ログイン“เดี๋ยววันนี้พี่โทรบอกน้าปิ่นนะว่าพี่เจอปัน รอรับสายน้าปิ่นด้วยล่ะ” ภัทรบอกหญิงสาว หลังจากที่เธอก้าวลงจากรถ
“ค่าๆ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ปัญชิตารับคำเขา แต่เธอไม่ได้รับปากว่าจะรับสายมารดา
“อย่าดื้อมาก พี่รู้ว่าเรามันลูกสาวคนเล็ก ยังไงก็รั้น แต่เราโตแล้ว ต้องรับผิดชอบหน้าที่ในส่วนของเรา เข้าใจไหม” ภัทรยังไม่วายบ่นตามประสาคนที่เติบโตมาด้วยกัน
“รู้แล้วค่า เอาไว้ปันจะกลับบ้านเมื่อไหร่ปันจะบอกพี่คนแรกเลยนะคะ” ปัญชิตาบอกยิ้มๆ เธอไม่ได้โกหก ถ้าเธอจะกลับบ้านเธอจะบอกเขา
“ให้มันจริง พี่ไปละ ขึ้นไปดีๆล่ะ” ภัทรส่งยิ้มน้อยๆ
“ค่ะ ฝันดีค่ะ” ปัญชิตาโบกมือก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่ลิฟต์
“คุณวี!!!.....มาทำอะไร.....คะ”
ทันทีที่เปิดประตูเข้าห้อง หญิงสาวก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นว่าวีรวัฒน์นั่งหน้าตึงอยู่บนโซฟา
วีรวัฒน์ก้าวย่างด้วยฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วตรงเข้ามาที่ร่างเล็กที่ยังยืนอยู่หน้าประตูห้อง เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่ง ร่างกายนุ่มนวลของเธอแนบชิดกับอกกว้างของเขา ปัญชิตาตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างของเธอพยายามผลักเขาออก แต่แรงของเธอไม่ทำให้เขาสะเทือนแม้แต่น้อย
“ปล่อยฉันนะ.....” เธอพยายามขอร้องเขาเสียงอ่อน สายตากลับจ้องมองเขาด้วยแววตาอ้อนวอน
เขาไม่ตอบ แต่กลับยิ้มมุมปากอย่างดุดัน ก่อนจะโยนร่างบอบบางลงบนเตียงนุ่มหลังใหญ่ด้วยแรงที่ควบคุมได้พอดี ร่างกายของเธอเด้งขึ้นลงบนที่นอนสีขาว ผมยาวสยายกระจายไปทั่วหมอน กระโปรงพลิ้วไหวเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียน
ก่อนที่ปัญชิตาจะมีเวลาร้องหรือขยับหนี วีรวัฒน์ก็ก้าวขึ้นไปบนเตียง ร่างกายสูงใหญ่คร่อมทับเธอไว้หมด รูปร่างกำยำของเขาบดบังแสงไฟจากโคมไฟข้างเตียงจนเงามืดปกคลุมใบหน้าของเธอ
“ระริกระรี้ มีความสุขมากเลยใช่ไหม” เขากระซิบเสียงต่ำพร่า ด้วยน้ำเสียงที่ดุร้าย
มือใหญ่ของเขารวบข้อมือทั้งสองข้างของหญิงสาวขึ้นเหนือศีรษะในครั้งเดียว มือแข็งแรงบีบรัดไว้แน่นไม่ให้เธอขยับหนี หน้าอกของเธอยกขึ้นลงตามจังหวะหายใจถี่รัวจากความตื่นกลัว ใบหน้าดุดันลดต่ำลงจนจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มได้รูปของคนด้านล่าง ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะกลืนกินเธอทั้งเป็น
“.....คุณวีเป็นอะไร ปล่อยปันเถอะนะคะ” ปัญชิตาพูดเสียงแผ่ว น้ำใสไหลซึมทางหางตา หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ข้อมือที่ถูกตรึงไว้สั่นเทา
วีรวัฒน์ลดใบหน้าลงต่ำลงไปอีกจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงเซน จนกระทั่งริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาปิดทับริมฝีปากนุ่มของเธออย่างหิวกระหายทันที ไม่มีคำเตือน ไม่มีความอ่อนโยน เป็นจูบที่ดุเดือดและครอบครอง
