ログイン“ลุกไปเข้าแถวรอได้แล้ว ใกล้จะถึงเวลาแล้ว” พอใกล้ถึงเวลาที่ต้องเข้าเชียร์เขตครามก็ตัดบทคนที่กำลังส่งเสียงเจื้อยแจ้วข้างหูของเขาอย่างพริมโรสให้ลุกไปเข้าแถวรอ
“แล้วเฮียไม่ไปหรอคะ” ร่างบางก้มมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่ามันใกล้ถึงเวลาแล้วจริงๆ ก็เริ่มเก็บของให้เข้าที่เข้าทางเตรียมตัวจะไป ก่อนไปไม่วายหันมาถามชักชวนคนพี่ให้ไปด้วยกัน “แค่มานั่งกับเธอก็แหกกฏมากพอแล้ว ถ้าเดินไปพร้อมกันคิดว่าใครจะกล้าทำอะไรเธออีก” เขตครามขมวดคิ้วจางๆ มองยัยตัวเล็กที่ขยันขุดหลุมพรางตนเหลือเกิน “แล้วไม่ดีหรอคะ” พริมโรสตั้งคำถามด้วยรอยยิ้ม “พริมโรสอย่าโลภ” ชายหนุ่มทำเสียงดุ แต่แววตากลับไร้อารมณ์โกรธเกรี้ยวหรือรำคาญใจเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่แววตาตำหนิติเตียน จะเห็นก็เพียงคำระอาใจปนเอ็นดูซ่อนอยู่มากกว่า “หงึ เปล่าโลภ” พริมโรสยู่ปากก่อนจะเดินควงแขนเพื่อนสาวอย่างใบหม่อน “งั้นพริมไปก่อนก็ได้” “พริม” ยังไม่ทันได้ก้าวออกไปจากรัศมีโต๊ะก็ถูกคนพี่เรียกเอาไว้อีกครั้ง “คะ” พริมโรสตอบ “วันหลังใส่กระโปรงให้มันยาวกว่านี้หน่อยเถอะ นั่งทีเห็นไปถึงไหนต่อไหน” เขตครามขมวดคิ้วมุ่น พึ่งสังเกตว่าพริมโรสใส่กระโปรงสั้นขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ปกติก็ดูยาวคลุมเข่าไม่ขัดหูขัดตาแบบนี้ “หวงหรอคะ??” ใบหน้าสวยหวานเอียงเล็กน้อยพรางส่งยิ้มกวนใจคนตัวโตไปหนึ่งกรุบ “ฮึ่มมมม!! ไม่!” จะหวงไปเพื่ออะไร แค่เตือนเพราะหวังดีในฐานะคนคุ้นกันก็เท่านั้น เอ็นดูเป็นน้องเป็นนุ้ง! พริมโรสยังยิ้มกริ่ม "ถ้าไม่หวงก็ไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ ชอบแบบนี้ลมมันเย็น~” พูดจบหญิงสาวก็เดินควงแขนเพื่อนสาวเดินส่ายตูดออกไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เขตครามนั่งขบฟันอยู่ด้านหลัง “วันนี้มึงพูดมากนะไอ้คุณชายคราม” ภูริชเปิดฉากก่อนใคร “อะไรของมึง” เขตครามละสายตาจากแผ่นหลังบางของคนที่พึ่งจากไปแล้วหันไปสนใจคำพูดของเพื่อนที่จู่ๆ ก็กล่าวออกมา “มึงพูดไปทั้งหมด540คำภายในเวลา40นาที ซึ่งปกติมึงจะพูดเฉลี่ยอยู่ที่100-120คำต่อหนึ่งสัปดาห์ คิดว่ายังไงล่ะ” "….."