Beranda / อื่น ๆ / สวมร่าง แปรจิต / ตอนที่ 11-3 : ความสับสน

Share

ตอนที่ 11-3 : ความสับสน

Penulis: MooBin_Writer
last update Tanggal publikasi: 2026-09-09 23:32:31

ตอนที่ 11-3 : ความสับสน

รถยุโรปคันหรูพุ่งทะยานไปบนทางด่วนราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร ขาของมะลิเหยียบและผ่อนคันเร่งอย่างแม่นยำ ขณะที่มือบังคับพวงมาลัยอย่างเชี่ยวชาญ ทุกการเลี้ยว ทุกการเข้าโค้งราบรื่นไม่มีการเสียจังหวะแม้แต่นิดเดียว

ไม่นานนัก รถก็พุ่งเข้าไปในโรงพยาบาลด้วยความเร็ว จนทำให้ผู้คนแถวนั้นแตกตื่น

เอี๊ยด!

รถหยุดหน้าแผนกฉุกเฉินอย่างพอดิบพอดี

มะลิเปิดประตูพุ่งตัวลงจากรถ เธอรีบวิ่งไปแจ้งบุรุษพยาบาล

“ขอเปลด้วยค่ะ คนไข้หมดสติค่ะ!”

ไม่กี่อึดใจบุรุษพยาบาลนำเตียงเข็นออกมา ย้ายพิมมาลาขึ้นเตียงด้วยความรวดเร็ว ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข็นเธอเข้าไปข้างใน

บุรุษพยาบาลรีบนำพาพิมมาลาเข้าห้องฉุกเฉิน ส่วนมะลิเดินตามหลังมาติด ๆ ด้วยความร้อนรน

จนกระทั่งประตูห้องฉุกเฉินปิดลง

ปัง!

ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ทันที ราวกับว่าความวุ่นวายเมื่อครู่เป็นเรื่องโกหก

มะลิมองบานประตูอยู่ครู่หนึ่งด้วยความห่วงพิมมาลาจับใจ ก่อนค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน

เธอถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอรู้สึกว่าช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างเร่งรีบจนแทบจะลืมหายใจ แต่มือของเธอกลับยังสั่นเทา หยดน้ำอุ่น ๆ ไหลร่วงลงมาบนหลังมือ

มะลิเอามือแตะแก้มตัวเองอย่างมึนงง

“น้ำตา….”

“ตั้งแต่เมื่อไรกัน…”

เธอถอดแว่นออก แล้วปาดน้ำตา

“ไม่มีอะไรหรอก”

“ฉันแค่กลัวพิมมาลาจะเป็นอะไรต่างหาก…”

“ไม่งั้นแผนของพวกเราคงพังไม่เป็นท่า…”

แต่ยิ่งพูดน้ำตายิ่งไหล มือของเธอกำกระเป๋าถือไว้แน่น

“แล้วทำไม… ฉันถึงใจหายขนาดนี้… ทำไมฉันถึงห่วงพิมได้มากขนาดนี้”

คำถามนั้นดังก้องอยู่ในหัวใจ… แต่ไม่มีใครตอบ

ทันใดนั้นภาพความทรงจำกลับค่อย ๆ ผุดขึ้นมา

ภาพพิมมาลาที่ชอบวิ่งเข้ามาอ้อนคุณแม่นม

ภาพหญิงสาวที่นั่งทำงานจนดึกดื่น แต่ยังยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อพูดถึงความฝันของตัวเอง

ภาพพิมมาลากับพิกุลหัวเราะจนตัวงอ เพราะความเปิ่นของอีกฝ่าย

ภาพอาหารจานโปรด

ภาพรอยยิ้ม

ภาพเสียงหัวเราะ

แล้วภาพเหล่านั้นก็ค่อย ๆ บิดเบี้ยว

พิมมาลากินเห็ดหอมด้วยความเอร็ดอร่อย

พิมมาลานั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์คุยกับมาวินด้วยสายตาเหม่อลอย

พิมมาลากุมขมับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ฮึก…ฮืออออ” เสียงสะอื้นหลุดออกมาโดยมะลิไม่รู้ตัว

