Beranda / รักโบราณ / สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ / 1.3 นิสัยนางไหนเลยจะเป็นคนอ่อนแอ

Share

1.3 นิสัยนางไหนเลยจะเป็นคนอ่อนแอ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-29 05:15:20

"..." เจียงเยี่ยนฟางที่ใบหน้านองไปด้วยน้ำตาจนผ้าปิดหน้าเปียกลู่แนบไปกับหน้าก็ได้แต่เงยหน้าขึ้นตามแรงดึง ต้องสบตาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่มิอาจเอื้อนเอ่ยความน้อยใจออกมา

"อย่าทำให้ข้าต้องเดือดร้อน จงอยู่อย่างไร้ตัวตนไปเถิด เส้นทางนี้เป็นเจ้าเลือกเอง ก็ต้องยอมรับชะตากรรมของเจ้าไป และเจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าในใจของข้ามีแค่เสี่ยวชิงเพียงผู้เดียว ที่ตบแต่งเจ้าเข้ามาก็เพียงเพราะพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้เท่านั้น อย่าหวังว่าข้าจะชายตามองเจ้า รักเจ้า เห็นเจ้าเป็นพระชายาในจวนของข้าอีกคน!"

น้ำเสียงของเซียวลี่หยางนุ่มนวลน่าฟัง ดุจดั่งกำลังขับขานบทกวี แต่ก็กลับเด็ดขาดไปในตัว

ครั้นกล่าวจบเขาผลักหน้านางออกไปเหมือนสัมผัสโดนของสกปรก ซ้ำยังจับมือของนางออกจากหัวเข่าของตนเองอย่างแรง จนร่างที่เกาะเขาไว้เสมือนเป็นที่พักพิงก็ไม่ทันตั้งตัว เซล้มลงไปด้านข้างอย่างไม่เป็นท่า "ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าก็ย้ายไปอยู่ที่เรือนหลังเถิด ทำให้เหมือนว่าเจ้าไม่เคยมีตัวตนมาก่อน ข้าอาจจะพอมีเมตตา ไว้ชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าให้ยังมีลมหายใจอยู่ได้"

"ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้ว" เจียงเยี่ยนฟางสะอื้น พูดแทบไม่จบประโยค พยายามจะเข้าหาอีกฝ่าย แต่เขาก็ถอยรถเข็นหนีไป ทำให้นางได้แต่ก้มตัวลงเอาหัวโขกอยู่กับพื้นเพื่อจะอ้อนวอนขอร้องเขา วิงวอนให้เขาเห็นใจนาง "ท่านอ๋องได้โปรด ทรงเมตตา..."

เซียวลู่หยางขมวดคิ้ว พลางปรายตามองสตรีที่ตัวสั่นไม่หยุด ก่อนจะตะโกนเรียกหาคนด้านนอก ตัดคำอ้อนวอนของนางทิ้งไป "มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง!"

สิ้นคำของเขา ก็ราวกับว่าคนด้านนอกรอจังหวะอยู่แล้ว บ่าวคนเดิมวิ่งจ้ำอ้าวเข้ามาในทันที

"ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้ว ท่านอ๋องได้โปรดอภัยในความสะเพร่าของหม่อมฉัน ให้... ให้หม่อมฉันไปเอาสุรามงคลใหม่มาให้ดีไหมเพคะ" เจียงเยี่ยนฟางเห็นคนเข้ามาก็ยิ่งร้อนรน พยายามกล่าวคำพูดที่คิดไว้ในหัวตั้งแต่แรกอีกครั้ง นางเงยหน้าหันซ้ายทีหันขวาทีอย่างลนลาน

"ไม่ต้อง" เซียวลู่หยางเอ่ยกับนางด้วยเสียงเย็น ก่อนจะพยักหน้าให้กับหงเปา คนสนิทของตนที่เพิ่งเดินมาถึง ให้มาพาตัวเขาออกไป "อย่าลืมสั่งให้คนเข้ามาทำความสะอาดด้วย"