ไทน์ นี่มันถึงกับจดเลยหรอว่ะ “…..” กวิน มึงคงว่างมากจริงๆ “…..” ส่วนเขตครามนั้นถึงกับอึ้งค้างกับความบ้าของเพื่อนที่ตนคบด้วย …. ณ ลานเกียร์คณะวิศวะ ทันทีที่ทุกคนมารวมตัวกันครบทั้งรุ่นน้องเฟรชชี่ปีหนึ่งวิศวะที่มีมากถึงสามร้อยคนกับรุ่นน้องเฟรชชี่แพทย์ที่มีอยู่หนึ่งร้อยยี่สิบคนแล้ว พวกรุ่นพี่ทั้งปีสอง ปีสาม ที่ทำหน้าที่ควบคุมน้องๆ ก็เริ่มเข้าจุดกันครบทุกคน “เงียบๆ กันหน่อย วันนี้พวกเรามีเพื่อนจากคณะแพทย์มาร่วมเชียร์ด้วยเป็นวันแรก ขอให้ทุกคนสามัคคี…" พี่ที่ทำหน้าที่ว๊ากปีสองที่แนะนำตนเองว่าเป็นเฮ็ดว๊ากเริ่มใช้ไมโครโฟนสนามอธิบายถึงกฏข้อต่างๆ ที่ทุกคนต้องรู้เอาไว้ กิจกรรมต่อจากนี้คือ การคัดเลือกดาวเดือน งานกีฬาสีที่ต้องคัดเลือดดรัมฯ คนถือป้าย ดาวเด่นในขบวนอย่างคนที่จะได้ขึ้นรถหรือนั่งเสลี่ยงเป็นต้น เชียร์ลีดเดอร์ คนถือธง สตาฟ โดยรวมก็คือหาคนทำกิจกรรม และที่ขาดไม่ได้ก็ถือเชียร์มือหรือคนสั่งแสตนที่จะคัดเอาจากนักศึกษาปีหนึ่ง และนักกีฬาแต่ละประเภท เฮ็ดว๊ากยังอธิบายไปถึงกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันอย่างจับสายรหัสที่เป็นธรรมเนียมสืบทอดกันเสมอมาอีกด้วย จากนั้นจะเป็นกิจกรรมล่าลายเซ็นต์ที่ถูกจัดขึ้นเหมือนเดิมทุกปีเพื่อให้รุ่นน้องได้ทำความรู้จักกับรุ่นพี่ให้มากขึ้น อย่างน้อยยี่สิบลายเซนต์ ถือว่าไม่มากเกินไป และยังมีกิจกรรมเข้าค่ายรับน้องที่มักจะถูกจัดขึ้นทุกปีอีกด้วย ส่วนกิจกรรมเชียร์อย่างระบบโซตัสเหล่านั้นถูกยกเลิกไปหมดแล้ว ขอแค่ทำกิจกรรมตามนี้ให้ครบทุกอย่างพร้อมลายเซนต์กำกับก็จะถือว่าจบการรับน้อง ไม่จำเป็นต้องมานั่งฝึกร่างกาย ทนแดดทนร้อนโดนว๊ากทุกวันอย่างสมัยก่อน แน่นอนว่าพี่ๆ ใจดีมากแล้วแต่ก็อย่าให้โหดขึ้นมา เพราะพวกพี่พึ่งสั่งลงโทษคนมาช้าไปด้วยการวิ่งรอบสนามต่อไปจนกว่าพวกพี่จะพูดเสร็จ จนถึงตอนนี้การอภิปรายถึงกิจกรรมและเงื่อนไขต่างๆ ก็เสร็จสิ้นกินเวลาไปพอสมควร ระหว่างนั้นพริมโรสได้ยินบางคนบ่นร้อนกันออกมาประปราย บางคนเอาพัดลมเล็กขึ้นมาเป่า บางคนเอาพัดขึ้นมาพัด รุ่นพี่ไม่ว่าอะไรแถมเข้าใจแจกน้ำเปล่าให้คนละแก้วอีกด้วย ส่วนตัวเธอนั่นไม่ร้อนเท่าไหร่เพราะมีอัศวินคอยยืนทำเนียนบังแดดให้ ไม่รู้บังเอิญหรือตั้งใจ แต่ทำเอาเธอใจฟูสุดๆ ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะพยายามส่งยิ้มหวานให้คนพี่หลายครั้งแต่ก็ไร้ปฏิกิริยาอะไรกลับมานอกจากหน้านิ่งและเมินเฉยเธอก็ไม่เป็นไร เข้าใจว่าเขากำลังเก็บพฤติกรรมไม่ให้เกิดการลำเอียงอยู่ ยามนี้ลานเกียร์ที่มักจะร่มรื่นที่สุดอัดแน่นไปด้วยผู้คนทำให้ร้อนเป็นธรรมดา ถึงแม้รุ่นพี่จะดูใจดีกว่าที่คิดแต่พริมโรสก็รัศมีความกดดันจากพวกพี่ๆ ได้เป็นอย่างดีในประโยคสุดท้าย อย่าหือ อย่าผิดกฏ อย่าเกเร ไม่อย่างนั้นคงจบไม่สวยพริมโรสที่เลิกเรียนเร็วว่าปกติเดินออกมาจากอาคารด้วยความรู้สึกที่หมดพลังงาน เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจอยากจะกลับไปล้มตัวนอนลงบนเตียงแล้วปล่อยปลดความอึดอัดอยู่ในอกตลอดทั้งวัน ด้วยการร้องไห้"มึง" ใบหม่อนรีบสะกิดเพื่อนหลายๆ ทีให้หันไปดูหน้าตึกคณะแถวบริเวณประตูหนึ่ง ซึ่งวันนี้เธอกับเพื่อนเดินออกมาจากประตูสามเพราะก่อนหน้านี้อาจารย์ให้ช่วยยกของ"อือ" พริมโรสหันไปดูตามที่เพื่อนบอกก็เห็นชายหนุ่มในชุดลำลองธรรมดาที่ดูดีจนโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนมากมายที่กำลังเดินขวักไขว่"จะเข้าไปมั้ย" ใบหม่อนถามพริมโรสที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม"เขาไม่ได้มารับกูมั้ง ขนาดข้อความยังไม่คิดจะตอบเลยด้วยซ้ำเขาจะมารับกูได้ยังไง" ถึงพริมโรสจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ที่จริงเธอก็รู้อยู่ในใจลึกๆ ว่าคนพี่อาจจะมารอรับเธอจริงๆ แต่เพราะความรู้สึกที่ไม่ดีมาตลอดทั้งวันทำให้พริมโรสไม่พร้อมที่จะพบหน้าคนพี่และฟังอะไรในตอนนี้"ไม่ได้มารับมึงแล้วจะมารับใคร" ใบหม่อนมองเพื่อนที่พูดตัดพ้อตัวเองด้วยความเป็นห่วง"แฟนเขามั้ง กูจะรู้หรอไปกันเถอะ" พริมโรสยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองกำลังงี่เง่าอยู่ แต่เธอยังไม่พร้อมจะคุยกับเขาตอนนี้จริงๆ"ไม่เข้าไปแบบนี้จ
วันต่อมาพริมโรสไปมหาลัยโดยมีเขตครามไปส่ง แต่ที่น่าแปลกคือตลอดทั้งวันไม่มีข้อความตอบกลับจากคนพี่เลยแม้แต่ข้อความเดียว“เป็นอะไรนั่งจ้องโทรศัพท์ทั้งวัน” ใบหม่อนเอ่ยถามเพื่อนสาวในขณะที่ตัวเธอก็นั่งไถ่มือถือไม่ต่างกัน แต่ต่างตรงที่เธอไม่ได้นั่งทำหน้ายุ่งเหมือนเพื่อนสนิทอย่างพริมโรส“เปล่าหรอก” ก็แค่รอข้อความของใครบางคนที่หายไปทั้งวัน ไม่อ่านไม่ตอบหายเงียบกริบ“ก็เห็นจ้องทั้งวัน จ้องจนทะลุแล้วนั่น""ก็เฮียครามน่ะสิ หายไปเลยไม่ตอบอะไรสักอย่าง” พริมโรสบ่นอุบอิบ ใบหน้าสวยงอง้ำเหมือนปลาทูคอหักตลอดวัน“….” ใบหม่อนที่กำลังจะพูดอะไรหุบปากฉับเมื่อมือดันเลื่อนไปเจอโพสต์บางโพสต์ที่บังเอิญขึ้นหน้าฟีดมา“มึง…” ใบหม่อนหน้าซีดเผือด ลังเลว่าควรจะบอกเพื่อนดีหรือไม่ “มีอะไรหรอ” พริมโรสเงยหน้าจากมือถือ มองเพื่อนที่จู่ๆ หน้าเสียอย่างงุนงง“นี่…" ใบหม่อนตัดสินใจยื่นให้เพื่อนดูด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วยังไงพริมโรสก็ต้องเห็นแน่ๆ พริมโรสรับไปดูด้วยความรู้สึกหวิวในอก เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอดวงตากลมโตก็สั่นไหวอย่างรุนแรง“คนนี้ใครหรอ…" พริมโรสเอ่ยถามใบหม่อนที่มีศักดิ์เป็นญาติของเขตครามเสียงเบา ก้อนแข็งๆ ถ
