@โรงแรมPK
ภายในห้องสวีทหรูของโรงแรมระดับห้าดาว ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาก็สัมผัสได้กับความหรูหราและเป็นส่วนตัว มีโซฟากำมะหยี่เนื้อนุ่มขนาดใหญ่กลางห้อง โคมไฟคริสตัสระย้าประดับเพดาน เพิ่มประกายแสงอบอุ่นยามค่ำคืน ด้านในเป็นเตียงคิงไซส์ปูผ้าลินินสีขาสสะอาดตา พร้อมหมอนหนานุ่มหลายใบเรียงอย่างสวยงาม หัวเตียงเป็นสีน้ำตาลเข้มตัดกับผนังลายโมเดิร์น
ไวน์ นั่งไขว่ห้างบนโซฟากำมะหยี่ตัวใหญ่ มือเล็กถือแก้วคริสตัลขึ้นระดับสายตา ปลายนิ้วเรียวประคองก้านแก้วอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนข้อมือเล็กน้อยให้ของเหลวสีแดงเข้มเคลื่อนไหวเป็นวงในแก้วไวน์ไหลวนช้าๆ เกาะผนังแก้วเป็นลายโค้งเบาๆ กลิ่นหอมละมุนลอยขึ้นมาแตะจมูก ก่อนที่ปากเล็กจิ้มลิ้มจะชิมลิ้มรสของไวน์รสดีในแก้ว
โชแปงนั่งมองการกระทำของเธออยู่พักหนึ่ง เธอดูเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก เหมือนจะแอบมีความดื้อนิดๆ ในความมั่นใจนั้น ทั้งสายแววตาและคำพูดมีเสน่ห์ดึงดูดจนเขาไม่สามารถละสายตาได้เลย ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยตั้งแต่เจอหน้าเธอครั้งแรก
“คุณไม่มีแฟนเหรอครับ?” คำถามอาจจะดูเสียมารยาทแต่เขาก็ได้เอ่ยมันออกไปแล้ว ที่ถามไม่ใช่อะไรก็แค่อยากรู้ว่าทำไมเธอก็ดูหน้าตาดี ไม่สิสวยมากต่างหากล่ะแต่ทำไมถึงดูเหมือนของขาดเลยต้องมาซื้อกินแบบนี้เธอไม่มีแฟนเลยเหรอ?
เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามเมื่อครู่สีหน้าที่เคยยิ้มก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยค่อนไปทางบึ้งเล็กน้อย มือเรียววางแก้วไวน์บนโต๊ะข้างโซฟา ยกแขนเรียวขึ้นมากอดอกเอนหลังเนียนพิงโซฟาอย่างสบายใจ
“มีสิ…” เธอเว้นระยะไว้ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ
“แต่เลิกไปละ…มีแล้วไม่ดีจะมีไปทำไมว่ามั้ย?”
เธอกรอกตามองบนเมื่อนึกถึงเรื่องราวระหว่างเธอกับคนรักเก่า ไม่ได้อาลัยอาวรณ์นะแค่รู้สึกว่าเสียดายเวลาที่ผ่านมามากกว่าที่เธอไปเสียเวลาที่จะเจอคนดีๆ มาตั้ง5ปีต่างหากล่ะ
คำตอบของเธอทำเอาเขารู้สึกดีขึ้นมา ไม่รู้เพราะสาเหตุใดทำไมต้องมาดีใจที่เธอตอบว่าไม่มีแฟนด้วย ปากหยักยกยิ้มขึ้นมาบางๆ จนแทบสังเกตุไม่เห็น
แล้วกูจะดีใจทำไมวะ…บ้าจริง
อาจเป็นเพราะดีใจที่ไม่ต้องเป็นชู้กับแฟนชาวบ้านก็แค่นั้นแหละ อย่างน้อยก็ไม่ผิดศีลข้อ3
ไวน์ เอียงหน้ามองคนตัวโตพร้อมแววตาที่ซุกซนแฝงไปด้วยความดื้อ อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปด้วย ยิ่งทำให้เธอมีความกล้ามากขึ้นกว่าตอนปกติหลายเท่าตัว
“ว่าแต่…ฉันทำอะไรนายได้บ้าง”
คำถามที่ตรงไปตรงมาทำเอาคนฟังใจเต้นระส่ำเหมือนกลองเพล ก็จะไม่ให้รู้สึกแบบนั้นได้ยังไงในเมื่อตอนนี้คนตัวเล็กขยับเข้ามาหาเขาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอ
โคตรหอม ตัวหอมฉิบหาย
“แล้วอยากทำอะไรบ้างล่ะครับ?”
