LOGINณ ห้องชมรมภายในศูนย์สาธิตวิทยาของสถาบัน EST ตอนช่วงเวลาบ่ายคล้อย ใบหยกยังคงนั่งก้มหน้าอยู่กับแบบแปลนชิ้นงานบนโต๊ะออกแบบอย่างเคร่งเครียด ดินสอไม้ด้ามยาวหมุนไปมาอยู่ระหว่างนิ้วเรียว ราวกับกำลังใช้ความคิดในหัวไม่หยุด
“ใบหยกจ๋า!”
เสียงหวานใสแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของวิเวียนดังขึ้นจากข้างหลัง เพื่อย้ำกับใบหยกว่าตอนนี้จบชั่วโมงเรียนแล้ว เธอควรจะวางงานในมือแล้วกับบ้านกับพวกเธอได้แล้ว
“พวกเรามีเรื่องสำคัญมากจะบอก”
มินตราเอ่ยขึ้นเป็นการเสริมทัพ ด้วยน้ำเสียงจริงจังจนใบหยกต้องเงยหน้าขึ้นจากแปลนงาน เพื่อมาให้ความสนใจกับพวกเธอแทน
“เรื่องอะไร? ถ้าเป็นเรื่องให้ไปช่วยพวกเธอแฮ็กระบบอีกล่ะก็ ไม่เอาแล้วนะ ฉันงานเยอะทำยังไม่เสร็จถึงครึ่งเลย”
ใบหยกถอนหายใจ ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกลับแปลนงานอีกครั้ง วิเวียนจึงเลื่อนเก้าอี้มานั่งลงข้าง ๆ พลางกอดคอเพื่อนรักแน่น
“ไม่ใช่จ้ะ…คราวนี้เป็นเรื่องความสุขของพวกต่างหาก”
“ความสุข? ความสุขอะไรอ่า?” ใบหยกเลิกคิ้วอย่างสงสัย
มินตราที่ยืนกอดอกพิงโต๊ะอยู่ก็ไขข้อสงสัยในทันที
“วันนี้เป็นวันเกิดของวิเวียนไง...อย่าบอกนะว่าใบหยกมัวสนใจแต่โปรเจกต์ของสถาบันจนลืมวันเกินวิเวียนไปแล้ว เรานัดกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไปฉลองกัน”
“จริงด้วย...ฉันขอโทษ แต่โปรเจกต์มันยังไม่เสร็จเลยอ่า...” ใบหยกมองหน้าเพื่อนด้วยความรู้สึกผิดที่ลืมวันเกิดของเพื่อน แต่โปรเจกต์สถาบันก็สำคัญกับเธอมากเช่นกัน
“หยุดเลย!” วิเวียนยกมือขึ้นชี้หน้าเพื่อนและพูดดักคอเธอทันที ก่อนที่เธอจะชักแม่น้ำทั้งห้ามาเป็นเหตุผลและข้ออ้าง
“...โปรเจกต์น่ะเธอทำทั้งวันทั้งคืนแล้ว ถึงเวลาพักก็ควรหยุดพัก ขืนเธอไม่ยอมพักสมองเธอได้ระเบิดตายก่อนส่งงานแน่” วิเวียนขู่เพื่อน ฟังดูโหดร้าย แต่ที่จริงแฝงไปด้วยความห่วงใยล้วนๆ
ใบหยกถึงกับหลุดขำในลำคอ กับความโอเว่อร์จนฟังดูน่ากลัวของเพื่อน
“ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า อย่างมากก็แค่เหนื่อยนิดหน่อยเอง”
มินตราส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อและไม่เห็นด้วยกับที่เธอพูด
“เธอพูดแบบนี้ทุกครั้ง แต่ดูสภาพเธอสิ ใต้ตาดำคล้ำจะเหมือนหมีแพนด้าอยู่แล้ว”
“แพนด้าก็น่ารักดีออก...อ้วน ๆ ขนฟู ๆ” ใบหยกประชด
แต่สายตาสองคู่ที่มองกลับมามันจริงจังจนเกินกว่าจะขำไปด้วยได้
“แต่เธอไม่ได้อ้วนเนาะ ขนก็ไม่ฟูจ๊ะ...เนาะ!” วิเวียนประชดกลับด้วยจริตตัวแม่
“ไปกับพวกเราเถอะนะ มีนอยากให้ใบหยกไป ไม่งั้นแก๊งเราก็ไม่ครบสิ” มินตราพยายามโน้มน้าว
วิเวียนเองก็จับมือใบหยกแล้วเขย่าเบา ๆ ก่อนจะขอร้องให้เธอไปด้วย
“นะ…ไปเถอะ ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง แค่คืนนี้คืนเดียวเอง ฉันสัญญาว่าจะไม่ลากเธอไปที่ไหนให้วุ่นวาย ถือซะว่าให้เป็นของขวัญวันเกิดของฉันก็ได้”