...…."เฮียคราม พี่เนวิน?” เสียงหวานใสที่ดังมาจากหน้าประตูทางออกสตูเรียกความสนใจของทั้งสองให้หันกลับไปมองเป็นตาเดียว“เสร็จแล้วหรอ” เขตครามเขี่ยบุหรี่ในมือก่อนจะโยนทิ้งลงในถังขยะอย่างเป็นระเบียบ“ค่ะ” พริมโรสพยักหน้า กลิ่นบุหรี่และควันจางบุหรี่ยังคงไม่จางหายไปเท่าไหร่ ทำให้พริมโรสเผลอกลั้นลมหายใจของเธอ“ฉันมารับ” เขตครามเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนรออยู่“อ้อค่ะ งั้นพริมขอตัวก่อนนะคะพี่เนวิน สวัสดีดีค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้กับเขตครามก่อนจะหันไปบอกลาเนวินอย่างมีมารยาท“ให้เฮียไปส่งมั้ย “เนวินรีบเสนอตัว"ไม่ต้องเสือก" เขตครามโอบไหล่บางของพริมโรสเอาไว้ ตอบกลับแทนคนน้องเสียงเย็นเยือก"…." พริมโรสกระพริบตาปริบๆ มองสลับคนสองคนที่กำลังทำสงครามทางสายตากันด้วยความรู้สึกมึนงง"ไป" เขตครามดันหลังบางให้เดินนำไปก่อนโดยมีเขาเดินตามไป ชายหนุ่มใช้ร่างกายที่สูงใหญ่ของตนเองบดบังสายตาของผู้ชายอีกคนที่กำลังจ้องมองแผ่นหลังตนราวกับกำลังจะมองให้ทะลุไปถึงข้างหน้า….หลังจากที่รถยนต์คันหรูวิ่งอยู่บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยการจราจรที่ติดขัด ระหว่างทางบรรยายกาศในรถเงียบงันไร้เสียงพูดคุยอย่างทุกที"เป็นอะไรคะ" จนกร
สามสิบนาทีต่อมาหลังจากที่พริมโรสเข้าสตูหลังจากถ่ายภาพโปสเตอร์อันแรกไปรุ่นพี่ต่างคณะที่เป็นตากล้องในครั้งนี้ก็ให้พักเบรคช่วงแรกพริมโรสก็เดินไปนั่งให้เหล่าพี่ๆ ช่างแต่งหน้าซับเหงื่อเติมหน้าให้อย่างคุ้นชิน เธอเคยชินแล้วที่โดนผู้คนรุมล้อมจัดการกับใบหน้านี้หลังจากการประกวดครั้งที่แล้ว “น้องพริมเหนื่อยมั้ยครับ” น้ำหวานเย็นๆ ถูกยื่นมาตรงหน้าของพริมโรสโดยเจ้าของเสียงทุ้มนุ่ม ชายหนุ่มผู้มาใหม่ เขายังคงมีรอยยิ้มไว้บนใบหน้าอยู่เสมอทุกครั้งที่คุยกับเธอ เป็นรอยยิ้มที่เขาพยายามอย่างมากที่จะรักษามันเพราะก่อนหน้านี้พึ่งบังเอิญสวนทางกับเขตครามที่ลานจอดรถของคณะทั้งสองมีการปะทะคารมณ์กันจนเกือบจะลงไม้ลงมืออยู่เล็กน้อย เป็นผลให้เนวินอารมณ์เสียจนถึงตอนนี้ แต่พริมโรสไม่ได้รับรู้เรื่องเหล่านี้เลยสักนิด เธอก็ยังเป็นเธอที่พยายามรักษาระยะห่างกับผู้ชายทุกคนเพื่อให้เกียรติคนที่ตัวเองตามจีบอยู่ตอนนี้ แต่แน่นอนว่าเธอจะไม่ปิดกั้นตัวเองจากสิ่งที่ดีกว่าหากสิ่งนั้นทำให้เธอมีความสุขอย่างแท้จริง ยอมรับว่าทุกวันนี้มีความสุขที่ได้ตามจีบเขตคราม แต่ก็มีบางครั้งที่รู้สึกนอยด์เพราะรู้สึกเหมือนโดนกั๊กไว้“ไม่ค่อยเหนื่อยเท่า
