LOGIN
ปี 1987
สวีลี่ฟ่านจากไปเพราะอาการตรอมใจ เธอจะต้องหมั้นหมายแทนน้องสาวของเธอ ที่เป็นคนในชนบทที่ไม่มีความรู้และฐานะ ตระกูลหยางได้หมั้นหมายหยางเป่าหานกับสวีรุ่ยหนิง เพราะสวีรุ่ยหลิงเป็นเด็กที่น่ารักมาตั้งแต่เด็ก เลยได้หมั้นหมายกันแต่ผู้นำตระกูลหยางทั้งสองคนจากไปหลายปีแล้ว สัญญาเลยถูกเรื่อยมาหลายปี จนครั้งนี้หยางเป่าหานให้สินสอดพันหยวน ตระกูลสวีถึงได้ตอบตกลงจนหน้าตั้งเพราะเงินพันหยวน สุดท้ายก็ขายลูกกินกัน สวีรุ่ยหนิงไม่ต้องการแต่งกับหยางเป่าหาน เพราะว่าอีกฝ่ายจนแถมต้องมาเลี้ยงลูกของพี่ชายที่จากไปอีก “ฉันไม่แต่งงานกับหยางเป่าหานเด็ดขาด ฉันเกลียดชนบทมีแต่ความจน” “คุณให้ลี่ฟ่านแต่งแทนรุ่ยหนิงเถอะนะ รุ่ยหนิงอายุ 17 ปี เองลูกยังเด็ก” “ผมก็คิดแบบนั้นจะปฏิเสธก็ทำไม่ได้รับเงินหยางเป่าหานมาแล้วและเราก็ใช้ไปแล้วด้วย” “ใช่ ๆ ค่ะ พ่อ แม่ ให้พี่ลี่ฟ่านแต่งแทนหนูนะคะ พี่ลี่ฟ่านพึ่งจะอกหักมา ให้เขาได้ไปสร้างครอบครัวที่ชนบทเถอะนะคะ” “…” สวีลี่ฟ่านที่นอนพักผ่อนอยู่ในห้องเธอได้ยินทุกอย่างที่คนทั้งสามพูดคุยกันเสียงดัง แต่เธอไม่ใช่สวีลี่ฟ่านตัวจริง เธอชื่อหลินฟางเหนียง เธอเป็นนักศึกษาจบใหม่แต่มีโชคชะตาที่ร้ายไปหน่อย เธอโดนอดีตคนรักนอกใจและหลอกจะขายเธอ แต่เธอก็หนีออกมาได้แต่สุดท้ายก็จมน้ำเสียชีวิต ตื่นขึ้นมาเธอก็เข้ามาอยู่ในร่างของคุณสวีลี่ฟ่านเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลสวี มีน้องสาวคือสวีรุ่ยหนิงอายุห่างกันแค่ 1 ปี ความทรงจำในร่างคือสวีลี่ฟ่านมีคนรักคือหวางซ่านซูเป็นคนที่มีตำแหน่งในโรงงาน แต่หวางซ่านซูเจ้าชู้และนอกใจ ทำให้สวีลี่ฟ่านเสียใจจนจากไป ความรักไม่ควรที่จะอกหักจนชีวิตต้องมามีจนจบที่น่าเศร้าแบบสวีลี่ฟ่านที่จากไป ชีวิตของเธอน่าเศร้าเกินไป “แม่พี่ออกมาแล้วค่ะ” “ลี่ฟ่านลูกคงได้ยินที่แม่กับพ่อคุยกันแล้ว พวกเราไม่อ้อมค้อมเลยนะ ลูกจะต้องแต่งงานกับหยางเป่าหานแทนรุ่ยหนิง” “ทำไมถึงเป็นฉันล่ะคะ ตามสัญญาต้องเป็นรุ่ยหนิง แต่ตอนนี้กลายเป็นฉันเพราะอะไรเหรอรุ่ยหนิงเธอถึงไม่แต่งกับหยางเป่าหาน” “พี่ลี่ฟ่านฉันอายุยังน้อยจะให้แต่งงานอะไรเร็วขนาดนั้น” “เธอห่างกับฉันแค่ปีเดียวเอง แล้วทำไมฉันจะต้องแต่งแทนเธอด้วย