เข้าสู่ระบบ“มาแล้วเหรอน้องปัน”
“ค่ะ พี่พิมพ์ คุณวีอยู่ไหมคะ พอดีคุณธีสั่งงานมาด้วยค่ะ”
“อยู่จ้ะ เข้าไปสิ แต่ระวังนิดนึงนะ ดูอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ตอนมาละ”
ปัญชิตาขมวดคิ้วกับคำบอกเล่าของพิมพ์พิศา เลขาของวีรวัฒน์ หญิงสาวอายุมากกว่าเธอหลายปี น่าจะอายุมากกว่าวีรวัฒน์ด้วยซ้ำ
ใบหน้าเรียวเล็กขยับรับคำ ก่อนจะเคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดเข้าไป คนด้านในที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานละสายตาจากหน้าจอมองผู้มาใหม่ เมื่อเห็นว่าเป็นปัญชิตาก็วางเอกสารในมือลงแล้วพยักหน้าพร้อมกับใช้สายตาเรียกให้เธอมายืนอยู่ใกล้ๆ
“คุณธีสั่งมาว่าให้พี่พิมพ์ไปแทนฝั่งนู้นค่ะ แล้วหลังประชุมให้คุณวีไปพบคุณธีที่ห้องทำงานค่ะ” ปัญชิตาก้าวมายืนตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วรายงานตามที่ธีรภัทรสั่งมา
“อืม มานี่หน่อย” วีรวัฒน์ขานรับในลำคอก่อนจะใช้สายตาสั่งให้ปัญชิตามายืนตรงข้างเก้าอี้เขา
“มีอะไรคะ” ปัญชิตาเดินมาหยุดยืน แต่เว้นระยะห่างจากเขาเกินเอื้อมมือถึงตัวเธอ
“.....คุณไม่มีกระโปรงยาวกว่านี้แล้วหรือยังไง” เขาถามพลางชายตาไปที่กระโปรงของหญิงสาว
“ไม่มีค่ะ ปกติใส่แต่กางเกงค่ะ” เธอขมวดคิ้ว
“เหรอ น่าเสียดาย” วีรวัฒน์มองขาเรียวสวยที่ถูกปกปิดภายใต้กางเกงขายาวมาตลอด
“คะ?” หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“เปล่า คุณออกไปบอกคุณพิมพ์แล้วเตรียมเอกสารได้เลย” เขาสั่งแล้วหันไปสนใจหน้าจอต่อ
“.....ค่ะ” ใบหน้างามขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็หมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องทำงานของน้องชายเจ้านายตัวเองทันที
“พี่พิมพ์คะ รบกวนไปแทนฝั่งนู้นให้หน่อยได้ไหมคะ คุณธีสั่งมาค่ะ” ปัญชิตาออกมาก็ถอนหายใจแล้วบอกพิมพ์พิศาด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ
“ได้เลยจ้ะคนสวย” หญิงสาววัยโตกว่าจับแก้มขาวใสเล่นอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารกับของส่วนตัวเดินออกจากห้องกระจกไป
คนตัวเล็กโบกมือให้ก่อนจะหมุนตัวไปนั่งโต๊ะตัวเองที่ถูกจัดขึ้นมาใหม่ เธอถอนหายใจเสียงดังก่อนจะลงมือจัดการเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการประชุม
หลังจากการประชุมที่แสนจะยืดเยื้อได้จบลง ปัญชิตาเดินตามหลังวีรวัฒน์มาที่ห้องทำงานของธีรภัทร เธอยิ้มอ่อนให้พิมพ์พิศาจนอีกฝ่ายต้องทำปากบอกให้กำลังใจเธอโดยไร้เสียง
“นายวี ใช้งานเลขาพี่หนักไปหน่อยล่ะมั้งเนี่ย” ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นหลังจากได้ยินเสียงเสียงประตูเข้ามาแล้วเห็นเลขาของตัวเองมีสภาพเหน็ดเหนื่อยก็แซวน้องชาย
“ยังไม่เท่าไหร่เลย ไม่ถึงครึ่งของพี่ หรืออาจจะมากกว่า” วีรวัฒน์เอ่ยทีเล่นทีจริงเป็นนัย
“อย่าหนักมากล่ะ” ธีรภัทรล่อเล่นกลับด้วยไม่ได้คิดว่าน้องชายจะจริงจังกับประโยคนี้
“ค่อยว่ากัน เอาล่ะ พี่มีอะไร” ร่างสูงที่เพิ่งเดินมาถึงโซฟาหย่อนตัวนั่งลงแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง
