Masukเช้าวันต่อมา@คอนโดVPK
แสงแดดอ่อนๆ ยามสายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวบางเข้ามาทาบลงบนพื้นห้อง เติมประกายอบอุ่นให้กับห้องที่ถูกตกแต่งไว้ด้วยโทรสีขาวสะอาดตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเรียบง่ายและถูกจัดวางอย่างลงตัว เตียงนอนคิงไซส์กับผ้าปูสีขาวสะอาดตา อากาศในห้องอบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ จากเครื่องพ่นอโรมาที่ตั้งอยู่มุมห้อง กลิ่นละมุนของดอกไม้อ่อนๆ ถูกพัดซึมเข้าไปในบรรยากาศ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและนุ่มนวล บนเตียงนอนนุ่มฟู ร่างบางที่นอนเอนกายซุกผ้าห่มผืนหนาด้วยชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบาง ผมยาวสวยยุ่งสยายไปกับหมอนใบใหญ่ ใบหน้าสวยนิ่งสงบเหมือนกำลังหลับลึกในห้วงความฝัน แต่ก็ต้องตื่นจากภวังค์เพราะเสียงเตือนข้อความเข้ารัวๆ จากโทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่บนโต๊ะโคมไฟใกล้หัวเตียง ใบหน้าสวยยู่จากการโดนรบกวน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนผูกปม มือเรียวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ตัวต้นเหตุมาเปิดดู ดวงตาที่เคยหรี่รับแสงกลับเบิกกว้างในทันทีเมื่อเห็นข้อความจากเพื่อนสนิท Jaokhun : คุณเวณิกา ให้นัดเด็กไว้แต่ไม่มาคือไร? Jaokhun : อย่าบอกนะว่าแกป๊อด Jaokhun : ไม่ใจนี่หว่าเพื่อนรัก รอบหน้าไม่หาให้แล้วนะเว้ยเด็กมันก็อุส่าห์รอ Jaokhun : สติ๊กเกอร์หน้าบูด ไวน์นิ่งเหมือนถูกสตั๊นสมองเธอประมวลผลเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาสลับกับข้อความที่เพื่อนสนิทส่งมารัวๆ ตั้งแต่เช้าทำเอาหัวใจเธอเต้นแรงอีกครั้ง ใบหน้าเห่อร้อนแดงขึ้นทันตา มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าซ้ำๆ อย่างสบัดความคิด เชี่ยแล้วไวน์…เมื่อคืนแกไปจิ้มกับใครมาวะ อ่า…ให้ตายสิ แล้วจะบอกแกได้ไงล่ะว่าฉันไปมาแล้วแต่ไม่ใช่กับเด็กของแกอ่ะเจ้าขุน มือเรียวกดส่งข้อความ Wind : โทษทีแกเมื่อวานฉันรู้สึกไม่สบายอ่ะ Wine : ไม่งอนนะคะคุณเมธาสิทธิ์ Wine : Im so sorry เธอรู้ว่าเจ้าขุนไม่ได้โกรธหรือว่างอนอะไรเธอหรอก แค่อยากแกล้งทำเป็นงอนเฉยๆ เพราะเพื่อนผู้ชายแบบเจ้าขุนไม่ใช่คนไร้เหตุผลและคิดอะไรหยุมหยิม เธอโยนโทรศัพท์ลงบนฟูกเตียงนุ่มอย่างไม่ใยดี มือเล็กยีหัวตัวเองเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมเดินไปยังห้องน้ำแต่ต้องชะงักเมื่อความเจ็บหน่วงที่ช่วงล่างแล่นปราดขึ้นมาในโสตประสาท เจ็บชิบ…เมื่อคืนนี้รอดกลับมาได้ไงวะเนี่ย ไวน์บ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อนึกถึงความเจ็บตรงกลางกาย