LOGIN2. ดีลร้ายในคืนเดียว 2
“ไม่ต้องเสียเวลาคิด” เขาโน้มตัวลงวางมือข้างหนึ่งค้ำโต๊ะ ข้างหนึ่งยื่นปากกามาให้
“เซ็น” สั้น กระชับ ไม่มีโอกาสให้ต่อรอง
เธอกลืนน้ำลายมองมือกร้านและปากกาที่เหมือนคมดาบ หากเธอลงหมึก ชีวิตของเธอคงเปลี่ยนไปตลอดกาล แต่เธอมีทางเลือกเหรอ
เธอเป็นคนซื่อตรง หากทำผิดย่อมต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นปลายนิ้วเล็กจึงแตะปากกาอย่างลังเลเล็กน้อยจนสั่น ภายในกรีดเสียงร้องเตือน
อย่าเซ็น
ทว่า...เสียงหนึ่งในหัวกลับกระซิบเบา ๆ
อยากหนีเหรอ? ชีวิตเธอจะเปลี่ยนนะ ไม่ลองล่ะ?
เธอช้อนตาสบตาครามอีกครั้ง นัยน์ตาสีนิลล้ำลึกทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจโดยไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำ
เขาไม่ได้บังคับด้วยกำลัง ไม่แม้แต่แตะตัว
ทว่าพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันกดทับลงเหมือนกรงเล็บของสัตว์ร้าย
และบ้าจริง...เธออยากโดนขย้ำอย่างบ้าคลั่ง จนไม่น่าให้อภัย
มือเล็กกำปากกาแน่น สูดลมหายใจลึกเข้าปอดหนึ่งครั้ง แล้วลากปลายปากกาเซ็นชื่อของตัวเองลงไป
เสียงครูดกระดาษยามลงลายมือชื่อนุ่มนวลแต่กลับบาดหูเธอในขณะเดียวกัน
พิชญา อินทรสกุล
เซ็นเสร็จ มือเธออ่อนเปลี้ยปากการ่วงลงโต๊ะทันที
เงียบ... เป็นความเงียบจนน่าขนลุก
กระทั่ง...
มือกร้านหยิบสัญญาขึ้นจากโต๊ะอย่างเชื่องช้า สายตาไม่ละจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มบาง ๆ แบบที่ไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งพาให้เขาดูโหดเหี้ยมเล็กน้อย
“ดี” เขาพูดคำเดียวแล้วเก็บสัญญาเข้าซองสีดำเหมือนเดิม
“เริ่มต้นกันตรงนี้เลย”
เขาเดินอ้อมมาหาเธอด้วยฝีเท้าแผ่วเบา เหมือนเสืกำลังย่องหาเหยื่อ เธอก้าวถอยหลังทันทีจนกระแทกชนกับผนังเย็นเฉียบ
ร่างสูงใหญ่หยุดตรงหน้า ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอีรอสจาง ๆ ผสมกลิ่นกายอย่างที่สาว ๆ ทุกคนใฝ่หา ยั่วยวน ปลุกเร้า
มือใหญ่ยกขึ้นแตะที่กระดุมเสื้อเธอเบา ๆ แค่แตะพลันส่งแรงสั่น สะเทือนไปทั้งร่างแล้วหยุด จ้องเธอ ก่อนสั่งเสียงเรียบ
“ถอดเสื้อ”
ตากวางเบิกกว้างมองเขาอย่างตกใจ “ฉัน...ฉันต้องสักตอนนี้เลยเหรอคะ?” เสียงหวานนุ่มสั่นพร่าจนเกือบกระซิบ
เขาค่อยยิ้ม...ช้า ๆ
“ยังไม่ต้องสัก” เสียงเขาเหมือนกำลังขบขันอะไรบางอย่าง “แค่ถอด” แต่น้ำเสียงกลับไม่มีรอยยิ้มเลย
เธอกลืนน้ำลายเหนียวฝืดลงคอ สองมือสั่นเล็กน้อยขณะยกขึ้นแตะชายเสื้อกล้ามของตัวเอง เสื้อผ้าเรียบง่ายที่เธอใส่เป็นประจำแต่วันนี้กลายเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
นัยน์ตาคมจ้องเธอ ทุกท่าทาง ทุกความลังเล แม้กระทั่งหยาดเหงื่อผุดซึมไรผม
ไม่เร่งเร้า ไม่ขยับเข้าใกล้
แต่สายตา...ราวกับกำลังถอดเสื้อเธอ
คนร่างเล็กสั่นสะท้านจากแรงกระตุ้นดิบเถื่อนที่เขาปลุกขึ้นในร่างกายตัวเอง
ทำไมถึงตื่นเต้นขนาดนี้วะ?
เธอสั่นกึกขณะดึงเสื้อกล้ามขึ้นเหนือศีรษะ เผยให้เห็นเสื้อในแบบเรียบ ๆ สีดำ เนินทรวงขาวอวบโผล่พ้นเป็นลูก
สายตาเขากวาดมองเธอ ร่างกายของเธออย่างเปิดเผย ใช้สายตามองเนินทรวง ผิวเนียน ลาดไหล่ แม้กระทั่งนิ้วเล็ก ๆ ที่รวบเกี่ยวกันไว้ตรงหน้าท้อง ไม่มีความละอาย ไม่มีความสงสาร
เข้าครอบครองเธออย่างเงียบ ๆ ขณะที่เธอมองเห็นเหงื่อไหลซึมออกมาจากทุกอณูบนร่างของชายตรงหน้า
“ดีมาก”
เสียงเขาแหบพร่าต่ำลึกพยายามควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด ยกมือขึ้นแตะแก้มเธอเบา ๆ ลากปลายนิ้วผ่านแนวกราม ไล่ลงมาตามซอกคอ
เธอหลับตาแน่น เม้มปากระงับความร้อนพวยพุ่งจากผิวเนื้อทุกจุดที่เขาแตะต้อง วูบวาบจนเกือบคราง
“สวยกว่าที่คิด” เสียงเขา กระซิบ เบาจนเธอเกือบไม่ได้ยิน
ก่อนโน้มตัวลงมา...แต่ไม่ใช่จูบ
เขาพ่นลมหายใจ กระซิบชิดใบหู ใช้จมูกสัมผัสเพียงเล็กน้อย
“จากนี้ไป...” เสียงสูดดมกลิ่นหอม “ทุกครั้งที่ฉันสั่ง...เธอต้องทำ”
เขาวนปลายนิ้วตรงซอกคอของเธอแผ่วเบา ใช้ลมร้อนผ่าวสะกดเธอจนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามในทรวงอก เขาโน้มตัวลงมาอีก
“ตอนนี้...ทำตามคำสั่งแรกของฉัน”
ลำคอเธอขยับ เธอพบว่าร่างกายเธอพร้อมแล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่รูด้ด้วยซ้ำว่าคำสั่งนั้นคืออะไร
เหมือนถูกเขาควบคุมด้วยบางอย่าง
คนร่างสูงถอยหลังเล็กน้อยมือไขว้หลัง มองสำรวจ เปล่งคำสั่งแรกด้วยเสียงราบเรียบ
“ไปนั่งที่โซฟา”
อิงค์พยักหน้าช้า ๆ เดินเก้ ๆ กัง ๆ ไปยังโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม ขาแข็งเมื่อรู้สึกถึงทุกการจับจ้อง แผ่นหลังร้อนวาบราวสายตาเขากำลังสะกดเธอ ทุกก้าวเหมือนถูกพันธนาการ
เธอนั่งลงตามคำสั่ง ฝ่ามือขยุ้มกางเกงยีนส์แน่น ก้มหน้าหลบสายตาเขาโดยสัญชาตญาณ
ครามเดินตามมาอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังขยี้พรมดังสวบ ๆ แต่กลับเสียงดังก้องอยู่ในหัว หรือเป็นเสียงหัวใจตัวเธอเองกันแน่
เขายืนอยู่ตรงหน้า มองลงมาด้วยสายตาเย็นชาเงียบสงบแฝงอันตรายจนขนลุก
“ถ่างขา” เขาสั่ง
คนร่างเล็กผงะ เงยหน้าจ้องเขาทันที ตากลมเบิกกว้างตระหนกตกใจ ปากเผยออ้าตกตะลึง อยากตั้งคำถามแต่กลับไม่มีเสียงหลุดออกมา
“ฉัน..บอกให้...ถ่างขา” เขาย้ำช้า ๆ ชัด ๆ
น้ำเสียงของเขาไม่ดังแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ขาเธอสั่นอย่างห้ามไม่ได้
ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น ภายในห้องแม้เย็นจัดทว่าสำหรับเธอราวกับนั่งอยู่กลางแดดอุ่นร้อนจนเม็ดเหงื่อเล็กผุดซึมตามไรผม เธอสูดลมหายใจลึก กลั้นความอับอายที่พุ่งขึ้นมา
ค่อย ๆ ขยับขาเรียวเล็กออกจากกันทีละน้อย...
