Home / มาเฟีย / สยบแค้นมาเฟียร้าย / ตอนที่ 5 จุมพิตใต้พันธนาการ (NC)

Share

ตอนที่ 5 จุมพิตใต้พันธนาการ (NC)

last update Last Updated: 2025-07-13 17:30:43

รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมกับความปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กายของ ซูหลิง แสงแดดอ่อน ๆ เล็ดรอดผ้าม่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้ห้องนอนยังคงอยู่ในบรรยากาศสลัว ๆ ซูหลิงขยับตัวช้า ๆ ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างกาย บ่งบอกถึงค่ำคืนอันยาวนานที่ผ่านมา เธอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็นห้วงเวลาที่ร่างกายของเธอถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์

เธอหันมองไปยังที่ว่างข้างกาย หลงเฟย หายไปแล้ว ไม่มีร่องรอยของการมีอยู่ของเขา ยกเว้นความรู้สึกราวกับมีไฟแผดเผาอยู่ในกายของเธอ และรอยแดงช้ำจาง ๆ ตามผิวเนื้อที่บอบบาง ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยความอ้างว้างและเคว้งคว้างอย่างประหลาด เธอเกลียดที่ร่างกายของตัวเองตอบสนองต่อเขา แต่ลึก ๆ แล้ว เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสัมผัสของเขา... เร้าใจอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน 

ซูหลิงลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก เธอเดินโซซัดโซเซไปยังห้องน้ำขนาดใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่ภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ดวงตาคู่สวยยังคงฉายแวววาวของความดื้อรั้น แต่รอบดวงตานั้นคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อจากการจูบอย่างเร่าร้อนเมื่อคืน รอยแดงช้ำบนผิวขาวเนียนคือหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซูหลิงใช้นิ้วลูบไล้รอยเหล่านั้นอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกเจ็บปวดผสมกับความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่ว เธอเบือนหน้าหนีภาพตัวเองในกระจก ไม่อยากเห็นความพ่ายแพ้ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

หลังจากชำระร่างกาย ซูหลิงเลือกสวมชุดนอนผ้าไหมที่เรียบง่ายแต่ดูดี เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจ เธอพยายามกินอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้บนโต๊ะ แต่ก็ทานได้เพียงเล็กน้อย รสชาติอาหารไม่สามารถกระตุ้นความอยากของเธอได้เลย สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกได้คือความหนักอึ้งในอก

ตลอดทั้งวัน ซูหลิงพยายามหาทางออก เธอสำรวจทุกซอกทุกมุมของเพนท์เฮาส์อีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้จะรู้ว่าไร้ประโยชน์ แต่เธอก็ยังคงมีความหวังริบหรี่ การเดินไปมาทำให้เธอได้เห็นของตกแต่งหรูหรามากมาย ภาพวาดราคาแพง รูปปั้นแกะสลักที่ประณีต แต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะมอบอิสรภาพให้กับเธอได้

ในยามที่ความปรารถนาและอารมณ์สับสนเข้าครอบงำ ซูหลิงมักจะหาทางปลดปล่อยความเครียดด้วยการใช้สมองและร่างกาย เธอสวมชุดออกกำลังกายสีดำสนิท ซึ่งประกอบด้วยเสื้อครอปตัวสั้นและกางเกงรัดรูป ชุดนี้แนบชิดไปกับเรือนร่างของเธอ เผยให้เห็นเส้นโค้งเว้าและสัดส่วนที่ชัดเจน เสื้อครอปดีไซน์เรียบง่ายแต่เน้นสรีระ เผยช่วงท้องที่แบนราบและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่กระชับ ส่วนกางเกงรัดรูปนั้นโอบรัดสะโพกและเรียวขาอย่างพอดิบพอดี ทำให้การเคลื่อนไหวดูคล่องแคล่วว่องไวและดึงดูดสายตาเดินไปยังห้องออกกำลังกายส่วนตัวของเพนท์เฮาส์ ที่ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครัน

