Share

ตอน 5-2 : มะลิ

Author: MooBin_Writer
last update publish date: 2026-09-09 23:14:00

ตอน 5-2 :

มะลิ

“พิมวันนี้พิกุลขอไปทำธุระนะ พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัททีเดียวเลย” เลขานุการสาวยิ้มให้เจ้านายขณะแจ้งความประสงค์

“ได้สิพิกุล พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ”

“จ้า..พิกุลไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน”

พิกุลโบกมือลาก่อนเดินออกจากบริษัท

แม้ว่าปกติพิกุลจะพักที่บ้านพิมมาลา แต่ก็จะมีบางครั้งที่พิกุลกลับไปพักที่บ้านของตัวเอง

ก่อนกลับบ้านพิกุลไปยังห้างสรรพสินค้า เพื่อซื้อของ ทำธุระ และรับประทานอาหารเย็น ก่อนจะกลับบ้าน

พิกุลจึงขับรถกลับบ้านของเธอที่เป็นบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านเงียบสงบย่านชานเมืองที่ติดริมแม่น้ำ

พิกุลขับรถเข้าบ้าน จอดตรงที่จอดประจำ

เสียงเครื่องยนต์ดับลง พิกุลหยิบกระเป๋าเดินลงจากรถ

ทันใดนั้นเอง…

โลหะเย็นแข็งจี้แนบชิดกับแผ่นหลัง

พิกุลชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เธอสามารถตั้งสติได้แทบจะทันที

“คุณเป็นใคร… ต้องการอะไร” พิกุลพูดเสียงเรียบเฉย โดยไม่หันกลับไปมอง

“เข้าบ้าน… ถ้าเธอไม่อยากมีปัญหา” เสียงผู้ชายแหบต่ำดังขึ้นมาจากด้านหลัง

พิกุลไม่ตอบ…

เธอค่อย ๆ เดินเข้าบ้านด้วยความสงบ

แต่ในใจเธอกำลังนึกแผนผังบ้าน จำนวนหน้าต่าง จำนวนก้าวเดิน จุดที่ใช้ในการหลบ เธอจำทุกมุมของบ้านหลังนี้ได้อย่างแม่นยำ

ในขณะที่ปลายกระบอกปืนยังจี้หลังเธออยู่ตลอดเวลา

…

ทันทีที่ประตูเปิดออก

ไฟทั้งบ้านก็สว่างจ้าขึ้นพร้อมกัน

เธอเห็นกลุ่มคนนั่งบนโซฟารับแขก เธอรู้จักทุกคนเป็นอย่างดี

ธาดา มาวิน นั่งอยู่บนโซฟา และเลขาของธาดาที่พิกุลจำชื่อไม่ได้ยืนอยู่ข้างหลัง

พิกุลรู้สึกได้ทันทีว่า บรรยากาศในห้องไม่เหมือนการมาเยี่ยมเยียนทั่วไป ไม่มีใครลุกขึ้น ไม่มีใครแสดงท่าทีตกใจ ราวกับทุกคนรู้ดีว่าเธอจะต้องมาอยู่ตรงนี้ — คนเหล่านี้มารอพิกุลโดยเฉพาะ

“สวัสดีครับคุณพิกุล … เชิญนั่งลงก่อนสิครับ” ธาดากล่าวพร้อมผายมือไปยังโซฟารับแขก

“ขอบคุณค่ะ” พิกุลตอบรับอย่างสุภาพ ก่อนที่จะนั่งลงตามคำเชิญ แม้จะยังมีปืนจ่ออยู่ที่แผ่นหลังอยู่

“ผมขอเข้าเรื่องเลยนะ”

“ผมต้องการให้คุณพิกุลช่วยหว่านล้อมคุณพิมให้ควบรวมกิจการหน่อยสิครับ” ธาดาเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ

