค่ะ...บอกป้าปิ่นด้วยเหรอคะ” เธอหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าที่เห่อแดงชัดอยู่แล้วว่าอายมาก ขนาดป้าปิ่นยังรู้แล้วแบบนี้เธอจะทำยังไง ที่จริงก็อยากให้ประกาศไปเลย แต่ว่าป้าปิ่นจะตีเธอไหมเนี่ย เป็นเด็กแก่แดดในสายตาป้าปิ่นแน่ ๆ “ใช่สิครับบี๋...ก็เค้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้บี๋หายโกรธ วันนั้นเขาลืมจริง ๆ มัวแต่ตกใจแต่บี๋ไม่ใช่ไม่สำคัญนะ สำคัญที่สุดเลย” โอ้โห...นี่เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อยง้องแง้งแบบนี้ได้ด้วยเหรอ น่ารักเป็นบ้า เธอพยายามกลั้นยิ้มสุดพลังแต่ก็ยังยิ้มออกมาให
ฉันนั่งเงียบในรถของเขาตั้งแต่ออกจากคอนโดพี่กอบมาจนถึงใกล้คอนโดของเขาฉันไม่ได้ปริปากออกมาสักคำ แล้วเขาที่พูดไม่เก่งมีหรือจะเริ่มเปิดประเด็นก่อน เพราะรู้ว่าเขาใจร้อนและฉันก็ไม่พร้อมจะคุยกับเขาจึงเลือกเงียบมาตลอดทาง สภาพเขาคืออยู่ในชุดเมื่อวานคาดว่ายังไม่ได้อาบน้ำเหมือนกับฉันที่เยินไม่แพ้กัน ติดที่ได้พักผ่อนแต่เขาเห็นจากรอยคล้ำใต้ตาแล้วคงยังไม่ได้นอน ต่อให้เป็นห่วงก็จะไม่ปริปากพูดไปหรอกนะ “ขอคุยด้วยหน่อย” ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายทนไม่ได้ก่อนสินะ ฉันก็ยังจะเลือกที่จะเงียบเช่นเดิมไม่ตอบกลับเขา “เมื่อวานรีบ...ขอโทษนะที่ทิ้งไว้” หึ...ต่อไปหากรีบอีกก็ทิ้งอีกหรือเปล่าล่ะ ถ้าทำอีกบางทีเรื่องของเราก็อาจจะสิ้นสุดกันแค่นี้ก็ได้นะ “ค่ะ” ฉันเลือกตอบเพียงสั้น ๆ ไปแน่นอนว่าพังยับเยินไปหมดแล้วใจ จากที่เคยอยากมีเขาอยู่ข้างกาย บัดนี้มันโดนกระทำจนด้านชาหมด เจ็บจนแทบทนไม่ไหวแล้วนะ “ลินเขามีธุระด่วน แม่เขาล้มหากปล่อยให้ขับเองก็จะสติแตกเดี๋ยวเกิดอันตราย” เขาค่อย ๆ อธิบายแต่ทำไมใจฉันมันไม่ยอมรับฟังเหตุผลของเขาเลยล่ะ นี่เป็นอะไรก่อน ปกติแค่เขาง