เธอเริ่มฝึกศิลปะการป้องกันตัวที่เคยเรียนมาอย่างเข้มข้น เตะ ต่อย และหลบหลีกไปในอากาศราวกับมีคู่ต่อสู้ที่มองไม่เห็น เหงื่อไหลซึมไปทั่วร่างกาย แต่เธอก็ไม่หยุด เธอใช้การเคลื่อนไหวที่รุนแรงเพื่อบีบอัดความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจ หรือไม่ก็กลับไปยังห้องสมุด เธอนั่งลงหน้าโต๊ะทำงานของหลงเฟย พยายามแก้ปริศนาตรรกะที่ซับซ้อนจากหนังสือเก่าๆ ที่เขาเก็บไว้ มันเป็นการฝึกสมองที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังคงเป็นคนฉลาด แม้จะอยู่ในกรงทองก็ตาม

เมื่อความมืดโรยตัวลงอีกครั้ง หลังจากออกกำลังกายและชำระล้างร่างกายเรียบร้อย ซูหลิงเปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดี และเดินมานั่งอยู่บนโซฟานุ่มในห้องนั่งเล่น จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน เธอรู้ดีว่าไม่ว่าจะซ่อนตัวที่ไหน หลงเฟยก็จะหาเธอเจออยู่ดี ความรู้สึกหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่อยากยอมรับ... ความคาดหวัง

ความรู้สึกที่สับสนในใจทำให้ซูหลิงลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้า เธอเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวไปยังห้องนอนหลัก ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างเงียบงัน เผยให้เห็นห้องที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีเข้มและอบอุ่น แสงไฟสลัวจากโคมไฟข้างเตียงส่องกระทบชุดนอนผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีของเธอ ทำให้ผ้าพลิ้วไหวดูมีชีวิตชีวาและสะท้อนความเย้ายวนออกมา

เธอเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบงัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัวและความคาดหวัง เตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีดำสนิทดูโดดเด่นอยู่กลางห้อง ราวกับเป็นจุดศูนย์กลางของโชคชะตาที่กำลังจะมาถึง เธอค่อยๆ ก้าวขึ้นไปบนเตียงและทิ้งตัวลงบนผ้าห่มนุ่มนิ่ม จ้องมองไปยังความมืดที่อยู่นอกหน้าต่างอีกครั้ง เธอรอคอยอย่างเงียบงัน รอคอยให้หลงเฟยกลับมาและเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป

เสียงคลิกที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ประตูห้องนอน ซูหลิงสะดุ้งสุดตัวอีกครั้ง เธอรู้ทันทีว่าใครมา หลงเฟยก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าคมคายของเขาฉาบด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ทำให้หัวใจของซูหลิงเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เขามองเห็นซูหลิงที่นั่งอยู่บนโซฟา เขาไม่ได้สวมเสื้อเชิ้ตแล้ว แต่เป็นเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มที่เปิดกระดุมสองสามเม็ดด้านบน เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง เขายังคงมีกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นกายบุรุษผสมกับบุหรี่ซิการ์ชั้นดีและน้ำหอมราคาแพง กลิ่นเฉพาะตัวของหลงเฟยที่ซูหลิงเริ่มจดจำได้อย่างดี กลิ่นที่บ่งบอกถึงอันตรายและความเย้ายวนในคราวเดียวกัน

"ยังไม่นอนหรือ...ที่รัก" เสียงทุ้มต่ำของหลงเฟยเอ่ยเสียงนุ่มลึก แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับเต็มไปด้วยความต้องการที่ซูหลิงเข้าใจดี เขาไม่ได้รอให้เธอตอบกลับ แต่เดินตรงเข้ามาหาซูหลิงอย่างไม่รีบร้อน ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและเต็มไปด้วยอำนาจ

ซูหลิงพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่หลงเฟยกลับทรุดตัวลงนั่งข้างเธอ มือหนาของเขาเอื้อมมาเชยปลายคางของซูหลิงขึ้นช้าๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาของเขาทั้งเร่าร้อนและลึกซึ้ง มันทำให้ซูหลิงรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าอีกครั้ง เธอเห็นประกายความดิบเถื่อนในดวงตาของเขา ก่อนที่ความคลั่งรักบางอย่างจะฉายวูบขึ้นมา

