เช้าวันต่อมา@คอนโดVPK
แสงแดดอ่อนๆ ยามสายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวบางเข้ามาทาบลงบนพื้นห้อง เติมประกายอบอุ่นให้กับห้องที่ถูกตกแต่งไว้ด้วยโทรสีขาวสะอาดตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเรียบง่ายและถูกจัดวางอย่างลงตัว เตียงนอนคิงไซส์กับผ้าปูสีขาวสะอาดตา
อากาศในห้องอบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ จากเครื่องพ่นอโรมาที่ตั้งอยู่มุมห้อง กลิ่นละมุนของดอกไม้อ่อนๆ ถูกพัดซึมเข้าไปในบรรยากาศ ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและนุ่มนวล
บนเตียงนอนนุ่มฟู ร่างบางที่นอนเอนกายซุกผ้าห่มผืนหนาด้วยชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบาง ผมยาวสวยยุ่งสยายไปกับหมอนใบใหญ่ ใบหน้าสวยนิ่งสงบเหมือนกำลังหลับลึกในห้วงความฝัน แต่ก็ต้องตื่นจากภวังค์เพราะเสียงเตือนข้อความเข้ารัวๆ จากโทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่บนโต๊ะโคมไฟใกล้หัวเตียง
ใบหน้าสวยยู่จากการโดนรบกวน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนผูกปม มือเรียวเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ตัวต้นเหตุมาเปิดดู
ดวงตาที่เคยหรี่รับแสงกลับเบิกกว้างในทันทีเมื่อเห็นข้อความจากเพื่อนสนิท
Jaokhun : คุณเวณิกา ให้นัดเด็กไว้แต่ไม่มาคือไร?
Jaokhun : อย่าบอกนะว่าแกป๊อด
Jaokhun : ไม่ใจนี่หว่าเพื่อนรัก รอบหน้าไม่หาให้แล้วนะเว้ยเด็กมันก็อุส่าห์รอ
Jaokhun : สติ๊กเกอร์หน้าบูด
ไวน์นิ่งเหมือนถูกสตั๊นสมองเธอประมวลผลเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาสลับกับข้อความที่เพื่อนสนิทส่งมารัวๆ ตั้งแต่เช้าทำเอาหัวใจเธอเต้นแรงอีกครั้ง ใบหน้าเห่อร้อนแดงขึ้นทันตา มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าซ้ำๆ อย่างสบัดความคิด
เชี่ยแล้วไวน์…เมื่อคืนแกไปจิ้มกับใครมาวะ
อ่า…ให้ตายสิ
แล้วจะบอกแกได้ไงล่ะว่าฉันไปมาแล้วแต่ไม่ใช่กับเด็กของแกอ่ะเจ้าขุน
มือเรียวกดส่งข้อความ
Wind : โทษทีแกเมื่อวานฉันรู้สึกไม่สบายอ่ะ
Wine : ไม่งอนนะคะคุณเมธาสิทธิ์
Wine : Im so sorry
เธอรู้ว่าเจ้าขุนไม่ได้โกรธหรือว่างอนอะไรเธอหรอก แค่อยากแกล้งทำเป็นงอนเฉยๆ เพราะเพื่อนผู้ชายแบบเจ้าขุนไม่ใช่คนไร้เหตุผลและคิดอะไรหยุมหยิม
เธอโยนโทรศัพท์ลงบนฟูกเตียงนุ่มอย่างไม่ใยดี มือเล็กยีหัวตัวเองเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมเดินไปยังห้องน้ำแต่ต้องชะงักเมื่อความเจ็บหน่วงที่ช่วงล่างแล่นปราดขึ้นมาในโสตประสาท