"พ่ะย่ะค่ะ" หงเปารับคำ เตรียมพาเจ้านายจากไป

"เตรียมเรือนไม้ด้านหลังให้นางอยู่ พิธีแค่นี้ก็ทำให้เสร็จสิ้นไม่ได้!" ยังมิลืมทิ้งท้ายคำพูดเพื่อให้คนด้านหลังตระหนักถึงความผิดของตนเองอีกครา

"พ่ะย่ะค่ะ" หงเปารับคำอีกรอบ พลางดึงสายตาที่มองร่างของเจ้าสาวบนพื้นกลับมาสนใจเส้นทางด้านหน้าแทน

"ท่านอ๋อง ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ ท่านอ๋องโปรดอภัยด้วย ท่านอ๋อง..." เจียงเยี่ยนฟางคลานตามไปอย่างทุลักทุเล เพราะอาภรณ์อันรุ่มร่ามและเครื่องหัวที่ไม่จำเป็นเลยทำให้เคลื่อนไหวลำบาก โดยไม่ทันระวัง มือก็ไปทาบโดนสุราที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นเข้าพอดี ทำให้ลื่นล้มตัวเซไปด้านหน้า นำพาให้สุราบนพื้นเปรอะเปื้อนไปบนชุดจนตกอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ กระนั้นก็ยังร้องเรียกอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน

จวบจนประตูห้องหอปิดลง...

เสียงพ่นลมหายใจดัง 'เฮอะ' ก็เล็ดลอดออกมาจากผู้ที่เมื่อครู่เพิ่งจะร่ำไห้ไปหนึ่งที พร้อมกับร่างของเจ้าสาวที่ลุกขึ้นมานั่ง ปัดฝุ่นและคราบน้ำบางส่วนออกจากอาภรณ์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ในหัวยังก้องสะท้อนถึงเสียงของตนเองที่เรียกอีกฝ่ายไปหลายตลบพาให้รู้สึกแสลงหูขึ้นมา หากแต่ดวงตาที่เจือไปด้วยหยาดน้ำตาจอมปลอม กลับยังคงจ้องมองไปยังประตูห้องหอที่แต่งแต้มผ้าแดงอย่างไร้อารมณ์

...แต่แล้วคิ้วก็ขมวดมุ่นด้วยความสงสัย

"หรือทำเช่นนี้ไม่ถูกกันนะ..." เมื่อครู่นางยังดีใจที่ไม่ต้องเข้าห้องหอกับเขา ทว่าต่อมาก็เพิ่งจะนึกถึงจุดประสงค์ของตนเองขึ้นมาได้ เหตุการณ์ในตอนนี้จึงไม่สอดคล้องกันเท่าไรนัก

ในห้วงความคิด เสียงแสบหูที่นึกรังเกียจก็วนเวียนอยู่ภายในหัวของนาง เป็นเสียงของสตรีที่จงเกลียดจงชังเจียงเยี่ยนฟางหนักหนา

'พี่หญิง ท่านจงนึกสำนึกบุญคุณของข้าที่ทำให้ท่านได้มีตำแหน่งพระชายาติดตัวเถิด หากมิใช่ข้าสงสารที่ท่านออกไปเร่ร่อนตัวคนเดียวมาช้านาน มีหรือข้าจะยอมเสียสละตำแหน่งพระชายาให้ท่าน'

ก่อนจะตามมาด้วยอีกคนที่ก็คงรังเกียจนางไม่แพ้กัน

'เจียงเยี่ยนฟาง เจ้ารู้ใช่รึไม่ว่าทำไมตัวเจ้าต้องตบแต่งเข้าตำหนักของชินอ๋อง หลายปีมานี้ มารดาของเจ้าก็เป็นข้าที่ดูแลให้เรื่อยมา ตอนนี้... ถึงเวลาตอบแทนบุญคุณแล้วไม่ใช่หรือไร'

สิ้นเสียงของสตรีทั้งสองนาง น้ำเสียงของบุรุษอีกคนหนึ่งก็ผุดแทรกขึ้นมา

'วางตัวให้ดี อย่าให้ตระกูลต้องขายหน้า!'