สายตาของหลงเฟยเลื่อนลงมาจับจ้องที่ชุดนอนผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีที่ซูหลิงสวมอยู่ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยอำนาจและความดิบเถื่อนพลันแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนกับความพึงพอใจอย่างที่สุด มันเป็นความรู้สึกที่ล้นทะลักออกมาจากดวงตาของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ราวกับว่าชุดที่เธอเลือกสวมในค่ำคืนนี้คือคำตอบที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอด

"ฉันคิดถึงเธอ...ตลอดทั้งวัน" เขาเดินเข้าไปใกล้เธออย่างรีวดเร็วและเอ่ยเสียงกระซิบข้างหู ซูหลิงสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รดซูหลิงอยู่ข้างแก้ม ขนอ่อนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ได้ลิ้มรสความขมปร่าของความหวาดกลัวปนกับความหวั่นไหวที่น่ารังเกียจ 

ก่อนที่ซูหลิงจะได้ทันพูดอะไร ริมฝีปากของหลงเฟยก็บดเบียดลงมาบนริมฝีปากอิ่มของเธออีกครั้ง จูบนี้ไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก แต่กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน เขาดูดเม้มกลีบปากบนและล่างอย่างช้า ๆ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ากลับทำให้ซูหลิงรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

ซูหลิงพยายามขืนตัว ปิดริมฝีปากแน่นหนีสัมผัสของเขา แต่หลงเฟยกลับยิ้มร้ายกาจและส่งเสียง ฮึ ในลำคอ เขาใช้ปลายลิ้นของเขากดเบา ๆ ที่มุมปากของเธอ ลูบไล้ไปมาอย่างยั่วยวน จนซูหลิงต้องเผลอเผยอริมฝีปากออกมาเพียงเล็กน้อย และนั่นก็เป็นช่องทางให้เขาได้รุกล้ำเข้ามาอย่างง่ายดาย เขากวาดต้อนโพรงปากของเธอ ดูดกลืนเอาความหวานล้ำภายในอย่างหิวกระหาย ราวกับจะสูบเอาลมหายใจของเธอไปทั้งหมด

มือหนาของหลงเฟยสอดเข้ามาใต้เสื้อผ้าของซูหลิง ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างแผ่วเบา ก่อนจะบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างจงใจ ความร้อนจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในกายของซูหลิง เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกที่ทั้งห้ามไม่ได้และต้านทานไม่ไหว

"ดูเหมือนร่างกายของเธอจะจำรสสัมผัสของฉันได้เป็นอย่างดีเลยนะ.." หลงเฟยกระซิบเสียงพร่า ขณะที่เขาผละจูบออกไปเพียงครู่เดียว ดวงตาคมกริบของเขายังคงจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของซูหลิงอย่างไม่ละสายตา เขาเห็นความสับสนและความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาของเธอ เขาใช้ปลายนิ้วกรีดเบาๆ ที่ต้นขาด้านในของซูหลิง สัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความจงใจ ทำให้ซูหลิงสะท้านเฮือก

"อย่า..." ซูหลิงเผลอร้องออกมา

เขาไม่สนใจคำพูดของเธอกลับโน้มตัวลงมาจูบซับไปตามลำคอระหง ดูดเม้มสร้างรอยแดงจาง ๆ ลงมาถึงไหปลาร้า ปากของเขาเคลื่อนต่ำลงมาเรื่อย ๆ แผ่วเบาแต่เร่าร้อน มือหนาของเขาปลดกระดุมชุดนอนของซูหลิงออกอย่างช้า ๆ ทีละเม็ด เสียงผ้าไหมเสียดสีกันเบาๆ คลอไปกับเสียงหอบหายใจของซูหลิง แสงจันทร์ส่องกระทบผิวกายขาวนวลที่ค่อย ๆ เผยออกมา ซูหลิงรู้สึกอับอาย แต่ร่างกายของเธอกลับร้อนรุ่มไปหมด

