Beranda / มาเฟีย / สยบแค้นมาเฟียร้าย / ตอนที่ 5 จุมพิตใต้พันธนาการ (NC)

Share

ตอนที่ 5 จุมพิตใต้พันธนาการ (NC)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-13 17:30:43

รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมกับความปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กายของ ซูหลิง แสงแดดอ่อน ๆ เล็ดรอดผ้าม่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทำให้ห้องนอนยังคงอยู่ในบรรยากาศสลัว ๆ ซูหลิงขยับตัวช้า ๆ ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างกาย บ่งบอกถึงค่ำคืนอันยาวนานที่ผ่านมา เธอหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็นห้วงเวลาที่ร่างกายของเธอถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์

เธอหันมองไปยังที่ว่างข้างกาย หลงเฟย หายไปแล้ว ไม่มีร่องรอยของการมีอยู่ของเขา ยกเว้นความรู้สึกราวกับมีไฟแผดเผาอยู่ในกายของเธอ และรอยแดงช้ำจาง ๆ ตามผิวเนื้อที่บอบบาง ความรู้สึกโล่งใจเพียงชั่วครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยความอ้างว้างและเคว้งคว้างอย่างประหลาด เธอเกลียดที่ร่างกายของตัวเองตอบสนองต่อเขา แต่ลึก ๆ แล้ว เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าสัมผัสของเขา... เร้าใจอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน 

ซูหลิงลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก เธอเดินโซซัดโซเซไปยังห้องน้ำขนาดใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่ภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ดวงตาคู่สวยยังคงฉายแวววาวของความดื้อรั้น แต่รอบดวงตานั้นคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อจากการจูบอย่างเร่าร้อนเมื่อคืน รอยแดงช้ำบนผิวขาวเนียนคือหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซูหลิงใช้นิ้วลูบไล้รอยเหล่านั้นอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกเจ็บปวดผสมกับความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่ว เธอเบือนหน้าหนีภาพตัวเองในกระจก ไม่อยากเห็นความพ่ายแพ้ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

หลังจากชำระร่างกาย ซูหลิงเลือกสวมชุดนอนผ้าไหมที่เรียบง่ายแต่ดูดี เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจ เธอพยายามกินอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้บนโต๊ะ แต่ก็ทานได้เพียงเล็กน้อย รสชาติอาหารไม่สามารถกระตุ้นความอยากของเธอได้เลย สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกได้คือความหนักอึ้งในอก

ตลอดทั้งวัน ซูหลิงพยายามหาทางออก เธอสำรวจทุกซอกทุกมุมของเพนท์เฮาส์อีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้จะรู้ว่าไร้ประโยชน์ แต่เธอก็ยังคงมีความหวังริบหรี่ การเดินไปมาทำให้เธอได้เห็นของตกแต่งหรูหรามากมาย ภาพวาดราคาแพง รูปปั้นแกะสลักที่ประณีต แต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะมอบอิสรภาพให้กับเธอได้

ในยามที่ความปรารถนาและอารมณ์สับสนเข้าครอบงำ ซูหลิงมักจะหาทางปลดปล่อยความเครียดด้วยการใช้สมองและร่างกาย เธอสวมชุดออกกำลังกายสีดำสนิท ซึ่งประกอบด้วยเสื้อครอปตัวสั้นและกางเกงรัดรูป ชุดนี้แนบชิดไปกับเรือนร่างของเธอ เผยให้เห็นเส้นโค้งเว้าและสัดส่วนที่ชัดเจน เสื้อครอปดีไซน์เรียบง่ายแต่เน้นสรีระ เผยช่วงท้องที่แบนราบและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่กระชับ ส่วนกางเกงรัดรูปนั้นโอบรัดสะโพกและเรียวขาอย่างพอดิบพอดี ทำให้การเคลื่อนไหวดูคล่องแคล่วว่องไวและดึงดูดสายตาเดินไปยังห้องออกกำลังกายส่วนตัวของเพนท์เฮาส์ ที่ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครัน

เธอเริ่มฝึกศิลปะการป้องกันตัวที่เคยเรียนมาอย่างเข้มข้น เตะ ต่อย และหลบหลีกไปในอากาศราวกับมีคู่ต่อสู้ที่มองไม่เห็น เหงื่อไหลซึมไปทั่วร่างกาย แต่เธอก็ไม่หยุด เธอใช้การเคลื่อนไหวที่รุนแรงเพื่อบีบอัดความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจ หรือไม่ก็กลับไปยังห้องสมุด เธอนั่งลงหน้าโต๊ะทำงานของหลงเฟย พยายามแก้ปริศนาตรรกะที่ซับซ้อนจากหนังสือเก่าๆ ที่เขาเก็บไว้ มันเป็นการฝึกสมองที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังคงเป็นคนฉลาด แม้จะอยู่ในกรงทองก็ตาม

เมื่อความมืดโรยตัวลงอีกครั้ง หลังจากออกกำลังกายและชำระล้างร่างกายเรียบร้อย ซูหลิงเปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดี และเดินมานั่งอยู่บนโซฟานุ่มในห้องนั่งเล่น จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน เธอรู้ดีว่าไม่ว่าจะซ่อนตัวที่ไหน หลงเฟยก็จะหาเธอเจออยู่ดี ความรู้สึกหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่อยากยอมรับ... ความคาดหวัง

ความรู้สึกที่สับสนในใจทำให้ซูหลิงลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้า เธอเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวไปยังห้องนอนหลัก ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างเงียบงัน เผยให้เห็นห้องที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีเข้มและอบอุ่น แสงไฟสลัวจากโคมไฟข้างเตียงส่องกระทบชุดนอนผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีของเธอ ทำให้ผ้าพลิ้วไหวดูมีชีวิตชีวาและสะท้อนความเย้ายวนออกมา

เธอเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบงัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัวและความคาดหวัง เตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีดำสนิทดูโดดเด่นอยู่กลางห้อง ราวกับเป็นจุดศูนย์กลางของโชคชะตาที่กำลังจะมาถึง เธอค่อยๆ ก้าวขึ้นไปบนเตียงและทิ้งตัวลงบนผ้าห่มนุ่มนิ่ม จ้องมองไปยังความมืดที่อยู่นอกหน้าต่างอีกครั้ง เธอรอคอยอย่างเงียบงัน รอคอยให้หลงเฟยกลับมาและเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป

เสียงคลิกที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ประตูห้องนอน ซูหลิงสะดุ้งสุดตัวอีกครั้ง เธอรู้ทันทีว่าใครมา หลงเฟยก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าคมคายของเขาฉาบด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ทำให้หัวใจของซูหลิงเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เขามองเห็นซูหลิงที่นั่งอยู่บนโซฟา เขาไม่ได้สวมเสื้อเชิ้ตแล้ว แต่เป็นเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มที่เปิดกระดุมสองสามเม็ดด้านบน เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง เขายังคงมีกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นกายบุรุษผสมกับบุหรี่ซิการ์ชั้นดีและน้ำหอมราคาแพง กลิ่นเฉพาะตัวของหลงเฟยที่ซูหลิงเริ่มจดจำได้อย่างดี กลิ่นที่บ่งบอกถึงอันตรายและความเย้ายวนในคราวเดียวกัน

"ยังไม่นอนหรือ...ที่รัก" เสียงทุ้มต่ำของหลงเฟยเอ่ยเสียงนุ่มลึก แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับเต็มไปด้วยความต้องการที่ซูหลิงเข้าใจดี เขาไม่ได้รอให้เธอตอบกลับ แต่เดินตรงเข้ามาหาซูหลิงอย่างไม่รีบร้อน ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและเต็มไปด้วยอำนาจ

ซูหลิงพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่หลงเฟยกลับทรุดตัวลงนั่งข้างเธอ มือหนาของเขาเอื้อมมาเชยปลายคางของซูหลิงขึ้นช้าๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาของเขาทั้งเร่าร้อนและลึกซึ้ง มันทำให้ซูหลิงรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าอีกครั้ง เธอเห็นประกายความดิบเถื่อนในดวงตาของเขา ก่อนที่ความคลั่งรักบางอย่างจะฉายวูบขึ้นมา