น้ำตาร่วงไหลเป็นสายน้ำ ความทรงจำอันอบอุ่นทำให้มะลิจุกในอก ความทรงจำที่ผุดขึ้นมา เธอรู้สึกได้ราวกับว่าเธออยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเอง

เธอรู้ดีว่าการผสานทำให้ความทรงจำของพิกุลหลอมรวมเข้ากับตัวเธอ เธอจึงเข้าใจทุกอย่าง

ยิ่งเข้าใจมากเท่าไรเธอยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น

เพื่อนสองคนที่พยายามปกป้องซึ่งกันและกันมาตลอด วันนี้เธอกลับเป็นคนทรยศทำร้ายเพื่อนด้วยมือของตัวเอง

ตอนนี้ฉันคือใคร

ฉันคือมะลิ?

ฉันคือพิกุล?

ทำไมฉันกลัวเสียพิมมาลา ขณะเดียวกันฉันก็ห่วงคุณธาดา

ความรู้สึกทั้งสองด้านฉีกกระชากหัวใจของเธอจนแทบขาดออกจากกัน

สุดท้ายความเครียด ความสับสน และการร้องไห้อย่างหนักก็พาเธอดำดิ่งสู่ความเหนื่อยล้า ศีรษะของมะลิค่อย ๆ เอนพิงพนักเก้าอี้ และเธอก็เผลอหลับไปตรงหน้าห้องฉุกเฉิน ท่ามกลางความวุ่นวายในโรงพยาบาล

————

“ตอนนี้คนไข้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ นอนพักสัก 2 - 3 วันก็กลับบ้านได้แล้วครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” พิกุลตอบคุณหมออย่างสุภาพ

หลังจากมะลิเผลอหลับหน้าห้องฉุกเฉินไปได้ไม่นาน พิมมาลาก็ถูกย้ายมาพักฟื้นที่แม้อาการจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่คุณหมอยังต้องการให้เธอนอนพักเพื่อสังเกตอาการต่ออีกสองสามวันเพื่อความแน่ใจ

ทันทีที่คุณหมอออกไป ความเงียบเข้ามาแทนที่

มะลิถอนหายใจเบา ๆ เธอมองไปยังหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย

เธอเดินไปนั่งข้างเตียง แล้วกุมมือของพิมมาลาเอาไว้แน่น

มือเล็ก ๆ ที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะบีบมือ แต่กลับทำให้หัวใจของมะลิรู้สึกอบอุ่นผูกพันอย่างประหลาด เป็นความอบอุ่นที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

ในใจของมะลิเต็มไปด้วยความสับสน เธอควรทำอย่างไรดี ฝั่งหนึ่งคือคนที่โตด้วยกันมา อีกฝั่งคือผู้มีพระคุณที่ทำให้เธอได้ลืมตาอ้าปาก เธอควรเลือกเพื่อนหรือภารกิจ

ความสับสนเกิดขึ้นในใจของมะลิ หากเป็นสงครามคงเป็นมหาศึกที่ทั้งสองฝ่ายต่างหักหาญกันไม่ลง

“ฉันควรทำอย่างไรดี” เธอพูดกับตัวเองอย่างแผ่วเบา น้ำตาเริ่มคลอเบ้า

ระหว่างที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความคิดนั้น มือที่เธอกุมอยู่ก็ขยับเล็กน้อย ก่อนจะออกแรงบีบอย่างแผ่วเบา

“พิม!”

มะลิสะดุ้งสุดตัว รีบกุมมือของอีกฝ่ายแน่นขึ้น

เปลือกตาของพิมมาลาค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ใบหน้าของเธอยังซีดเซียวจากอาการป่วย — แต่รอยยิ้มที่ปรากฏกลับอบอุ่นเหมือนเดิม

“ดีใจจังที่ตื่นมาเห็นคุณแม่นม” เธอพูดอย่างอ่อนแรง

“อื้ม… แม่นมอยู่นี่แล้วยัยเด็กแสบ”

พิมมาลายิ้มกว้าง “ขอบคุณนะที่คอยดูแลพิมมาตลอด”

“ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งพิมไปไหน”