ขณะที่จูบของเขาไล้ลงต่ำ ซูหลิงก็พยายามจะห้ามใจ แต่แล้วเสียงครางต่ำ ๆ "อือ..." ก็หลุดจากลำคอเธออย่างไม่อาจควบคุมได้ เมื่อหลงเฟยก้มลงดูดเม้มยอดอกสีระเรื่อของเธออย่างหิวกระหายสลับกันไปมาในขณะที่อีกมือหนึ่งก็คลึงก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างช่ำชอง ความเสียวซ่านที่รุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป มือเรียวของเธอจิกผ้าบุโซฟาแน่นจนเล็บแทบจะจิกเนื้อ เพื่อระบายความรู้สึกที่กำลังปะทุขึ้นภายในอย่างบ้าคลั่ง

"ร้องชื่อของฉันออกมาสิ... ซูหลิง" หลงเฟยกระซิบเสียงต่ำพร่าข้างใบหู "ฉันอยากได้ยินเสียงของเธอ... อยากรู้ว่าเธอรู้สึกดีแค่ไหนที่อยู่ใต้การครอบครองของฉัน... อยากให้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเธอยอมจำนนให้ฉันคนเดียว"

เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ร่างกายของเธอ แต่เขากำลังเรียกร้องการยอมจำนนทางจิตใจด้วย สัมผัสของหลงเฟยดำเนินไปอย่างเนิบนาบ แต่ทว่าร้อนแรงจนซูหลิงรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจ เสียงหอบหายใจของเธอเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหัวใจของเธอเต้นกระหน่ำในอก ราวกับจะหลุดออกมาจากซี่โครง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปกับสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกทรมานด้วยความสุขที่ไม่อาจต้านทานได้

บนเตียงกว้างหลงเฟยยกซูหลิงขึ้นให้นั่งอยู่บนตักของเขา สองขานุ่มนวลโอบรอบเอวสอบของเขาไว้ในขณะที่ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันเป็นหนึ่งเดียว ใบหน้าของเธอแดงก่ำจากการหายใจหอบถี่ หลงเฟยเคลื่อนไหวอย่างเนิบนาบแต่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอำนาจ ทุกจังหวะที่รุกเร้าคือการแสดงออกถึงความต้องการที่มากกว่าเพียงแค่ร่างกาย แต่เป็นการเรียกร้องการยอมจำนนจากจิตใจของเธอโดยสิ้นเชิง ซูหลิงก้มหน้าซบไหล่หนาของเขาเพื่อซ่อนความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตา ปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามแรงกระตุ้นของเขา

ในทุกจังหวะที่ซูหลิงยกตัวขึ้น หลงเฟยก็ใช้ร่างกายกระแทกกลับอย่างหนักหน่วงและมั่นคง ท่วงท่าอ่อนช้อยแต่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนอน แต่ก็ถูกกลบด้วยเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ การเคลื่อนไหวที่เคยเนิบนาบเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ความรู้สึกที่เธอไม่อาจต้านทานได้กำลังหล่อหลอมความหวาดกลัวและความปรารถนาเข้าด้วยกัน เธอปล่อยให้ความปรารถนาเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์

แรงกระแทกถี่กระชั้นนำพาซูหลิงไปสู่จุดสุดยอด เธอสูดหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยเสียงครางหวานที่บ่งบอกถึงความสุขสมออกมาอย่างไม่อาจเก็บกลั้น "อ๊า...อ๊าาา...หลงเฟย....หลงเฟย" ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มไปทั้งร่างราวกับต้องกระแสไฟฟ้า ก่อนจะค่อยๆ อ่อนยวบลงในอ้อมแขนของหลงเฟย

แต่ความปรารถนาของหลงเฟยยังคงร้อนแรง เขาพลิกตัวซูหลิงอย่างนุ่มนวลให้คุกเข่าลงบนเตียง ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปประชิดด้านหลัง สองมือหนายึดสะโพกมนของเธอไว้มั่นคง แหงนเงยใบหน้ามองแผ่นหลังเนียนละเอียดที่โค้งงอนรับสรีระ ท่าทางนี้เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องและบั้นท้ายงอนงามอย่างชัดเจน หลงเฟยไม่รอช้า เขากระแทกกายเข้าสู่ช่องทางรักอีกครั้งอย่างลึกซึ้งและหนักหน่วง เสียงครางต่ำลึกดังก้องมาจากลำคอของเขา สอดประสานกับเสียงหอบหายใจถี่รัวของซูหลิงที่ดังระงมไปทั่วห้องนอน

