Share

บทที่ 10

last update Last Updated: 2026-02-14 16:31:46

สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 10

ปรารถนาที่ทำความสะอาดก็แอบสังเกตว่าไม่เห็นสายไฟหรือหลอดไฟของบ้านหลังนี้เลย เธอเลยชะเง้อมองดูเส้นทางที่เขาพาขับรถเข้ามาก็ไม่เห็นมีเสาไฟอย่าบอกนะว่า?

ทำความสะอาดชั้นบนจนเสร็จสรรพแล้วเธอก็ลงมาชั้นล่าง เห็นเขานอนเอาขาไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้เธอเลยเดินเข้าไปถาม

"บ้านหลังนี้ไม่มีน้ำมีไฟแล้วจะอยู่ยังไง"

"ใครบอกไม่มีน้ำ"

"ฉันไม่เห็นมีก๊อกน้ำเลย"

"ก็นั่นไง" ต้นข้าวใช้ปลายเท้าที่เขาไขว่ห้างอยู่ชี้ไปทางบ่อน้ำ

"ใช้น้ำบ่อเหรอ?"

"ถ้าไม่ใช้น้ำบ่อจะใช้น้ำอะไรล่ะ"

"แล้วบ้านหลังที่คุณเดินไปหาเป็นบ้านของใคร" เธอคิดว่ากระท่อมปลายนาหลังนี้ต้องเป็นของเจ้าของบ้านหลังนั้น เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่ส่วนบุคคลไม่เห็นชาวบ้านเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย

"อยากจะรู้ไปทำไม"

"ฉันคิดว่าเป็นบ้านของญาติคุณ"

"ไม่ใช่หรอก"

"แล้วที่นี่เป็นของใครคะ"

"สวรรค์ของเราสองคนไงอยากอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าเธอจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ"

"ฉันแค่ถามว่าที่นี่เป็นของใคร" ทำไมเธอจะไม่รู้ความหมายและสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ คงอยากทำให้เธอถอนตัว

"พ่อซื้อไว้ แต่ก่อนฉันก็มาทำไร่ไถนาที่นี่แหละ" ชาวบ้านแถวนี้ใครอยากขายที่เหนือตะวันก็ซื้อไว้ทั้งหมด

"คุณเคยทำนาเหรอ?"

"ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าเธออยู่กับฉันก็ต้องทำนาเหมือนกัน"

"ทำนา?" ถึงแม้ฐานะทางบ้านจะไม่ดีแต่เธอก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ เขาคนที่รวยระดับมหาเศรษฐีเคยทำแบบนี้ด้วยเหรอ?? หรือว่าแค่อยากจะขู่ให้เธอกลัวการลำบากแล้วถอยออกไป

ปรารถนาเดินไปมองดูบ่อน้ำที่ต้องใช้ พอมองลงไปน้ำในบ่อสะอาดมาก "แล้วเราจะเอาอะไรตักน้ำขึ้นมาคะ"

"เดี๋ยวไปหามาให้"

"แล้วน้ำดื่มล่ะคะเราจะดื่มน้ำที่ไหนกัน"

"จะอะไรนักหนาทีละอย่างไม่ได้หรือไง"

ทำความสะอาดอยู่ตั้งนานรู้สึกหิวเลยถามเรื่องน้ำดื่มด้วย แต่พอถูกตะคอกเลยเงียบ

ต้นข้าวเดินกลับมาที่บ้านของตากับยายอีกครั้ง บอกพวกท่านว่าอยากได้ที่ตักน้ำจากบ่อ

"ทำไมเราไม่มาใช้น้ำที่บ้านล่ะลูก"

"ผมบอกความจริงคุณยายก็ได้ครับ ตอนนี้ผมกำลังทำงานวิจัยส่งอาจารย์อยู่" ต้นข้าวจำเป็นต้องโกหกไปแบบนี้เพราะเขารู้นิสัยของตากับยายดีคงไม่จบแค่นี้แน่เดี๋ยวดึกๆ ก็แอบไปดูเขาที่กระท่อม

"อ้าวหรือลูกทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก มหาลัยเรานี่ก็แปลกนะทำไมต้องให้เด็กมาทำอะไรลำบากแบบนี้ด้วย"

