เข้าสู่ระบบสยบครั้งที่8 ความเจ็บ
สามเดือนต่อมา
"นายครับ ผมว่านายพักก่อนเถอะครับเดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการต่อเอง"พีลูกน้องคนสนิทของนาธารเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองบ่อยครั้ง
หลายเดือนมานี้ธนาธรนั้นหักโหมงานอย่างหนักอาจเป็นเพราะช่วงที่ตัวเขาบาดเจ็บตอนนั้น ทำให้งานของเขาขาดช่วงไปเลยทำให้เขาต้องมาเริ่มจัดแจงงานใหม่ทั้งหมด มันเลยทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนแถมตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมายังมีนทีเข้ามากวนเขาตลอดเวลายิ่งทำให้ความเงียบสงบของเขาหายไป
เขาละไม่ชอบเลยเวลาที่นทีเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตเขาเพราะเวลาที่นทีมา เขาไม่เคยเป็นตัวของตัวเองเลยสักครั้งและอีกอย่างคือเวลาที่นทีเข้าใกล้เขา เขาไม่รู้จะต้องทำตัวยังไงเขาไม่ชินเวลาที่มีคนเข้าใกล้เขาขนาดนี้
"ไม่ต้องหรอกพีเหลืออีกแค่นิดเดียวฉันก็ตรวจเสร็จแล้ว"นาธารเอ่ยตอบพีออกไปพลางก้มเซ็นเอกสารจนเสร็จ ก่อนจะเงยหน้าถามพีขึ้น"แล้ววันนี้นายไม่ไปหาลุคหรือไง"
"อะ เอ่อนายท่านรู้?"พีที่ได้ยินคำถามของผู้เป็นนายก็พลางตกใจก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างติดขัด
"คิดว่าฉันเป็นใครพี ถึงฉันจะไม่ค่อยพูดแต่ฉันก็รู้ทุกเรื่องของลูกน้องในแก๊งนะ"นาธารเอ่ยพูดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าลูกน้องชายที่เตี้ยกว่าตนไม่กี่เซน
"ฉันไม่ห้ามเรื่องความรักนายหรอกนะพี แต่ขออย่างเดียว ขอแค่อย่ากระทบถึงงานแค่นั้นก็พอ แล้วอีกอย่างถ้าอยากจะปิด ปิดรอยที่คอที่คนของนายทิ้งไว้ให้ได้ก่อน"เอ่ยจบร่างโปร่งบางก็ก้าวเดินออกจากห้องทำงานไป ปล่อยให้ลูกน้องอย่างพียืนอึ้งก่อนจะยกมือบางขึ้นมากุมที่คอของตนเอง
"ไอ้พี่ลุค!!!แม่งเอ๊ยยยบอกไม่เคยจะฟังกันเลย"พีสบถด่าออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อรู้ว่าชายบอดี้การ์ดของอีกแก๊งค์ทิ้งรอยสีกุหลาบไว้ที่คอตน พอสงบสติอารมณ์ตัวเองได้พีก็ก้าวเดินออกจากห้องทำงานตามผู้เป็นนายไป
"นายจะไปที่ไหนอีกมั้ยครับหรือว่าจะกลับเลย"พีที่ขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัยก็เอ่ยถามผู้เป็นนายขึ้น
"ไปบ้านคุณฟิลิปป์"นาธารตอบขึ้นมานิ่งๆ
"ครับ?"
"ฉันจะเอาของขวัญไปให้น้องชาย ฉันไม่ได้ไปว่าอะไรคนของนายหรอก ทำไมกลัวฉันจะไปว่าอะไรพี่ลุคของนายหรือไง?"นาธารที่เห็นลูกน้องคนสนิทของตนหันมาทำตาโตใส่ เมื่อได้ยินตนบอกที่หมายที่จะไปก็เอ่ยอธิบายขึ้นว่าตนนั้นจะไปหานิวตัลไม่ได้ไปว่าอะไรลุค
"ผะ ผมก็ไม่ได้ว่านายท่านจะไปว่าอะไรพี่ลุคมันสักหน่อย"
"ฮ่าๆๆนายนี้มันเด็กจริงๆพี ไปได้แล้วฉันจะเอาของขวัญวันเกิดไปให้นิวตัลและอีกอย่างนายจะได้ไปหาคนของนายด้วย"นาธารเอ่ยสั่งพีให้ออกเดินทางและไม่วายพูดหยอกเย้าพีไปด้วย
"นายท่าน! เฮ้อผมพลาดเองๆๆ พลาดที่หลบสายตาของนายท่านไม่พ้น อย่าให้ถึงทีผมแล้วกัน"พีที่โดนนาธารพูดแซวก็บ่นพึมพำออกมาก่อนที่จะสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานตรงไปยังเป้าหมายปลายทาง
ขับมาได้สักพักรถสีดำคันหรูก็มาจอดสนิทในรั่วบ้านตระกูลฟิลิปป์ ขาเรียวยาวของนาธารก็ก้าวลงจากตัวรถก่อนที่คิ้วสวยทั้งสองข้างจะขมวดชนกัน เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของน้องชายตัวเล็กตนเอง
เท้าหนาที่ใส่รองเท้าหนังเงางามรีบก้าวเดินขึ้นบันไดหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะแปลเปลี่ยนเป็นวิ่งเมื่อได้ยินเสียงของน้องชายสะอื้นไห้
"ผมก็ไม่เคยขอให้พี่ทำ! ผมไม่เคยขอให้พี่จัดวันเกิดให้ผม! ผมไม่เคยขอ!!!!"
"เกิดอะไรขึ้น"นาธารเอ่ยถามขึ้นหลังจากวิ่งมาหยุดยังโถงกลางบ้านพลางนัยน์ตาสวยก็มองสำรวจรอบๆ ก่อนจะเบิกตาโตเมื่อห้องโถงใหญ่นี้ประดับไปด้วยลูกโป่งและดวงดาวจนสวยงาม
แย่แล้ว
มีเพียงคำนี้ที่ดังขึ้นมาในสมองของนาธารเพราะเขารู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้คืออะไร
เดิมทีเขานั้นแค่จะเอาของขวัญมาให้นิวตัล เพราะเขาจำได้เสมอว่าวันนี้เป็นวันเกิดของน้องชาย ถึงแม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาน้องชายของเขาจะไม่ให้จัดงานวันเกิดให้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็มอบของขวัญให้น้องชายทุกปีถึงจะไม่เคยเอ่ยอวยพรเลยก็ตามเพราะรู้ดีว่าวันนี้ในทุกๆปีมันเป็นวันที่เศร้าโศกเสียใจอย่างมากของน้องชายตัวเล็กของเขา
"พี่ได้ยินมั้ยว่าผมไม่ได้ขอให้พี่จัดมันขึ้นมา!"เสียงตะโกนถามของน้องชายตัวเล็กดังขึ้น ก่อนที่จะทรุดนั่งร้องไห้กับพื้นมือเล็กทั้งสองข้างก็พลางยกขึ้นมาขยุมดึงเส้นผมบนหัวอย่างกับคนเสียสติ
"อึก ผมไม่เคยขอ อึก อึก ฮื้ออออ"
นิวตัลยังคงพึมพำออกมาอย่างคนเสียสติ นาธารที่เห็นฟิลิปป์ว่าที่น้องเขยของเขาจะเดินเข้ามาหานิวตัลก็ตัดสินใจเดินไปขวาง ก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินเข้าไปเอ่ยปลอบน้องชาย