งั้นฉันเองก็ยังเด็กค่ะแม่” “ไม่ได้แกต้องแต่งแทนรุ่ยหนิง แกเองก็อยากมีครอบครัวไม่ใช่เหรอ แต่งกับหยางเป่าหานก็ดีมีลูกพร้อมใช้งานเลย” “ฟังดูก็เข้าท่าดีนะคะพ่อ แต่หนูมีสิทธิ์ได้ค่าสินสอดด้วย ตอนนี้ใช้กันไปเท่าไหร่ล่ะคะ การเดินทางไปชนบทก็ต้องใช้เงินฉันเองไม่มีเงินติดตัวเลย ฉันอยากจะได้ 300 หยวน แต่ถ้าไม่ได้ก็ส่งรุ่ยหนิงไปแล้วกันนะคะบรรยากาศชนบทที่นั่นจะเป็นยังไงน้า น่าอยู่หรือเปล่า” “ไม่นะพ่อคะ หนูไม่ไปแต่งงานกันคนแบบนั้นเด็ดขาด พ่อให้พี่ไปเถอะเรายังเหลืออีกเยอะนะคะ พ่อคะ” “…” สวีลี่ฟ่านเองอยากจะรู้ว่าหยางเป่าหานจนแบบใดที่ยอมจ่ายค่าสินสอดเป็นพันหยวนแบบนี้ คนแบบนี้เขาเรียกว่ามีตั้งเยอะตั้งหาก “ได้แค่ 300 หยวน ให้ได้แค่นี้ เพราะค่าสินสอดที่หยางเป่าหานจ่ายมา ก็น่าจะหมดตัวเพราะต้องขายสมบัติของครอบครัว เพราะฉะนั้นเธอแต่งกับหยางเป่าหานไปอยู่ที่นู่นเธอก็ถือเป็นคนนอกมีปัญหาอะไรก็ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก” “ได้ค่ะคุณพ่อ” สวีลี่ฟ่านสงสัยว่าเธออาจจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตระกูลสวี หน้าตาเธอไม่เหมือนทุกคน แถมการปฏิบัติของเธอเองก็แตกต่างจากสวีรุ่ยหนิงอีกด้วย “อีก 2 วัน แกต้องเดินทางไปหาหยางเป่าหานที่บ้านเอง พวกฉันจะไม่ไปส่งแก” “สบายมากค่ะ ขอแค่ได้ตามที่ตกลงกัน 300 หยวน หวังว่าพ่อกับแม่จะไม่ผิดสัญญา ไม่งั้นเชิญเธอนะรุ่ยหนิง” สวีลี่ฟ่านรับรู้จากความทรงจำของเจ้าของร่าง การกระทำของสวีรุ่ยหมิงทำให้เธอรู้ว่าสวีรุ่ยหนิงไม่ใช่เด็กสาวใส ๆ เธอมักแสดงเป็นคนดีต่อหน้าสวีจื่อโยวและหลิงเค๋อเฟิน “…” สวีรุ่ยหนิงมองว่าวันนี้พี่สาวของเธอเปลี่ยนไป เธอดูตอบโต้ทุกคนในบ้านต่างจากเมื่อก่อน ไหนเธอจะมีความกล้ามาขอแบ่งเงินค่าสินสอดอีก 300 หยวน สงสัยจะอกหักคนเพี้ยนไปแล้วมั้ง “พ่อ แม่ หนูว่าพี่ลี่ฟ่านดูเปลี่ยนไปนะคะ” “คงอกหักจนเพี้ยนไปแล้วมั้ง” “แต่แม่คะพี่ซ่านซูเขาเจ้าชู้มากนะคะแม่” “ซ่านซูเจ้าชู้ แต่ลูกสาวของแม่สวยขนาดนี้ซ่านซูจะกล้านอกใจลูกเหรอ ส่วนลี่ฟ่านน่ะจืดชืดเกินไปไงซ่านซูถึงได้นอกใจ” “แม่คะ หนูสวยขนาดนั้นเลยเหรอคะ” “สวยมาก ซ่านซูจะต้องหลงรักลูกสาวของแม่อย่างแน่นอน” “แต่แม่คะ พี่ซ่านซูเคยเป็นคนรักของพี่ลี่ฟ่านน่ะคะ มันจะดีเหรอคะ” “รุ่ยหนิงของพ่อเป็นคนดีจริง ๆ เรื่องแบบนี้มันแล้วแต่ใจคนอีกอย่างลี่ฟ่านเลิกกับซ่านซูแล้ว ลูกพ่อไม่ผิดถ้าจะรักกับซ่านซู” “จริงลูกรุ่ยหนิงของแม่ทั้งสวยกว่า เก่งกว่า อีกอย่างคุณนายหวางเองก็ดูจะชอบลูกของแม่มากกว่าลี่ฟ่านอีกนะ” “จริงเหรอคะแม่” “ใช่จ้ะ คุณนายหวางเองเคยเห็นลูก แต่ลูกเองไม่เคยเห็นก็เท่านั้นเอง เดี๋ยววันนี้ลูกก็ไปเที่ยวที่โรงงานกับพ่อสิรุ่ยหนิง” “ไปด้วยกันนะรุ่ยหนิงตอนเย็นคนงานออกมาเดินออกกำลังกายกัน หวางซ่านซูเองก็ด้วยพ่อเคยเห็นเขาชอบมาเร็วออกกำลังอยู่” “ได้ค่ะพ่อ” สวีรุ่ยหนิงเองก็แอบชอบหวางซ่านซูมาตั้งนานแล้ว แต่เพราะสวีลี่ฟ่านที่มาแย่งคนที่เธอรักไปก่อน ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอจะเอาคนรักของเธอคืนมา ส่วนสวีลี่ฟ่านก็ไปอยู่ชนบทรากหญ้าแต่งงานกับคนจน ๆ อย่างหยางเป่าหานถึงเขาจะให้ค่าสินสอดมาก แต่ก็เพราะขายสมบัติของครอบครัวตอนนี้ก็คงจะหมดตัวแล้ว ไหนจะต้องมาเลี้ยงลูกของพี่ชายเองสวีลี่ฟ่านวุ่น ๆ กับการเตรียมข้าวของสำหรับการไปยูนนานในวันพรุ่งนี้ เธอกำลังเตรียมเสื้อผ้าของหยางปิน ซึ่งดีที่เธอได้ตรวจเช็กก่อนที่จะถึงวันไป จึงได้พาหยางปินไปหาซื้อเสื้อผ้ารวมถึงของเธอด้วยและของหยางเป่าหานด้วย ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้ไปซื้อด้วย แต่เขาก็ให้เงินมาซื้อ“แม่ครับ พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวกันเหรอครับ พ่อบอกผมว่าจะไปเที่ยวครับ”“ใช่จ้ะ ไปเที่ยวด้วยและพ่อกับแม่ก็ไปทำงานด้วย หลังทำงานเสร็จ จะพาหยางปินไปเที่ยวน้า เราจะอยู่ยูนนานอีกหลายวัน”“เย้ เย้ หยางปินจะไปเที่ยว เย้ เย้”“จะไปเที่ยวก็รีบไปนอน พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า ไม่ใช่ตื่นเต้นแล้วนอนไม่หลับนะ แม่เขาเองก็จะไปพักเหมือนกัน”“ซิ! พ่อหวงแม่ไม่ให้อยู่กับผมตั้งหาก แม่มาจัดกระเป๋าให้ผมแป๊บเดียวเอง พ่อนั่นแหละที่ทำตัวติดแม่เหมือนเด็ก ซิ!”“แล้วพ่อหวงแม่ไม่ได้หรือไง”“แม่ครับ คืนนี้นอนกับผมได้ไหมครับ ผมตื่นเต้นคงนอนคนเดียวแล้วไม่หลับอย่างแน่นอนครับแม่ นะครับแม่ลี่ฟ่านคนสวย”“ได้สิ แม่จะได้ปลุกเร็วด้วย”“ได้ไง เธอจะนอนกับหยางปินไม่ได้”“ฉันรับปากลูกไปแล้ว นาน ๆ นอนทีคุณจะดุฉันทำไมกัน คุณหยาง” ตอนนี้สวีลี่ฟ่านได้เปลี่ยนคำแทนตัวเองกับหยางปินแล้ว