สายตาของหลงเฟยเลื่อนลงมาจับจ้องที่ชุดนอนผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีที่ซูหลิงสวมอยู่ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยอำนาจและความดิบเถื่อนพลันแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนกับความพึงพอใจอย่างที่สุด มันเป็นความรู้สึกที่ล้นทะลักออกมาจากดวงตาของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ราวกับว่าชุดที่เธอเลือกสวมในค่ำคืนนี้คือคำตอบที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอด

"ฉันคิดถึงเธอ...ตลอดทั้งวัน" เขาเดินเข้าไปใกล้เธออย่างรีวดเร็วและเอ่ยเสียงกระซิบข้างหู ซูหลิงสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รดซูหลิงอยู่ข้างแก้ม ขนอ่อนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ได้ลิ้มรสความขมปร่าของความหวาดกลัวปนกับความหวั่นไหวที่น่ารังเกียจ 

ก่อนที่ซูหลิงจะได้ทันพูดอะไร ริมฝีปากของหลงเฟยก็บดเบียดลงมาบนริมฝีปากอิ่มของเธออีกครั้ง จูบนี้ไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก แต่กลับเต็มไปด้วยความดูดดื่มและเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน เขาดูดเม้มกลีบปากบนและล่างอย่างช้า ๆ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ากลับทำให้ซูหลิงรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

ซูหลิงพยายามขืนตัว ปิดริมฝีปากแน่นหนีสัมผัสของเขา แต่หลงเฟยกลับยิ้มร้ายกาจและส่งเสียง ฮึ ในลำคอ เขาใช้ปลายลิ้นของเขากดเบา ๆ ที่มุมปากของเธอ ลูบไล้ไปมาอย่างยั่วยวน จนซูหลิงต้องเผลอเผยอริมฝีปากออกมาเพียงเล็กน้อย และนั่นก็เป็นช่องทางให้เขาได้รุกล้ำเข้ามาอย่างง่ายดาย เขากวาดต้อนโพรงปากของเธอ ดูดกลืนเอาความหวานล้ำภายในอย่างหิวกระหาย ราวกับจะสูบเอาลมหายใจของเธอไปทั้งหมด

มือหนาของหลงเฟยสอดเข้ามาใต้เสื้อผ้าของซูหลิง ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างแผ่วเบา ก่อนจะบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างจงใจ ความร้อนจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในกายของซูหลิง เธอรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกที่ทั้งห้ามไม่ได้และต้านทานไม่ไหว

"ดูเหมือนร่างกายของเธอจะจำรสสัมผัสของฉันได้เป็นอย่างดีเลยนะ.." หลงเฟยกระซิบเสียงพร่า ขณะที่เขาผละจูบออกไปเพียงครู่เดียว ดวงตาคมกริบของเขายังคงจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของซูหลิงอย่างไม่ละสายตา เขาเห็นความสับสนและความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาของเธอ เขาใช้ปลายนิ้วกรีดเบาๆ ที่ต้นขาด้านในของซูหลิง สัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความจงใจ ทำให้ซูหลิงสะท้านเฮือก

"อย่า..." ซูหลิงเผลอร้องออกมา

เขาไม่สนใจคำพูดของเธอกลับโน้มตัวลงมาจูบซับไปตามลำคอระหง ดูดเม้มสร้างรอยแดงจาง ๆ ลงมาถึงไหปลาร้า ปากของเขาเคลื่อนต่ำลงมาเรื่อย ๆ แผ่วเบาแต่เร่าร้อน มือหนาของเขาปลดกระดุมชุดนอนของซูหลิงออกอย่างช้า ๆ ทีละเม็ด เสียงผ้าไหมเสียดสีกันเบาๆ คลอไปกับเสียงหอบหายใจของซูหลิง แสงจันทร์ส่องกระทบผิวกายขาวนวลที่ค่อย ๆ เผยออกมา ซูหลิงรู้สึกอับอาย แต่ร่างกายของเธอกลับร้อนรุ่มไปหมด

ขณะที่จูบของเขาไล้ลงต่ำ ซูหลิงก็พยายามจะห้ามใจ แต่แล้วเสียงครางต่ำ ๆ "อือ..." ก็หลุดจากลำคอเธออย่างไม่อาจควบคุมได้ เมื่อหลงเฟยก้มลงดูดเม้มยอดอกสีระเรื่อของเธออย่างหิวกระหายสลับกันไปมาในขณะที่อีกมือหนึ่งก็คลึงก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างช่ำชอง ความเสียวซ่านที่รุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป มือเรียวของเธอจิกผ้าบุโซฟาแน่นจนเล็บแทบจะจิกเนื้อ เพื่อระบายความรู้สึกที่กำลังปะทุขึ้นภายในอย่างบ้าคลั่ง