"ไม่เอาเด็กดีไม่ร้องนะ เรื่องมันผ่านไปแล้วไม่ ร้องนะครับ"นาธารนั่งลงข้างๆนิวตัลก่อนที่จะดึงน้องชายที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเข้ามากอดปลอบ
"ฮื้อ ผมไม่ได้ขอ อึก ผมไม่ได้ขอ"นิวตัลยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวสั่นเทาพึมพำในอ้อมกอดของผมไม่หยุด
เจ็บ เจ็บอีกแล้วน้องชายผมร้องไห้อีกแล้ว
"ครับพี่รู้ครับ ไม่ร้องนะครับเด็กดี กลับบ้านกับพี่นะ"นาธารดันนิวตัลออกจากอ้อมกอด ก่อนจะสบตากับนิวตัลแล้วส่งยิ้มให้คนตรงหน้าพลางเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาออกจากแก้มน้องชายตัวเอง นิวตัลพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังจะเดินออกไป
"เดี๋ยวนิวตัล"ฟิลิปป์เอ่ยเรียกรั้งนิวตัลขึ้นทันทีที่เห็นว่านิวตัลจะเดินออกไป
"เราห่างกันสักพักเถอะ"นิวตัลเอ่ยออกมานิ่งๆก่อนจะเดินออกไปโดยมีพีเป็นคนพยุง
"เดี๋ยวนิวตัล!"ฟิลิปป์ร้องเรียกคนตัวเล็กพลางจะวิ่งตามไปแต่ก็โดนนาธารยืนขวาง
"คุณทำอะไรนาธาร ทำไมถึงมาพาเมียคนอื่นไปแบบนี้"ฟิลิปป์หันมาพูดกับนาธารอย่างไม่พอใจ
"คุณรู้ตัวมั้ย ว่าวันนี้คุณทำผิดพลาดเป็นอย่างมาก"นาธารเอ่ยขึ้นก่อนที่จะจ้องหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าน้องเขยอย่างโกรธเคือง
"ผมทำอะไร ผมก็แค่อยากเซอร์ไพรส์วันเกิดเมียตัวเองผมผิดหรือไง"
"ก็เพราะว่าคุณเซอร์ไพรส์นี้แหละคุณถึงทำผิดพลาด"
"เพราะคุณไปปลุกความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของนิวตัลที่ผมคอยพยายามรักษาความเจ็บปวดนี้มาตลอดยังไงละ"
"ขอบคุณนะครับ....ขอบคุณจริงๆที่กลับมาหาที"รอยยิ้มบางเบาแปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างที่แสดงถึงว่าตอนนี้และชีวิตนี้เขานั้นมีความสุขอย่างแท้จริง"ธารก็ขอบคุณทีเหมือนกันนะ ขอบคุณที่รอคอยธารตลอดห้าปีที่ผ่านมา"นาธารหันมายิ้มกว้างจนตาหยีตอบรับนที สองแขนเล็กยกขึ้นคล้องคอ นที ไว้หลวมๆนทีจ้องมองคนใต้ร่างอย่างหลงใหล ใบหน้าลูกครึ่งเคลื่อนเข้าหาใบหน้าสวย ริมฝีปากหนาค่อยๆบรรจงจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ปากนุ่มขยับบดเบียดเคล้าคลึงริมฝีปากบางแผ่วเบา ลิ้นร้อนโลมเลียปากเล็กไปทั่วก่อนที่จะแทรกเรียวลิ้นเข้าไปสัมผัสหาความหวาน ลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้าลิ้นเล็กไปมาจนเกิดเสียงขึ้นเบาๆนทีผละริมฝีปากออกจากร่างโปร่งช้าๆ พลันลากไล่โลมเลียเรียวลิ้นหยอกล้อไปตามลำคอระหงส์ ก่อนที่จะมาหยุดที่รอยแผลเป็นที่ตัวเองเป็นคนทำ ปากนุ่มจูบลงที่รอยแผลเป็นอย่างแผ่วเบานทีเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองร่างบาง มือหนาก็พลันลากไล้สัมผัสเนื้อตัวของคนใต้ร่างลงมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะเอื้อมไปจับปลายเชือกของชุดคลุมแล้วกระตุกเบาๆ จนเผยให้เห็น เม็ดทับสีสวยที่ก่อนหน้านี้ถูกเสื้อคลุมบดบัง"ธารยังเป็นคนที่สวยเสมอเลยนะครับ"เสียงทุ้มเปล่งขึ้นทำให้ใบหน
บทส่งท้ายธนาธรนั่งพับเพียบตัวเกร็งอยู่ตรงหน้าโซฟาที่มีเหล่าญาติผู้ใหญ่ ฝั่งของธีรวีร์และน้องชายของเขาอย่างนิวตัลที่นั่งเป็นญาติฝั่งเขาเพียงคนเดียวในวันนี้จะถือว่าเป็นวันดีของเขาก็ได้เพราะวันนี้เปรียบเสมือน เป็นวันมงคลสมรสอย่างเป็นทางการของเขาก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าตอนต้นเดือนธีรวีร์จะพาเขาและลูกบินไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศแล้วก็ตามณ เวลานี้ธนาธรและธีรวีร์กำลังเข้าพิธีสมรสสวมแหวนกันต่อหน้าญาติของทั้งสองฝ่าย ในวันนี้ทั้งงานมีเพียงแต่คนรู้จักและญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่งเท้านั้น นทีนั้นอยากจะจัดงานใหญ่โตกว่านี้ซะเหลือเกินเขาอยากที่จะประกาศให้โลกรู้ว่าคนนี้น่ะเมียเขาแต่ว่านาธารได้ร้องขอไว้ว่าอยากจะจัดแค่งานเล็กๆอยากให้มีแต่คนรู้จัก ไม่อยากให้สิ้นเปลืองและวุ่นวายเท่าไหร่เพราะลูกชายของพวกเขาก็ยังเด็กไม่อยากให้ลูกเหนื่อยและตกใจกับคนที่ไม่รู้จัก และตัวเขาเองก็ไม่ชอบความชุลมุนวุ่นวายเท่าไหร่นักได้ยินดังนั้นนทีจึงไม่อยากจะขัดนาธาร จึงเป็นเหตุให้ได้เห็นงานแต่งแบบเรียบง่ายในตอนนี้"กว่าจะผ่านเรื่องร้ายเรื่องความเศร้าโศกมาได้ก็หนักเอาการเลย ต่อไปก็ขอให้รักกันมากๆนะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน
ถึงการงานจะไปได้ดีแต่ชีวิตคู่ของลูกชายคนนี้ของหล่อนคงจะทำให้หล่อนผิดหวัง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าอยู่ๆวันหนึ่งหล่อนจะได้เห็นน้ำตาและชีวิตที่พังเพของลูกชายคนเล็กของหล่อน ในตอนนั้นมันพัง พังทุกอย่าง ทั้งการงานที่ลูกชายของหล่อนนั้นทิ้งไม่ไยดีไปนานสองนาน ทั้งความสดใสขี้เล่นของลูกชายหล่อนที่หายไป พังแม้กระทั่งร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งของลูกชายหล่อนและเหตุผลที่ทำให้หล่อนนั้นไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายของหล่อนจะเมามายพังเพพินาศขนาดนี้นั้นสาเหตุเพราะพังในความรักในตอนแรกคุณหญิงดารุณีก็พอได้ยินมาบ้างว่าลูกชายคนเล็กของเขานั้นตามจีบชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามว่าเป็นใครเพราะหล่อนนั้นก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของลูกชายเท่าไหร่ เพราะลูกชายของเขานั้นก็โตมากแล้ว คงตัดสินใจและแก้ปัญหาเองได้จนมารู้อีกทีก็ตอนลูกชายคนโตรีบวิ่งมาบอกว่าน้องของตนนั้นรถชนต้นไม้บาดเจ็บสาหัส อยู่ที่โรงพยาบาล ในตอนนั้นหล่อนไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่รู้ว่าทำไมลูกชายของหล่อนถึงได้เมามายเป็นหมาทุกวันแบบนี้มารู้เรื่องทุกอย่างอีกทีก็ตอนที่ลูกชายคนโตปริกปากเล่าให้ฟังทุกเรื่อง ร่วมถึงเรื่องที่น้องโดนยิงและคนที่ยิงคือแฟนของ
สยบครั้งที่39 ฝากตัวด้วยครับ"เอ้า!ก็อาเห็นเขามาเฝ้าเราแทนพวกอาที่ไม่ว่างมาดูบ่อยๆตอนนั้นเรายังไม่ได้สติน่ะ แต่พอเราได้สติอาก็ไม่เห็นเขามาอีกเลย"ไม่ใช่ความฝันสินะ:)ธีรวีร์จ้องมองไปยังธนาธรที่ยืนนิ่งค้างทำหน้าตกใจ ในมือที่ถือแฟ้มเอกสารก็พลางอ่อนล้า จนปล่อยแฟ้มเอกสารร่วงหล่นลงพื้นนทีที่เห็นท่าทางนิ่งตกใจของคนรัก ก็รีบก้าวเดินเข้าหาพลางสองมือหน้าเอื้อมลงเก็บแฟ้มเอกสารมาไว้ในมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างเอื้อมไปคว้ามือบางของนาธารข้างหนึ่งมากอบกุมไว้ ก่อนที่จะเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าว่าสิ่งที่คุณอาหมอของเขาเอ่ยนั้นใช่เรื่องจริงหรือเปล่า"ธารมาเฝ้าทีจริงๆเหรอครับ"นทีเอ่ยถามคนตรงพลันมุมปากทั้งสองแย้มยิ้มกว้างอย่างปิดความสุขไว้ไม่มิดธนาธรมองชายหนุ่มที่เป็นคุณพ่อของลูกชายที่ยืนยิ้มกว้างส่งมาให้เขา ในใจก็พลางคิดว่าตนนั้นจะตอบยังไงดี จะโกหกก็ไม่ได้เพราะคุณหมอที่เห็นเขานั่งเฝ้านทีตอนแอดมิดอยู่โรงพยาบาลเกือบจะเป็นอาทิตย์ก็อยู่ที่นี้ด้วยใครมันจะไปรู้เล่า!ว่าคุณหมอชายที่ทักทายและชวนเขาพูดคุยทุกวันตอนนั่งเฝ้านที จะเป็นคนรู้จักของคนตัวสูงที่ยืนจับมือเขาอยู่ตอนนี้ก็นึกว่าเป็นคุณหมอที่ดูแลเคสของนทีเฉยๆ"น
สยบครั้งที่38 สู่ขอ"เอ่อ....คือมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าพี่ที ทำไมมากันเยอะจัง"เจ้าของบ้านตัวเล็กที่เดินเข้ามายังโซนรับแขกเอ่ยถามเพื่อนสนิทของสามี ที่วันนี้พาคู่ชายหญิงที่ดูมีอายุและผู้ชายอีกสองคนมาที่บ้านของเขา"คนนี้เหรอที่เป็นแฟนลูก"หญิงสูงวัยมาดผู้ดีหันไปกระซิบกระซาบกับลูกชายคนเล็กพลางหันมายิ้มอบอุ่นให้ชายหนุ่มตัวเล็ก ที่ยังยืนทำหน้างงงวยกับบรรยากาศตอนนี้"คุณแม่คนนี้ไม่ใช่แม่ของลูกไอ้ทีมัน นี้นิวตัลเมียไอ้ฟิลิปป์เพื่อนไอ้ทีไง คุณแม่จำไม่ได้เหรอครับยังไปงานแต่งพวกเขาสองคนอยู่เลย"ธีรวัฒน์หันไปเอ่ยพูดกับผู้เป็นมารดาเสียงเบา ก่อนที่จะหันมายิ้มเจื่อนๆให้กับคนตัวเล็กที่ยังคงยืนทำหน้างงๆส่งมาให้พวกเขาอยู่"เอ่อ....คือมีอะไรกันหรือเปล่าครับ"เป็นนิวตัลเอ่ยถามขึ้นอีกครั้