พิกุลฟังด้วยสีหน้านิ่งเฉย ตั้งแต่เธอเห็นหน้าคนกลุ่มนี้ เธอเดาได้ทันทีว่าคงมาเรื่องนี้แน่นอน

“พิกุลก็อยากช่วยอยู่หรอกค่ะ …แต่ข้อมูลบอกว่าพวกคุณกำลังประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนักใช่หรือไม่คะ”

“ถ้าหากเราควบรวมกิจการกัน คุณพิมคงต้องอัดเงินเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัทพวกคุณอีกหลายสิบล้านบาท”

“พิกุลยอมไม่ได้หรอกค่ะ” พิกุลพูดจาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง แม้ตัวเองกำลังอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานก็ตาม

“ผมคงโน้มน้าวคุณไม่ได้สินะ… แต่ผมก็ไม่แปลกใจหรอกนะที่คุณไม่ยอม”

“งั้นผมคงต้องใช้วิธีอื่น” ธาดากล่าวอย่างใจเย็น

พิกุลสบตาธาดา ก่อนจะถามด้วยเสียงเรียบ

“พวกคุณคิดจะทำอย่างไรล่ะคะ”

“ทางเดียวที่จะควบรวมบริษัทได้ ก็ต้องมีพิกุลเห็นชอบร่วมกับคุณพิม”

“หากพวกคุณทำร้ายพิกุล การควบรวมกิจการก็จะไม่มีทางเกิดขึ้น”

“แล้วพวกคุณจะใช้วิธีไหนล่ะคะ”

พิกุลรู้ดีว่าคนเหล่านี้ไม่มีทางฆ่าเธอแน่ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ เพราะเธอคือหนึ่งในกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้การควบรวมบริษัทสำเร็จ

พิกุลพูดต่อด้วยเสียงเรียบ

“ต่อให้พวกคุณข่มขู่ หรือบีบบังคับมากขนาดไหน…”

“พิกุลก็ไม่มีทางร่วมมือแน่นอนค่ะ“

แม้ภายนอกพิกุลจะดูนิ่งแต่เธอเผลอกำหมัดโดยไม่รู้ตัว

ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง ทุกคนในห้องนี้รู้ดีว่าสิ่งที่พิกุลพูดเป็นตามนั้นจริง ๆ

อะแฮ่ม!

ธาดากระแอมในลำคอเบา ๆ ทำลายความเงียบ

"เราไม่ขู่บังคับ…หรือถึงกับฆ่าแกงกันหรอกครับ…”

“มันป่าเถื่อนเกินไป"

“เพียงแค่ทำให้ภายในตัวคุณกลายเป็นคนของผม… คุณจะร่วมมือกับพวกเราอย่างแน่นอน” ธาดากล่าวพร้อมยิ้มมุมปาก

“คุณพูดอะไรคะ…พิกุลไม่เข้าใจ”

แม้พิกุลจะสงบนิ่ง แต่สัญชาติญาณของเธอกลับร้องเตือนถึงอันตราย

ธาดายกมือขึ้นเล็กน้อย “ก็ทำอย่างนี้ไงล่ะครับ”

ชายถืออาวุธที่ยืนอยู่ข้างหลังพิกุล ลั่นไกทันที

ปังงงงงง !

แสงสีชมพูสว่างวาบออกมาจากปลายกระบอกปืน กระทบร่างของพิกุลอย่างจัง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนพิกุลตั้งตัวไม่ทัน

ไม่มีเลือด

ไม่มีบาดแผล

พิกุลพยายามยกมือขึ้นแตะบริเวณที่โดนยิง แต่มือกลับไม่ขยับ

เธอมองที่มือของตัวเอง

“นี่มันอะไรกัน…!”