“ชั้นทำดีใช่ไหม… เธอชอบไหม… ตอบฉันสิซูหลิง!” เขากระซิบถามเสียงพร่าอย่างควบคุมอารมณ์ไม่ได้ พลางจูบซับแผ่นหลังของเธออย่างเร่าร้อนราวกับจะกลืนกิน เธอพยายามเปล่งเสียงตอบ แต่ทำได้เพียงส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง ความสุขสมที่แล่นเข้าโจมตีเธออย่างต่อเนื่องทำให้เธอไม่อาจเปล่งคำพูดใดๆ ได้อีก นอกจากส่งเสียงครางรับสัมผัสจากเขาอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากการเร่งเร้าอย่างหนักหน่วง หลงเฟยพลิกตัวซูหลิงอย่างนุ่มนวลให้เธอตะแคงข้างในท่าช้อน ร่างกายกำยำของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอจากด้านหลัง เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบรัดเอวบางไว้แน่น ขณะที่อีกมือสอดเข้าไปประคองเรือนร่างที่บอบบางไว้ในอ้อมแขน "ฉันจะพาเธอไปด้วยกัน...ที่รัก" เขาพึมพำเสียงกระซิบพร่าข้างหู

หลงเฟยใช้จังหวะที่เนิบนาบแต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา สัมผัสที่โอบรัดและเคลื่อนไหวไปพร้อมกันทำให้ซูหลิงรู้สึกเหมือนเป็นหนึ่งเดียวกับเขา หลงเฟยเคลื่อนไหวอย่างเนิบนาบแต่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงทุกครั้งที่ร่างกายของเขากระแทกเข้าสู่ช่องทางรักที่ชื้นแฉะ ริมฝีปากของเขาประทับจูบและขบเม้มซอกคอของซูหลิงไม่หยุดหย่อน สอดประสานกับการขยับสะโพกอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ราวกับกำลังขับเคลื่อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งให้เชื่อมโยงกัน

ขณะที่ร่างกายของเขากำลังรุกเร้าจากด้านหลัง มืออีกข้างของเขาก็ไม่ว่างเปล่า เขาบีบคลึงหน้าอกอวบอิ่มของซูหลิงอย่างช่ำชอง ทุกครั้งที่เขาบีบเคล้นความเสียวซ่านก็แล่นไปทั่วร่างของเธอ ทำให้เธอส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทุกครั้งที่เขาขยับตัวแรงๆ ร่างกายของเธอก็ขยับตามเป็นจังหวะเดียวกัน เธอยังคงเรียกชื่อของเขาออกมาไม่หยุดหย่อน "หลงเฟย..." เสียงหวานครางแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป

ในที่สุด ร่างกายของทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งพร้อมกันอย่างรุนแรง ซูหลิงร้องเรียกชื่อของเขาออกมาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเสียงที่สั่นพร่า ตามมาด้วยเสียงครางต่ำลึกของหลงเฟยที่ดังขึ้นพร้อมๆ กัน เสียงแห่งความสุขสมของคนทั้งคู่ผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียวบ่งบอกถึงการเดินทางที่มาถึงจุดหมายพร้อมกัน

หลงเฟยผละขึ้นมามองใบหน้าเธออีกครั้ง ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟปรารถนา ก่อนจะกดจูบลงมาบนริมฝีปากที่บวมเจ่อของซูหลิงอีกครั้งอย่างดูดดื่ม จูบที่เต็มไปด้วยการครอบครอง ความดิบเถื่อน และความคลั่งไคล้ มือของเขากดท้ายทอยของซูหลิงไว้แน่น บังคับให้เธอรับจูบของเขาอย่างไม่มีทางเลือก