มะลินิ่งไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะถามคำถามที่ติดค้างในใจมานาน

“ทำไมพิมถึงไว้ใจพิกุลขนาดนี้ล่ะ” น้ำตาค่อย ๆ เอ่อขึ้นมาในดวงตาของเธอ

มะลิรีบเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่อยากให้พิมเห็น

พิมมาลาหัวเราะเบา ๆ

“ถามแปลก ๆ นะคะคุณแม่นม”

เธอหยุดหายใจพักหนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก

“เราโตมาด้วยกันนะ… พิกุลคอยช่วยพิมมาตลอด”

“แล้วพิกุลไม่เคยทำร้ายพิมเลยไงคะ”

ประโยคนั้นเหมือนมีบางอย่างกระแทกเข้าใส่หัวใจของมะลิอย่างจัง พิมมาลายิ้ม ก่อนที่ฤทธิ์ยาจะค่อย ๆ ดึงเธอกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

เหลือเพียงมะลิที่นั่งอยู่ข้างเตียงอย่างโดดเดี่ยว พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน ความรู้สึกจุกอกถาโถมเข้ามาในใจ มะลิเป็นห่วงพิมมาลาจับใจ

ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องพักผู้ป่วย มะลิสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกภายในจิตใจ

มันเป็นกระแสจิตเล็ก ๆ

อบอุ่น อ่อนโยน

เต็มไปด้วยความรัก ความอาทร และความปรารถนาที่จะปกป้องใครสักคน ความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้มาจากตัวเธอทั้งหมด มะลิสัมผัสได้ว่ามันมาจากมุมเล็ก ๆ บางแห่งของวิญญาณ

แม้การผสานจะทำให้ร่างกายและวิญญาณหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้วก็ตาม แต่กระแสจิตนี้กลับแตกต่างออกไป ราวกับว่ามันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ต้นไม่เคยถูกผสานรวมกับวิญญาณของมะลิเลย

ความรู้สึกนั้นคล้ายการได้ฟังบทเพลงที่สมบูรณ์แบบ แต่มีโน้ตอยู่หนึ่งตัวที่เพี้ยนไปเพียงเล็กน้อย จนคนทั่วไปอาจไม่ทันสังเกต

แต่สำหรับผู้ที่คุ้นเคย มันเด่นชัดราวกับแสงสว่างในความมืด มะลิรู้ได้ทันทีว่ากระแสพลังนั้นไม่ใช่ของเธอ — แล้วมันคืออะไรล่ะ

มะลิขมวดคิ้วใช้ความคิด

“หรือว่าที่ฉันเป็นห่วงพิมมาลาขนาดนี้... เป็นเพราะสิ่งนั้น”

มะลิพึมพำกับตัวเอง

“ฉันต้องหาคำตอบให้ได้”

เธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย แล้วหามุมเงียบ ๆ ภายในโรงพยาบาล จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาโจ มะลิเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟังโดยละเอียด

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา

“บางครั้งจิตวิญญาณที่มีความปรารถนาแรงกล้ามากพอ อาจคงเหลือเศษเสี้ยววิญญาณเอาไว้ได้”

“ในที่นี้ คงเป็นความรู้สึกที่พิกุลอยากปกป้องพิมมาลา”

“เศษวิญญาณนั้นจึงส่งผลต่อความคิดและความรู้สึกของมะลิ”

“เธอควรรีบจัดการมัน”

มะลิขมวดคิ้ว

“ถ้าไม่จัดการจะเป็นยังไง”

“อารมณ์ความรู้สึกของพิกุลจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น … มันจะครอบงำเธอ… จนเธอสับสนว่าตัวเองเป็นใคร”

“แล้วเธออาจจะทำสิ่งที่พิกุลทำโดยไม่รู้ตัว… เช่น การปกป้องพิมมาลา”

“
และนั่นจะทำให้แผนของเราพัง”

โจตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งตามปกติ

มะลินิ่งไปครู่หนึ่ง เธอหายใจยาว ก่อนถามต่อ

“แล้วจะจัดการได้ยังไง”