รุกมาขนาดนี้มีเหรอที่โชแปงจะไม่สู้กลับ เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เธอจนห่างกันแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมของเธอและกลิ่นลมหายใจที่ปนไปด้วยกลิ่นไวน์จางๆ ลอยมาแตะจมูกเขาอีกครั้ง สายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยในระยะใกล้ ดวงตากลมโตที่เคยซุกซนตอนนี้มีแววประหม่าเล็กน้อยเมื่อโดนรุกกลับ สายตาคมเลื่อนมาหยุดที่กลีบปากจิ้มลิ้มน่าจูบทำเอาเขาเผลอกัดปากล่างตัวเองอย่างลืมตัว
“ทำทุกอย่างที่นายสามารถทำได้”
“คุณคนสวยของขาดเหรอครับ?”
โห…แล้วดูถามเข้าถ้าไม่ขาดจะมาหาเด็กโฮสต์เหรอวะถามไม่คิด น่าฟาดปากนั่นซะจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าหล่อนะเธอวีนไปแล้วนะบอกเลย
คำถามทำเอาคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันในทันที แต่ก็ไม่วายยกแขนเรียวขึ้นคล้องลำคอแกร่งของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนจมูกสองคนชนกัน ยิ่งทำให้หัวใจของคนโดนจู่โจมเต้นผิดจังหวะในทันที แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ถึงแม้จะหูแดงไปแล้วก็เถอะ
“ถ้าไม่ขาดจะได้มาเจอนายมั้ยล่ะ!”
“ฉันปลอดภัยตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน แล้วนายล่ะ?”
ไวน์เอ่ยบอกถึงความปลอดภัยของตัวเองและต้องการเช็คเด็กตรงหน้าด้วยว่ะปลอดภัยเหมือนที่เวย์เคยบอกรึเปล่า
“ผมปลอดภัย จะดูใบตรวจมั้ยล่ะผมถ่ายไว้อยู่นะ”
“อืม ก็ดีนะ”
“นี่ครับ” มือหนายื่นโทรศัพท์ที่เป็นรูปถ่ายใบตรวจสุขภาพล่าสุดให้เธอดู สายตาเธอไล่ดูรายละเอียดต่างๆ แต่สายตาไปสะดุดที่ชื่อและนามสกุล ‘คิรินทร์ ลีวัฒนธำรง’
คุ้นจังเคยได้ยินที่ไหนนะนามสกุลนี้
แต่ไม่ใช่เวลาจะมาสงสัยอะไรในตอนนี้เธอพยักหน้าเป็นการบอกว่ารับรู้แล้วก่อนที่เขาจะเก็บโยนโทรศัพท์ลงไปที่โซฟาตัวใหญ่นั่น
มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวตอนนี้เคลื่อนมาโอบรั้งเอวคอดไว้หลวมๆ พร้อมออกแรงบีบเบาๆ
ฉิบหายล่ะ…ตัวอย่างนุ่ม ไหนจะกลิ่นหอมๆ นั่นอีก
จริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากทำอะไรกับเธอในตอนนี้สักเท่าไหร่แต่เหมือนร่างกายเขามันจะต่อต้านสิ่งที่สมองเขาคิดไปซะทุกอย่าง ร่างกายเขามันดูต้องการคนตรงหน้าเหมือนแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดเข้าหากัน
“อืม…งั้นเริ่มเลยมั้ย?”
ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอถามออกไปแบบนั้น จะโทษแต่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก็คงไม่ใช่เพราะเธอดื่มไปแค่สองแก้วไม่ได้ทำให้เธอเมาด้วยซ้ำ เธอรู้แค่ว่าอยากลองสัมผัสคนตรงหน้ามากขึ้นกว่านั่งจ้องหน้ากันแบบนี้
เธอไม่อยากได้ใช้วลีที่ว่า เสียเป็นแสนแขนก็ไม่ได้จับ
เพราะเธอจะจับจะลูบทุกส่วนให้คุ้มกับเงินที่เสียแน่นอน
ไม่มีคำตอบกลับมาแต่มีเพียงภาษากายที่ชัดเจนมากกว่าคำพูด ปากหยักกดจูบลงบนกลีบปากนุ่มในทันที มือหนายกขึ้นประคองท้ายทอยเธอปรับมุมรับองศาการจูบของเขาให้ถนัดขึ้น
สัมผัสนุ่มนวลนุ่มหยุ่นทำเอาใจของทั้งคู่เต้นระส่ำ ลมหายใจอุ่นๆ สอดประสานในความเงียบของห้อง
ร่างบางถูกอุ้มขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งตามอารมณ์ที่กำลังถูกกระตุ้น กระโปรงตัวสั้นถูกถลกขึ้นสูงเหนือสะโพกอย่างหมิ่นเหม่จนเห็นแพนตี้ตัวจิ๋ว มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าอย่างลืมตัว มืออีกข้างลูบไล้ขาเนียนขึ้นมาจนถึงสะโพกกลมกลึง
“อืม~~…” เสียงครางหวานในลำคอของคนตัวเล็กเมื่อถูกกระตุ้นอารมณ์ พร้อมกับจูบรสหวานที่คนตัวโตกว่าปรนเปรอให้เธออย่างดูดดื่ม และเธอก็จูบตอบเขาอย่างดูดดื่มเช่นกัน แขนเรียวที่เคยโอบคล้องลำคอแกร่งเลื่อนลงมาลูบไล้อกแกร่งผ่านเสื้อเชิ้ตราคาแพง
รสชาติหวานของไวน์ที่อยู่ในโพรงปากนุ่มทำเอาโชแปงเผลอไผลกวาดต้อนเอาเข้าปากตนเองจนหมดทุกหยาดหยด เรียวลิ้นร้อนไล่ต้อนหยอกล้อลิ้นเล็กของเธอเหมือนคนช่ำชอง ปากหยักเผลอดูดเม้มลิ้นเล็กอย่างแรงจนเธอแสบชาที่ปลายลิ้น
หวาน หวานมาก แค่ปากยังหวานขนาดนี้ตัวจะหวานขนาดไหนวะ
“อื้อ~” คนตัวเล็กประท้วงในลำคอเมื่อเธอเหมือนจะขาดอากาศหายใจเพราะจูบที่นานเกินไป ทำให้โชแปงที่กำลังหลงไหลกับรสหวานของจูบดึงสติกลับมา เขาผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่งใบหน้าคมคายยังอยู่ใกล้เธอในระยะแค่คืบ
“นายจูบเหมือนจะดูดวิณญาณ” ไวน์บ่นอุบพร้อมมองค้อนใส่คนตรงหน้า ก็เล่นจูบไม่ให้หายใจกันเลยเดี๋ยวเธอก็สิ้นใจก่อนได้ปิดดีลซะหรอก
“งั้นดูดอย่างอื่นแทนวิญญาณได้มั้ยล่ะ?” คำพูดสองแง่สองง่ามในระยะประชิดตัวขนาดนี้ กับสายตาร้อนแรงที่พร้อมจะกลืนกินเธอลงท้องทำเอาไวน์ที่เคยมั่นใจแบบสุดโต่งกลับใจเต้นแรงขึ้นมาซะดื้อๆ