เขาไม่อยากจะเห็นสภาพของน้องชายที่เมามายไร้จุดหมายแบบนั้นอีก เขาไม่อยากเห็นภาพของน้องชายที่เศร้าสร้อยแบบนั้นอีกครั้งเขาไม่อยากจะเห็นภาพของน้องชายที่ไร้สตินอนเดี้ยงเป็นอาทิตย์ในโรงพยาบาล เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของน้องชายของเขาแล้ว"พอแล้วธีม"นทีเอ่ยห้ามพี่ชายเสียงเบา นัยน์ตาเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆพลางรอบๆดวงตาเริ่มมีน้ำสีใสเอ่อนอง มือหนาที่จับมือเล็กของร่างบางเพิ่มแรงบีบขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่ใบหน้าลูกครึ่งจะก้มหน้าลงเพื่อหนีสายตาสวยที่ยังคงจ้องมองมายังเขา"มึงนั่นแหละไอ้ทีที่ต้องหุบปาก มึงจะเก็บความรู้สึกไปอีกนานแค่ไหนจะเก็บเงียบไว้ทำซากอะไร เพราะมึงไม่ยอมพูดสักทีไงนาธารเขาถึงไม่รู้ว่ามึงรู้สึกยังไงไม่รู้ว่ามึงเศร้าแค่ไหนที่เสียเขาไป ว่ามึงเสียใจมากขนาดไหนที่ไม่ได้อธิบายให้เขาฟังและเพราะมึงมัวแต่อมพะนำแบบนี้ไง เขาถึงไม่รู้ว่ามึงรักเขาแบบที่จะตายแทนเขาได้ ไม่สิ มึงเกือบจะตายเพราะคิดถึงเขามาแล้วนะ มึงไม่บอกแล้วเขาจะรู้ไหมเพราะมึงไม่ยอมชัดเจนสักทีแบบนี้ไง"ธีมเอ่ยสาธยายออกมาอย่างเหลืออดที่น้องชายไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักทีพลางเหลือบมองไปยังนาธารที่ยังคงยืนจ้องมองนทีนิ่งๆไม่แสดงอาการอะไร"กูบอกให้
สยบครั้งที่7 ไม่ได้ใจดี"กูไม่ได้สนิทกับน้อง แต่กูสนิทกับพี่อย่างนี้กูมาได้มั้ย"ผมเอ่ยตอบเพื่อนสนิทออกไปก่อนจะก้าวเดินมาหยุดอยู่ข้างๆนาธาร"หมายความว่าไงว่ะ"ฟิลิปป์ที่ได้ยินคำพูดของผมก็พลางขมวดคิ้
สยบครั้งที่6 รู้สึกปลง"นี้คุณเลิกแตะต้องตัวผมสักทีได้มั้ย"ผมเอ่ยห้ามคนตัวสูงกว่าขึ้นเสียงเข้มเมื่อมือปลาหมึกของเขานั้นไม่ยอมจะอยู่เฉยสักทีตลอดระยะทางที่นทีขับรถมานั้นมือของนทีนั้นไม่อยู่นิ่งเลยทั้งเอื้อม
สยบครั้งที่5 ใจจะวาย"เฮ้ยคุณจะทำอะไรถอยไปเลยนะ"นาธารร้องห้ามคนตัวสูงกว่าพลางยกมือขึ้นดันหน้าอกคนตรงหน้า เมื่อเห็นว่าหนุ่มลูกครึ่งนั้นเดินเข้ามาประชิดตัวเองเกินไป
สยบครั้งที่4 ดูแล"โอ๊ยยยยหงุดหงิด"ร่างโปร่งบ่นออกมาอย่างโมโหเมื่อเขาพยายามนั่งปลดกุญแจมือมาเกือบจะชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังปลดไม่ได้โมโหๆๆๆๆ คำๆนี้ดังขึ้นในหัวของนาธารไม่หยุดหย่อนบอกเลยตอนนี้นั้นเขาโมโหเป็นอย่