ในค่ำคืนนี้... ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างและแสงไฟสลัวจากภายในห้อง เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันไปกับเสียงผ้าปูที่นอนที่เสียดสีกันอย่างเร่าร้อน ร่างกายของซูหลิงได้ยอมจำนนต่อแรงปรารถนาที่หลงเฟยปลุกขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคือความเร้าใจครั้งแรกที่เธอไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป แม้จิตใจจะบอกว่าเกลียดชัง แต่ร่างกายกลับถูกครอบครองโดยสมบูรณ์ และเธอไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ ชีวิตของเธอจะถูกหลงเฟยบงการไปในทิศทางใดต่อไป เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของมหาสมุทรที่มืดมิด ไร้ทางกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ มันเป็นความรู้สึกใหม่ที่ทั้งน่ากลัวและน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่จุดจบ... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 30 เงาในบ้านใหม่

    รุ่งอรุณเช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆ แทงผ่านม่านหนาของบ้านหรูริมทะเลสาบ สไตล์เรียบหรู หลงเฟยนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เขาหมุนแก้วบรั่นดีราคาแพงในมือขณะจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มของเขาแฝงไปด้วยการคิดคำนวณ"อดีตไม่เคยปล่อยใครไปง่ายๆ" เขาพึมพำกับตัวเองก่อนดื่มบรั่นดีในแก้วหมดซูหลิงตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมและหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี เธอสังเกตเห็นว่าหลงเฟยได้ออกจากเตียงไปแล้ว เธอใส่เสื้อคลุมไหมและเดินลงไปหาเขาที่ห้องครัวสุดหรู"คุณตื่นเช้ามากเลยค่ะ" ซูหลิงพูดขณะเทกาแฟราคาแพงลงแก้ว"ธุรกิจน่ะ" หลงเฟยตอบสั้นๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าต่าง "แม้จะเกษียณแล้ว แต่ศัตรูเก่าก็ยังจำเราได้"สถานการณ์เปลี่ยนไปมากหลังจากการล่มสลายของเครือข่ายเจิ้งหยาง หลงเฟยใช้อำนาจและความสัมพันธ์ที่เขาสร้างมานานหลายทศวรรษในการปิดปากทุกคน เจิ้งหยางไม่ได้แค่ถูกจับ แต่เขาถูกกำจัดอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะได้เปิดปากพูดอะไรบ่ายวันนั้น ขณะที่หลงเฉินกวงกำลังนอนหลับอยู่ในอยู่ในห้อง ซูหลิงเดินออกไปเช็คจดหมายที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเธอหยุดตัวแข็งเมื่อเห็นกุหลาบสีดำดอกหนึ่งวางอยู่บนฝาตู้จดหมาย มีบัตรเล็กๆ ผูก

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 29 เงาใต้แสงยามเช้า (NC)

    เสียงฝนโปรยบางๆ เคาะขอบหน้าต่างห้องพิเศษชั้นสิบสอง เหมือนทำนองกล่อมเด็กทารกให้หลับสบาย ซูหลิงเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ให้นม ดวงตาเธอยิ้มละมุนขณะมองหลงเฉินกวงที่ซุกอยู่ในอ้อมแขน—แก้มใสอุ่นจัด หายใจถี่เบาเป็นจังหวะ หัวใจของแม่เต้นช้าลงโดยไม่รู้ตัวประตูเลื่อนเปิด สูดเอากลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเข้ามา หลงเฟยในชุดคนไข้สีเทาอ่อนนั่งรถเข็นที่ไป๋หู่เข็นเข้ามาชิดเตียง แผลเขายังตึง เสียงหายใจยังหอบเหนื่อย แต่แววตาคมนั้น…ชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ซูหลิงจำได้“เช้านี้อากาศดีจัง” เสียงทุ้มของเขาแผ่วต่ำ แต่มั่นคง“เหมาะกับการมอง ‘แสงยามเช้า’ ของเรา”ซูหลิงหัวเราะในลำคอ “คุณพ่อคนนี้โรแมนติกขึ้นทุกวันนะคะ”เธอยื่นตัวส่งเจ้าตัวเล็กให้ชิดอกของเขาอย่างระมัดระวัง ลมหายใจอุ่นของลูกแตะคางหลงเฟย เขาหลับตาวินาทีหนึ่งราวกับจดจำสัมผัสนี้ลงลึกถึงกระดูกสันหลังไป๋หู่ไหวตัวถอย “ผมยืนเวรหน้าห้องครับพี่เฟย เรียกเมื่อไหร่ได้เสมอ” เขาวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ปลายนิ้วแตะโค้ดล็อกสองครั้ง—นิสัยของคนเคยอยู่แนวหน้า—ก่อนปิดประตูอย่างเงียบกริบเหลือเพียงสามคนในโลกเล็กๆ นี้ หลงเฟยเอียงใบหน้าแตะหน้าผากลูกชายเบาๆ “เฉินกวง…” เขากระซิบ “พ่อจะ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 28 ฟื้นคืนแสง