“ปรึกษาหน่อย เราทำชั้นบนตรงโถงกลางเป็นห้องเลขาดีไหม แล้วให้คุณปัญเป็นหัวหน้าเลขาอีกที” ธีรภัทรเอ่ยเชิงปรึกษาหลังจากเลื่อนเก้าอี้มาใกล้โซฟา ระหว่างคนทั้งสองที่วีรวัฒน์นั่งอยู่ที่โซฟา และปัญชิตาที่ยืนอยู่
“แล้วแต่พี่เลย ผมยังไงก็ได้ ถามพ่อหรือยัง” วีรวัฒน์ยักไหล่ เขาไม่ได้สนใจอะไรพวกนี้มากนัก
“ถามแล้ว พ่อบอกแล้วแต่ เดี๋ยวไม่กี่วันนี้จะกลับมา น่าจะเข้ามาที่บริษัท” ธีรภัทรพูดถึงสิ่งที่คุยกับบิดาให้น้องชายรู้
“อือ” น้องชายคนรองยังคงมีท่าทางเฉยเมย
“อ้อ เห็นว่าคุณแม่จะมาคุยกับพรีนด้วย แล้วก็เกริ่นเรื่องเจ้าแฝดให้สองคนนั้นด้วย” พี่ชายคนโตแอบบอกน้องชาย
“ก็ดีแล้วไง อะไรๆจะได้ลงตัวสักที” ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาที่คมดุกว่าพี่ชายคนโตมองไปที่ร่างเล็กที่ยืนอยู่แวบหนึ่ง
“ก็คงงั้น เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวพี่จัดตั้งเป็นฝ่ายเลขาขึ้นมา ใช้ห้องตรงกลางเวลาออกจากลิฟต์จะได้จัดการงานตรงนั้นได้เลย แล้วก็เราคงต้องจัดการเรื่องลิฟต์ใหม่” ธีรภัทรสรุปให้ทั้งวีรวัฒน์และปัญชิตาฟังถึงสิ่งที่ต้องการและสิ่งที่ปัญชิตาต้องทำ
“อือ” เขาพยักหน้ารับอีกครั้ง
“รับทราบค่ะ” ปัญชิตารับคำหลังจากจดรายการคร่าวๆ
“โอเค งั้นแยกย้าย คุณปัญช่วงนี้ลำบากหน่อยนะ ต้องไปๆมาๆทั้งสองฝั่ง ผมไม่ไว้ใจใคร” ธีรภัทรบอกเลขาสาว
“ไม่เป็นไรค่ะ ปันเต็มที่อยู่แล้วค่ะ” ปัญชิตายิ้มจางๆให้เจ้านายสบายใจ วีรวัฒน์ทันได้เห็นก่อนออกจากห้อง
“งั้นไปทำงานเถอะ” เขาสั่งพร้อมกับดันเก้าอี้กลับไปที่ด้านหลังโต๊ะทำงาน
“ค่ะ” หญิงสาวหมุนตัวออกจากห้องไป
ธีรภัทรมองตามหลังเลขาสาวไป ก่อนจะมองออกไปนอกกระจกใส แววตาครุ่นคิด และดูเหมือนหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังคิดมันจะตีกันไปหมด
เช้าของหลายวันต่อมา บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความคึกคักกว่าทุกวัน หลังจากใช้เวลาพักผ่อนและดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขของการเป็นคู่บ่าวสาวมาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่วีรวัฒน์และปัญชิตาต้องเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯด้านหน้าบ้านมีรถยนต์หรูสองคันจอดรออยู่ โดยคันหนึ่งเป็นรถของวีรวัฒน์กับปัญชิตา ส่วนอีกคันเป็นรถของธีรภัทรและพรีญาภัส พี่ชายของวีรวัฒน์และภรรยาที่จะเดินทางกลับพร้อมกันธาดากับวิริญญา เดินทางกลับไปตั้งแต่เสร็จจากงานได้ 2 วัน เพราะต้องรีบบินกลับไปทำงานต่อ“ของครบหรือยังครับคุณภรรยา” วีรวัฒน์เอ่ยถาม ขณะเดินถือกระเป๋าใบสุดท้ายออกมาจากตัวบ้าน“ครบแล้วค่ะ คุณสามีไม่ต้องห่วง” ปัญชิตาที่กำลังตรวจดูสัมภาระอีกครั้งหันกลับมายิ้ม“ได้ยินแล้วชื่นใจจัง” คำเรียกแทนตัวที่เปลี่ยนไปตามสถานะทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นทันที“อะไรคะ”“ก็คุณภรรยาเรียกผมว่าคุณสามีนี่ครับ”ปัญชิตาส่ายหน้าอย่างเขิน ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างเขา ไม่นานสมาชิกในครอบครัวและคนสนิทที่มารวมตัวกันเพื่อส่งทั้งสองคู่ก็ทยอยออกมายืนบริเวณหน้าบ้านธีรภัทรเดินออกมาพร้อมพรีญาภัส ก่อนจะหันไปมองน้องชายกับน้องสะใภ้ที่ยืนอยู่ไม่ไก