มือของเธอค่อย ๆ แบนอย่างช้า ๆ เหมือนกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมทีละน้อย

แขน…

ขา…

ลำตัว…

ทุกส่วนของร่างกายยุบตัวลงอย่างผิดธรรมชาติ

เธอพยายามก้าวถอยหลัง แต่ขาที่เริ่มยุบตัวทำให้เธอล้มลง

ร่างกายพิกุลค่อย ๆ แบนราบลงกับพื้น

ทุกสิ่งที่อยู่ใต้ผิวหนังกำลังหายไปอย่างบ้าคลั่ง

สุดท้ายเหลือแค่กองผิวหนัง ที่เคยเป็นพิกุลกองอยู่บนพื้นเท่านั้น

ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง

ผิวหนังของพิกุลวางอยู่กลางห้องรับแขกนิ่งสนิทไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว

สิ่งที่น่าสะพรึงที่สุด…คือพิกุลยังคงมีสติ “รับรู้” ทุกอย่าง เธอได้ยินเสียง ได้ยินคำพูด แต่ไม่อาจขยับ ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้แม้แต่นิดเดียว

ราวกับว่าเธอเหลือเพียงแต่ผิวหนังและจิตสำนึกเท่านั้น

“คุณพิกุลไม่ต้องตกใจไปนะครับ คุณยังไม่ตายหรอก คุณแค่อยู่ในสภาพผิวหนังเปล่า” ธาดาพูดอย่างใจเย็นราวกับอธิบายเรื่องธรรมดา

เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างผิวหนังของพิกุล

“ภายในผิวหนัง ยังมีจิตสำนึก ความทรงจำ นิสัย ความรู้ ความสามารถ ทุกอย่างยังอยู่ครบ”

“แค่ผมให้ใครสักคนสวมผิวหนังของคุณ… ”

“ทุกอย่างที่ว่าก็จะกลายเป็นของเขา”

ธาดาหัวเราะเบา ๆ

“พูดง่าย ๆ ก็คือ”

“ถ้าให้คนของผมสวมผิวหนังของคุณ เขาคนนั้นก็จะกลายเป็นคุณ”

“แล้วคุณจะกลับไปอยู่ข้างพิมมาลา…โดยไม่มีใครรู้ตัว”

พิกุลได้ยินทุกอย่างชัดเจน

เธอพยายามกรีดร้องออกมา

แต่ผิวหนังที่วางนิ่งอยู่บนพื้น กลับไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

ก่อนหน้านี้…

เธอคิดว่าความตายคือจุดจบที่เลวร้ายที่สุด

แต่ตอนนี้ยังมีสิ่งที่โหดร้ายยิ่งกว่ากว่าความตาย คือการต้องเฝ้ามองใครอีกคน สวมชีวิตของเธอ…

พูดด้วยเสียงของเธอ…

ยิ้มให้คนที่เธอรัก…

ต้องทนดูตัวเองเข้าไปอยู่เคียงข้างเพื่อน… ในฐานะคนของศัตรู

—--------------------

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สวมร่าง แปรจิต   คุยกันท้ายเล่ม