"แค่นี้ไม่ลำบากหรอกครับ ผมถามอะไรยายหน่อยสิ"

"มีอะไรหรือต้น"

"มีอะไรที่ลำบากกว่านี้ไหมครับ" เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็จริงแต่งานหนักเขาไม่เคยได้แตะเลย

"ช่วงนี้ยังไม่ถึงฤดูปลูกข้าวต้องรอฝนตกก่อน แต่ถ้าลูกอยากจะเอางานส่งอาจารย์ก็มีปลูกผักสวนครัว"

"ปลูกผักหรือครับ?" จำได้แล้วตาเคยทำแปลงผักสมัยตอนที่เขายังเรียนประถมอยู่ ตอนเรียนประถมต้นข้าวก็เรียนอยู่ที่นี่แหละ แต่พอขึ้นมัธยมถึงได้ย้ายเข้ากรุงเทพฯ

"เดี๋ยวยายจะให้ตาไปช่วยทำแปลงผักนะ"

"ไม่ต้องหรอกครับผมขอแค่อุปกรณ์พอ" แบบนี้จะทนได้สักกี่น้ำเดี๋ยวก็ร้องไห้ขอกลับบ้านแล้ว

พอได้ที่ตักน้ำจากบ่อแล้วต้นข้าวเลยเปิดตู้เย็นคิดว่าจะเอาน้ำไปให้เธอด้วย แต่พอเหลือบมองไปเห็นน้ำที่ยังไม่เอาเข้าตู้เขาเลยเปลี่ยนใจไม่เอาน้ำเย็นแล้วเพราะมันจะสดชื่นเกินไป

"ของพวกนี้?" ปรารถนามองดูจอบเสียมในมือของต้นข้าวก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเอามาด้วยทำไม

"อุปกรณ์ปลูกผัก"

"ต้องปลูกผักด้วยเหรอคะ?"

"ไม่ปลูกผักแล้วจะเอาอะไรกิน"

"ที่นี่ไม่มีตลาดเหรอ"

"ถ้าเธอรักสบายขนาดนั้นฉันว่าเธอกลับบ้านไปเถอะ"

หลังจากดื่มน้ำแล้วปรารถนาเลยเอาถังที่มีเชือกผูกมาตักน้ำขึ้นมาไว้ใช้ก่อน

"ซี๊ดด" ตักจนน้ำเต็มตุ่มเล็กๆ ที่วางอยู่ใต้ถุนบ้านก็รู้สึกแสบมือมากเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน

"ถ้าตักน้ำเสร็จแล้วมาขุดแปลงผักด้วย"

"จะทำวันนี้เลยเหรอ?" มองดูท้องฟ้าก็ค่ำมากแล้ว ถ้าทำตอนนี้ไฟก็ไม่มีแล้วจะเอาแสงสว่างที่ไหนมามองล่ะ

"แล้วจะรออะไร ถ้าผัดวันประกันพรุ่งเมื่อไรจะได้กินผัก"

ปรารถนาเดินไปทางหลังกระท่อมตรงที่เขาจะทำแปลงผัก "ไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้มั้งคะ​ ตอนนี้มันมืดมากแล้วไม่มีไฟ"

"ที่นี่ถึงไม่มีไฟก็มีแสงดาวแสงเดือน" ต้นข้าวคิดว่าเธอคงอยู่ไม่ถึงอาทิตย์หรอก

ขุดไปได้หน่อยหนึ่งปรารถนาก็ไม่ไหวแล้ว​ เพราะมือที่ดึงเชือกตอนสาวถังน้ำขึ้นมาเริ่มบวมเปล่ง ชุดที่ใส่อยู่ก็ไม่เป็นใจเลย รวมถึงรองเท้าจนเธอต้องถอดรองเท้าขุดดิน

"เป็นอะไร"

"เจ็บมือ"

"งานแค่นี้ก็ทำไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรกินได้" ตอนที่เธอขุดดินก็ไม่ใช่ว่าเขาอยู่เฉยๆ หรอกเขาก็ใช้จอบอีกอันขุดเหมือนกัน เห็นว่าเขาไม่หยุดเธอเลยต้องทำต่อจนท้องฟ้ามืดลงมองไม่เห็นอะไรแล้ว และไม่มีแสงดาวแสงเดือนที่เขาพูดถึงด้วย ต้นข้าวเลยหยุดทำแค่นั้น