คนสุดท้ายนี้ แม้แต่นามของนาง เขาก็ไม่อยากแม้แต่จะเรียกออกมา

เจียงเยี่ยนฟางใช้มือข้างที่ไม่เปื้อนสุรายกขึ้นมาปาดน้ำตาปลอม ๆ ที่เกือบจะแห้งเหือดไปแล้วออกจากใต้ตา ในแววตายามนี้ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ครั้นเมื่อเห็นว่าบ่าวรับใช้กำลังจะเข้ามาทำความสะอาดห้องให้ นางก็รีบลุกขึ้นยืน หมุนตัวกลับเข้าไปที่ห้องด้านใน

༻❁༺

อีกฝั่งที่นอกห้องหอ

"ท่านอ๋อง ทำเช่นนี้หากเรื่องถึงหูของฮ่องเต้จะไม่เป็นอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ" หงเปาเอ่ยถามเสียงเบา

เซียวลี่หยางไม่ได้ตอบคำถามแรกในทันที "ไหนลองบอกเรื่องเกี่ยวกับนางที่เจ้ารู้มาที"

"พ่ะย่ะค่ะ เจียงเยี่ยนฟางถูกตระกูลเดิมฝั่งมารดารับไปเลี้ยงตั้งแต่เยาว์วัย เนื่องจากในช่วงวัยเด็กนางป่วยหนักจนมีนักพรตมาทำนายว่าหากอยู่ในตระกูลเจียงต่อไป จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่พ้นปีนั้น จำต้องส่งนางไปที่อื่น สุดท้ายก็เลือกส่งนางไปบ้านเดิมของฟู่ฮูหยิน ให้ช่วยดูแลนางแทน"

"แล้วเจ้าว่ามันไม่น่าแปลกไปหน่อยหรือ ที่พอนางเติบโตมาอย่างแข็งแรงแต่กลับไม่ถูกรับกลับมาเสียที กระทั่งฮ่องเต้โยนงานมงคลของข้าไปให้ตระกูลเจียงแบกรับไว้ นางถึงได้ถูกเรียกตัวขึ้นมาเมืองหลวง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต่างก็ไม่เคยมีใครรับรู้การมีอยู่ของนางมาก่อน"

"...ตอนที่ฮ่องเต้ทรงประกาศให้ทั่วแคว้นรู้เรื่องนี้ ชาวบ้านต่างก็คิดว่าจะต้องเป็นคุณหนูเจียง" ที่หงเปาหมายถึงก็คือเจียงเจียวเหม่ย ผู้ที่ทุกคนคิดว่าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของขุนนางเจียงมาหลายปี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายในอ่างน้ำสววรค์เบื้องหน้า สะท้อนภาพของคนสองคนที่เดินเคียงคู่กัน ความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็หวนกลับมาอีกครั้ง"ท่านเทพจันทรา[1] ยังตัดใจไม่ได้อีกหรือ รึเป็นเพราะเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ความรู้สึกจึงยังคงอยู่" ซื่อหมิงซิงจวิน[2]ยืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังของเทพแห่งจันทรา เมื่อเขารู้ว่าอีก‍ฝ่ายได้ผ่านเคราะห์รักมาแล้ว และกลับมาจุติบนสวรรค์อีกครั้ง เขาก็รีบมาหา หวังมาเยี่ยมสหายเก่าเสียหน่อย แต่ไม่คิดว่าภาพที่ตนเห็นจะเป็นแผ่นหลังของสหายที่ดูอาลัยอาวรณ์ภาพในแอ่งน้ำสะท้อนชีวิตของมนุษย์ไม่น้อย เดาว่าการผ่านเคราะห์ครั้งนี้ของเจ้าตัวคงสาหัสเอาการโลกสวรรค์และโลกมนุษย์เวลาไม่เหมือนกัน เทพจันทราเพิ่งตายไปในร่างมนุษย์เมื่อครู่ แต่พอจุติบนสวรรค์อีกครา ที่โลกมนุษย์ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้วเทพแห่งจันทราที่ถูกทักก็วาดมือผ่านอ่างน้ำสวรรค์ ปิดภาพของเจ้านายเก่าของตนทิ้งไป เตรียมจะเดินหนีสหายเก่า ทั้งที่ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วันบนสวรรค์ แต่เพราะในโลกมนุษย์ยาวนานถึงยี่สิบกว่าปี เขาจึงยังรู้สึกไม่สนิทกับสหายเท่าเมื่อก่อน คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักตอนแรกเขายอมรับว่าตนยังห่วงหาสตรีผู้นั้นอยู่ อยากรู้ว่าหลั