"ร้องชื่อของฉันออกมาสิ... ซูหลิง" หลงเฟยกระซิบเสียงต่ำพร่าข้างใบหู "ฉันอยากได้ยินเสียงของเธอ... อยากรู้ว่าเธอรู้สึกดีแค่ไหนที่อยู่ใต้การครอบครองของฉัน... อยากให้ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเธอยอมจำนนให้ฉันคนเดียว"

เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ร่างกายของเธอ แต่เขากำลังเรียกร้องการยอมจำนนทางจิตใจด้วย สัมผัสของหลงเฟยดำเนินไปอย่างเนิบนาบ แต่ทว่าร้อนแรงจนซูหลิงรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจ เสียงหอบหายใจของเธอเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหัวใจของเธอเต้นกระหน่ำในอก ราวกับจะหลุดออกมาจากซี่โครง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปกับสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกทรมานด้วยความสุขที่ไม่อาจต้านทานได้

บนเตียงกว้างหลงเฟยยกซูหลิงขึ้นให้นั่งอยู่บนตักของเขา สองขานุ่มนวลโอบรอบเอวสอบของเขาไว้ในขณะที่ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันเป็นหนึ่งเดียว ใบหน้าของเธอแดงก่ำจากการหายใจหอบถี่ หลงเฟยเคลื่อนไหวอย่างเนิบนาบแต่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอำนาจ ทุกจังหวะที่รุกเร้าคือการแสดงออกถึงความต้องการที่มากกว่าเพียงแค่ร่างกาย แต่เป็นการเรียกร้องการยอมจำนนจากจิตใจของเธอโดยสิ้นเชิง ซูหลิงก้มหน้าซบไหล่หนาของเขาเพื่อซ่อนความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตา ปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามแรงกระตุ้นของเขา

ในทุกจังหวะที่ซูหลิงยกตัวขึ้น หลงเฟยก็ใช้ร่างกายกระแทกกลับอย่างหนักหน่วงและมั่นคง ท่วงท่าอ่อนช้อยแต่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนอน แต่ก็ถูกกลบด้วยเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ การเคลื่อนไหวที่เคยเนิบนาบเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ความรู้สึกที่เธอไม่อาจต้านทานได้กำลังหล่อหลอมความหวาดกลัวและความปรารถนาเข้าด้วยกัน เธอปล่อยให้ความปรารถนาเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์

แรงกระแทกถี่กระชั้นนำพาซูหลิงไปสู่จุดสุดยอด เธอสูดหายใจเฮือกใหญ่ ปล่อยเสียงครางหวานที่บ่งบอกถึงความสุขสมออกมาอย่างไม่อาจเก็บกลั้น "อ๊า...อ๊าาา...หลงเฟย....หลงเฟย" ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มไปทั้งร่างราวกับต้องกระแสไฟฟ้า ก่อนจะค่อยๆ อ่อนยวบลงในอ้อมแขนของหลงเฟย

แต่ความปรารถนาของหลงเฟยยังคงร้อนแรง เขาพลิกตัวซูหลิงอย่างนุ่มนวลให้คุกเข่าลงบนเตียง ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปประชิดด้านหลัง สองมือหนายึดสะโพกมนของเธอไว้มั่นคง แหงนเงยใบหน้ามองแผ่นหลังเนียนละเอียดที่โค้งงอนรับสรีระ ท่าทางนี้เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องและบั้นท้ายงอนงามอย่างชัดเจน หลงเฟยไม่รอช้า เขากระแทกกายเข้าสู่ช่องทางรักอีกครั้งอย่างลึกซึ้งและหนักหน่วง เสียงครางต่ำลึกดังก้องมาจากลำคอของเขา สอดประสานกับเสียงหอบหายใจถี่รัวของซูหลิงที่ดังระงมไปทั่วห้องนอน