“และเธอก็จะได้กินเค้กช็อกโกแลตของร้านโปรดเธอด้วยนะ พวกเราตั้งใจสั่งมันมาเพื่อกินกับเธอไง แบ่งไปให้พ่อทานด้วย อร่อยมากเลยนะ...ใบหยก” มินตราหยิบไม้ตายสุดท้ายออกมาหลอกล่อ เพราะเรื่องกินสำหรับใบหยกคือเรื่องใหญ่มาก
ใบหยกชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องเค้กร้านอร่อยที่เธอชอบกิน แต่ราคามันแพงมาก หากวิเวียนกับมินตราไม่ซื้อมาฝากเธอก็คงไม่มีปัญญาได้กิน แววตากลมเริ่มแสดงความลังเลใจ จนบั่นทอนความดื้อดึงไปหมดสิ้น
“…ร้านที่อยู่แถวบ้านวิเวียนน่ะเหรอ” ใบหยกถามเสียงอ่อย จนวิเวียนหันไปยิ้มกว้างให้กับมินตรา
“ใช่เลย...ราคาแพงนะแต่ไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือมันอร่อยมาก คิวก็ย๊าว...ยาว...ถ้าไม่เส้นสายจริง ๆ แบบสนิทกับเจ้าของร้านเหมือนฉัน ต้องจองคิวล่วงหน้าเกือบอาทิตย์เลยนะ” วิเวียนพยายามเอาของโปรดมาล่อเพื่อนสาว
“ถ้าลำบากขนาดนั้น...คราวหน้าเธอก็ไม่ต้องหิ้วมาฝากฉันก็ได้”
“โถ่...ใบหยก...เธอก็ใจอ่อนกับฉันหน่อยไม่ได้หรือไง เราเป็นเพื่อนกันนะ แค่เค้กนี่ไม่ทำให้ฉันลำบากหรอก ถ้าจะให้หิ้วมาให้เธอทุกวันก็ทำได้ ฉันทำให้เธอขนาดนี้ เธอทำเพื่อฉันสักครั้งไม่ได้หรือไง...เธอนี่ซึ้งกับใครไม่เป็นเลยจริง ๆ ถามหน่อยเหอะ...นอกจากผู้ชายในซีรีส์เธอเคยร้องไห้เพราะใครบ้างไหมฮะ...ยัยใบโหด!”
“วิเวียน!” ใบหยกถลึงตาโตใส่วิเวียน ที่เอาเรื่องน่าอายของเธอมาล้อเลียนเธอ แต่พอเห็นเพื่อนสองคนทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่กัน ความเหนื่อยและความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งวัน ก็พลันหายไปในทันที
“โอเค…ก็ได้ แค่คืนนี้นะ หลังจากนี้ห้ามพวกเธอมาก่อกวนฉันอีก จนกว่าฉันจะทำโปรเจกต์นี้เสร็จ” และใบหยกก็ยอมไปกับเพื่อนในที่สุด
“อ๊ายยย! สำเร็จ!” เสียงกรี๊ดดีใจของสองสาวดังขึ้นทันที วิเวียนกับมินตราตบมือแท็กทีมกัน เหมือนเพิ่งชนะสงครามใหญ่ ส่วนใบหยกก็ได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ ให้กับความเจ้าเล่ห์ของเพื่อน แต่ปากกลับยิ้มมีความสุขโดยไม่รู้ตัว
วันเกิดปีนี้...วิเวียนเลือกพาเพื่อนรักมาเที่ยวถึงผับหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ห่างจากมหาวิทยาลัยของพวกเธอออกมาค่อนข้างไกล แต่ข้อดีคืออยู่ใกล้ ๆ หมู่บ้านของเธอ
ภายในผับเปิดเพลงเสียงดังผสมกับเสียงกรีดร้องอย่างสะใจของนักท่องราตรีทั้งหลาย จังหวะเบสสะเทือนอกสะเทือนใจ จนใจเต้นแทบจะเป็นจังหวะเดียวกันกับเพลง
เมื่อประตูผับชั้นในสุดถูกเปิดออก แสงไฟหลากสีตัดกับความมืดสลัวที่พร่ามัวภายในห้องโถงด้านใน กลิ่นเครื่องดื่มและน้ำหอมหลากหลายยี่ห้อปะปนกันจนเกิดเป็นบรรยากาศที่สนุกคึกคัก เกินกว่าที่ใบหยกจะคุ้นเคยได้
“อู๊ย! บรรยากาศมันได้!”
วิเวียนพูดเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง พลางหมุนตัวใส่จังหวะ เหมือนคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี มินตราโบกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟให้หาที่นั่งให้ พนักงานจึงผายมือเป็นการเชิญให้ทุกคนเดินเข้าไปข้างใน
“โต๊ะตรงมุมห้องว่างพอดีเลย ไปนั่งกันเถอะ”
ทั้งสามคนเดินฝ่าผู้คนเข้าไปนั่งที่มุมห้อง โดยวิเวียนเป็นคนเปิดเมนูและเริ่มสั่งเครื่องดื่มกับอาหาร
“คืนนี้ไม่ต้องคิดมาก ใครอยากกินอะไรสั่งมาเลย เดี๋ยวเจ๊เลี้ยงเอง” เธอว่า พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับเพื่อนๆ
มินตราจึงรีบยกมือเพื่อบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ “ขอค็อกเทลหวาน ๆ กับเอ็นไก่ทอดจานใหญ่หนึ่งจาน”
ตามด้วยวิเวียน “ฉันเอามาการิต้า นาโช่ชีส และก็ค็อกเทลเหมือนกัน”
พนักงานจดออร์เดอร์จากทั้งสอง ก่อนจะหันมามองหน้าใบหยก ที่ยังคงไล่ดูเมนูอยู่นานแต่ไม่มีทีท่าว่าจะสั่งเลยสักอย่าง
“แล้วคุณล่ะครับ...รับอะไรดี?”
ใบหยกยิ้มบาง ๆ เพราะเธอดูราคาแล้วก็รู้สึกเกรงใจวิเวียน เพราะแต่ละอย่างมันทั้งหรูและแพงมาก
“เอ่อ...ขอนมหมีปั่นน้ำผึ้งค่ะ”
“นมหมีปั่น?” วิเวียนกับมินตราหันมามองใบหยกพร้อมกัน เพราะไม่คิดว่าสายโหดอย่างประธานสภานักศึกษาอย่างใบหยก จะมานั่งดูดนมหมีปั่นในผับหรูอย่างนี้
ในขณะที่ใบหยกได้แต่หัวเราะ เมื่อเห็นเพื่อนรักทั้งสองเอาแต่จ้องเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าจะมาฉลองวันเกิดกับพวกเธอ แบบกินข้าวนั่งชิลอะไรแบบนั้น...ไม่ใช่จะมาเมาสักหน่อย”
“แกก็ชิลเกิน...อยากกินนมปั่น แถวมหาลัยก็มีปะ...ไม่งั้นจะถ่อมาไกลถึงนี่ไหม” วิเวียนบ่น
“เออ...ช่างฉันเถอะน่า พวกเธอจะดื่มก็ดื่มไป ฉันไม่ดื่มเดี๋ยวตื่นไปทำโปรเจกต์ไม่ได้ เสียงานเสียเวลาด้วย” ใบหยกยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์ของตัวเอง จนวิเวียนกับมินตราต่างก็ส่ายหัวพร้อมกัน
หลังจากนั้นไม่นานเครื่องดื่มและอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ กลิ่นหอมของปีกไก่ทอดและชีสอุ่น ๆ ลอยขึ้นมา ทำให้บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย วิเวียนกับมินตราจิบเครื่องดื่มไปสองสามอึกก็ลุกขึ้นยืน
“ปะมีน...ไปเต้นกัน!” วิเวียนคว้ามือมินตราแล้วลากออกไปที่ฟลอร์ท่ามกลางฝูงชนมากมายที่กำลังขยับกายโยกย้ายตามทำนองเพลง
ส่วนใบหยกก็นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ พลางยกแก้วนมหมีปั่นขึ้นมาจิบ รสหวานนุ่มของนมผสมกับกลิ่นน้ำผึ้ง ทำให้หัวใจที่ตึงเครียดมาหลายสัปดาห์ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เธอมองเพื่อนทั้งสองคนหัวเราะเริงร่าและเต้นหมุนไปหมุนมาตามจังหวะเพลง ทำให้ใบหยกเผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แถมรอยยิ้มนี้ก็ไม่ได้เกิดจากการฝืดฝืน แต่เป็นรอยยิ้มที่เกิดจากความสุขทางใจ เพราะได้เห็นเพื่อนที่เธอรักที่สุดมีความสุขอยู่ตรงหน้า...
ตับ! ตับ! ตับ!“อื้อ... นิกา อื้ออ... นิดา...อาส์”ลมหนาวคราวคำรามพลางสับสะโพกถี่ขึ้น ชื่อของชานิกาหลุดออกจากปากของเขาไม่หยุด ในขณะที่ชาติกาสั่นเทิ่มไปทั้งตัวความแข็งขืนที่อวบแน่นของเขาทะลวงเข้าในร่องนุ่มของเธอรัว ความเสียวซ่านแผ่กระจายไปทั่วช่องท้องน้อย จนเธอเผลอตอดรัดเขาเอาไว้แน่น ลมหนาวกดเข่าเธอลงไปกับที่นอนเพื่อบังคับเรียวขาสวยให้อ้ากว้างพร้อมรับลำเอ็นท่อนอวบของเขา ก่อนจะกดกระแทกมันเข้าไปในร่องนุ่มที่ชุ่มฉ่ำของเธออย่างเน้นหนัก“อ๊าย! อื้อ...ฮื่อ... หนาวคะ นิกา...นิกา...ไม่ไหวแล้ว อื้อ... มัน... มันเสียวเกินไปค่ะ นิกาจะ... มัน อื้อ... หนาว...”ชานิกาครวญครางไม่เป็นศัพท์ยิ่งกระตุ้นให้ลมหนาวซาบซ่านจนแทบจะกลั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน“ปล่อยเลยครับที่รัก... ให้มันจบ... เสร็จให้เรานะ พร้อมกัน ตอดแน่น ๆ เราชอบ อาส์ ซี๊ดดด! อาาส์”“งื้อ... อ๊ายยยย... อ๊า... หนาว ฮื่อ ๆ หนาว อื้อ...ฮื่อ”ชานิกาเกร็งแน่นและกระตุกรัว ๆ จนน้ำหวานสีใสไหลออกมาอาบชโลมแท่งเนื้ออวบของเขา จนจังหวะการกระแทกเกิดเสียงฉ่ำแฉะจนฟังดูน่าอาย สวบ! สวบ! สวบ!“อื้อ...” ท่อนเนื้ออวบของลมหนาวถูกร่องนุ่มของชานิกาตอดแน่นและกระตุกถี่
SECRET 46 [NC18+++]ร่างบางนอนหอบหายใจอย่างหมดแรง ทิ้งร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ลมหนาวค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับบนตัวเธอ จนมาหยุดอยู่ในระดับเดียวกัน ชานิกาจ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ลมหนาวเองก็มองเธอนิ่งก่อนจะเลียริมฝีปากที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวานของเธอ“นิกาหวานมากเลย” เขาว่าพลางจับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ “บะ... บ้า!” ชานิกาทำตาเขียวใส่เขา ทั้งที่ใบหน้ากำลังแดงเนื่องด้วยความเขินอายลมหนาวหลุดยิ้มออกมาจนชานิการู้สึกแปลกใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นเขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้“ยิ้มอะไรคะ ภูมิใจมากเหรอที่รังแกนิกาได้” น้ำเสียงของเธอเหมือนงอนเขาอยู่เล็กน้อย“เรียกว่ารังแกเหรอ?” ลมหนาวเอียงคอถาม“แล้วจะเรียกว่าอะไร หนาวทำแบบนี้กับนิกาทำไม... น่าอายชะมัด”“นิกาจะได้รู้ไง ว่าเราอดทนมากแค่ไหน เราอยากทำแบบนี้กับนิกาใจจะขาดอยู่แล้ว”“นี่... พูดจริงเหรอ?” ชานิกาถามเขาจริงจัง ลมหนาวจึงแตะจูบลงบนริมฝีปากของเธออีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบ“ครับ...” คำตอบเพียงสั้น ๆ หลุดออกมาเป็นคำสุดท้าย ก่อนจูบหวานละมุนจะค่อย ๆ แนบลงไปบนกลีบปากนุ่มของชานิกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนจนขานิกาอ่อน
พูดไม่ทันจบประโยค ชานิกาก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากร้อนของลมหนาว เมื่อเขาบดขยี้มันลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างหยาบคาย เพื่อบังคับให้เธอกลืนถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานาที่มีต่อเขาลงไป ก่อนจะดูดดื่มเรียวปากกอิ่มของเธอด้วยความกักขฬะและร้อนแรง“อื้อ! ฮื่อ...”เพียะ!!!