เจ็บชิบ…เมื่อคืนนี้รอดกลับมาได้ไงวะเนี่ย
ไวน์บ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อนึกถึงความเจ็บตรงกลางกาย คงเป็นเพราะเธอรีบหนีออกมาในตอนที่เขาคนนั้นนอนหลับอยู่เพราะความเหนื่อย เลยทำให้เธอลืมความเจ็บไปชั่วขณะแต่พอมาตอนนี้ความเจ็บปวดก็เริ่มทำงานเพราะว่าไอ่กล่องคอนดอมสองกล่องนั้นที่เขาใช้มันจนหมดจริงๆ เธอรู้เพราะหลักฐานที่มันเกลื่อนอยู่ตามพื้นห้องของโรงแรมนั่นแหละ
ไอ่คุ้มมันก็คุ้มแหละ เสียเป็นแสนได้จับได้ลูบคลำ
แต่ก็ไม่คิดว่าจะคุ้มขนาดนี้
ไวน์ค่อยๆ ก้าวเดินไปยังห้องน้ำ
ในห้องอาบน้ำเสียงของสายน้ำจากฝักบัวไหลลงผ่านศรีษะเล็กไล่ลงมาบนเรือนร่างขาวเนียนเพื่อชำระร้างความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว มือเล็กลูบไล้ตามผิวกายก่อนจะมองสำรวจผิวกายที่เคยขาวเนียนตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงๆ เต็มไปหมด ทั้งหน้าอก หน้าท้องแบนราบ ซอกขาหนีบ
อยู่ดีๆ หน้าเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาหัวใจเต้นระส่ำอีกครั้ง เมื่อนึกถึงที่มาของรอยแดงพวกนี้ ปากหยักที่สัมผัสร่างกายเธอในทุกส่วน ทุกสัมผัสที่เขามอบให้พร้อมสายตาร้อนแรงที่พร้อมจะกลืนกินเธอ ทุกการขยับร่างกายของเขาเรือนร่างของเขายังอยู่ในความทรงจำเธอทุกจังหวะและทุกท่วงท่า เมื่อคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาและร่างกายเปลือยเปล่าของเขาทำเอาเธอเผลอกัดปากล่างตัวเองอย่างลืมตัว
นี่ฉันติดใจเด็กนั่นเหรอวะ…ฉิบหายละสิยัยไวน์!!
อีกด้าน
@โชว์รูมรถหรู CTK ของเจ้าขุน
“เมื่อคืนโทษทีนะ ธุระเฮียมันเคลียร์ไม่จบว่ะ” เจ้าขุนเอ่ยบอกผู้เป็นน้องชายลูกพี่ลูกน้องตรงหน้า ที่เมื่อคืนนัดกันไว้ซะดิบดีแต่กลับเคลียร์งานไม่ทันเลยไม่ได้ไปเจอตามนัด
“ไม่เป็นไรเฮีย งานเฮียยุ่งนี่นา” โชแปงที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้ามยื่นกล่องของฝากจากฮ่องกงที่ตั้งใจนำมาฝากพ่อแม่ของเจ้าขุน
“ฝากให้คุณลุงกับคุณป้าด้วยนะเฮีย”
“ของเฮียล่ะไม่มีเหรอ?” เจ้าขุนเอ่ยแซวไม่ได้จริงจังมากนักซึ่งโชแปงเองก็รู้ดี ปากหยักยกยิ้มบางๆ สายตาคมสอดส่องใบหน้าน้องชายตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะหรี่ตาอย่างจับผิด
“ว่าแต่เมื่อคืนกลับห้องพักเลยรึเปล่า?”
คิ้วหนายกขึ้นเชิงตั้งคำถาม
“มีไรรึเปล่าเฮีย?”