    สองสัปดาห์ผ่านไป ห้องพยาบาลหมายเลข 1212 กลายเป็นบ้านหลังที่สองของ ซูหลิง เธอแทบไม่ออกจากข้างเตียงของ หลงเฟย เลย นอกจากเวลาที่แพทย์มาตรวจร่างกาย หรือพยาบาลมาเช็ดตัว เปลี่ยนยาใหม่"คุณซู คุณควรกลับไปพักผ่อนบ้างนะคะ"พยาบาลหัวหน้าเวรกลางคืนพูดด้วยความเป็นห่วง"ท้องคุณใหญ่ขึ้นมากแล้ว ลูกต้องการแม่ที่แข็งแรงนะคะ"ซูหลิงลูบท้องเบาๆ แล้วมองไปที่หลงเฟยที่ยังนอนหลับใหล"ไม่เป็นไรค่ะ... ฉันอยากอยู่ตรงนี้"ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแล้ว เธอก็หันกลับไปจับมือของเขาอีกครั้ง มือที่เคยแข็งแกร่งและอบอุ่นนั้น บัดนี้เย็นเยียบและซีดขาว"เฟย... วันนี้หมอบอกว่าอาการดีขึ้นมากแล้วนะ" เธอพูดเบาๆ ราวกับกลัวจะปลุกเขา"และลูกของเราก็เติบโตดีมาก วันนี้ฉันไปตรวจแล้ว หมอบอกว่าเป็นลูกชาย... นายอยากตั้งชื่อลูกว่าอะไร?"เสียงเครื่องช่วยหายใจยังคงดังเป็นจังหวะ เสียงเดียวที่ตอบเธอในความเงียบทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก หลี่เจียงเมิ่ง เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ใหม่"คุณซู... ผมเอาดอกไม้มาให้ใหม่" เขาพูดด้วยเสียงเบา "ดอกไม้เก่าเริ่มเหี่ยวแล้ว"ซูหลิงยิ้มอ่อนๆ "ขอบคุณนะคะ เจียงเมิ่ง... นายไม่ต้องมาดูแลพวกเราขนาดนี้หรอก""ไม่เป็นไร.

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 27 เดิมพันครั้งสุดท้าย

    รถเบนซ์สีดำคันใหม่ของ หลงเฟย ปรี่ทะลุผ่านเสียงระเบิดที่ดังก้องไปทั่วย่านชานเมือง พื้นกระจกรถต้นยานก็เต็มไปด้วยรอยแตกจากเสียงปืนที่ไล่ยิงตามมา กลิ่นดินปืนและเลือดลอยอบอวลไปทั่วอากาศ"นายใหญ่! พวกมันยิงตามมาแล้ว!" เสียงตะโกนหอบเหนื่อยของคนขับรถดังขึ้นท่ามกลางเสียงกระสุนที่เจาะทะลุผ่านกระจกหลังหลงเฟย นั่งแน่นอกผุดผาด ดวงตาเย็นยะเยือกจ้องมองไปข้างหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือซ้ายของเขากำปืน Glock แน่นหนา ส่วนมือขวากำลังกดแผลที่บ่าซึ่งเลือดยังคงซึมออกมาไม่หยุด"ขับไปเรื่อย ๆ" เขาสั่งด้วยเสียงเย็นชา "พวกมันจะไม่กล้าตามเข้าไปในเขตของเรา"ซูหยวนซิง นั่งข้าง ๆ เขา ใบหน้าซีดเผือดจากความตกใจ เธอหันมามองเขาด้วยความกังวล "เฟย... บาดแผลของนาย...""ไม่เป็นไร" เขาตอบสั้น ๆ แล้วหันไปมองเธอ "สำคัญกว่านั้น... เราต้องรีบไปช่วย หลิง"เกมแห่งความตายรถยนต์พุ่งผ่านประตูเหล็กสูงใหญ่เข้าไปในคฤหาสน์ของหลงเฟย แต่สิ่งที่รอเขาอยู่มิใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นภาพโรงแรมสยองขวัญลานหน้าบ้านที่เคยสวยงามบัดนี้กลายเป็นสมรภูมิรบ รถตู้สีดำหลายคันจอดเรียงกันเป็นแนว ลูกน้องของเขาที่ยังเหลืออยู่กำลังหลบซ่อนอยู่หลังเสาเสียนแ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 26 บทสรุปของความแค้น