    คุยกันท้ายเล่ม ก่อนอื่นขอขอบคุณผู่อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนจบของเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับการเดินทางของพิมและพิกุล ซึ่งเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบ ในเรื่องสำนวนจึงอาจจะไม่นิ่งเท่าไรในจุดนี้ผู้เขียนต้องขออภัยครับ ส่วนที่อยากจะคุยจริง ๆ คอที่มาของชื่อตัวละครในเรื่อง ทุกคนมีที่มาที่ไปของชื่อ จึงอยากแชร์ในจุดนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นครับที่มาของชื่อ ผู้อ่านคงสังเกตเห็นว่าแกนเรื่องหลักจะเกิดขึ้นใน 2 บริษัท คือ บริษัท ศิลา เทกซ์ไทล์ เอ็กซ์พอร์ต บริษัท บุปผา แฟชั่น แอนด์ ดีไซน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของดอกไม้(บุปผา) และก้อนหิน(ศิลา) หรือความนุ่มนวลสู้กับความแข็งกร้าว ชื่อตัวละครฝ่ายหญิงมาจากชื่อตำรับยาสมุนไพรไทย เกสรทั้งห้า ซึ่งเป็นตำรับยาที่ประกอบด้วยดอกไม้ห้าชนิด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง พิมมาลา อุบลสาภี ชื่อ พิมมาลาเป็นชื่อที่เหมาะกับบริษัทบุปผา คำว่ามาลา ในที่นี้หมายถึงพวงมาลัยดอกไม้นั่นเอง ส่วนนามสกุล อุบลสารภี จะเป็น ชื่อดอกไม้ 2 ชนิด คือ อุบล แปลว่าบัว ในที่นี้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล18.00 น. “ชากุหลาบค่ะคุณพิม” พิกุลยื่นถ้วยชาอุ่น ๆ กลิ่นหอมละมุนให้พิมมาลา “ขอบคุณค่ะ” พิมรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นเธอกวักมือเรียกพิกุล “พิกุล… มานี่หน่อยสิ” “อะไรเหรอพิม” พิกุลโน้มตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “ท้าาาาดาาา ~” พิมมาลาหยิบชานมคุณภาพดีห่อใหญ่ขึ้นมายื่นให้พิกุล ดวงตาพิกุลเบิกกว้าง ก่อนจะเกิดเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา เธอและพิมดื่มแต่ชาใสมาตลอด ไม่มีใครดื่มชานมเลยสักคน ในห้องนี้จึงไม่มีชานมแม้แต่ซองเดียว แต่ช่วงนี้พิกุลมีพฤติกรรมดื่มชานมอยู่บ่อยครั้ง พิมมาลาจึงจัดชานมห่อใหญ่คุณภาพดีให้กับพิกุล การได้ชานมคุณภาพดีมาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพิกุลอย่างมาก “ขอบคุณนะพิม” พิกุลพูดเสียงเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง บรรยากาศเงียบไปเล็กน้อย พิกุลมองชานมในมือ ก่อนสูดหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พิม…พิกุลขอถามอะไรหน่อย” “ได้สิ” “ถ้าพิกุลไม่ใช่พิกุลคนเดิม…พิมจะยังรับพิกุลได้ไหม?” พิมมาลากะพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยังไม่ทันที่พิกุลจะได้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผลฉากจบที่ 1-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : การโต้กลับของเลขาสาว—----------------หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองคนนำปืนไปทิ้งลงทะเล ยามเช้าอันสดใส หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมา เช้านี้เธอตั้งใจทำภารกิจลับบางอย่าง เธอค่อย ๆ ย่องไปหน้าประตูห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ พร้อมเอาหูแนบบานประตูเหมือนดักฟังอะไรบางอย่าง ตึก… ตึก… ตึก… “มาแล้ว… มาแล้ว” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเริ่มนับถอยหลัง “5.. 4.. 3..” ตึก… ตึก… ตึก… เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้น “ 2..” ตึก… เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตู “1.. เอาล่ะ” หญิงสาวเลิกแนบหูแล้วเปิดประตูอย่างแรง ปังงงงง!! ภาพหน้าประตูคือหญิงสาวสวมแว่น ในชุดนอนสวมผ้ากันเปื้อน ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขาาาา” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่นบ้าน พิกุลกะพริบตาปริบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู “แปลกนะวันนี้พิมตื่นเช้า” ที่จริงแล้วพิกุลตั้งใจมาปลุกพิมมาลาเหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่เธอกลับต้องแปลกใจเมื่อสาวน้อยขี้เซาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลุก แถมยังแอบมาดักรอเปิดประตูแกล้งเธอเสียอีก “แหะ.. แหะ…