“ชั้นทำดีใช่ไหม… เธอชอบไหม… ตอบฉันสิซูหลิง!” เขากระซิบถามเสียงพร่าอย่างควบคุมอารมณ์ไม่ได้ พลางจูบซับแผ่นหลังของเธออย่างเร่าร้อนราวกับจะกลืนกิน เธอพยายามเปล่งเสียงตอบ แต่ทำได้เพียงส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง ความสุขสมที่แล่นเข้าโจมตีเธออย่างต่อเนื่องทำให้เธอไม่อาจเปล่งคำพูดใดๆ ได้อีก นอกจากส่งเสียงครางรับสัมผัสจากเขาอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากการเร่งเร้าอย่างหนักหน่วง หลงเฟยพลิกตัวซูหลิงอย่างนุ่มนวลให้เธอตะแคงข้างในท่าช้อน ร่างกายกำยำของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอจากด้านหลัง เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบรัดเอวบางไว้แน่น ขณะที่อีกมือสอดเข้าไปประคองเรือนร่างที่บอบบางไว้ในอ้อมแขน "ฉันจะพาเธอไปด้วยกัน...ที่รัก" เขาพึมพำเสียงกระซิบพร่าข้างหู

หลงเฟยใช้จังหวะที่เนิบนาบแต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา สัมผัสที่โอบรัดและเคลื่อนไหวไปพร้อมกันทำให้ซูหลิงรู้สึกเหมือนเป็นหนึ่งเดียวกับเขา หลงเฟยเคลื่อนไหวอย่างเนิบนาบแต่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงทุกครั้งที่ร่างกายของเขากระแทกเข้าสู่ช่องทางรักที่ชื้นแฉะ ริมฝีปากของเขาประทับจูบและขบเม้มซอกคอของซูหลิงไม่หยุดหย่อน สอดประสานกับการขยับสะโพกอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ราวกับกำลังขับเคลื่อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งให้เชื่อมโยงกัน

ขณะที่ร่างกายของเขากำลังรุกเร้าจากด้านหลัง มืออีกข้างของเขาก็ไม่ว่างเปล่า เขาบีบคลึงหน้าอกอวบอิ่มของซูหลิงอย่างช่ำชอง ทุกครั้งที่เขาบีบเคล้นความเสียวซ่านก็แล่นไปทั่วร่างของเธอ ทำให้เธอส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทุกครั้งที่เขาขยับตัวแรงๆ ร่างกายของเธอก็ขยับตามเป็นจังหวะเดียวกัน เธอยังคงเรียกชื่อของเขาออกมาไม่หยุดหย่อน "หลงเฟย..." เสียงหวานครางแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป

ในที่สุด ร่างกายของทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งพร้อมกันอย่างรุนแรง ซูหลิงร้องเรียกชื่อของเขาออกมาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเสียงที่สั่นพร่า ตามมาด้วยเสียงครางต่ำลึกของหลงเฟยที่ดังขึ้นพร้อมๆ กัน เสียงแห่งความสุขสมของคนทั้งคู่ผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียวบ่งบอกถึงการเดินทางที่มาถึงจุดหมายพร้อมกัน

หลงเฟยผละขึ้นมามองใบหน้าเธออีกครั้ง ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟปรารถนา ก่อนจะกดจูบลงมาบนริมฝีปากที่บวมเจ่อของซูหลิงอีกครั้งอย่างดูดดื่ม จูบที่เต็มไปด้วยการครอบครอง ความดิบเถื่อน และความคลั่งไคล้ มือของเขากดท้ายทอยของซูหลิงไว้แน่น บังคับให้เธอรับจูบของเขาอย่างไม่มีทางเลือก

ในค่ำคืนนี้... ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างและแสงไฟสลัวจากภายในห้อง เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันไปกับเสียงผ้าปูที่นอนที่เสียดสีกันอย่างเร่าร้อน ร่างกายของซูหลิงได้ยอมจำนนต่อแรงปรารถนาที่หลงเฟยปลุกขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคือความเร้าใจครั้งแรกที่เธอไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป แม้จิตใจจะบอกว่าเกลียดชัง แต่ร่างกายกลับถูกครอบครองโดยสมบูรณ์ และเธอไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ ชีวิตของเธอจะถูกหลงเฟยบงการไปในทิศทางใดต่อไป เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของมหาสมุทรที่มืดมิด ไร้ทางกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ มันเป็นความรู้สึกใหม่ที่ทั้งน่ากลัวและน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่จุดจบ... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 33 การจากลาและการเริ่มต้นใหม่