คืนนี้ให้มะลินอนเพ่งจิตไปที่กลางหน้าอก”

“พลังจากการผสาน จะพาจิตของเธอไปหาสิ่งแปลกปลอม”

“
หาให้เจอ... แล้วจัดการซะ”

น้ำเสียงของโจเรียบเฉย แต่หนักแน่นจนไม่เปิดช่องให้ตั้งคำถาม

“ขอบคุณ”

มะลิตัดสาย

จากนั้นจึงเดินกลับมายังห้องพักผู้ป่วย เธอมองหญิงสาวบนเตียงอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานาน ก่อนจะค่อย ๆ เอนตัวลงบนเตียงสำหรับผู้มาเฝ้าไข้

ตอนนี้เธอไม่ได้ง่วง เธอต้องการนอนเพื่อจบเรื่องนี้

“รอฉันก่อนนะพิกุล”

“ฉันจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้”

มะลิค่อย ๆ หลับตาลง แล้วเพ่งสมาธิไปยังกลางหน้าอกตามที่โจบอก ไม่นานนัก สติของเธอก็ค่อย ๆ เข้าสู่ภวังค์

...

เมื่อมะลิลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้ว แต่กำลังยืนอยู่ภายในโลกแห่งจิต ภายในปราสาทที่สถิตแกนวิญญาณของพิกุล

มะลิเริ่มออกตามหาสิ่งที่เธอต้องการ เธอค้นหาไปทั่วทุกซอกทุกมุม จนกระทั่งมาถึงพื้นที่เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด เป็นมุมที่เงียบงันและถูกหลงลืม หากไม่สังเกตอย่างตั้งใจ ก็แทบไม่มีทางพบเห็น

ที่นั่นเองเธอก็พบลูกบอลแสงสีทองดวงเล็ก ๆ เศษเสี้ยววิญญาณของพิกุลที่ยังหลงเหลืออยู่ มะลิมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“เอาล่ะพิกุล...”

“เรามาจบเรื่องนี้กันดีกว่า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวมร่าง แปรจิต   คุยกันท้ายเล่ม

    คุยกันท้ายเล่ม ก่อนอื่นขอขอบคุณผู่อ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนจบของเรื่องนี้ นิยายเรื่องนี้ผมเขียนด้วยความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ทุกท่านได้สนุกกับการเดินทางของพิมและพิกุล ซึ่งเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียนจบ ในเรื่องสำนวนจึงอาจจะไม่นิ่งเท่าไรในจุดนี้ผู้เขียนต้องขออภัยครับ ส่วนที่อยากจะคุยจริง ๆ คอที่มาของชื่อตัวละครในเรื่อง ทุกคนมีที่มาที่ไปของชื่อ จึงอยากแชร์ในจุดนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้นครับที่มาของชื่อ ผู้อ่านคงสังเกตเห็นว่าแกนเรื่องหลักจะเกิดขึ้นใน 2 บริษัท คือ บริษัท ศิลา เทกซ์ไทล์ เอ็กซ์พอร์ต บริษัท บุปผา แฟชั่น แอนด์ ดีไซน์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของดอกไม้(บุปผา) และก้อนหิน(ศิลา) หรือความนุ่มนวลสู้กับความแข็งกร้าว ชื่อตัวละครฝ่ายหญิงมาจากชื่อตำรับยาสมุนไพรไทย เกสรทั้งห้า ซึ่งเป็นตำรับยาที่ประกอบด้วยดอกไม้ห้าชนิด ซึ่งประกอบด้วย มะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง พิมมาลา อุบลสาภี ชื่อ พิมมาลาเป็นชื่อที่เหมาะกับบริษัทบุปผา คำว่ามาลา ในที่นี้หมายถึงพวงมาลัยดอกไม้นั่นเอง ส่วนนามสกุล อุบลสารภี จะเป็น ชื่อดอกไม้ 2 ชนิด คือ อุบล แปลว่าบัว ในที่นี้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-2 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล18.00 น. “ชากุหลาบค่ะคุณพิม” พิกุลยื่นถ้วยชาอุ่น ๆ กลิ่นหอมละมุนให้พิมมาลา “ขอบคุณค่ะ” พิมรับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะยกจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นเธอกวักมือเรียกพิกุล “พิกุล… มานี่หน่อยสิ” “อะไรเหรอพิม” พิกุลโน้มตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “ท้าาาาดาาา ~” พิมมาลาหยิบชานมคุณภาพดีห่อใหญ่ขึ้นมายื่นให้พิกุล ดวงตาพิกุลเบิกกว้าง ก่อนจะเกิดเรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมา เธอและพิมดื่มแต่ชาใสมาตลอด ไม่มีใครดื่มชานมเลยสักคน ในห้องนี้จึงไม่มีชานมแม้แต่ซองเดียว แต่ช่วงนี้พิกุลมีพฤติกรรมดื่มชานมอยู่บ่อยครั้ง พิมมาลาจึงจัดชานมห่อใหญ่คุณภาพดีให้กับพิกุล การได้ชานมคุณภาพดีมาจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพิกุลอย่างมาก “ขอบคุณนะพิม” พิกุลพูดเสียงเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง บรรยากาศเงียบไปเล็กน้อย พิกุลมองชานมในมือ ก่อนสูดหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พิม…พิกุลขอถามอะไรหน่อย” “ได้สิ” “ถ้าพิกุลไม่ใช่พิกุลคนเดิม…พิมจะยังรับพิกุลได้ไหม?” พิมมาลากะพริบตาปริบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยังไม่ทันที่พิกุลจะได้