"คุณไม่หิวเหรอ" ตั้งแต่มาถึงที่นี่ก็ทำงานไม่ได้หยุดเลย ตอนนี้รู้สึกหิวมากและไม่เห็นว่ามีอะไรให้ทานด้วย

"ที่นี่ไม่มีอะไรกินหรอกหิวก็ต้องทนพรุ่งนี้เดี๋ยวไปหามาให้"

"แล้วในหมู่บ้านล่ะคะ"

"ป่านนี้ร้านค้าปิดหมดแล้ว"

ปรารถนาเดินงมทางไปหยิบน้ำขวดที่เหลือขึ้นมาดื่มแทนมันคงช่วยบรรเทาความหิวให้เธอได้บ้าง

"แล้วเสื้อผ้าล่ะคะ" มีน้ำอาบแล้วแต่จะเอาเสื้อผ้าที่ไหนมาเปลี่ยนล่ะ

"มีผ้าถุงอยู่ตรงนั้นไง"

"ฉันหมายถึงเสื้อผ้าที่จะใส่" เธอก็เห็นอยู่หรอกว่าเขาเอาผ้าถุงมาด้วยผืนหนึ่ง แต่ถ้าจะอาบน้ำก็ต้องใช้ผ้าถุงผืนนี้แล้วจะเอาผ้าไหนมาเปลี่ยนล่ะ

"เดี๋ยวจะหาผ้ามาให้ใส่แล้วกัน" พูดจบต้นข้าวก็เดินหายไปในความมืด ปรารถนาเรียกตามเขาก็ไม่ตอบ และเธอก็ไม่กล้าเดินตามด้วยเพราะมันมืดมาก

หลังจากที่เขาเงียบไปปรารถนาคิดว่าจะไปรอบนรถ​ รอบข้างมันดูวังเวงมากแต่ประตูรถดันเปิดไม่ได้ ..เขาล็อกรถเหรอ?

ไม่นานก็มีเสียงนกร้องน่ากลัวมาก ว่าจะยืนรออยู่แถวนี้ก็รอไม่ได้แล้วหญิงสาวเลยรีบขึ้นไปบนบ้านคิดว่ามันต้องปลอดภัยกว่าข้างล่าง แต่พอขึ้นมาบ้านมืดมากยิ่งน่ากลัวกว่าข้างล่างอีก

"พี่ต้น พี่ต้นคะ" เสียงสั่นเครือตะเบ็งออกมาเรียกคนที่เดินหายไปในความมืด เผื่อว่าเขาจะอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้ "ฉันกลัว"

ถ้ามีที่นอนเธอก็คงจะเอาผ้าห่มมาคลุมหัวไว้ แต่บ้านโล่งมากอะไรก็ไม่มีสักอย่าง ตกลงเขาจะพาเธอมาที่แบบนี้ทำไม

กึก กึก เสียงฝีเท้าคนเดินขึ้นบันได

"กรี๊ดด"

"จะร้องทำไมล่ะ"

"พี่ต้น?" ปรารถนาได้ยินเสียงนี้เหมือนพระมาโปรดเลย

"ลงมาอาบน้ำ" เดินขึ้นไปยังไม่ถึงชั้นบนก็เรียกเธอลงมาอาบน้ำก่อน ปรารถนาเดินตามมาก็เห็นว่าเขามีตะเกียงติดมาด้วย

เกิดมาไม่เคยนุ่งผ้าถุงอาบน้ำตุ่มสักที แต่บรรยากาศแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกดีมากเลย

อาบน้ำเสร็จปรารถนาก็เอาผ้าถุงอีกผืนที่เขายืมมาจากบ้านหลังนั้นมาใส่ มีเสื้อคอกระเช้าอีกหนึ่งตัวปรารถนาเลยซักเสื้อผ้าชุดเดิมตากไว้ก่อนเผื่อพรุ่งนี้ได้ใส่ ชุดนี้คงเอาไปคืนพี่สาวไม่ได้แล้วล่ะ ทั้งใส่ทำความสะอาดบ้านใส่ขุดดิน