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 9

    ตอนพิเศษ 9รัชศกต้าเหนิง ปีที่ เก้า ราชวงศ์เซียวย่างเข้าวสันตฤดูแล้ว ในจวนที่ปลูกดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงสมุนไพรมากมาย แทนที่จะมีกลิ่นหอมพาให้ผู้คนหลงใหลกลับมีกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วจวน"นายหญิง" เติ้ง‍อู๋เห็น‌นายหญิงท่าทางรีบร้อนเดินตรงไปหากลิ่นเหม็นไหม้ก็รีบดักทางไว้ นายหญิงของเขากำลังตั้งท้องเจ้านายตัวน้อยคนที่สามอยู่ ไม่ควรเข้าใกล้กลิ่นควันมากเกินไป หลังจากนี้คงต้องอาจหาญตักเตือนคนก่อควันสักหน่อย"เกิดอะไรขึ้น ข้าได้กลิ่นไหม้" ‌เสวี่ย‍หว่านชะเง้อหัวมองผ่านแขนเติ้งอู๋ไป พบว่าครัวด้านหลังจวนกำลังมีควันมากมายพวยพุ่งออกมา มิหนำซ้ำภายในควันนั้นก็มีร่างเล็กของเด็กชายวิ่งหนีตายออกมาด้วย"ท่านแม่" เด็กชายวัยหกขวบยกมือปิดปากแน่น ครั้นได้เจอผู้เป็นมารดาก็รีบวิ่งเข้ามาหาหน้าตื่น"เสี่ยวหลิวเจ้าทำอะไรอยู่ในครัว? น้องรองของเจ้าอยู่ที่ใดเล่า!?" ‌เสวี่ย‍หว่านรีบจับบุตรชายที่วิ่งมากอดตนไว้แน่นออกมาตรวจดูตามตัว ครั้นพบว่าไม่เจอบาดแผลก็เบาใจไป แต่ปกติเด็กคนนี้จะตัวติดกับน้องชายวัยสี่ขวบของตนเองเสมอ เวลานี้เอาน้องไปทิ้งไว้ที่ใดแล้ว!"แค่ก ๆ ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำอันใดนะท่านแม่ ส่วนน้องรองแม่นมฉ

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 8

    ตอนพิเศษ 8รัชศกต้าเหนิง[1] ปีที่ 3 ราชวงศ์เซียวในเมืองลั่ว จู่ ๆ ก็มีการปรากฏตัวของตระกูลเศรษฐีไร้ชื่อผู้หนึ่งขึ้นมา ไม่มีใครเคยเห็นคนด้านในจวนแห่งนี้เข้าออก หรือควรบอกว่า เป็นเพราะจวนตั้งอยู่ห่างไกลบ้านคนกันแน่ ทำให้ชาวบ้านแทบจะไม่เคยมีใครได้เห็นเจ้าของจวนแห่งนี้เลยแม้นก่อนหน้านี้จะมีคนงานในเมืองถูกเกณฑ์ไปสร้างเรือนอยู่นานร่วมหกเดือน แต่พวกเขากลับไม่เคยรู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร มีเพียงเงินค่าจ้างที่ถูกนำมาวางไว้ให้ในแต่ละรอบเท่านั้นบรรดาคนงานก็บอกเพียงแค่ว่า พื้นที่โดยรอบที่ถูกปลูกต้นไม้ปิดบังเรือนไว้ ต่างก็ถูกเจ้าของจวนแห่งนี้กว้านซื้อไปจนหมดแล้วก็เท่านั้น นั่นทำให้ไม่ว่าผู้คนจะอยากรู้มากเพียงใด ก็เข้าไปใกล้ได้แค่ครึ่งทางของต้นไม้ด้านหน้า...กระทั่งล่วงเลยไปอีกหลายสิบปีก็ไม่มีใครเคยได้รู้ว่าเจ้าของจวนแห่งนั้นคือผู้ใดและตกดึกคืนนี้ ในเมืองลั่วก็มีการจัดงานเทศกาลลอยโคมขึ้นมาเซียว‍ลี่‍หยางจึงชวนเสวี่ย‍หว่านออกมาเดินเล่นในงานเทศกาลด้วยกันภายในงานเริ่มแรกจะมีแห่ขบวนโคมไฟที่ทำเป็นรูปมังกรและสิงโต เซียว‍ลี่‍หยางที่รู้ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง จึงพาเสวี่ย‍หว่านขึ้นมานั่งรอชมขบวนแห่อยู่บนชั้