คงเป็นเพราะเธอรีบหนีออกมาในตอนที่เขาคนนั้นนอนหลับอยู่เพราะความเหนื่อย เลยทำให้เธอลืมความเจ็บไปชั่วขณะแต่พอมาตอนนี้ความเจ็บปวดก็เริ่มทำงานเพราะว่าไอ่กล่องคอนดอมสองกล่องนั้นที่เขาใช้มันจนหมดจริงๆ เธอรู้เพราะหลักฐานที่มันเกลื่อนอยู่ตามพื้นห้องของโรงแรมนั่นแหละ ไอ่คุ้มมันก็คุ้มแหละ เสียเป็นแสนได้จับได้ลูบคลำ แต่ก็ไม่คิดว่าจะคุ้มขนาดนี้ ไวน์ค่อยๆ ก้าวเดินไปยังห้องน้ำ ในห้องอาบน้ำเสียงของสายน้ำจากฝักบัวไหลลงผ่านศรีษะเล็กไล่ลงมาบนเรือนร่างขาวเนียนเพื่อชำระร้างความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว มือเล็กลูบไล้ตามผิวกายก่อนจะมองสำรวจผิวกายที่เคยขาวเนียนตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงๆ เต็มไปหมด ทั้งหน้าอก หน้าท้องแบนราบ ซอกขาหนีบ อยู่ดีๆ หน้าเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาหัวใจเต้นระส่ำอีกครั้ง เมื่อนึกถึงที่มาของรอยแดงพวกนี้ ปากหยักที่สัมผัสร่างกายเธอในทุกส่วน ทุกสัมผัสที่เขามอบให้พร้อมสายตาร้อนแรงที่พร้อมจะกลืนกินเธอ ทุกการขยับร่างกายของเขาเรือนร่างของเขายังอยู่ในความทรงจำเธอทุกจังหวะและทุกท่วงท่า เมื่อคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาและร่างกายเปลือยเปล่าของเขาทำเอาเธอเผลอกัดปากล่างตัวเองอย่างลืมตัว นี่ฉันติดใจเด็กนั่นเหรอวะ…ฉิบหายละสิยัยไวน์!! อีกด้าน @โชว์รูมรถหรู CTK ของเจ้าขุน “เมื่อคืนโทษทีนะ ธุระเฮียมันเคลียร์ไม่จบว่ะ” เจ้าขุนเอ่ยบอกผู้เป็นน้องชายลูกพี่ลูกน้องตรงหน้า ที่เมื่อคืนนัดกันไว้ซะดิบดีแต่กลับเคลียร์งานไม่ทันเลยไม่ได้ไปเจอตามนัด “ไม่เป็นไรเฮีย งานเฮียยุ่งนี่นา” โชแปงที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้ามยื่นกล่องของฝากจากฮ่องกงที่ตั้งใจนำมาฝากพ่อแม่ของเจ้าขุน “ฝากให้คุณลุงกับคุณป้าด้วยนะเฮีย” “ของเฮียล่ะไม่มีเหรอ?” เจ้าขุนเอ่ยแซวไม่ได้จริงจังมากนักซึ่งโชแปงเองก็รู้ดี ปากหยักยกยิ้มบางๆ สายตาคมสอดส่องใบหน้าน้องชายตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะหรี่ตาอย่างจับผิด “ว่าแต่เมื่อคืนกลับห้องพักเลยรึเปล่า?” คิ้วหนายกขึ้นเชิงตั้งคำถาม “มีไรรึเปล่าเฮีย?” “หน้าเอ็งดูโทรมๆ ว่ะไอ่ตี๋ เหมือนคนอดนอน” โชแปงที่กำลังดื่มน้ำอยู่แทบสำลักทันทีเมื่อเจอคำถามจี้จุด จะไม่โทรมได้ไงอ่ะก็เมื่อคืนนี้เขาจัดการจิ้งจองจอมดื้อเกือบทั้งคืนได้นอนอีกทีเกือบเช้า มือหนาวางแก้วน้ำลงก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “เมื่อคืนจัดระบบโปรแกรมดึกไปหน่อยอ่ะเฮีย” จัดซะจนคอนดอมหมดไปสองกล่องเลยล่ะ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นลูบต้นคอไปมาเหมือนไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนซะอย่างงั้น “อ่อ อย่าหักโหมมากล่ะพักผ่อนบ้าง” ใจก็อยากพักแหละแต่เมื่อคืนมันพักไม่ได้จริงๆ “ครับเฮีย” ปากหยักยกยิ้มบางๆ พร้อมพยักหน้ารับ “แล้วจะกลับวันนี้เลยเหรอ?” “ครับเฮีย ต้องรีบไปเคลียร์โปรเจคกับไอ่เฮียไลซ์มัน” ไลซ์ พี่ชายของโชแปงมีอายุเท่ากับเจ้าขุนแต่ตอนนี้ยุ่งกับการดูแลโปรเจคใหญ่ฝั่งฮ่องกงเลยไม่ได้บินมาด้วยกัน “บอกมันอย่าทำแต่งานรีบหาเมียได้แล้ว เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้นะเว้ย” “เฮียพูดเหมือนเฮียมีแล้วอ่ะ” เจอดอกนี้เข้าไปเจ้าขุนหุบยิ้มแทบไม่ทัน โชแปงเป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก กับคนสนิทก็จะพูดเยอะขึ้นแต่ก็จะมีหมัดฮุกใส่เสมอเหมือนที่เจ้าขุนโดนตอนนี้ “โห…จี้ดเลยแทงใจดำ” เจ้าขุนทำหน้าเซ็งๆ พร้อมถอนหายใจอย่างคนท้อแท้ ก็จะไม่ท้อได้ไงตามง้อเมียเก่ามานานละยังไม่ใจอ่อนสักที ทำเอาโชแปงอดที่จะหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นอาการของพี่ชาย “งั้นผมไปก่อนนะเฮีย…อีกสองเดือนเจอกัน” โชแปงลุกขึ้นยืนพลางหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาพาดไว้บนแขนแกร่ง “โอเคๆ รอบหน้าอย่าลืมของฝากเฮียด้วยนะ” “ครับ” ร่างสูงเดินตรงไปยังประตูห้องทำงานเปิดประตูออกไปด้านนอก ก่อนจะไปขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าโชว์รูมอยู่แล้ว เพื่อตรงไปยังสนามบินเตรียมเดินทางกลับฮ่องกง ภายในรถที่เงียบสงบที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนด้วยความเร็วที่คงที่ ร่างสูงนั่งอยู่ด้านหลังเอนกายพิงเบาะหนังเหมือนต้องการพัก สายตาคมมองไปยังตึกสูงระฟ้าในเมืองหลวงนอกกระจกรถ สมองที่เคยคิดแต่เรื่องงานตอนนี้กลับฉายภาพใครบางคนขึ้นมาซ้ำๆ ภาพใบหน้าสวยปนดื้อพร้อมกับเสียงครางหวานๆ ผุดขึ้นมาในสมองแบบห้ามไม่ได้ กลิ่นความหอมของเธอยังติดฝังอยู่ในโสตประสาท ความหวานจากปากนุ่ม ความหวานจากตัวเธอทำเอาใบหน้าเริ่มขึ้นซับสีระเรื่อไล่ไปยังใบหูขาวที่เริ่มแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ฉิบหายละ…เป็นแบบนี้สมาธิจะเหลือมั้ยกู มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ พลางสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัว แต่แล้วกลับมีบางอย่างที่ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาคมสีนิลถูกเปลือกตาสีอ่อนปิดทับลงช้าๆ สมองเขากำลังคิดประมวลผลอะไรบางอย่าง นิ้วเรียวเคาะลงบนขาแกร่งซ้ำๆ เวณิกา…เวณิกา…… คงไม่หรอกมั้ง…โลกคงไม่กลมขนาดนั้นมั้ง รึเปล่า?