14:30น.“วันนี้พริมมีถ่ายภาพโปรโมทมหาลัยนะคะ เสียดายจังไปเฝ้าเฮียไม่ได้” พริมโรสที่เรียนเสร็จเร็วในวันนี้เพราะถูกยกคลาสไปก่อนทักข้อความส่งไปหาเขตครามโดยไม่คิดว่าจะได้รับการตอบกลับอะไร“….” พอเห็นว่าข้อความที่พึ่งส่งไปขึ้นเครื่องหมายว่าอ่านแล้วก็เอียงหน้าอย่างสงสัย “ไม่ต้องมา" ยิ่งเห็นข้อความที่คนพี่ตอบกลับมาจากใบหน้าสงสัยก็กลายเป็นงอง้ำทันทีเธอรีบพิมพ์กลับไป "ไม่คิดถึงพริมหรอคะ""ไม่" คนพี่ก็ตอบกลับมาทันทีเช่นกัน"ชิ" เย็นชาอะไรขนาดนี้นะ พอรู้ว่าคำหวานคงไม่มีทางได้จากผู้ชายที่ชื่อเขตครามแล้วเธอจึงเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการ “ว่างมั้ยคะ""อืม" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ แต่ก็เข้าใจ"ไปส่งพริมหน่อยซรี้~" พริมโรสพิมพ์ตอบกลับไป เธอใส่ฟิลเตอร์ใส่อินเนอร์ลงไปในข้อความราวกับว่าตอนนี้เธอกำลังส่งสายตาปริบๆ ให้เขาอยู่"อืม” อ่านแล้วเงียบไปสักพักจนพริมโรสใจเสียเขตครามก็ตอบกลับไป“วันนี้มีพี่คนหนึ่งมาชวนพริมไปค่ายอาสาด้วยนะคะ” พริมโรสรีบพิมพ์ตอบกลับ เธออยากเล่าให้คนพี่ฟังเผื่อเขาจะเผลอหึงหวงเธอออกมาบ้าง ถ้าหึงหวงแสดงว่ารู้สึกกับเธอเหมือนกันใช่มั้ยไม่นานจากแค่พิมพ์คุยคนพี่ก็โทรเข้ามาแทน คำแรกที่เขาพูดก็คือ“ไอ้
“สวัสดีดีค่ะพี่เนวิน” สองสาวยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่พร้อมกัน “ครับ น้องๆ กำลังคุยกันเรื่องค่ายอาสาใช่มั้ย พอดีเลยนะเฮียก็จะมาชวนไปค่ายเหมือนกัน” เนวินนั่งลงถัดจากพริมโรสโดยไม่เอ่ยปากถามก่อน หญิงสาวจำต้องแอบขยับออกมาหน่อยเพื่อรักษาระยะห่าง“ชวนไป?” พริมโรสสงสัย ทำไมเขาถึงมาชวนเธอ“เฮียได้ยินมาว่าคณะแพทย์ต้องเก็บชั่วโมงจิตอาสาใช่มั้ย โดยเฉพาะนักศึกษาทุน” เนวินสืบเรื่องราวของพริมโรสมาหมดแล้วในคืนเดียวเขาก็ได้ข้อมูลเธอทุกอย่าง“ค่ะ" พริมโรสพยักหน้ายอมรับ เหตุผลที่เธอเป็นนักศึกษาทุนไม่มีอะไรเลยนอกจากตอนนั้นที่สมัครสอบมา งอนกับที่บ้านอยู่กลัวไม่มีตังค์เรียนเลยสอบชิงทุนไปด้วยเลย เทอมหน้าเธอกะว่าจะไปสละทุนอยู่เพราะอยากให้คนที่ต้องการจริงๆ มากกว่าได้รับโอกาสตรงนี้ไป"ไปค่ายนี้กับเฮี…เอ่อออ พวกเฮียสิ เป็นค่ายจิตอาสาช่วยเหลือน้ำท่วมนะ ได้ชั่วโมงตั้ง60ชั่วโมงเลยนะ" ชายหนุ่มพยายามตีสนิทด้วยท่าทางรุ่นพี่ใจดีให้คนตัวเล็กข้างกายเชื่อใจก่อน ซึ่งพริมโรสที่สนใจค่ายนี้อยู่ก่อนหน้าที่คุยกับเพื่อนแล้วก็เอ่ยถามทันที เธอต้องการรายละเอียดมากกว่าที่รู้อยู่ แต่ถามว่าจะไปกับพี่เขามั้ย? แน่นอนว่าไปค่ายยังไงก็ต้อง