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 7

    ตอนพิเศษ 7วสันตฤดูปีต่อมา ด้วยเพราะเติ้งอู๋ทำทางขึ้นภูเขาให้ใหม่แล้ว เวลานี้เขาก็ลงไปนำม้าของตนและของเจ้านายกลับขึ้นมาอยู่บนภูเขาด้วยกันเสวี่ย‍หว่านที่หูดีกว่าเซียว‍ลี่‍หยางก็ได้ยินเสียงเท้าของม้ามาตั้งแต่ไกล ๆ แล้ว จึงวิ่งออกไปรอที่หน้ารั้ว เมื่อเช้านางแอบเตรียมขนมไว้กินเล่นในตอนที่เซียว‍ลี่‍หยางไปซักผ้าที่ลำ‍ธาร เพราะคิดว่าวันนี้จะชวนเซียว‍ลี่‍หยางไปหานั่งกินขนมที่อีกฟากของภูเขาด้วยกันมือเรียวหยิบนกหวีดที่พกไว้ออกมาเป่า เรียกม้าประจำตัวของเซียว‍ลี่‍หยางให้รีบวิ่งมาหาอาชาสีขาวเมื่อสะบัดหลุดจากมือของเติ้งอู๋ได้ ก็รีบห้อตะบึงมาทางนางเช่นเดียวกัน มันจำได้ว่าสตรีผู้นี้ชอบเอาผลไม้มาให้มันกินบ่อย ๆ ตอนที่มันถูกเจ้านายฝากไว้ที่คอกม้าในหมู่บ้านข้างล่าง ตอนนี้ก็นับว่าสตรีคนนี้เป็นเจ้านายอีกคนไปแล้ว"หว่านหว่านระวัง!" เซียว‍ลี่‍หยางได้ยินเสียงนกหวีดก็ทิ้งฉู‍โถว[1]ที่อยู่ในมือ แล้วรีบวิ่งมาหาภรรยาที่หน้ารั้วไม้ ตอนนั้นก็เห็นว่าม้าของตัวเองพุ่งทะยานเข้ามา ทว่าเขาช้าไปหนึ่งก้าว ม้าของเขากำลังจะเหยียบภรรยาเข้าให้แล้ว ด้วยคิดว่าม้าของตนกำลังจะทำร้ายภรรยา หัวใจก็ดิ่งวูบราวกับไม่เคยเต้นมาก่อนแต่