เขากดจูบเธอแรงจนศีรษะทุยจมลงในหมอนลึก มือข้างที่ไม่ใช้กำลังบีบข้อมือเล็กเอาไว้แน่นตรึงเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับหนี
ลิ้นร้อนแหวกแทรกผ่านริมฝีปากเล็กเข้าไปทันทีที่เธอเผลอ เกี่ยวพันกับลิ้นนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ดุดัน ดูดดึง กลืนกินทุกความหวานราวกับจสูบเอาชีวิตเธอเข้าไปทั้งหมด
“อ๊ะ.....” เสียงครางแผ่วหลุดจากลำคอของนางเอก แต่ถูกกลืนหายไปในจูบที่ลึกและรุนแรงยิ่งขึ้น
เขาจูบเธอไม่ยั้ง เอียงศีรษะซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนมุมให้ลึกเข้าไปอีก ลิ้นของเขากวาดวน ดูดริมฝีปากล่างของเธอจนบวมเจ่อ แล้วแทรกเข้าไปวนเวียนกับลิ้นเธออีกครั้งอย่างไม่ให้พักหายใจ
อากาศในห้องร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งที่วีรวัฒน์เปิดแอร์รอเอาไว้นานแล้ว เสียงหายใจถี่รัวปะปนกับเสียงจูบที่ดังก้องในหูทั้งคู่
ปัญชิตาตัวสั่นเทา ข้อมือที่ถูกตรึงไว้กำหมัดแน่น นิ้วเท้าเกร็งกระตุกด้วยความตกใจปนเคลิบเคลิ้มที่พุ่งทะลุไปทั่วร่างกาย เธอตอบรับจูบเขาโดยไม่รู้ตัว ลิ้นเล็กๆ พยายามเรียบรู้และสู้กับลิ้นแข็งแรงของเขา แต่ยิ่งเธอตอบโต้ เขาก็ยิ่งจูบเธอแรงและลึกซึ้งมากขึ้น
เช้าของหลายวันต่อมา บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความคึกคักกว่าทุกวัน หลังจากใช้เวลาพักผ่อนและดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขของการเป็นคู่บ่าวสาวมาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาที่วีรวัฒน์และปัญชิตาต้องเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯด้านหน้าบ้านมีรถยนต์หรูสองคันจอดรออยู่ โดยคันหนึ่งเป็นรถของวีรวัฒน์กับปัญชิตา ส่วนอีกคันเป็นรถของธีรภัทรและพรีญาภัส พี่ชายของวีรวัฒน์และภรรยาที่จะเดินทางกลับพร้อมกันธาดากับวิริญญา เดินทางกลับไปตั้งแต่เสร็จจากงานได้ 2 วัน เพราะต้องรีบบินกลับไปทำงานต่อ“ของครบหรือยังครับคุณภรรยา” วีรวัฒน์เอ่ยถาม ขณะเดินถือกระเป๋าใบสุดท้ายออกมาจากตัวบ้าน“ครบแล้วค่ะ คุณสามีไม่ต้องห่วง” ปัญชิตาที่กำลังตรวจดูสัมภาระอีกครั้งหันกลับมายิ้ม“ได้ยินแล้วชื่นใจจัง” คำเรียกแทนตัวที่เปลี่ยนไปตามสถานะทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นทันที“อะไรคะ”“ก็คุณภรรยาเรียกผมว่าคุณสามีนี่ครับ”ปัญชิตาส่ายหน้าอย่างเขิน ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างเขา ไม่นานสมาชิกในครอบครัวและคนสนิทที่มารวมตัวกันเพื่อส่งทั้งสองคู่ก็ทยอยออกมายืนบริเวณหน้าบ้านธีรภัทรเดินออกมาพร้อมพรีญาภัส ก่อนจะหันไปมองน้องชายกับน้องสะใภ้ที่ยืนอยู่ไม่ไก