    เสียงรองเท้าบู๊ตของหลงเฟยที่กระทบกับพื้นปูนเย็นเฉียบภายในอาคารร้างดังเป็นจังหวะเหมือนกับเสียงนับถอยหลังของหัวใจที่กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ทุกย่างก้าวที่เดินลงบันไดฉุกเฉินนั้นเต็มไปด้วยความหนักอึ้งและเด็ดเดี่ยว เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องจากชั้นล่างสะท้อนก้องไปทั่วทั้งตัวอาคาร แสงไซเรนจากรถตำรวจที่แล่นผ่านด้านนอกส่องลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างแคบ ๆ เป็นจังหวะสลับมืดสว่าง เหมือนกำลังเตือนให้เขารู้ว่าเวลาแห่งการตัดสินใจใกล้เข้ามาทุกทีในหูฟัง เสียงของ หลี่เกอ ลูกน้องคนสนิทของเขาดังขึ้นอย่างร้อนรน “นายใหญ่! พวกเราพร้อมแล้วทางฝั่งตะวันออก”“รอคำสั่งฉัน” หลงเฟย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่มหาศาล เขาก้าวผ่านโถงทางเดินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นซากปรักหักพังจากแรงระเบิด กลิ่นดินปืนและควันไฟที่ยังคงอบอวลปะปนกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่ว เสียงครางเบา ๆ ของชายคนหนึ่งที่กำลังหายใจรวยรินดึงดูดสายตาของหลงเฟยให้หันไปมอง เขาเห็นลูกน้องคนหนึ่งที่ถูกยิงกำลังนอนจมกองเลือดอยู่ในมุมมืด“ไปเถอะ… นายใหญ่…” ชายคนนั้นพึมพำด้วยเสียงที่แผ่วเบาก่อนที

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 25 ไฟสงครามในเมือง – เขาต้องปกป้องเธอแม้ต้องแลกด้วยชีวิต

    หลงเฟยจับข้อมือซูหลิงแน่น ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย“เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอลงไปตายอย่างนั้นเหรอ?!” เสียงของเขาเข้มข้นจนซูหลิงรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ซูหลิงดึงมือออก พยายามมองเขาอย่างเด็ดเดี่ยว “ถ้าฉันไม่ไป หยวนซิงจะตาย และเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ในเรื่องนี้!”เสียงปืนดังใกล้เข้ามาทุกที เสียงฝีเท้ากระทบพื้นบันไดดังก้องผ่านทางเดิน หลงเฟยรู้ดีว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่มาก“รอก่อน” เขาหยิบโทรศัพท์ออกมากดเรียกอย่างรวดเร็ว “หลี่เกอ ดำเนินแผน B ทันที... ใช่ ทุกหน่วย... และเอาของนั่นมาด้วย”ซูหลิงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “แผน B?”หลงเฟยดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น อ้อมแขนของเขารัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปจากอ้อมกอดนี้ “ฉันไม่เคยมีแผนส่งเธอไปแลกตัวจริงๆ... ฉันแค่ต้องการเวลาเพื่อหาตำแหน่งที่พวกเขาซ่อนซูหยวนซิงเท่านั้น”“แล้วตอนนี้ล่ะ?” ซูหลิงถามเสียงแผ่ว พยายามกลบเกลื่อนความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ“ตอนนี้เราต้องสู้” หลงเฟยตอบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ซูหลิงรู้สึกเย็นยะเยือก เขายิ้มอย่างนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ แต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความกังวลจนซูหลิงรู้สึกเจ็บปวด“แต่ฉันต้องการใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status