    หนึ่งเดือนหลังจากการหมั้นหมาย บรรยากาศในบ้านริมทะเลสาบเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเมื่อก่อน ที่นี่เป็นป้อมปราการของราชายอดมาเฟีย วันนี้กลับกลายเป็นบ้านอบอุ่นของครอบครัวเล็กๆ ที่กำลังเตรียมตัวเริ่มต้นใหม่หลงเฟยเดินขากะเผลกออกจากห้องทำงาน ขาซ้ายยังไม่หายสนิท แต่ดีขึ้นมากแล้ว เขาเดินไปหาซูหลิงที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องนั่งเล่น"คือว่าค่ะคุณหลิว ซิงซิง เราต้องการดอกไม้สีขาวล้วนอย่างเดียวค่ะ ไม่ต้องมีสีอื่นปนเลยนะคะ" ซูหลิงพูดกับเจ้าของร้านดอกไม้ "งั้นพอดีเลยค่ะ เจอกันวันพรุ่งนี้นะคะ"หลงเฟยนั่งลงข้างๆ เธอ "คุยเรื่องดอกไม้งานแต่งหรือครับ?""ใช่ค่ะ" เธอยิ้มหวาน "คุณไป๋หู่โทรมาแล้วหรือยังคะ?"หลงเฟยส่ายหน้า "ยังครับ แต่เขาน่าจะโทรมาในไม่ช้า"ไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลงเฟยรับสาย"หัวหน้าครับ" เสียงไป๋หู่ดังมาจากลำโพง "ผมจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ""ยังไงบ้าง?""ตามที่คุณสั่ง ผมโอนธุรกิจสะอาดทั้งหมดให้บริษัทใหม่แล้ว ส่วนธุรกิจอื่นๆ ก็ปิดหรือขายหมดแล้วครับ"หลงเฟยพยักหน้า "แล้วเงินล่ะ?""โอนไปบัญชีธนาคารที่สวิสแล้วครับ หนึ่งร้อยล้านยูโร พอใช้ชีวิตสบายๆ ไปตลอดชีวิตแล้วครับ""ขอบ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 32 หลังพายุผ่านพ้น (NC)

    สามวันหลังจากเหตุการณ์นองเลือดในคืนนั้น บ้านหรูริมทะเลสาบกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง ช่างซ่อมได้เปลี่ยนกระจกหน้าต่างใหม่ หินอ่อนที่แตกร้าวถูกซ่อมแซมจนเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่ร่องรอยของความรุนแรงนั้นยังคงอยู่ในดวงใจของทุกคนหลงเฟยนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว ขาซ้ายที่ถูกกระสุนปืนถูกพันผ้าพันแผลอย่างดี แต่เขายังเดินไม่ได้ปกติ หมอส่วนตัวแนะนำให้เขาพักผ่อนอย่างน้อยสองสัปดาห์ แต่ใจของเขากลับไม่สามารถหยุดนิ่งได้เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น"เข้ามาได้ครับ" เขาพูดโดยไม่หันไปมองซูหลิงเดินเข้ามาพร้อมกับชาร้อนและขนมเค้กที่เธอทำเอง เธอวางถาดลงบนโต๊ะอย่างเงียบๆ แล้วนั่งลงในเก้าอี้ตรงข้ามเขา"คุณไม่กินข้าวมาสองมื้อแล้วค่ะ" เธอพูดด้วยเสียงกังวล"ไม่หิวครับ" หลงเฟยตอบสั้นๆ ดวงตาของเขายังคงจ้องออกไปนอกหน้าต่างซูหลิงสังเกตเห็นว่าท่าทางของเขาเปลี่ยนไปหลังจากคืนนั้น เขาไม่ค่อยพูดคุย มักจะนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียว และที่สำคัญคือ เขาเลิกสัมผัสเธออย่างที่เคยทำ"คุณหลง..." เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ"ผมไม่เป็นไรครับ" เขาขัดจังหวะอย่างเร็ว "แค่เหนื่อยนิดหน่อย"ซูหลิงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปยืนข้างๆ เขา เธอเอามือเบาๆ ว