“ร้องดังๆสิที่รัก บอกฉันว่าชอบโดนแรงๆแบบนี้”“ชอบค่ะ.....ชอบโดนแรงๆ.....อ๊าาาาาา.....แรงกว่านี้อีก”มุมปากหยักยกยิ้มพอใจที่เธอตามใจเขาสุดๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น ดุ้นหนาดันทะลวงเข้าไปสุดลำ มือหนาตบบั้นท้ายกลมเป็นจังหวะทุกครั้งที่กระแทกเข้าแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สะใจเขามากพอ วีรวัฒน์อุ้มปัญชิตาขึ้นจากเตียงอย่างง่ายดาย ร่างกายเธอสั่นระริกจากความเสียว เขาพาเธอเดินตรงไปยังห้องน้ำหรูหราข้างห้องนอน แสงไฟสีอบอุ่นสลัวๆทำให้บรรยากาศยิ่งเร่าร้อนเขาวางเธอลงตรงหน้ากระจกบานใหญ่ แล้วกดตัวเธอให้ยืนโน้มไปด้านหน้า มือทั้งสองข้างเกาะเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าไว้แน่น“ยืนนิ่งๆ.....อย่าขยับ” เขาสั่งเสียงกร้าวหญิงสาวยังหอบหายใจ ก้นแดงช้ำจากรอยตบก่อนหน้านี้ยังคงร้อนผ่าว เธอมองภาพตัวเองในกระจกที่ใบหน้าแดงก่ำ มือหนาเปิดลิ้นชักเก็บของแล้วหยิบดิลโด้สีดำเงา ออกมา หนาและมีเส้นเอ็นนูน ขนาดใหญ่ไม่แพ้ของเขา“คืนนี้.....เราจะใช้ของเล่นด้วยนะที่รัก แบบที่ฉันและเธอเล่นกันที่คอนโด” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงจูบหลังเธอ แล้วค่อยๆลูบไล้ร่องที่ยังแฉะไปด้วยน้ำของทั้งสองคนด้วยปลายดิลโด้“อ๊ะ.....มันใหญ่จังค่ะ.....ใหญ่กว่าที่เคยเล่น
คืนนั้น หลังจากชำระล้างร่างกายคลายความเหนื่อยล้า หญิงสาวในชุดนอนกระโปรงสีชมพูอ่อนกำลังนั่งเป่าผมอยู่บนเก้าอี้เครื่องแป้งหน้ากระจกในห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวหมาดๆที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็อุ้มร่างเล็กเข้ามาในโซนนอน เขาวางเธอลงบนขอบเตียงเบาๆแล้วก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยนแสงไฟสีเหลืองนุ่มจากโคมไฟข้างเตียงส่องสว่างห้องหอสุดหรู กลีบกุหลาบสีแดงกระจายอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดริมฝีปากทั้งคู่ประกบกันช้าๆ ลิ้นแตะกันเบาๆด้วยความรักและความปรารถนาที่สะสมมานาน“วันนี้.....เธอเป็นของฉันอย่างถูกต้องแล้ว” เขากระซิบที่ริมฝีปากเธอ น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความครอบครองเขาจูบลงไปที่คอเธอช้าๆ ดูดเบาๆตรงซอกคอ แล้วเลื่อนลงไปที่ไหล่ ก้มลงดูดหัวนมเธอผ่านเนื้อผ้าบางๆ ลิ้นวนรอบแล้วดูดแรงขึ้น ปัญชิตาครางแผ่ว มือลูบหัวเขามือหนาถอดชุดนอนสีหวานออก แล้วก้มลงเลียกลีบอวบให้เธออย่างอ่อนโยน ลิ้นปัดผ่านเม็ดกระสันช้าๆ แล้วแทรกเข้าไปในช่องทางอุ่นๆ“อ๊ะ.....คุณวี.....” ปัญชิตาครางเสียงสั่น มือจิกผ้าปูเตียงเขาเลียและดูดดอไม้ของเธอต่อจนเธอตัวสั่น น้ำหวานใสไหลเยิ้มปัญชิตาทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอผลักไหล่เขาให้เอนหลังลงบนเตียง แล้วปีนขึ้นคร่อมตักเขา ม