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น18.00 น. เวลาเลิกงาน พิมกับพิกุลออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่มาถึง พิมมาลาก็เห็นรถตู้คันคุ้นเคยจอดรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าของหญิงสาวสดใสขึ้นในทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเจ้าของรถด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่เห็นผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน “มาวิน… ดีใจจังที่มาวินมารับพิม…” มาวินยิ้มก่อนยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ “งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” พิมมาลาเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาเศร้าสร้อย “พิมเหงา… พิกุลไม่กอดพิมเหมือนแต่ก่อนเลย พิกุลคุยกับพิมเหมือนคนไม่เคยสนิทกันมาก่อน” มาวินมองไปทางพิกุล หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง มาวินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าพิมมาลายังคงผูกพันกับพิกุลมากเพียงใด ตราบใดที่พิมมาลายังคงยึดติดกับพิกุล เธอก็ไม่มีวันหันมามอบหัวใจให้เขาอย่างสมบูรณ์ และสำหรับมาวินแล้ว… พิกุลกำลังกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่เขาต้องตัดออกไปจากชีวิตของพิมมาลาให้ได้ “พิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป“พิมรักผมไหม” “พิมรักมาวินที่สุดค่ะ” มาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้น พิมฟังผมให้ดี...” “จากนี้ไป

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้นหลังจากพิกุลคุยกับพิมมาลาเสร็จแล้ว เธอก็ทำการอ่านอีเมลอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตรู้ดดด… แกร๊ก เสียงปลายทางรับสาย “หมิวจัดการได้เลย… เก็บคนลูกไว้” พิกุลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสั่งงานทั่วไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น “รับทราบค่ะ… ให้ใครผสานดีคะ” น้ำเสียงของหมิวฟังดูร่าเริงราวกับได้รับมอบหมายงานที่เธอรอคอยมานาน พิกุลเงียบไปครู่หนึ่ง “เป็นคนในบริษัท… เดี๋ยวส่งข้อมูลไปให้” “ให้เวลา… สามวัน” ปลายสายหัวเราะคิกคัก “รับทราบค่ะ” หมิวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังวางแผนทำเรื่องสนุก จากนั้นสายถูกตัดไปทันที…สามวันต่อมา เช้าวันนั้นพิกุลมาทำงานตามปกติ บนโต๊ะทำงานมีกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทึบสีน้ำตาลวางอยู่หนึ่งใบ บนกล่องไม่มีข้อความหรือเครื่องหมายใด ๆ แต่พิกุลรู้ดีว่ามันมาจากใคร เธอดันแว่นเล็กน้อยแล้วชายตาไปยังกล่องนั้น ก่อนที่จะเปิดอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในกล่องนั้นมีวัสดุสีเนื้อถูกพับไว้อย่างประณีต ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ พ

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น ฉากจบที่ 2-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : จุดสิ้นสุดของคำสัญญา------------สองเดือนหลังจากมาวินแต่งงานกับพิมมาลา นับตั้งแต่วันที่แผนควบคุมพิมมาลาสำเร็จ มะลิก็ได้ย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเดิมของพิกุล เนื่องจากบ้านของพิมมาลาได้กลายเป็นเรือนหอของเธอกับมาวินไปแล้ว เลขาสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำ แต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้เธอสามารถใช้ร่างพิกุลได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวิญญาณยังมีพิกุลคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยวิเคราะห์ วางแผน ให้คำปรึกษา ราวกับผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มะลิกินข้าวเช้าและขับรถไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็มีพนักงานหลายคนเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร และเธอก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่พิกุลเคยทำ ภาพที่ทุกคนเห็นยังเป็นพิกุลคนเดิม แต่ภายในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่เดินผ่านสายตาของมะลิ ล้วนถูกประเมินคุณค่าอย่างรวดเร็ว ‘นายปรีชา บริหารงานเก่ง เหมาะสมที่จะเลื่อนขั้น’ ‘ใบเฟิร์น ต้องการชื่อเสียงและความก้าวหน้า ไว้เอาไปแทรกซึมคนในบริษัทคู่แข่ง’ ‘อารยา อายุงานมากแต่คว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status