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 31 เกมแห่งความแค้น

    เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณทะเลสาบที่เคยเงียบสงบ หลงเฟยหลบซ่อนอยู่หลังเสาหินอ่อนของระเบียงบ้าน ขณะที่กระสุนปืนวิ่งทะลุผ่านผนังไม้หรูราคาแพง เขาได้ยินเสียงก้องของเฉินซานเกอจากด้านนอก"หลงเฟย! คิดว่าการซ่อนตัวจะช่วยแกได้เหรอ? กูรอวันนี้มาสิบปีแล้ว!"ด้วยความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ หลงเฟยประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนของเฉินซานเกอกำลังแยกตัวล้อมบ้านจากหลายทิศทาง จากเสียงที่ได้ยิน เขาประเมินได้ว่ามีคนอย่างน้อยแปดคน ทั้งหมดติดอาวุธครบ"ไป๋หู่!" หลงเฟยตะโกนใส่อินเตอร์คอม "สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?""บอส! พวกเราถูกโจมตีจากทุกทิศทาง คนของผมสองคนบาดเจ็บแล้ว แต่เรายังควบคุมสถานการณ์ได้"หลงเฟยรู้ว่าเขาต้องรักษาความปลอดภัยของซูหลิงและหลงเฉินกวงเป็นอันดับแรก เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังห้องครัวที่เธอซ่อนอยู่"ที่รัก เป็นอย่างไรบ้าง?" เขาถามด้วยเสียงเบา"เราสองคนไม่เป็นไรค่ะ แต่เฉินกวงกลัวมาก"ซูหลิงกอดลูกชายไว้แนบอก ดวงตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว"ฟังผมนะ" หลงเฟยพูดด้วยเสียงที่เด็ดเดี่ยว "มีทางลับในห้องนี้ หลังตู้เย็น มีบันไดลงไปยังอุโมงค์ใต้ดินที่จะพาคุณไปยังเ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 30 เงาในบ้านใหม่

    รุ่งอรุณเช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆ แทงผ่านม่านหนาของบ้านหรูริมทะเลสาบ สไตล์เรียบหรู หลงเฟยนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เขาหมุนแก้วบรั่นดีราคาแพงในมือขณะจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มของเขาแฝงไปด้วยการคิดคำนวณ"อดีตไม่เคยปล่อยใครไปง่ายๆ" เขาพึมพำกับตัวเองก่อนดื่มบรั่นดีในแก้วหมดซูหลิงตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมและหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี เธอสังเกตเห็นว่าหลงเฟยได้ออกจากเตียงไปแล้ว เธอใส่เสื้อคลุมไหมและเดินลงไปหาเขาที่ห้องครัวสุดหรู"คุณตื่นเช้ามากเลยค่ะ" ซูหลิงพูดขณะเทกาแฟราคาแพงลงแก้ว"ธุรกิจน่ะ" หลงเฟยตอบสั้นๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าต่าง "แม้จะเกษียณแล้ว แต่ศัตรูเก่าก็ยังจำเราได้"สถานการณ์เปลี่ยนไปมากหลังจากการล่มสลายของเครือข่ายเจิ้งหยาง หลงเฟยใช้อำนาจและความสัมพันธ์ที่เขาสร้างมานานหลายทศวรรษในการปิดปากทุกคน เจิ้งหยางไม่ได้แค่ถูกจับ แต่เขาถูกกำจัดอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะได้เปิดปากพูดอะไรบ่ายวันนั้น ขณะที่หลงเฉินกวงกำลังนอนหลับอยู่ในอยู่ในห้อง ซูหลิงเดินออกไปเช็คจดหมายที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเธอหยุดตัวแข็งเมื่อเห็นกุหลาบสีดำดอกหนึ่งวางอยู่บนฝาตู้จดหมาย มีบัตรเล็กๆ ผูก

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 29 เงาใต้แสงยามเช้า (NC)