“หน้าเอ็งดูโทรมๆ ว่ะไอ่ตี๋ เหมือนคนอดนอน”
โชแปงที่กำลังดื่มน้ำอยู่แทบสำลักทันทีเมื่อเจอคำถามจี้จุด จะไม่โทรมได้ไงอ่ะก็เมื่อคืนนี้เขาจัดการจิ้งจองจอมดื้อเกือบทั้งคืนได้นอนอีกทีเกือบเช้า
มือหนาวางแก้วน้ำลงก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เมื่อคืนจัดระบบโปรแกรมดึกไปหน่อยอ่ะเฮีย”
จัดซะจนคอนดอมหมดไปสองกล่องเลยล่ะ
มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นลูบต้นคอไปมาเหมือนไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนซะอย่างงั้น
“อ่อ อย่าหักโหมมากล่ะพักผ่อนบ้าง”
ใจก็อยากพักแหละแต่เมื่อคืนมันพักไม่ได้จริงๆ
“ครับเฮีย” ปากหยักยกยิ้มบางๆ พร้อมพยักหน้ารับ
“แล้วจะกลับวันนี้เลยเหรอ?”
“ครับเฮีย ต้องรีบไปเคลียร์โปรเจคกับไอ่เฮียไลซ์มัน”
ไลซ์ พี่ชายของโชแปงมีอายุเท่ากับเจ้าขุนแต่ตอนนี้ยุ่งกับการดูแลโปรเจคใหญ่ฝั่งฮ่องกงเลยไม่ได้บินมาด้วยกัน
“บอกมันอย่าทำแต่งานรีบหาเมียได้แล้ว เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้นะเว้ย”
“เฮียพูดเหมือนเฮียมีแล้วอ่ะ”
เจอดอกนี้เข้าไปเจ้าขุนหุบยิ้มแทบไม่ทัน โชแปงเป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก กับคนสนิทก็จะพูดเยอะขึ้นแต่ก็จะมีหมัดฮุกใส่เสมอเหมือนที่เจ้าขุนโดนตอนนี้
“โห…จี้ดเลยแทงใจดำ”
เจ้าขุนทำหน้าเซ็งๆ พร้อมถอนหายใจอย่างคนท้อแท้ ก็จะไม่ท้อได้ไงตามง้อเมียเก่ามานานละยังไม่ใจอ่อนสักที ทำเอาโชแปงอดที่จะหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นอาการของพี่ชาย
“งั้นผมไปก่อนนะเฮีย…อีกสองเดือนเจอกัน” โชแปงลุกขึ้นยืนพลางหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาพาดไว้บนแขนแกร่ง
“โอเคๆ รอบหน้าอย่าลืมของฝากเฮียด้วยนะ”
“ครับ”
ร่างสูงเดินตรงไปยังประตูห้องทำงานเปิดประตูออกไปด้านนอก ก่อนจะไปขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าโชว์รูมอยู่แล้ว เพื่อตรงไปยังสนามบินเตรียมเดินทางกลับฮ่องกง
ภายในรถที่เงียบสงบที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนด้วยความเร็วที่คงที่ ร่างสูงนั่งอยู่ด้านหลังเอนกายพิงเบาะหนังเหมือนต้องการพัก สายตาคมมองไปยังตึกสูงระฟ้าในเมืองหลวงนอกกระจกรถ สมองที่เคยคิดแต่เรื่องงานตอนนี้กลับฉายภาพใครบางคนขึ้นมาซ้ำๆ ภาพใบหน้าสวยปนดื้อพร้อมกับเสียงครางหวานๆ ผุดขึ้นมาในสมองแบบห้ามไม่ได้ กลิ่นความหอมของเธอยังติดฝังอยู่ในโสตประสาท ความหวานจากปากนุ่ม ความหวานจากตัวเธอทำเอาใบหน้าเริ่มขึ้นซับสีระเรื่อไล่ไปยังใบหูขาวที่เริ่มแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ฉิบหายละ…เป็นแบบนี้สมาธิจะเหลือมั้ยกู
มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ พลางสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัว แต่แล้วกลับมีบางอย่างที่ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาคมสีนิลถูกเปลือกตาสีอ่อนปิดทับลงช้าๆ
สมองเขากำลังคิดประมวลผลอะไรบางอย่าง นิ้วเรียวเคาะลงบนขาแกร่งซ้ำๆ
เวณิกา…เวณิกา……
คงไม่หรอกมั้ง…โลกคงไม่กลมขนาดนั้นมั้ง รึเปล่า?