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผล

    ตอนที่ 15-1 ฉากจบที่ 1-2 วันเบา ๆ ของเหล่าผู้มีบาดแผลฉากจบที่ 1-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : การโต้กลับของเลขาสาว—----------------หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสองคนนำปืนไปทิ้งลงทะเล ยามเช้าอันสดใส หญิงสาวคนหนึ่งตื่นขึ้นมา เช้านี้เธอตั้งใจทำภารกิจลับบางอย่าง เธอค่อย ๆ ย่องไปหน้าประตูห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบ พร้อมเอาหูแนบบานประตูเหมือนดักฟังอะไรบางอย่าง ตึก… ตึก… ตึก… “มาแล้ว… มาแล้ว” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเริ่มนับถอยหลัง “5.. 4.. 3..” ตึก… ตึก… ตึก… เสียงนั้นค่อย ๆ ดังขึ้น “ 2..” ตึก… เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตู “1.. เอาล่ะ” หญิงสาวเลิกแนบหูแล้วเปิดประตูอย่างแรง ปังงงงง!! ภาพหน้าประตูคือหญิงสาวสวมแว่น ในชุดนอนสวมผ้ากันเปื้อน ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ตื่นแล้วค่ะคุณแม่นมขาาาา” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่นบ้าน พิกุลกะพริบตาปริบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู “แปลกนะวันนี้พิมตื่นเช้า” ที่จริงแล้วพิกุลตั้งใจมาปลุกพิมมาลาเหมือนที่ทำเป็นประจำ แต่เธอกลับต้องแปลกใจเมื่อสาวน้อยขี้เซาตื่นขึ้นมาเองโดยไม่ต้องปลุก แถมยังแอบมาดักรอเปิดประตูแกล้งเธอเสียอีก “แหะ.. แหะ…

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-3 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น18.00 น. เวลาเลิกงาน พิมกับพิกุลออกมาที่ลานจอดรถ ทันทีที่มาถึง พิมมาลาก็เห็นรถตู้คันคุ้นเคยจอดรออยู่ไม่ไกล ใบหน้าของหญิงสาวสดใสขึ้นในทันที เธอรีบเดินตรงไปหาเจ้าของรถด้วยท่าทีราวกับเด็กน้อยที่เห็นผู้ปกครองมารับหลังเลิกเรียน “มาวิน… ดีใจจังที่มาวินมารับพิม…” มาวินยิ้มก่อนยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ “งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” พิมมาลาเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงแววตาเศร้าสร้อย “พิมเหงา… พิกุลไม่กอดพิมเหมือนแต่ก่อนเลย พิกุลคุยกับพิมเหมือนคนไม่เคยสนิทกันมาก่อน” มาวินมองไปทางพิกุล หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง มาวินถอนหายใจ เขารู้ดีว่าพิมมาลายังคงผูกพันกับพิกุลมากเพียงใด ตราบใดที่พิมมาลายังคงยึดติดกับพิกุล เธอก็ไม่มีวันหันมามอบหัวใจให้เขาอย่างสมบูรณ์ และสำหรับมาวินแล้ว… พิกุลกำลังกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่เขาต้องตัดออกไปจากชีวิตของพิมมาลาให้ได้ “พิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป“พิมรักผมไหม” “พิมรักมาวินที่สุดค่ะ” มาวินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าอย่างนั้น พิมฟังผมให้ดี...” “จากนี้ไป