"เราจะนอนยังไงคะ"

"เธอไม่อยากกลับบ้านเลยหรือไง" คิดว่าไม่พ้นคืนนี้ด้วยซ้ำเธอต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งขอกลับบ้าน แต่นี่เธอเล่นถามหาที่นอนเฉยเลย

🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 10

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 10ปรารถนาที่ทำความสะอาดก็แอบสังเกตว่าไม่เห็นสายไฟหรือหลอดไฟของบ้านหลังนี้เลย เธอเลยชะเง้อมองดูเส้นทางที่เขาพาขับรถเข้ามาก็ไม่เห็นมีเสาไฟอย่าบอกนะว่า?ทำความสะอาดชั้นบนจนเสร็จสรรพแล้วเธอก็ลงมาชั้นล่าง เห็นเขานอนเอาขาไขว่ห้างอยู่บนแคร่ไม้เธอเลยเดินเข้าไปถาม"บ้านหลังนี้ไม่มีน้ำมีไฟแล้วจะอยู่ยังไง""ใครบอกไม่มีน้ำ""ฉันไม่เห็นมีก๊อกน้ำเลย""ก็นั่นไง" ต้นข้าวใช้ปลายเท้าที่เขาไขว่ห้างอยู่ชี้ไปทางบ่อน้ำ"ใช้น้ำบ่อเหรอ?""ถ้าไม่ใช้น้ำบ่อจะใช้น้ำอะไรล่ะ""แล้วบ้านหลังที่คุณเดินไปหาเป็นบ้านของใคร" เธอคิดว่ากระท่อมปลายนาหลังนี้ต้องเป็นของเจ้าของบ้านหลังนั้น เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่ส่วนบุคคลไม่เห็นชาวบ้านเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย"อยากจะรู้ไปทำไม""ฉันคิดว่าเป็นบ้านของญาติคุณ""ไม่ใช่หรอก""แล้วที่นี่เป็นของใครคะ""สวรรค์ของเราสองคนไงอยากอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าเธอจะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ""ฉันแค่ถามว่าที่นี่เป็นของใคร" ทำไมเธอจะไม่รู้ความหมายและสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ คงอยากทำให้เธอถอนตัว"พ่อซื้อไว้ แต่ก่อนฉันก็มาทำไร่ไถนาที่นี่แหละ" ชาวบ้านแถวนี้ใครอยากขายที่เหนือตะวันก็ซ

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 9

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 9ปรารถนานั่งรถมากับเขาแบบเงียบๆ โดยที่ไม่ถาม ถึงแม้ในใจจะนึกกลัวมากแต่คิดว่าเขาคงไม่เอาเธอไปต้มยำทำแกงหรอกด้วยความเพลียหญิงสาวเผลอหลับไป จนคนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่คิดว่าเธอบ้าหรือเปล่าที่กล้ามากับเขาโดยที่ไม่ถาม แถมยังนอนหลับไม่คิดว่าเขาจะพาไปขายเลยหรือไงหลับนานเท่าไรไม่รู้ตื่นมาอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มสว่างมากแล้วแต่รถยังไม่หยุดวิ่งเลย ..ตกลงเขาจะพาเราไปไหนกันแน่นี่มันข้ามจังหวัดมากี่จังหวัดแล้วเนี่ย ถึงตอนนี้ปรารถนาก็ไม่ปริปากถามเลยแม้แต่นิดเดียวหญิงสาวมองป้ายข้างทางถึงกับตกใจนี่ไม่ได้ข้ามแค่จังหวัดนะข้ามภูมิภาคด้วยในขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์ที่ตั้งสั่นเตือนเวลามีคนโทรเข้ามาก็สั่นขึ้น เธอปิดเสียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะพี่สาวโทรมาตลอดเลยต้นข้าวก็ได้ยินเสียงสั่นเตือนและเห็นอยู่ว่าเธอไม่รับสายคงอยากไปกับเขาจนเนื้อเต้นล่ะสิ ถึงกับไม่รับโทรศัพท์ญาติที่โทรตามด้วยความเป็นห่วงรถวิ่งเข้ามาถึงหมู่บ้านหนึ่งแล้วก็เลี้ยวออกไปทางท้ายหมู่บ้าน ออกท้ายหมู่บ้านไม่พอเขายังคงขับไปตามเส้นทางลงกลางทุ่งนา ถนนหนทางถือว่าดีเลยล่ะเพราะเป็นคอนกรีต แต่ไม่มีบ้านคนระหว่างทางเลยแม้แต่หลัง