ร่างเล็กสองคนในชุดคู่เข้าเซ็ท เฌอแตมป์ในชุดเอี๊ยมสีชมพู มัดจุกดังโงะสองข้าง เท้าเล็กป้อมสวมถุงเท้าลายคิตตี้น่ารักหวานแหวว ส่วนเฌอปอสวมชุดเอี๊ยมสีฟ้า มัดแกะสองข้างกอดตุ๊กตาหมีเน่าคู่ใจ สวมถุงเท้าโดเรมอนสีฟ้าลายโปรดสองร่างเล็กนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น สายตากลมโตสองคู่กำลังนั่งมองหน้าจอโน๊ตบุ๊คสี่เหลี่ยม ที่ปรากฏภาพคุณปู่ คุณย่า และคุณลุงที่อยู่ฮ่องกง โทรมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์สองหลานรักแต่เช้า“ซินอวี่ (เฌอปอ) ซินเยว่ (เฌอแตมป์) ย่าคิดถึงจังเลยลูก เมื่อไหร่จะปิดเทอมสักที” หญิงชราวัยห้าสิบเอ่ยถามหลานสาวฝาแฝดด้วยสายตาแห่งความคิดถึง เพราะทุกช่วงปิดเทอมสองแสบจะไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าที่ฮ่องกง“อีกสามเดือนนะคะคุณย่า” เฌอปอยกนิ้วป้อมขึ้นชูสามนิ้ว พร้อมรอยยิ้มกว้างทำเอาปู่ย่าและลุงฝั่งนั้นแทบใจละลายกับความน่ารักของหลานแฝด“ป๋อป๋อ (ลุง) ซื้อขนมไว้รอเยอะมากเลยนะลูก” เอาขนมมาล่อซื้อเพราะรู้ดีว่าหลานชอบมาก แล้วมันก็ได้ผลดีซะด้วยสิ“จริงเหรอคะ ป๋อป๋อมีเยอะเลยใช่มั้ยคะ เฌอแตมป์อยากไปหาป๋อป๋อแล้ว” ดวงตากลมโตเป็นประกายเมื่อได้ยินเรื่องขนมแว่วมาในโสตประสาทการรับฟัง แก้มกลมยกขึ้นจากยิ้มกว้างจนแก้มแ
ห้าปีผ่านไป“ปะป๊าขา~” เสียงใสเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล เด็กสาววัยห้าขวบมัดผมจุกดังโงะสองข้างเข้ากับผมหน้าม้า รูปร่างจ้ำม่ำใส่ชุดเอี๊ยมกระโปรง ขาป้อมๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นในบ้านสองแขนป้อมกอดลำคอแกร่งผู้เป็นพ่อ จมูกเล็กกดลงบนแก้มสากซ้ายทีขวาที ก่อนจะเอียงแก้มป่องให้ผู้เป็นพ่อหอมสองข้าง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ“เฌอแตมป์รักปะป๊าที่สุดเลย” ปากเล็กช่างจ้อเอ่ยออกมาเสียงหวานใส เอาอกเอาใจผู้เป็นพ่ออย่างรู้งาน“หืม~ ทำอะไรผิดมารึเปล่าคะ?” คิ้วหนาเลิกขึ้น มองใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มป่องสองข้างขึ้นสีระเรื่อจางๆ ดวงตากลมโตสีอำพัน แพขนตางอนยาวเรียงตัวสวย เหลือบมองผู้เป็นพ่อด้วยสายตาล่อกแล่กมีพิรุธ“เฌอแตมป์เปล่าน๊า” ปฏิเสธเสียงสูง แววตามีพิรุธสุดๆ จนผู้เป็นพ่ออดจะอมยิ้มเพราะความเอ็นดูไม่ได้ก่อนที่จะเอ่ยถามอีกรอบกลับมีเสียงแหลมดังขึ้นซะก่อน“แตมป์แตมป์แอบกินอมยิ้มอีกแล้วค่ะป๊า” เฌอปอเดินสะพายกระเป๋านักเรียนตามเข้ามาเอ่ยแทรกขึ้น เด็กหญิงวัยห้าขวบมัดแกะสองข้างพร้อมผมหน้าม้าสีน้ำตาลอ่อน กอดตุ๊กตาหมีคู่ใจเดินมานั่งลงข้างๆ ของผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตสีเฮลเซนัทมองน้องสาวฝาแฝดอย่าง