จนเมื่อถึงช่วงสำคัญของพิธี มืออบอุ่นหยิบแหวนเพชรวงงามออกมาจากกล่องที่เปิดอยู่ แหวนที่เขาใช้เวลาคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ได้เลือกเพราะขนาดของเพชร แต่เลือกจากดีไซน์ที่เรียบหรู อ่อนหวาน และเหมาะกับบุคลิกของปัญชิตาหญิงสาวมองแหวนวงนั้น ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความสุข วีรวัฒน์ค่อยๆสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างทะนุถนอมจากนั้นปัญชิตาก็หยิบแหวนของเจ้าบ่าวขึ้นมา ยิ้มเขินเล็กน้อย ก่อนสวมแหวนคืนให้เขา เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งสวนกุหลาบ เจ้าสาวหมาดๆมองแหวนของตัวเองอีกครั้ง รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้า“สวยมากเลยค่ะ คุณเลือกเองใช่ไหม” เธอเอ่ยเบาๆ“ผมหวังว่าจะถูกใจ” วีรวัฒน์พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วหอมแก้มเขาหนึ่งครั้งต่อหน้าทุกคนเสียงแซวดังขึ้นทันทีจากญาติและแขกในงาน ธีรภัทรถึงกับหัวเราะเสียงดัง ขณะที่พรีญาภัสยิ้มกว้างอย่างชอบใจแม้วีรวัฒน์จะเป็นคนสุขุม แต่ใบหน้าก็แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้อีกระลอกเมื่อพิธีการทั้งหมดรวมทั้งการจดทะเบียนสมรสเสร็จสิ้น แขกทุกคนจึงทยอยเข้าสู่บริเวณงานเลี้ยงที่จัดขึ้นกลางสวน โต๊ะอาหารถูกจั
หลังจากวันนั้น.....ทั้งสองครอบครัวก็เริ่มเตรียมงานแต่งงานทันที แม้จะตกลงกันว่าจะจัดเป็นงานเล็กๆภายใน เชิญเฉพาะครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ และคนสนิท แต่รายละเอียดกลับมีมากกว่าที่ทุกคนคิดไว้เรือนใหญ่ของรีสอร์ตคึกคักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เสียงพูดคุยดังสลับกับเสียงหัวเราะอยู่แทบทุกมุม แม่บ้านช่วยกันจัดเตรียมห้องรับรอง ฝ่ายครัวทดลองเมนูใหม่อยู่ทุกวัน ช่างดอกไม้เดินสำรวจพื้นที่หลายรอบเพื่อเลือกมุมที่เหมาะสมที่สุดแม้จะเป็นงานที่ต้องเตรียมอย่างเร่งด่วน แต่ไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อย ตรงกันข้าม.....ทุกคนกลับทำงานด้วยรอยยิ้ม ภาคย์เดินตรวจความเรียบร้อยทั่วรีสอร์ตด้วยสีหน้าอารมณ์ดี จนพนักงานหลายคนแซวว่าตั้งแต่เปิดกิจการมายังไม่เคยเห็นเจ้าของรีสอร์ตยิ้มบ่อยขนาดนี้ ปิ่นปักก็สนุกกับการเลือกชุดไทย เครื่องประดับ และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของพิธี ทุกครั้งที่เรียกปัญชิตามาลองชุด มารดาจะมองบุตรสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ลูกแม่สวยจริงๆ” คำชมเดิมถูกพูดซ้ำอยู่หลายครั้ง จนหญิงสาวได้แต่หัวเราะเขินๆทางฝั่งวีรวัฒน์เองก็ไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ เขาเป็นคนจัดเตรียมสินสอดด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรายการทรั
ภาคย์รับฟังอย่างสงบก่อนจะหันไปมองภรรยา ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียวก็เข้าใจความคิดของกันและกัน คุณปิ่นปักยื่นมือไปกุมมือบุตรสาวเบาๆ สายตาที่มองหญิงสาวเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“แม่เข้าใจแล้ว ที่แท้นี่เองคือเหตุผล”“ตั้งแต่ลูกกลับบ้าน พ่อกับแม่ก็สังเกตเห็นลูกไม่ค่อยหัวเราะเหมือนเมื่อก่อน ถามอะไรก็ตอบแต่ไม่ค่อยเล่าอะไร” ภาคย์ถอนหายใจเบาๆ พร้อมรอยยิ้มจางๆ“แม่คิดมาตลอดว่าลูกคงมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ก็รอ.....รอวันที่ลูกพร้อมจะเล่า” คุณปิ่นปักลูบหลังมือของลูกสาวอย่างแผ่วเบาเจ้าของร่างเล็กก้มหน้าลง ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่คิดเลยว่าพ่อกับแม่จะสังเกตเห็นทุกอย่าง แม้เธอจะพยายามเก็บซ่อนมันไว้“ต้องขอบคุณนะครับ ที่ให้เกียรติครอบครัวของเราและเดินทางมาพูดคุยกันตรงๆ” ภาคย์หันกลับมาทางธีรภัทร“เป็นสิ่งที่ครอบครัวของผมควรทำครับ” ธีรภัทรยิ้มสุภาพ“แต่เรื่องนี้.....ผมกับภรรยาจะไม่เป็นคนตัดสินใจ” ภาคย์พยักหน้าช้าๆก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น“.....ลูกโตแล้ว มีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง พ่อกับแม่มีหน้าที่เพียงสนับสนุน ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหน” ปิ่นปักยิ้มใจดี โดยที่สามีพยักห
“เปล่า ไม่มีจริงๆ แค่อยากพักผ่อนสมองบ้าง” วีรวัฒน์ยอมปล่อยมือ ก่อนจะขยับหันตัวมองออกไปด้านเดียวกับหญิงสาว สายตาคมดุทอดมองไปไกล“งั้นตามสบายนะคะ ฉันง่วงแล้วค่ะ”“ปัน”“คะ?”“ปัน”“.....อ้อ ค่ะ งั้นตามสบายค่ะ ปันง่วงแล้วค่ะ ราตรีสวัสนะคะ”หลังจากกล่าวจบ ร่างเล็กก็หมุนตัวเดินกลับเข้าด้านในแล้วหายเข้าไ
ทางด้านปัญชิตา หลังจากที่หญิงสาวขึ้นมาบนห้องก็จัดการถอดเสื้อผ้า คว้าผ้าเช็ดตัว แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เสียงสายน้ำไหลทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงกดรหัสประตูเข้ามา“ว้ายยยย คุณวีเข้ามาได้ยังไง!!!” เมื่ออาบน้ำเสร็จเปิดประตูออกมาก็ร้องวี้ดลั่นแล้วถอยหลังกลับเข้าห้องน้ำไปด้วยความรวดเร็ว“รหัสคุณเดาง่ายเกิ
“เปล่าหรอกค่ะ แค่รู้สึกอยากสวยเหมือนคนอื่นเขาน่ะค่ะ อีกอย่างก็เริ่มใกล้กำหนดกลับบ้านแล้ว เลยอยากให้พ่อกับแม่ตกใจน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบทีเล่นทีจริงบ้างทั้งคู่ยืนพูดคุยกันอย่างออกรส หัวเราะถึงเรื่องสมัยมหาวิทยาลัย บางครั้งภัทรยังเผลอแตะไหล่เธอเบาๆ อย่างสนิทสนมตามประสาเพื่อนเก่า แต่คนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก
หลายชั่วโมงต่อมา หลังจากถึงเวลาเลิกงาน ปัญชิตาได้หยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาถือแล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของวีรวัฒน์ มือเล็กเคาะเบาๆแล้วเปิดเข้าไปเพราะถึงอย่างไรเขาต้องรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมาจึงไม่รอคำอนุญาต“ไปเปลี่ยนสิ วันนี้เราต้องไปงานแทนพี่ธี” เสียงเข้มที่ดังพร้อมคำสั่ง สายตาเขามองไปที่ราวแขวนสูทที่มี