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 8

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 8"โอ๊ย" มาถึงรถร่างของปรารถนาก็ถูกจับโยนขึ้นไปและเขาก็ปิดประตู ตอนที่ต้นข้าวเดินอ้อมมาทางฝั่งคนขับถ้าเธอจะลงก็ลงได้ขึ้นประจำที่คนขับต้นข้าวก็ออกตัวรถอย่างเร็ว ญาติผู้ใหญ่ที่เดินตามมามองตามไปด้วยความเป็นห่วงฝ่ายหญิง ทุกคนรู้ดีว่าต้นข้าวหวงชีวิตอิสระมาก เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักเลย แต่เธอคนนี้ข้ามเส้นที่เขาขีดไว้เลยอดเป็นห่วงฝ่ายหญิงไม่ได้"เอาไงต่อดีคะ" มิลานถามเหนือตะวันผู้เป็นสามี"ไม่รู้ไอ้นี่มันเลือดร้อนได้ใคร""คุณต้องการคำตอบไหมคะว่าเหมือนใคร" กำลังพูดถึงเรื่องลูกอยู่ดีๆ ก็จะรื้อฟื้นอดีตขึ้นมาซะงั้น"เมื่อกี้คุณถามว่าอะไรนะ""ฉันถามว่าคุณอยากรู้ไหมว่าลูกชายของคุณเหมือนใคร""ไม่ใช่..ผมถามก่อนหน้านั้น""ไม่อยากรู้แล้วหรือคะว่าเหมือนใคร""คุณก็จะพูดถึงเรื่องเก่าขึ้นมาทำไมล่ะเรากำลังพูดถึงเรื่องลูก" ช่วงวัยรุ่นเขาก็เป็นอีกคนที่เลือดร้อนมากเคยแบกเธอข้ามทุ่งนาพาไปปลูกข้าวทำนามาแล้วด้วย(ระหว่างรอเรื่องนี้ใครอยากไปอ่านเรื่องของเหนือตะวันและมิลานก็ได้นะคะในเรื่องสยบรักค่ะ)"ฉันกลัวว่าลูกชายคุณจะทำร้ายผู้หญิงน่ะสิคะ""มันคงไม่ทำแบบนั้นหรอก" เหน

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที 7

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 7"ฉันเจ็บนะ" ปรารถนาพยายามแกะมือของต้นข้าวออก เธอยังไม่อยากตามเขาออกไปตอนนี้เพราะกลัวว่าจะเสียแผน"เธอกำลังคิดจะทำอะไร" เห็นเธอไม่ยอมเดินตามเขาเลยหยุดแล้วหันไปพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่พอใจ"คุณไม่คิดจะรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยหรือคะ""เรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้รับผิดชอบด้วย""คุณพูดมาได้ยังไงว่ามันเรื่องแค่นี้""ก็มันเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย""คุณก็รู้ว่าฉันเมา""ถ้าแค่นี้ต้องรับผิดชอบฉันคงต้องรับผิดชอบผู้หญิงเกือบทั้งมหาวิทยาลัยเลยมั้ง""?" ปรารถนาไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีความคิดแบบนี้ เขาแค่หวังจะฟันเธอแล้วทิ้งงั้นเหรอ ผู้ชายแบบคุณต้องเจอผู้หญิงแบบฉัน ฉันจะทำให้คุณรู้ว่านรกมันมีจริง"เธอจะไปไหน" ต้นข้าวรีบเดินตามคิดว่าเธอต้องทำอะไรอีกแน่ และก็เป็นแบบที่เขากลัวเพราะเธอเดินตรงไปทางโต๊ะของคุณปู่"สวัสดีค่ะคุณปู่" คิดว่าคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านต้องเป็นท่านแน่"ปรารถนา!" ต้นข้าวเดินตามมาแล้วฉุดตัวเธอไว้"มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ" แขกที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่มีแต่คนมีหน้ามีตาทั้งนั้นสำราญเลยต้องห้ามหลานชาย และตอนนี้ทุกคนก็มองเหตุการณ์ตรงหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 6

