เข้าสู่ระบบต่อไม่เคยคิดมาก่อนว่า โรงอาหาร จะกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาเดินเข้ามาก็แค่หาโต๊ะ วางถาด กินข้าว แล้วกลับไปเรียน ชีวิตเรียบง่ายแบบเด็กปีหนึ่งทั่วไปแต่ตอนนี้แค่เดินเข้าโรงอาหาร เขาก็ต้องมองหาคน ๆ หนึ่งก่อนเสมอและถ้าเห็นคนคนนั้นอยู่จริง ๆ ต่อจะยิ้มเหมือนคนได้โบนัส วันนี้ก็เหมือนกัน ต่อเดินเข้าโรงอาหารพร้อมเจเจกับบาสแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้น“ติ๊ง!”ต่อรีบหยิบขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติพี่วิน วิศวะวิน: กินข้าวยังต่อหัวใจเต้นตุ้บเขาหันไปมองรอบ ๆ โรงอาหารทันทีแล้วก็เจอวินนั่งอยู่โต๊ะมุมเดิมถือแก้วน้ำเหมือนเดิมหน้าตานิ่งเหมือนเดิมแต่ต่อรู้สึกว่าแค่ได้เห็น…มันก็พิเศษแล้วต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ ผมเพิ่งมาเลยต่อ: พี่กินยังครับวิน: ยังวิน: มาต่อค้างคำว่า “มา” สั้นๆแค่นั้น แต่เหมือนเป็นคำสั่งที่ทำให้ขาเขาขยับเอง“มึงจะไปไหน” เจเจถามทันทีเมื่อเห็นต่อเริ่มเดินออกต่อหน้าแดง “ไป…กินข้าว”บาสยิ้มมุมปาก “กับพี่วินอะดิ”ต่อทำหน้าดื้อ “ไม่ใช่! ผม…เอ่อ…เขาชวน!”เจเจหัวเราะ “โห ใช้คำว่า ‘เขาชวน’ แล้วนะมึง”ต่อรีบโวย “อย่าพูดดั
ถ้าถามว่าต่อเก็บความลับเก่งไหมคำตอบคือไม่เขาอาจจะไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่สีหน้ากับพฤติกรรมมันฟ้องหมดโดยเฉพาะช่วงนี้ที่โทรศัพท์ของต่อเด้งแจ้งเตือนบ่อยผิดปกติ และทุกครั้งที่เด้ง เขาจะยิ้มเหมือนคนได้กินของหวานฟรีตอนเช้าในห้องเรียน ต่อกำลังนั่งฟังอาจารย์สอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นแต่พอมือถือสั่นขึ้นมา เขากลับตื่นทันทีเหมือนโดนปลุกด้วยไซเรน“ติ๊ง!”ต่อรีบก้มมองหน้าจอพี่วินวิศวะแค่เห็นชื่อต่อก็ยิ้มกว้างแล้ววิน: กินข้าวเช้าไหมต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ 😭ต่อ: พี่กินยังครับวิน: กินแล้ววิน: ไปกินต่อหลุดยิ้มจนแก้มปริเขาเงยหน้าขึ้นมา…แล้วก็เจอสายตาของเจเจกับบาสที่มองมาแบบพร้อมพิพากษาเจเจหรี่ตา “มึงยิ้มอะไร”ต่อสะดุ้ง “เปล่า!”บาสพยักหน้าไปทางโทรศัพท์ “ใครทัก”ต่อรีบคว่ำหน้าจอ “ไม่มีใคร!”เจเจทำเสียงยาน “ไม่มีใคร แล้วมึงยิ้มเหมือนคนมีแฟน?”ต่อหน้าแดง “กูไม่ได้มีแฟน!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่มีคนคุย”ต่ออ้าปากจะเถียง แต่เสียงอาจารย์ดังขึ้นพอดี“นักศึกษาตรงนั้น! ตั้งใจฟังหน่อยนะครับ!”ต่อสะดุ้ง รีบทำหน้าเรียบร้อยทันทีเจเจกับบาสหัวเราะเบา ๆ แบบสะใจแต่ต่อก็ยังอดไม่ได้ที่จะเปิดแชทดูอีกครั้งแล้วพ