    เสียงฝนโปรยบางๆ เคาะขอบหน้าต่างห้องพิเศษชั้นสิบสอง เหมือนทำนองกล่อมเด็กทารกให้หลับสบาย ซูหลิงเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้ให้นม ดวงตาเธอยิ้มละมุนขณะมองหลงเฉินกวงที่ซุกอยู่ในอ้อมแขน—แก้มใสอุ่นจัด หายใจถี่เบาเป็นจังหวะ หัวใจของแม่เต้นช้าลงโดยไม่รู้ตัวประตูเลื่อนเปิด สูดเอากลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเข้ามา หลงเฟยในชุดคนไข้สีเทาอ่อนนั่งรถเข็นที่ไป๋หู่เข็นเข้ามาชิดเตียง แผลเขายังตึง เสียงหายใจยังหอบเหนื่อย แต่แววตาคมนั้น…ชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ซูหลิงจำได้“เช้านี้อากาศดีจัง” เสียงทุ้มของเขาแผ่วต่ำ แต่มั่นคง“เหมาะกับการมอง ‘แสงยามเช้า’ ของเรา”ซูหลิงหัวเราะในลำคอ “คุณพ่อคนนี้โรแมนติกขึ้นทุกวันนะคะ”เธอยื่นตัวส่งเจ้าตัวเล็กให้ชิดอกของเขาอย่างระมัดระวัง ลมหายใจอุ่นของลูกแตะคางหลงเฟย เขาหลับตาวินาทีหนึ่งราวกับจดจำสัมผัสนี้ลงลึกถึงกระดูกสันหลังไป๋หู่ไหวตัวถอย “ผมยืนเวรหน้าห้องครับพี่เฟย เรียกเมื่อไหร่ได้เสมอ” เขาวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ปลายนิ้วแตะโค้ดล็อกสองครั้ง—นิสัยของคนเคยอยู่แนวหน้า—ก่อนปิดประตูอย่างเงียบกริบเหลือเพียงสามคนในโลกเล็กๆ นี้ หลงเฟยเอียงใบหน้าแตะหน้าผากลูกชายเบาๆ “เฉินกวง…” เขากระซิบ “พ่อจะ

  • สยบแค้นมาเฟียร้าย   ตอนที่ 28 ฟื้นคืนแสง

    สองสัปดาห์ผ่านไป ห้องพยาบาลหมายเลข 1212 กลายเป็นบ้านหลังที่สองของ ซูหลิง เธอแทบไม่ออกจากข้างเตียงของ หลงเฟย เลย นอกจากเวลาที่แพทย์มาตรวจร่างกาย หรือพยาบาลมาเช็ดตัว เปลี่ยนยาใหม่"คุณซู คุณควรกลับไปพักผ่อนบ้างนะคะ"พยาบาลหัวหน้าเวรกลางคืนพูดด้วยความเป็นห่วง"ท้องคุณใหญ่ขึ้นมากแล้ว ลูกต้องการแม่ที่แข็งแรงนะคะ"ซูหลิงลูบท้องเบาๆ แล้วมองไปที่หลงเฟยที่ยังนอนหลับใหล"ไม่เป็นไรค่ะ... ฉันอยากอยู่ตรงนี้"ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแล้ว เธอก็หันกลับไปจับมือของเขาอีกครั้ง มือที่เคยแข็งแกร่งและอบอุ่นนั้น บัดนี้เย็นเยียบและซีดขาว"เฟย... วันนี้หมอบอกว่าอาการดีขึ้นมากแล้วนะ" เธอพูดเบาๆ ราวกับกลัวจะปลุกเขา"และลูกของเราก็เติบโตดีมาก วันนี้ฉันไปตรวจแล้ว หมอบอกว่าเป็นลูกชาย... นายอยากตั้งชื่อลูกว่าอะไร?"เสียงเครื่องช่วยหายใจยังคงดังเป็นจังหวะ เสียงเดียวที่ตอบเธอในความเงียบทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก หลี่เจียงเมิ่ง เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ใหม่"คุณซู... ผมเอาดอกไม้มาให้ใหม่" เขาพูดด้วยเสียงเบา "ดอกไม้เก่าเริ่มเหี่ยวแล้ว"ซูหลิงยิ้มอ่อนๆ "ขอบคุณนะคะ เจียงเมิ่ง... นายไม่ต้องมาดูแลพวกเราขนาดนี้หรอก""ไม่เป็นไร.

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status