8 เดือนผ่านไป“เจ็บมั้ยครับ ถ้าเจ็บบอกผมนะ” มือหนาจับเท้าเล็กวางบนตักอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจับนิ้วเท้าทีละนิ้วอย่างตั้งใจ มืออีกข้างจับกรรไกรตัดเล็บอย่างคล่องแคล่ว เสียงกรรไกรตัดเล็บดัง แกร๊ก แกร๊ก เบาๆ ในห้องที่เงียบ จนกระทั้งทุกเล็บเล็กถูกจัดการจนหมด“จริงๆ บี๋ไปที่ร้านก็ได้ เบ๊บไม่เห็นต้องลำบากเลย” ไวน์ก้มมองสามีที่นั่งอยู่พื้นห้องนั่งเล่น ส่วนเธอนั่งบนโซฟาตัวยาวตั้งแต่เธอตั้งท้องมา โชแปงแทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเองสักอย่างไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำสระผม อาหารการกิน แม้กระทั่งการตัดเล็บเท้าและนวดเท้า ทั้งที่ปกติไวน์มีร้านประจำอยู่แล้ว“ให้ผมได้ทำหน้าที่สามี หน้าที่ของพ่อของลูกเราได้มั้ยครับบี๋” สายตาคมช้อนขึ้นมองหน้าภรรยาคนสวย ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและจริงจังโชคดีของแกจริงๆ เวณิกาได้สามีดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก“เบ๊บทำงานก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องกลับมาดูแลบี๋อีก”มือหนาจับสองเท้าเล็กลงแช่ในกะละมังน้ำอุ่นที่เตรียมไว้อย่างเบามือ กลิ่นน้ำอุ่นผสมกลิ่นลาเวนเดอร์จางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในห้อง“อุ่นไปรึเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะสายตาจับจ้องอยู่ที่เท้าเล็กของเธอ ไวน์ส่ายหน้าเบาๆ
หนึ่งปีผ่านไปโชแปงเปิดบริษัท Leetech Healthcare System ซึ่งเป็นบริษัทที่โชแปงรับหน้าที่ดูแลเต็มตัวในฐานะผู้บริหารหลัก ส่วนบริษัทใหญ่ที่ฮ่องกงไลซ์พี่ชายของเขาเป็นคนดูแลหลังจากเปิดบริษัทได้ไม่นาน โชแปงก็ได้รับความเชื่อถือและไว้ใจจากวงการแพทย์ด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะความสามารถและความตั้งใจของเขาล้วนๆ ที่ทำผลงานออกมาได้เป็นที่ประจักษ์ ไม่ได้เอานามสกุลหรือชื่อเสียงของผู้เป็นพ่อ นักธุรกิจชื่อดังผู้ทรงอิทธิพลของฮ่องกงมาเป็นใบเบิกทาง เขาปราสบความสำเร็จเร็วมากกว่าคนในวัยเดียวกัน เพราะเขาทุ่มเทเวลาและทำงานหนักทุกนาที“เหนื่อยมั้ยคะวันนี้?” ไวน์เอ่ยถามสามีที่เดินมาหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวยาวข้างๆ เธอ“แค่ได้หอมเมีย ก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว” จมูกคมฝังลงบนแก้มนิ่ม สูดเอากลิ่นหอมที่โปรดปรานเข้าปอดฟอดใหญ่“หอมจัง หอมทั้งตัวเลย” จมูกโด่งซุกไซร้คลอเคลียลงมายังซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังหอมตราตรึงใจเขาชอบกลิ่นเธอมากเธอหอมมาก หอมไปทั้งตัว“ปากหวานอีกแล้ว”“ไม่ได้หวานแต่ปาก อย่างอื่นก็หวานนะ” โชแปงผละหน้าออกจากซอกคอขาว สายร้อนแรงจ้องมองใบหน้าสวยของภรรยาพร้อมจะกลืนกินเธ