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 6

    ตอนพิเศษ 6เติ้ง‍อู๋จากไปคราวนี้ หวนกลับมาอีกคราก็เป็นตอนที่ต้นอ่อนของต้นมะเขือเทศที่‌เซียว‍ลี่‍หยางปลูกไว้เริ่มโตจนใกล้ออกดอกได้แล้วอีก‍ฝ่ายกลับมาถึงพร้อมกับหิมะที่ปกคลุมอยู่ทั่วศีรษะและหัวไหล่ของเขา ดูท่าแล้วอากาศข้างนอกภูเขาคงจะเข้าสู่เหมันต์ฤดูเต็มตัวแล้วแต่ตอนที่มาถึง ในตัวของเขาก็ดูเหมือนไม่ได้จะพกงูชนิดที่ตามหามาด้วยเลย‌เสวี่ย‍หว่านรีบเดินไปต้มชาร้อน ‍ๆ มาให้เขาดื่มก่อนเป็นอย่างแรก ยามนี้ด้านในกระท่อมฝั่งที่เคยเป็นครัวและพังไปในครั้งแรกก็ถูกซ่อมแซมใหม่แล้ว แต่‌เสวี่ย‍หว่านไม่ได้ย้ายครัวกลับเข้ามา เพียงทำเป็นที่ชงชาและไว้เก็บขนมเท่านั้น เผื่อตอนดึกเวลาหิวจะได้ไม่ต้องเดินออกจากตัวเรือนไปต้มน้ำร้อนแถมไม่นานมานี้ ก็ยังได้จ้างช่างมาทำชุดโต๊ะนั่งเล่นสำหรับใช้นั่งดื่มน้ำชาไว้ในส่วนของตรงนี้เพิ่มด้วย และไม่ลืมที่จะเพิ่มเก้าอี้เป็นสามที่นั่ง เวลานี้จึงมีที่นั่งเพียงพอสำหรับสามคนพอดีเสวี่ย‍หว่านเพิ่งจะเทน้ำร้อนใส่ใบชา ‌เซียว‍ลี่‍หยางก็มาขอรับช่วงต่อแทน นางจึงเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะซึ่งอยู่ห่างกันไม่เกินสามก้าวจากที่ชงชา"เจ้าไม่ได้นำงูมาด้วย" เสวี่ย‍หว่านยังคงไม่อ้อมค้อมเช่นเคย"ขอร

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5เติ้ง‍อู๋จากไปเมื่อคืน แต่เมื่อดวงอาทิตย์สาดส่องที่ผืนดินอีกครั้ง เขาก็วนกลับมาอีกรอบ เมื่อวานเขาถูกเจ้านายสั่งให้ไปจับงูพิษและหาข้อมูลมาให้‌นายหญิงโดยไม่ต้องบอกเจ้าตัว แต่เขาก็เพิ่งจะนึกได้ว่าอีก‍ฝ่ายวานให้เขานำของไปมอบให้ตระกูลหงด้วยหากจะลงเขาไป ในตอนนั้นเขาปิดบังท่าน‍อ๋อง ช่วยนายหญิงทำเรื่องมากมายโดยไม่รายงานผู้เป็นนาย ครั้งนี้จึงต้องการไถ่โทษ จะบอกว่าเขาเป็นคนทรยศก็ได้ เพราะเขาก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน "ข้านึกว่าเจ้าจะจากไปโดยไม่บอกข้าเสียอีก" ‌เสวี่ย‍หว่านที่กำลังยืนรดน้ำใส่แปลงผักที่สามีเพิ่งปลูกไปเมื่อวาน ก็เอ่ยทักโดยไม่หันไปมอง "ข้ากลับมาเอาของที่ท่านบอกจะมอบให้ตระกูลหง"‌เสวี่ย‍หว่านหยิบไม้แกะสลักที่มีชื่อตัวเองมอบให้เติ้ง‍อู๋ไป ก่อนจะมอบขวดยาขวดหนึ่งให้เขาด้วย "ขวดยาเป็นของเจ้า" เห็นเขารับไปแล้วมองนางด้วยความสงสัยนางก็เอ่ยว่า "ข้าคิดว่าจะไว้ใจเจ้าได้เสียอีก"เติ้ง‍อู๋รีบคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น มือทุบอกก้มหน้าลงต่ำ เขาถูกจับได้เสียแล้ว! ไหนนายท่านบอกจะปิดบังเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังไว้เล่า ไม่ว่าจะนายหญิง ไม่ว่าจะนายท่าน หรือกระทั่งตัวเขา ต่างก็ไม่ใช่ทั้งนักรบแล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status