ตั้งแต่ได้รู้จักพี่วิน ชีวิตของต่อก็เริ่มมีเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้ใจเต้นอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่น การได้เจอกันในโรงอาหารแบบบังเอิญการโดนสั่งให้นอนในแชท การได้ติวกันที่ห้องสมุด หรือแม้แต่คำพูดเรียบ ๆ อย่าง เห็นบ่อย ต่อไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังตกหลุมอะไรอยู่แต่ที่แน่ ๆ คือ เขากำลังยิ้มง่ายขึ้นทุกวัน และวันนี้ก็เหมือนกันต่อเดินออกจากตึกเรียนพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่บ่าย แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะตกจริงจนกระทั่ง“ซ่าาาาาา!”เม็ดฝนเทลงมาแบบไม่ให้ตั้งตัวต่อร้อง “เฮ้ย!”แล้วรีบวิ่งหลบใต้กันสาดหน้าตึกเสื้อเชิ้ตของเขาโดนฝนไปแล้วครึ่งตัว ผมก็เริ่มเปียกจนชี้ไปคนละทิศ เขามองท้องฟ้าด้วยความหงุดหงิดปนขำ“ชีวิตกูแม่ง…”โทรศัพท์สั่นขึ้นในกระเป๋ากางเกงต่อหยิบขึ้นมาดูเจเจ: มึงกลับยังบาส: ฝนตกหนักมาก มึงอย่าเพิ่งกลับนะเจเจ: มึงอยู่ไหน กูจะไปหาต่อกำลังจะตอบ แต่เสียงฝีเท้าใครบางคนดังเข้ามาใกล้ ๆเขาหันไปตามเสียงแล้วหัวใจก็เหมือนโดนฝนสาดอีกรอบ พี่วินวินยืนอยู่ใต้กันสาดเหมือนกันเสื้อเชิ้ตขาวของเขายังเรียบเหมือนเดิม ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้ในมือมีร่มสีดำคันหนึ่ง และถุงเอกสารที่ถูกห่อไว้ดีมากต่อยืน
หลังจากวันติวที่ห้องสมุด ต่อรู้สึกเหมือนโลกของตัวเองเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขาเข้าใจงานมากขึ้น ไม่ใช่เพราะรายงานสิบหน้าดูไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วแต่เพราะเขาเริ่มรู้ว่าถ้าเขาทักไปหาใครคนหนึ่งคนนั้นจะตอบกลับและมันทำให้ต่อใจเต้นทุกครั้งที่หน้าจอขึ้นชื่อพี่วิน วิศวะคืนนี้ก็เหมือนกันต่อกำลังนั่งพิมพ์รายงานอยู่ที่โต๊ะในห้องจู่ ๆ ก็เจอคำถามในหัวข้อที่ไม่แน่ใจ เขาจ้องหน้าจออยู่นานคิดวนไปวนมา สุดท้ายก็แพ้ความอยากรู้ และความอยากคุยต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ต่อ: พี่วินครับ ผมติดตรงสรุปผลนิดนึง 😭ต่อ: พี่ว่างไหมครับกดส่งปุ๊บ ต่อก็เริ่มเดินวนในห้องเหมือนเดิม เหมือนตัวเองเป็นคนไม่เคยรอใครตอบแชทมาก่อนไม่ถึงหนึ่งนาที…วิน: ส่งมาต่อเผลอยิ้มกว้าง แล้วรีบส่งรูปหน้าจอให้ทันทีต่อ: ตรงนี้ครับพี่ ผมไม่รู้ว่าต้องสรุปยังไงให้มันดูเป็นเหตุเป็นผลเงียบไปครู่หนึ่งต่อเริ่มคิดว่า “พี่เขาอ่านอยู่ไหม”หรือ “พี่เขาหลับแล้ว”หรือ “พี่เขาอาจจะรำคาญแล้วก็ได้”แต่แล้วข้อความใหม่ก็มาถึงวิน: เธอเขียนยาวไปวิน: ตัดให้เหลือ 3 ประโยคพอต่อทำหน้ามึน “ห๊ะ…สามประโยค?”เขารีบพิมพ์ตอบกลับต่อ: สามประโยคเลยเหรอครับ