หกเดือนผ่านไปแสงแดดยามสายส่องผ่านซุ้มไม้ประดับไม้เลื้อยลงมากระทบพื้น สร้างประกายระยิบระยับราวละอองทอง งานแต่งเล็กๆ ถูกจัดขึ้นกลางสวนที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี โต๊ะตัวยาวถูกปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตาประดับด้วยดอกไม้สีหวานหลากหลายสายพันธุ์แขกร่วมงานมีเพียงคนในครอบครัวและเหล่าเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่าย ทุกคนแต่งกายสุภาพเข้ากับธีมของงาน ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความยินดี เสียงหัวเราะเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรีอะคูสติกเบาๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นเสียงพิธีกรในงานเอ่ยขึ้นว่า ‘คู่บ่าวสาว’ กำลังจะก้าวออกมา ทำให้ทุกสายตาทุกคู่หันไปยังทางเดินเล็กๆ ที่โปรยด้วยกลีบกุหลาบสีขาวกับชมพูอ่อน แสงแดดที่สาดส่องมาราวกับว่าตั้งใจมอบซีนนี้ให้กับทั้งคู่ไวน์ ในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวบริสุทธิ์ ทรงกระโปรงยาวพลิ้วไปตามก้าวเดิน ผ้าคลุมศีรษะเจ้าสาวโปร่งบางสะท้อนแสงแดดราวกับมีฟิลเตอร์รอบกาย ผิวขาวอมชมพูและเส้นผมยาวสีน้ำตาลอ่อนที่ปล่อยตรงสยายพลิ้วไหวทำให้เธอดูอ่อนหวานราวกับเทพธิดาใบหน้าสวยได้รูป จมูกเล็กเชิดนิดๆ ดวงตากลมโตสีเฮลเซนัท ปากเล็กจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน ทุกอย่างดูสวยงามราวกับรูปวา
ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา โชแปงต้องเข้าบริษัททุกวันเพื่อประชุมวางแผนการลงทุนที่ไทยและวางโครงการโปรเจคต่างๆ กับไลซ์และคณะกรรมการของบริษัท หลังเลิกงานเขาก็จะรีบกลับบ้านมาหาไวน์ทันที สองวันก่อนเขาพาไวน์ไปเจอเหล่าเพื่อนสนิทของเขา มาร์คและเจฟ เพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ไอ้สองตัวนั้นจะได้เลือกเสือกสักทีไวน์เองก็อยู่บ้านกับม๊า เรียนรู้การทำอาหารสูตรต่างๆ ที่โชแปงชอบทาน พร้อมอ้อนให้ม๊าสอนภาษากวางตุ้งให้อีกด้วย เวลาโชแปงพูดด้วยเธอจะได้เข้าใจ เผื่อว่ามีวันไหนเขาจะหลอกด่าเธอเตี่ยกับม๊าของโชแปงดูจะชอบและเอ็นดูไวน์เอามากๆ เพราะเธอสามารถพูดคุยกับพวกท่านได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจการลงทุนกับเตี่ย หรือเรื่องความสวยความงามกับม๊าวันนี้โชแปงมีแพลนพาไวน์ไปเที่ยวชมเมือง เดินเล่นหาของกินอร่อยๆ และช้อปปิ้งก่อนกลับไทย ซึ่งไวน์เองก็ไม่ได้ขอแต่โชแปงอยากพาเธอไป เขาอยากให้เธอพักผ่อนบ้างเพราะอยู่ไทยเธอทำแต่งานจนไม่มีเวลา บางทีก็ป่วยเพราะโหมงานหนัก@Causeway Bay (ถนน Hysan Avenue & Jardine’s Crescent)แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารมากมาย รวม street food ชานม และขนมสไตล์ฮ่องกงไว้มากมาย“นี่กะว่าจะขุนบ