“ร้องดังๆสิที่รัก บอกฉันว่าชอบโดนแรงๆแบบนี้”“ชอบค่ะ.....ชอบโดนแรงๆ.....อ๊าาาาาา.....แรงกว่านี้อีก”มุมปากหยักยกยิ้มพอใจที่เธอตามใจเขาสุดๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น ดุ้นหนาดันทะลวงเข้าไปสุดลำ มือหนาตบบั้นท้ายกลมเป็นจังหวะทุกครั้งที่กระแทกเข้าแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สะใจเขามากพอ วีรวัฒน์อุ้มปัญชิตาขึ้นจากเตียงอย่างง่ายดาย ร่างกายเธอสั่นระริกจากความเสียว เขาพาเธอเดินตรงไปยังห้องน้ำหรูหราข้างห้องนอน แสงไฟสีอบอุ่นสลัวๆทำให้บรรยากาศยิ่งเร่าร้อนเขาวางเธอลงตรงหน้ากระจกบานใหญ่ แล้วกดตัวเธอให้ยืนโน้มไปด้านหน้า มือทั้งสองข้างเกาะเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าไว้แน่น“ยืนนิ่งๆ.....อย่าขยับ” เขาสั่งเสียงกร้าวหญิงสาวยังหอบหายใจ ก้นแดงช้ำจากรอยตบก่อนหน้านี้ยังคงร้อนผ่าว เธอมองภาพตัวเองในกระจกที่ใบหน้าแดงก่ำ มือหนาเปิดลิ้นชักเก็บของแล้วหยิบดิลโด้สีดำเงา ออกมา หนาและมีเส้นเอ็นนูน ขนาดใหญ่ไม่แพ้ของเขา“คืนนี้.....เราจะใช้ของเล่นด้วยนะที่รัก แบบที่ฉันและเธอเล่นกันที่คอนโด” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงจูบหลังเธอ แล้วค่อยๆลูบไล้ร่องที่ยังแฉะไปด้วยน้ำของทั้งสองคนด้วยปลายดิลโด้“อ๊ะ.....มันใหญ่จังค่ะ.....ใหญ่กว่าที่เคยเล่น
คืนนั้น หลังจากชำระล้างร่างกายคลายความเหนื่อยล้า หญิงสาวในชุดนอนกระโปรงสีชมพูอ่อนกำลังนั่งเป่าผมอยู่บนเก้าอี้เครื่องแป้งหน้ากระจกในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวหมาดๆที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็อุ้มร่างเล็กเข้ามาในโซนนอน เขาวางเธอลงบนขอบเตียงเบาๆแล้วก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยนแสงไฟสีเหลืองนุ่มจากโคมไฟข้างเตียงส่องสว่างห้องหอสุดหรู กลีบกุหลาบสีแดงกระจายอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดริมฝีปากทั้งคู่ประกบกันช้าๆ ลิ้นแตะกันเบาๆด้วยความรักและความปรารถนาที่สะสมมานาน“วันนี้.....เธอเป็นของฉันอย่างถูกต้องแล้ว” เขากระซิบที่ริมฝีปากเธอ น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความครอบครองเขาจูบลงไปที่คอเธอช้าๆ ดูดเบาๆตรงซอกคอ แล้วเลื่อนลงไปที่ไหล่ ก้มลงดูดหัวนมเธอผ่านเนื้อผ้าบางๆ ลิ้นวนรอบแล้วดูดแรงขึ้น ปัญชิตาครางแผ่ว มือลูบหัวเขามือหนาถอดชุดนอนสีหวานออก แล้วก้มลงเลียกลีบอวบให้เธออย่างอ่อนโยน ลิ้นปัดผ่านเม็ดกระสันช้าๆ แล้วแทรกเข้าไปในช่องทางอุ่นๆ“อ๊ะ.....คุณวี.....” ปัญชิตาครางเสียงสั่น มือจิกผ้าปูเตียงเขาเลียและดูดดอไม้ของเธอต่อจนเธอตัวสั่น น้ำหวานใสไหลเยิ้มปัญชิตาทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอผลักไหล่เขาให้เอนหลังลงบนเตียง แล้วปีนขึ้นคร่อมตักเขา ม
จนเมื่อถึงช่วงสำคัญของพิธี มืออบอุ่นหยิบแหวนเพชรวงงามออกมาจากกล่องที่เปิดอยู่ แหวนที่เขาใช้เวลาคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ได้เลือกเพราะขนาดของเพชร แต่เลือกจากดีไซน์ที่เรียบหรู อ่อนหวาน และเหมาะกับบุคลิกของปัญชิตาหญิงสาวมองแหวนวงนั้น ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความสุข วีรวัฒน์ค่อยๆสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างทะนุถนอมจากนั้นปัญชิตาก็หยิบแหวนของเจ้าบ่าวขึ้นมา ยิ้มเขินเล็กน้อย ก่อนสวมแหวนคืนให้เขา เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งสวนกุหลาบ เจ้าสาวหมาดๆมองแหวนของตัวเองอีกครั้ง รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้า“สวยมากเลยค่ะ คุณเลือกเองใช่ไหม” เธอเอ่ยเบาๆ“ผมหวังว่าจะถูกใจ” วีรวัฒน์พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วหอมแก้มเขาหนึ่งครั้งต่อหน้าทุกคนเสียงแซวดังขึ้นทันทีจากญาติและแขกในงาน ธีรภัทรถึงกับหัวเราะเสียงดัง ขณะที่พรีญาภัสยิ้มกว้างอย่างชอบใจแม้วีรวัฒน์จะเป็นคนสุขุม แต่ใบหน้าก็แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อีกระลอกเมื่อพิธีการทั้งหมดรวมทั้งการจดทะเบียนสมรสเสร็จสิ้น แขกทุกคนจึงทยอยเข้าสู่บริเวณงานเลี้ยงที่จัดขึ้นกลางสวน โต๊ะอาหารถูกจั
หลังจากวันนั้น.....ทั้งสองครอบครัวก็เริ่มเตรียมงานแต่งงานทันที แม้จะตกลงกันว่าจะจัดเป็นงานเล็กๆภายใน เชิญเฉพาะครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ และคนสนิท แต่รายละเอียดกลับมีมากกว่าที่ทุกคนคิดไว้เรือนใหญ่ของรีสอร์ตคึกคักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เสียงพูดคุยดังสลับกับเสียงหัวเราะอยู่แทบทุกมุม แม่บ้านช่วยกันจัดเตรียมห้องรับรอง ฝ่ายครัวทดลองเมนูใหม่อยู่ทุกวัน ช่างดอกไม้เดินสำรวจพื้นที่หลายรอบเพื่อเลือกมุมที่เหมาะสมที่สุดแม้จะเป็นงานที่ต้องเตรียมอย่างเร่งด่วน แต่ไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อย ตรงกันข้าม.....ทุกคนกลับทำงานด้วยรอยยิ้ม ภาคย์เดินตรวจความเรียบร้อยทั่วรีสอร์ตด้วยสีหน้าอารมณ์ดี จนพนักงานหลายคนแซวว่าตั้งแต่เปิดกิจการมายังไม่เคยเห็นเจ้าของรีสอร์ตยิ้มบ่อยขนาดนี้ ปิ่นปักก็สนุกกับการเลือกชุดไทย เครื่องประดับ และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของพิธี ทุกครั้งที่เรียกปัญชิตามาลองชุด มารดาจะมองบุตรสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ลูกแม่สวยจริงๆ” คำชมเดิมถูกพูดซ้ำอยู่หลายครั้ง จนหญิงสาวได้แต่หัวเราะเขินๆทางฝั่งวีรวัฒน์เองก็ไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ เขาเป็นคนจัดเตรียมสินสอดด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรายการทรั
ภาคย์รับฟังอย่างสงบก่อนจะหันไปมองภรรยา ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียวก็เข้าใจความคิดของกันและกัน คุณปิ่นปักยื่นมือไปกุมมือบุตรสาวเบาๆ สายตาที่มองหญิงสาวเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“แม่เข้าใจแล้ว ที่แท้นี่เองคือเหตุผล”“ตั้งแต่ลูกกลับบ้าน พ่อกับแม่ก็สังเกตเห็นลูกไม่ค่อยหัวเราะเหมือนเมื่อก่อน ถามอะไรก็ตอบแต่ไม่ค่อยเล่าอะไร” ภาคย์ถอนหายใจเบาๆ พร้อมรอยยิ้มจางๆ“แม่คิดมาตลอดว่าลูกคงมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ก็รอ.....รอวันที่ลูกพร้อมจะเล่า” คุณปิ่นปักลูบหลังมือของลูกสาวอย่างแผ่วเบาเจ้าของร่างเล็กก้มหน้าลง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่คิดเลยว่าพ่อกับแม่จะสังเกตเห็นทุกอย่าง แม้เธอจะพยายามเก็บซ่อนมันไว้“ต้องขอบคุณนะครับ ที่ให้เกียรติครอบครัวของเราและเดินทางมาพูดคุยกันตรงๆ” ภาคย์หันกลับมาทางธีรภัทร“เป็นสิ่งที่ครอบครัวของผมควรทำครับ” ธีรภัทรยิ้มสุภาพ“แต่เรื่องนี้.....ผมกับภรรยาจะไม่เป็นคนตัดสินใจ” ภาคย์พยักหน้าช้าๆก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น“.....ลูกโตแล้ว มีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง พ่อกับแม่มีหน้าที่เพียงสนับสนุน ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหน” ปิ่นปักยิ้มใจดี โดยที่สามีพยักห
ช่วงเช้าของวันต่อมา รถยุโรปสีดำคันหรูเลี้ยวเข้าสู่รั้วสูงราว 2 เมตร อย่างช้า ๆ ที่นี่ต่างจากงานหมั้นที่ปัญชิตาเคยจินตนาการไว้ บรรยากาศภายในบ้านกลับอบอุ่นและเรียบง่าย สนามหญ้าหน้าบ้านถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวกับไฟประดับเล็กๆ โต๊ะอาหารยาวถูกจัดไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีเพียงเสียงหัวเราะของคนในครอบครัวและเพื่
“เปล่าหรอกค่ะ แค่รู้สึกอยากสวยเหมือนคนอื่นเขาน่ะค่ะ อีกอย่างก็เริ่มใกล้กำหนดกลับบ้านแล้ว เลยอยากให้พ่อกับแม่ตกใจน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบทีเล่นทีจริงบ้างทั้งคู่ยืนพูดคุยกันอย่างออกรส หัวเราะถึงเรื่องสมัยมหาวิทยาลัย บางครั้งภัทรยังเผลอแตะไหล่เธอเบาๆ อย่างสนิทสนมตามประสาเพื่อนเก่า แต่คนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก
หลายชั่วโมงต่อมา หลังจากถึงเวลาเลิกงาน ปัญชิตาได้หยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาถือแล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของวีรวัฒน์ มือเล็กเคาะเบาๆแล้วเปิดเข้าไปเพราะถึงอย่างไรเขาต้องรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมาจึงไม่รอคำอนุญาต“ไปเปลี่ยนสิ วันนี้เราต้องไปงานแทนพี่ธี” เสียงเข้มที่ดังพร้อมคำสั่ง สายตาเขามองไปที่ราวแขวนสูทที่มี
“พี่ธี เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง” เสียงทุ้มเรียบทำให้ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน วีรวัฒน์เดินมาหยุดข้างปัญชิตา ก่อนรับขวดไวน์จากมือเธอไปถือเอง“หวง?” ธีรภัทรเลิกคิ้วนิดๆ อย่างรู้ทัน“ครับ” วีรวัฒน์ตอบรับด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก“......” คำตอบตรงเกินไปจนปัญชิตาแทบสำลักลมหายใจตัวเอง ธีรภัทรหัวเราะเบาๆ ส่วนคนข้างก