ชานิกาผลักเขาออกสุดกำลัง ก่อนจะสาดฝ่ามือเรียวเข้าใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง จนเสียงดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณห้องสูทชานิกาตกใจจนตัวสั่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลมหนาวไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอเลย แต่มาวันนี้เขากลับจูบเธอ แถมยังเป็นจูบที่หยาบคายสุด ๆ จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันสายตาของเขาที่จ้องเธอในตอนนี้ แข็งกระด้างราวกับคนที่โกรธเกลียดกันมาเป็นปี ชานิกาจึงค่อย ๆ ถอยห่างออกมา และวินาทีนั้นเองที่ลมหนาวก้าวเท้าเข้าไปหาเธอแทบจะทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดและจูบเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขากลับกอดเธอแน่นมาก จนชานิกาไม่มีโอกาสหนีได้อีก“อื้อ! หนาว... ปล่อยนิกานะ อื้อ...”เสียงของเธอขาดหายไปพร้อมกับจูบอันร้อนแรงที่เขามอบให้ ริมฝีปากร้อนของลมหนาวดูดดื่มกลีบปากนุ่มของเธอ ก่อนจะสอดส่งปลายลิ้นชุ่มข้าไปทักทายลิ้นเล็กของเธอและกอดเกี่ยวออกมาดูดดื่ม จนเธอแทบหายใจไม่
ชานิกาเดินออกจากห้องของทำงานของเวกัสด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง คำพูดของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุด‘แฟนเก่านิกาไง? ไอ้หนาว’‘มันขอยัยนั่นเป็นแฟนแล้ว’ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปตามโถงทางเดินของ VENIKA CLUB มันเหมือนกับว่าเรี่ยวแรงของเธอกำลังจะหมดลงทุกที เธอเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอสำหรับเรื่องความรัก ก่อนนี้เธอยอมรักว่ารักลมหนาวมาก และเธอก็แอบรักเขามาตลอดแต่ความรักของเธอที่มีต่อเขา เป็นความรักที่ไม่ต้องการเรียกร้องสิ่งใด ขอเพียงแค่เธอได้รัก... แม้มันจะเป็นเพียงความรู้สึกฝ่ายเดียว ชานิกาก็ยอม...แต่มาวันนี้... เธอเพิ่งรู้ว่าเธอกำลังหลอกตัวเองมาตลอด เพียงแค่เธอได้ยินสิ่งที่เวกัสบอกหัวใจที่เคยเข้มแข็งของเธอก็ราวกับกำลังแตกสลายสมองของเธอคิดแต่เรื่องของลมหนาวจนตีรวนไปหมด ความอดทนอดกลั้นที่เธอพยายามมองข้ามมันมาตลอด กำลังปะทุขึ้นมาในเวลาเดียวกัน เธอเดินมาถึงหน้าห้องพักส่วนตัวของตัวเองภายในคอนโดหรู ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างเหม่อลอยปัง!กริ๊ก!แต่ทว่าขณะที่เธอกำลังจะดึงประตูปิดเข้าไป ร่างสูงของใครบางคนกลับแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดลง และเสียงล็อกก็ดังตามมาติด ๆ ชาน
“เป้าหมายบรรลุแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องดีใจสิ แต่ทำไมหน้าเวถึงดูไม่ค่อยพอใจเลย”เสียงของชานิกาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง VIP หญิงสาวนั่งพิงพนักโซฟา มองเพื่อนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ หอนาฬิกาสร้างเสร็จแล้ว เวกัสสามารถกู้โปรเจกต์กลับมาได้ตามที่ตั้งใจ และเขายังสามารถทำตามข้อเสนอที่ยื่นต่อ ดร.เจนภพ จนชื่อของตัวเองถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อนักศึกษาฝึกงานของบริษัท VVIT GROUP ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวตัวเองได้สำเร็จอีกด้วยทุกอย่างควรเป็นไปตามแผน แต่คนที่ควรจะเป็นฝ่ายยิ้มอย่างผู้ชนะกลับนั่งเงียบ ดวงตาคมทอดมองแก้วเครื่องดื่มในมือราวกับในนั้นมีคำตอบของเรื่องบางอย่างซ่อนอยู่ ก็ไม่แปลกที่ชานิกาจะเกิดข้อสงสัย เวกัสหมุนแก้วไปมาอย่างช้า ๆ ก่อนตอบคำถามของเธอ“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก”“อะไรยังไม่จบ?” ชานิกาขมวดคิ้วเวกัสเงียบไปครู่หนึ่ง พลางนึกไปถึงภาพของใบหยก ตอนที่ยืนดีใจอยู่หน้าป้ายประกาศรายชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือกที่จะได้ไปฝึกงานในบริษัทของพ่อเขา สีหน้าของเธอในตอนนั้น ไม่ใช่สีหน้าของนักศึกษาที่ดีใจเพราะกำลังจะได้ประสบการณ์ทำงานกับบริษัทใหญ่ แต่มันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังดีใจกับสิ่