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 6"พูดอะไรของเธอ!" เขาพยายามเซฟตัวเองให้มากที่สุดไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัว แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีความกล้าขนาดนี้"หนูชื่อปรารถนาเหรอจ๊ะ" มิลานกลัวลูกชายจะต่อว่าให้ฝ่ายหญิงเลยต้องรีบพูดขึ้นมาเพื่อช่วยฝ่ายหญิงก่อน"ใช่ค่ะชื่อปรารถนา จะเรียกนาเฉยๆ ก็ได้ค่ะ" ปรารถนาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด ทั้งๆ ที่ในใจกลัวมาก"เธอเป็นแค่รุ่นน้องในคณะของผมครับแม่ เดี๋ยวผมจะพาเธอออกไป""เดี๋ยวก่อนสิลูกแม่ขอคุยกับหนูปรารถนาหน่อย" มิลานกลัวมากกลัวลูกชายจะเป็นเหมือนพ่อเพราะนางเคยเจอมาแล้ว เลยคิดจะปกป้องฝ่ายหญิงไว้ก่อน ส่วนคุณปู่ยังไม่ออกตัวเพราะต้องดูกันไปก่อนว่าฝ่ายหญิงจะมาดีหรือมาร้าย"แม่จะคุยอะไรกับเธอครับ""เรื่องของผู้หญิงลูกไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเถอะ""เธอก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องไปทำหน้าที่เหมือนกันครับ""นาคุยกับคุณแม่ได้ค่ะ" ตอนเธอบอกว่าจะคุยกับท่านมือเขาที่จับแขนเธออยู่ใช้แรงบีบเพื่อให้เธอปฏิเสธ "คุณแม่จะคุยในนี้หรือจะออกไปคุยข้างนอกคะ" แรงที่เขาบีบแขนเธออยู่ทำให้รู้สึกเจ็บมาก แต่ปรารถนาก็ไม่ได้แสดงอาการออกมาให้ใครเห็น"มานั่งโต๊ะกับแม่ดีกว่า""แม่ครับ""ปล่อยให้

  • สยบรักวิศวะร้าย   บทที่ 5

    สยบรักวิศวะร้าย บทที่ 5ขณะที่ชาละวันกำลังยืนคุยกับท่านอดีตรัฐมนตรีอยู่ ช่อฟ้าก็ให้คนมาตามลูกชายเพราะได้ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวแล้ว"ขอตัวก่อนนะครับคุณปู่""ไปเถอะหลาน" ท่านเห็นชาละวันมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคบกับหลานชายแล้ว แต่ก่อนพวกเขาเกเรในสายตาของท่านมาก แต่ด้วยเพราะเป็นลูกชายคนมีฐานะสำราญเลยปล่อยให้คบกับหลานชายได้ แต่ก็ยังไม่เข้าตาอยู่อีกนั่นแหละเพราะชอบชวนกันไปเหลวไหลอยู่ประจำ มาถึงตอนนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กคนนี้มาก แต่พอมองไปดูหลานชายตัวเองมีแต่จะเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย"?" ต้นข้าวที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนรออยู่ข้างๆ กาย มองไปเห็นเธอคนนั้นเดินมากับเจ้าสาวก็ทำให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่พวกเธอรู้จักกันมันก็ไม่แปลกหรอกที่จะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว"ฝากดูแลแก้วตาดวงใจของพ่อด้วยนะ" คุณานนท์บิดาของเสน่หาส่งลูกสาวให้ถึงมือเจ้าบ่าวของเธอ"ผมสัญญาครับว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีเหมือนที่พ่อรักและดูแล"คุณานนท์เห็นแล้วว่าลูกเขยคนนี้จะทำตามที่พูดได้แน่ เพราะแม้แต่ชีวิตของเขายังเคยใช้มันเพื่อบดบังอันตรายที่จะเกิดกับลูกสาวได้ ครั้งหนึ่งตอนที่แม่ของเธอมอบเธอให้กับเสี่ยคนหนึ่ง เขาได้เข้าไปช่วยและเกือบเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status