ตกดึกห้องนอนหยางเป่าหานสวีลี่ฟ่านสังเกตว่าหยางเป่าหานมองเธอแปลก ๆ ตั้งแต่เย็นแล้ว “คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรือเปล่า ฉันเห็นว่าคุณแปลกกับฉันตั้งแต่เย็นแล้ว”“เรื่องกาแฟของเธอ ฉันได้ไปปรึกษาเถ้าแก่มา ท่านบอกว่าเม็ดกาแฟที่ดีต้องไปยูนนานที่นี่ไม่มี แถวนั้นปลูกกันเยอะ ที่ ผูเอ่อร์ คุณหมิง เป่าซาน เต๋อหง หลินซาง เหวินซาน ปลูกเยอะจังหวัดอื่น ๆ ก็จะมี ฝูเจี้ยนกับไหหลำ ถ้าเธออยากจะได้ของที่ดีนะ”“…” สวีลี่ฟ่านคิดหนัก เธอต้องเดินทางไปยูนนานและคงจะอยู่ที่นั่นหลายวันเลย ที่บ้านอาจจะต้องขอให้หยางเป่าหานดูแลไปก่อน“อืม ขอบคุณ คุณมากค่ะ เดี๋ยวฉันจะเดินทางไปเองช่วงที่ฉันไม่อยู่คุณก็ไปรับไปส่ง หยางปินก่อนแล้วกัน”“ใครบอกว่าฉันจะให้เธอไปคนเดียว เคยไปหรือไงยูนนานน่ะ”“…” สวีลี่ฟ่านส่ายหัวเป็นคำตอบ ใครจะเคยไปกันเทียนจินนี่ก็เคยมาครั้งแรกเหมือนกัน ไม่ต้องพูดถึงยูนนานเธอไม่เคยไปอย่างแน่นอน“เธอรอก่อนอีกไม่กี่วันโรงเรียนหยางปินจะหยุดยาว เดี๋ยวค่อยไปตอนนั้น”“คุณจะพาฉันไปเหรอคะ”“อืม เธอไปคนเดียว จะรอดเหรอ อย่างน้อยฉันก็ค้าขายผ่านคนมาเยอะถึงจะเป็นลูกจ้าง แต่ฉันก็มีประสบการณ์มากกว่าเธออย่างแน่นอน”“ค่ะ ข
ผ่านมาหลายวันสวีลี่ฟ่านทั้งนั่งคิดนอนคิดว่าเธอจะลองขายอะไรดี จะขายอาหารก็ไม่ได้หยางเป่าหานไม่อนุญาต“จะขายน้ำเหรอ คนที่นี่ไม่ชอบหรอก”“กาแฟ ฉันจะขายในช่วงเช้าหลังจากไปส่งหยางปิน ตอนเช้ามีผู้ปกครองมาส่งลูกหลานเยอะ ยังไงก็ขายได้คนทำงานอีกดื่มกาแฟตอนเช้าแล้วร่างกายจะตื่นตัวมากขึ้น รู้สึกสดชื่น”“งั้นเธอก็ทำมาให้ฉันลองดื่มก่อน ถ้าดีแล้วฉันจะอนุญาตให้ขาย”“ได้ค่ะ”“แล้วกับข้าวเที่ยงฉันล่ะ เธอจะทิ้งเหรอ”“ทำไม? คุณเองก็ทำเหมือนตอนที่ยังไม่มีฉันไง คุณทานข้าวเที่ยงยังไงล่ะคะคุณหยางเป่าหาน”“เธอเป็นภรรยาของฉัน จะละเลยหน้าที่ของตัวเองเหรอ ตอนนี้ฉันติดรสมือเธอแล้วทานอย่างอื่นไม่ถูกใจแล้ว” หยางเป่าหานเองไม่สามารถที่จะทานอาหารเที่ยงของคนอื่นได้อีก เพราะได้ติดรสชาติอาหารของสวีลี่ฟ่านไปแล้ว“คุณจะพูดเสียงดังทำไมกัน”“อาซ้อครับ ลูกพี่ทานอาหารของอาซ้อแล้วเจริญอาหารมากขึ้นครับ ปกติลูกพี่จะทานข้าวเที่ยงน้อยนะครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องพูดถึงนะครับ” อี้เทาเองก็นั่งฟังมาสักพักไม่ต่างจากจิ่งกั๋วและพี่อี้ซ่วน คนร้ายกำลังปากแข็งคำโต ๆ เลย“อี้ซ่วนปิดปากน้องชายนายซะ”“อาซ้อครับ ความจริงลูกพี่ชอบอาหารของอาซ้อมากเ
1 สัปดาห์ ต่อมาสวีลี่ฟ่านเองใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากในหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอไม่เจอยายหู เพราะหยางเป่าหานจัดการได้ดี และยายหูเลือกที่จะไปทำงานกับหยางเป่าหานที่ทำงาน แสดงว่าหยางเป่าหานน่าจะรู้เรื่องของแม่ของหยางปินอย่างแน่นอน“คุณฉันว่าจะหางานทำด้วย ฉันว่าจะขายของ”“อยู่บ้าน”“อยู่บ้านได้ไงกัน ฉันไปส่งหยางปินก็ว่างแล้ว ฉันไม่อยากนอนอยู่บ้านเฉย ๆ”“เงินฉันก็ให้เธอใช้ไม่พอหรือไง ถึงอยากที่จะไปหางานทำ”“พอใช้ค่ะ คุณให้ทั้งเงินใช้จ่ายในบ้านและเงินใช้ส่วนตัว ฉันขอบคุณมากค่ะ แต่คุณต้องทำงานหนักมากขึ้น คุณออกจากบ้านบางวันก็ตั้งแต่เช้ามืด กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกในบางวัน”“เธอนี่หาเรื่องจริง ๆ เลย อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ชอบ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขานอนใช้เงินไปนานแล้ว”“ฉันเป็นผู้หญิงยุคสมัยใหม่ค่ะ คุณหาเงินได้ฉันเองก็หาเงินได้เหมือนกัน เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันบ้างไงคะ ช่วงวันหยุดเทศกาลฉันทราบมาว่าคุณไม่หยุดกัน คงทำงานหนักมากสินะคะ”“…” หยางเป่าหานเริ่มหนักใจไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดตรงไหนก่อนดี ว่าตนเองไม่ได้จน เพราะทำงานหลายอย่างเลยมีเวลาน้อยในการใช้ชีวิตกับครอบครัว แต่สวีลี่ฟ่านเข้าใจว่ามีเงิน เพราะทำงา
สวีลี่ฟ่านพูดกับยายหูจนท้อ คนแก่ปากร้ายไม่พอแถมไม่ยอมรับฟังและเข้าใจอะไรเลย ยายหูเองเป็นคนแก่อารมณ์ร้อนและหัวรั้น“แกคิดว่าฉันจะไล่แกออกไม่ได้หรือไง ฉันจะทำให้แก่อยู่ที่นี่ไม่ได้อีก คิดว่าจะมาวางอำนาจที่นี่เหรอไม่มีทาง เดียวแม่หยางปินกลับมาทุกอย่างก็เป็นของหยางปิน เป่าหานหามาให้หยางปิน”“หึ ตลกค่ะ ยายหูทุกอย่างเป็นของหยางปินจริงค่ะ แต่ไม่ใช่ของยายและแม่ของหยางปินแน่นอนค่ะ และต่อให้แม่ของหยางปินกลับมาฉันไม่มีทางให้เธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เด็ดขาด”“แก ๆ ช่างกล้าพูดนะคิดจะมาเอาสมบัติเป่าหานเหรอ แกพึ่งมาอยู่ไม่นานยังขนาดนี้ ฉันจะไปบอกเป่าหานเขาจะจัดการแกแน่”“เชิญค่ะ ตามสบายฉันเองก็จะไปหาพี่เป่าหานไปด้วยกันไหมคะ ไปพร้อมกันเลยดีไหมคะดูสิว่าพี่เป่าหานจะฟังใคร” สวีลี่ฟ่านเองไม่ได้คิดที่จะยึดเอาอะไรของใคร แต่เธอรู้ดีว่าแม่ของหยางปินทิ้งหยางปินไปและหยางเป่าหานก็รับเลี้ยงหยางปิน และแม่ของหยางปินทิ้งไปเพราะอะไร ที่ยายหูพูดก็เป็นเรื่องน่าคิดว่าในอนาคตว่าแม่ของหยางปินคงจะปรากฏตัวในเร็ววันอีกแน่นอน“แกคิดว่าฉันไม่กล้าใช่ไหม คิดว่าเป่าหานจะให้ท้ายแกอย่างนั้นเหรอ”“หึ ฉันพูดความจริงถ้ายายจะทำให้ฉัน
สวีลี่ฟ่านมองหยางเป่าหานอย่างเหลืออด ถ้าเขาเป็นเด็กเธอจะตีให้ก้นลายเธอ ปากร้ายด่าเจ็บเป็นที่หนึ่ง ไม่ฟังอะไรเลยสักอย่างเป็นถึงหัวหน้าคนงาน“ลูกพี่ อาซ้อไม่ใช่คนแบบนั้น”“อี้เทาตกลงนายเป็นลูกน้องใครฉันหรือเธอกันแน่”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่อี้เทาฉันเริ่มจะชินแล้วกับคนประสาทแบบนี้”“พ่อว่าแม่ทำไมครับ นิสัยไม่ดีเลยนะครับ แม่เหนื่อยนะครับ” หยางปินเองช่วยแม่ใหม่ทำกับข้าว แม่เหนื่อยเพราะทำกับข้าวหลายอย่าง เพื่อจะให้พ่อได้กินของดี ๆ“หยางปิน มาหาป้ามาเร็วให้ผู้ใหญ่เขาคุยกันดีกว่า” ซุนอี๋เจียเองเห็นว่าคงจะเกิดศึกขนาดย่อม ๆ เห็นทีว่าคนทั้งสองต่างแรงใส่กัน แต่เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้ว่าใครผิด ใครถูก“หยางปิน ไปกับป้าอี๋เจียก่อนนะ เดี๋ยวน้าตามไป”“ครับแม่”“หยางปินไปแล้ว ว่าฉันต่อสิคุณหยาง”“เธออย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร เธอไล่ยายหูออกทำไม”“ยายหูบอกคุณแบบนั้นเหรอคะ คุณก็เชื่อเหรอที่ยายหูพูด แต่พวกพี่ ๆ เขาไม่เชื่อในสิ่งที่ยายหูพูด ฉันเป็นภรรยาควรจะรู้สึกยังไงนะ สามีเข้าข้างคนนอกไม่ถามต้นสายปลายเหตุสักนิด คนอย่างยายหูเป็นคนยังไงคุณจะไม่รู้เลยหรือไงกัน”“งั้นเธอก็บอกฉันมาสิ”“ฉันให้ยายหูไม่ต้องมาทำงานใ