@วาสุปาร์ค คอนโดแฟ้มบันทึกรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุภายในโรงงานถึงเปิดดูทีละหน้าด้วยมือของเวกัส รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับประกัน บันทึกการเยียวยา รายชื่อของพนักงานที่อยู่ในโรงงานวันนั้น และรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินชดเชยเขาไล่ดูมันทีละรายการ บางข้อมูลหายไปอย่างแบบงง ๆ ราวกับไม่มีการบันทึกข้อมูล บางเอกสารถูกแก้ไขภายหลัง และยิ่งค้นก็ยิ่งมีหลายอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเรื่องของเงินประกันและเงินชดเชยในแต่ละเคสเวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความในเอกสารอย่างเคร่งเครียดคุณเฉลิม ผู้จัดการฝ่ายบริหารโรงงาน...คุณปิยะพงษ์ หัวหน้างานฝ่ายผลิต...สองชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารแทบจะทุกฉบับ แต่กลับมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ตรงกัน เวกัสเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนจะขมวดคิ้ว“เหมือนมีอะไรสักอย่างที่ไม่ปกติ...”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเปิดแฟ้มอีกชุดขึ้นมา และในแฟ้มนั้น... มีชื่อของบริษัทประกันที่เคยรับผิดชอบคดีเมื่อห้าปีก่อน รวมถึงรายชื่อบุคคลที่เป็นผู้ติดต่อดำเนินการเรื่องเงินชดเชย เวกัสจ้องมันอยู่นาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“ช่วยหาข้อมูลของสองคนนี้ให้ละเอียดที่สุด” เขาส
(5ปีก่อน...)ภายในงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากการจับฉลากของขวัญของพนักงานทั้งบริษัท ชายคนหนึ่งได้รับของขวัญเป็นกล่องคุกกี้หอมหวานกับตุ๊กตาหมีขนฟูตัวใหญ่เป็นรางวัล แนบมากับซองเงินโบนัสของปีนี้ ซึ่งเขาจะได้ใช้จ่ายสำหรับค่าเล่าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้กับลูกสาว
เสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นไม้ของห้องใต้ดินภายในตึกวิศวกรรมเครื่องกลดังลั่น ท่ามกลางเสียงเงียบกริบที่ตึงเครียดกว่าสนามรบ สายตาทุกคู่จับจ้องร่างสูงที่เดินวนไปมาอยู่กลางห้อง พร้อมประกายความโกรธแค้นอันรุนแรง ที่ฉายชัดในดวงตาสีเข้มของเขา“แม่งเอ๊ย!!!” เวกัสสะบัดเสื้อช็อปออกจากร่าง ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอ
ช่วงเช้าของวันใหม่...คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย เสียงฝีเท้านิสิตนักศึกษาดังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่วเบา พร้อมเสียงหัวเราะและการทักทายสลับกันไปทว่าภายในโถงล็อกเกอร์ของคณะกลับมีบางอย่างผิดปกติออกไป ทุกคนเหมือนจะมีจุดโฟกัสเดียวกันทั้งคณะ ตรงล็อกเกอร์หมายเลข 21 ซึ่งเป็นล็อกเกอร์ของประธานสภานั
“อะ…อื้มมม…เวกัส…”เสียงครางหวานหูปนแหบพร่าดังสะท้อนในความมืดเป็นระลอก สลับกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เหมือนสายฝนที่กำลังซัดกระหน่ำลงมาไม่หยุดในตอนนี้ในขณะที่ร่างกำยำของชายหนุ่มก็กำลังกระแทกความแข็งแกร่งอย่างหนักหน่วงใส่ร่างบาง ที่นอนอ่อนแรงอยู่ใต้ร่างของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง“อาส์...ฮึ่ม...” ชายหน