ใบหน้าสวยร้อนผ่าวในทันที ผิวที่เคยขาวอมชมพูตอนนี้เริ่มแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศสุกก็ไม่ปาน ดวงตาที่เคยซุกซนตอนนี้หลบเลี่ยงสายตาคมอย่างหาทางออก
เชี่ยแล้ว…ตอนแรกก็ทำเป็นห้าวทำไมพอจะเอาจริงใจมันสั่นๆ วะ รึว่าคนที่ ป๊อด จะเป็นแกเองเนี่ยยัยไวน์
“ฉันไม่ชอบคนดีแต่พูดนะบอกเลย” ถึงในใจจะสั่นแต่ปากยังดีอยู่ตอบกลับไปแบบท้าทายซะด้วยสิ ทำเอาคนฟังคำตอบถึงกับยกยิ้มอย่างพอใจ
“งั้นสองกล่องนี้…ใช้หมดเลยแล้วกัน” สายตาคมเลื่อนไปมองยังกล่องคอนดอมที่เขาซื้อมาพร้อมกับตอนเช็คอินเข้าห้อง ทำให้สายตาของคนตัวเล็กมองตามไปยังสิ่งที่เขาเอ่ยถึง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นกับตัวเลขข้างกล่องที่ระบุไว้
เชี่ยแล้วไวน์ (Extra Larg) : (60mm)
เวณิกาต้องรอด!!!!!!
แต่เพราะความปากเก่งยืนหนึ่งเสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้คอนเซ็ปต์เดียวกับเจ้าขุนเพื่อนรัก ทำให้ไวน์เอ่ยออกไปแบบผู้กล้า
“มั่นใจในตัวเองขนาดนั้นเชียว?”
สายตาดื้อมองเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้นพลางทำหน้าท้าทายอยู่ในที
แล้วปากอย่างเก่ง โคตรดื้อ ดื้อฉิบหายเลยเถอะ เดี๋ยวจะจับกดให้เถียงไม่ออกเลยคอยดู
“เดี๋ยวก็รู้ครับพี่คนสวย”
ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ สายตาที่สงบเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นสายตาของราชสีห์ที่จ้องจะกินจิ้งจอกน้อยจอมดื้อตรงหน้า
ร่างบางถูกดันให้นอนราบไปกับโซฟากำมะหยี่ตัวใหญ่ ตามด้วยร่างสูงที่ขึ้นมาคร่อมทับตัวเธอไว้ในทันที ปากหยักบดจูบเร่าร้อนลงบนกลีบปากนุ่มในทันที มือหนาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของทั้งคู่ให้พ้นพันธนาการ มือหนาเลื่อนมาสัมผัสสองเต้าอวบพร้อมเคล้นคลึงตามอารมณ์กระสัน ปากหยักขบเม้มกลีบปากของเธออย่างเอาแต่ใจก่อนจะส่งเรียวลิ้นชิ้นเข้าไปกวาดต้อนเอาความหวานในโพรงปากนุ่มจนพอใจ ลิ้นเล็กถูกเขาดูดดึงหยอกล้อสลับกับเกร็งเรียวลิ้นชื้นให้เธอดูดดึงตามอารมณ์ปราถนา
ไม่รู้ว่าจูบนั้นผ่านไปเนิ่นนานขนาดไหนรู้ตัวอีกทีสองร่างเปลือยเปล่าก็สลับกันขึ้นลงสัมผัสกันและกันด้วยแรงอารมณ์ปราถนาในกายที่พุ่งพล่าน ครั้งแล้วครั้งเล่าจนกินเวลาครึ่งค่อนคืนบทเลิฟซีนอันเร่าร้อนถึงได้จบลง