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-2 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้นหลังจากพิกุลคุยกับพิมมาลาเสร็จแล้ว เธอก็ทำการอ่านอีเมลอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตรู้ดดด… แกร๊ก เสียงปลายทางรับสาย “หมิวจัดการได้เลย… เก็บคนลูกไว้” พิกุลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังสั่งงานทั่วไป ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น “รับทราบค่ะ… ให้ใครผสานดีคะ” น้ำเสียงของหมิวฟังดูร่าเริงราวกับได้รับมอบหมายงานที่เธอรอคอยมานาน พิกุลเงียบไปครู่หนึ่ง “เป็นคนในบริษัท… เดี๋ยวส่งข้อมูลไปให้” “ให้เวลา… สามวัน” ปลายสายหัวเราะคิกคัก “รับทราบค่ะ” หมิวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังวางแผนทำเรื่องสนุก จากนั้นสายถูกตัดไปทันที…สามวันต่อมา เช้าวันนั้นพิกุลมาทำงานตามปกติ บนโต๊ะทำงานมีกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทึบสีน้ำตาลวางอยู่หนึ่งใบ บนกล่องไม่มีข้อความหรือเครื่องหมายใด ๆ แต่พิกุลรู้ดีว่ามันมาจากใคร เธอดันแว่นเล็กน้อยแล้วชายตาไปยังกล่องนั้น ก่อนที่จะเปิดอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในกล่องนั้นมีวัสดุสีเนื้อถูกพับไว้อย่างประณีต ลักษณะคล้ายผิวหนังมนุษย์ พ

  • สวมร่าง แปรจิต   ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น

    ตอนที่ 14-1 : ฉากจบที่ 2-2 สายใยที่ขาดสะบั้น ฉากจบที่ 2-2 เป็นเรื่องราวต่อจากตอน : จุดสิ้นสุดของคำสัญญา------------สองเดือนหลังจากมาวินแต่งงานกับพิมมาลา นับตั้งแต่วันที่แผนควบคุมพิมมาลาสำเร็จ มะลิก็ได้ย้ายออกมาอยู่บ้านหลังเดิมของพิกุล เนื่องจากบ้านของพิมมาลาได้กลายเป็นเรือนหอของเธอกับมาวินไปแล้ว เลขาสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เธออาบน้ำ แต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้เธอสามารถใช้ร่างพิกุลได้อย่างชำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในวิญญาณยังมีพิกุลคอยอยู่เคียงข้าง คอยช่วยวิเคราะห์ วางแผน ให้คำปรึกษา ราวกับผู้ช่วยที่สมบูรณ์แบบที่พร้อมทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มะลิกินข้าวเช้าและขับรถไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางก็มีพนักงานหลายคนเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นมิตร และเธอก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่พิกุลเคยทำ ภาพที่ทุกคนเห็นยังเป็นพิกุลคนเดิม แต่ภายในนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนที่เดินผ่านสายตาของมะลิ ล้วนถูกประเมินคุณค่าอย่างรวดเร็ว ‘นายปรีชา บริหารงานเก่ง เหมาะสมที่จะเลื่อนขั้น’ ‘ใบเฟิร์น ต้องการชื่อเสียงและความก้าวหน้า ไว้เอาไปแทรกซึมคนในบริษัทคู่แข่ง’ ‘อารยา อายุงานมากแต่คว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status