ถ้าถามว่าชีวิตมหา’ลัยของต่อตอนนี้มีอะไรที่น่ากลัวที่สุดคำตอบไม่ใช่การตื่นสายไม่ใช่การหาห้องเรียนไม่เจอไม่ใช่แม้แต่การโดนอาจารย์เรียกตอบหน้าชั้นแต่เป็นการเปิดสมุดแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างต่อยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศหน้าห้องเรียนพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกกระดาษ A4 ที่ติดอยู่ตรงหน้าเหมือนประกาศโทษประหารชีวิตแจ้งนักศึกษา: ส่งรายงานกลุ่ม “พื้นฐานการคิดเชิงวิเคราะห์” ภายในวันศุกร์นี้ความยาว 10 หน้า พร้อมอ้างอิง“สิบหน้า…”ต่อพึมพำเสียงเบา แล้วหันไปมองเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ยืนข้าง ๆบาสกำลังทำหน้าเหมือนโลกแตก“กูยังไม่เริ่มอ่านหัวข้อเลย”เจเจหัวเราะแห้งๆ “กูเริ่มแล้ว…แต่เริ่มร้องไห้ก่อน”ต่อถอนหายใจแรง “แล้วกูจะรอดไหมวะ…”บาสหันมามองต่อ “มึงเก่งภาษา มึงช่วยกูหน่อยดิ”ต่อทำหน้ามึน “กูเก่งตรงไหน”เจเจยื่นหน้ามาใกล้ “มึงเก่งเรื่องคุยกับรุ่นพี่วิศวะ”ต่อสะดุ้ง “เฮ้ย! ไม่เกี่ยว!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่ถ้ามึงคุยกับพี่วินได้…มึงน่าจะขอให้เขาช่วยติวได้ปะ”คำว่า “พี่วิน” ทำให้ต่อเงียบไปทันทีเขาไม่ได้คุยกับวินมากนักหรอกแชทก็มีแค่ประโยคสั้น ๆ เจอกันก็แค่พยักหน้า หรือพูดไม่กี่คำแต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ได้อยู่ใก
เช้าวันจันทร์ของมหา’ลัยคือสนามรบต่อยืนอยู่หน้ากระจกในห้องหอพักด้วยสภาพเหมือนคนโดนดูดพลังชีวิตผมยุ่งนิด ๆ เสื้อยังไม่เรียบ และใต้ตาก็มีร่องรอยของคนที่นอนดึกทั้งที่จริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจนอนดึกหรอก แค่เขานอนไม่หลับเองเพราะคำว่า ฝันดีจากพี่วินเมื่อคืนต่อยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเบา ๆ เหมือนอยากเช็กว่าแก้มยังแดงอยู่ไหม“นี่กูเป็นอะไรเนี่ย…”เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนจะคว้าเป้แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เขาจะสายเรียนวิชาแรกของสัปดาห์ระหว่างเดินไปตึกเรียน ต่อพยายามทำสมองให้คิดเรื่องอื่นเช่น เรื่องรายงานที่ต้องส่ง เรื่องงานกลุ่มที่ยังไม่เริ่ม เรื่องอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าโหดแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนสมองเขาก็วนกลับมาที่คนเดิมพี่วินต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติในแชทไม่มีอะไรใหม่ข้อความล่าสุดยังคงเป็นวิน: นอนต่อ: ครับพี่ ฝันดีครับวิน: ฝันดีแค่นั้นแต่ต่อกลับยิ้มเหมือนคนได้ของขวัญวันเกิด“พอเลยต่อ มึงพอได้แล้ว…”เขารีบกดล็อกหน้าจอ แล้วเดินเร็วขึ้นเหมือนหนีความคิดตัวเองหลังเลิกเรียนช่วงเช้า ต่อเดินออกจากห้องพร้อมเพื่อนสองคน เจเจกับบาส“มึงเรียนรู้เรื่องไหม” เจเจบ่น “กูเหม