ครามยิ้มมุมปากเบา ๆ ประกายตาหมาป่าเปล่งเจิดจ้าราวสัตว์ร้ายได้กลิ่นเลือดของเหยื่อ
“ดีมาก” เขาพึมพำในลำคอ เอ่ยชมเหยื่อที่ยอมจำนนอย่างว่าง่าย พาร่างตัวเองมาใกล้ คุกเข่าลงตรงหน้าอย่างใจเย็น
สอดมือเข้าใต้เข่าเธอข้างหนึ่ง ยกขึ้นเล็กน้อยให้ขาเรียวเล็กพาดบนต้นขาเขา
สมบูรณ์แบบ เขานึกในใจแล้วพูดเบา ๆ “นี่คือกฎข้อแรก เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน”
เขาลากปลายนิ้วเรียวเบา ๆ ขึ้นไปตามต้นขาด้านใน คนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก ร่างกายร้อนไปหมด ทั้งความรู้สึกหวาดกลัว วาบหวามผสมผสานจนเธอแยกไม่ออกว่าเธอรู้สึกสิ่งใดมากกว่ากัน
“เข้าใจไหม?”
เธอกลั้นหายใจที่จู่ ๆ ก็ติดขัดในอก พยักหน้าช้า ๆ มันมีความอับอายรวมอยู่ในนั้น และทำให้เธอแทบทะลักออกมาเป็นหยดน้ำตา กัดริมฝีปากที่สั่นระริกไว้
“พูด” เขากระซิบเสียงแข็ง
“เข้าใจค่ะ” เสียงเธอผะแผ่ว เจือพร่าต่ำ
ใบหน้าคมสันปรากฎรอยยิ้มอย่างช้า ๆ อย่างพอใจ แตะแก้มเธอเบา ๆ ลากนิ้วโป้งผ่านขอบปากล่างสีระเรื่อ
“ดีมาก...เด็กดีของฉัน” เขาพึมพำ
คำพูดง่าย ๆ แค่นั้นแต่ทำเอาหัวใจอิงค์แทบระเบิดคาอก
เขาลุกยืนช้า ๆ ก้มมองท่อนขาเรียวเล็กที่ยังแยกออกจากกัน มองอย่างพอใจแล้วพูดเบา ๆ
“วันนี้แค่นี้ก่อน..” เขาพูด มองเธอด้วยสายตาของการเป็นเจ้าของ ขณะที่ใช้คำสั่งสุดท้าย
“คืนนี้ เธอจะนอนที่นี่”
อิงค์เงยหน้าขึ้น มองแววตาดิบเถื่อนอย่างตื่นตระหนก แต่มันสายเกินกว่าจะหนี
เพราะเธอ...ได้เซ็นชีวิตตัวเอง ให้กับเขาไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ยื่นปากกาออกมา
14 Endingอิงค์สะดุ้งเฮือก เสียงครางหวานพร่าไหลออกจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่ปลายลิ้นหยาบลากไล้ช้า ๆ ตามแนวร่องกลางลากขึ้น กดลง วนซ้ำอย่างใจเย็นจนน้ำเหนียว ๆ ละลายยิ่งกว่าเดิมเขาใช้ปลายลิ้นกดเบา ๆ บนปุ่มเสียวเล็ก ๆ ที่แข็งตึง ลากวนเป็นวงกลมช้า ๆ ก่อนจะดูดเม้มเบา ๆ ด้วยริมฝีปากร้อนฉ่าเสียงครางหวานพร่า สะโพกสั่นร่อนตามแรงลิ้นอย่างห้ามไม่อยู่"อื้ม..." ครามครางต่ำในลำคอ ขณะดูดกลืนกลิ่นกายหวานล้ำของเธออย่างละโมบมือจับสะโพกเล็กแน่น ตรึงเธอกับปลายลิ้นที่ลากวนอย่างโหดร้ายและเร้าอารมณ์ในเวลาเดียวกันลิ้นไถลลากขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง กดเน้นในจังหวะที่พาเอาความเสียวซ่านลุกลามจากกลางกายขึ้นไปถึงยอดอกอิงค์สะอื้นหนัก น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยแรงเสียวที่ถาโถมจนแทบขาดใจ“ดี...” เขาพึมพำขณะกดปลายลิ้นลงลึกยิ่งกว่าเดิม “เด็กดีของฉัน...ทั้งหอม ทั้งหวาน ทั้งน่ากิน”มือเล็กจิกผ้าปูโต๊ะแน่น ขาสั่นไหวระริก ปลายลิ้นเขาลากวนหนักขึ้น แรงขึ้น เร่งจังหวะเร็วขึ้นในขณะที่เสียงดูดเลียดังถี่กระชั้นอิงค์สะอื้นในลำคอร่างเล็ก ๆ กระตุกสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ใกล้จะระเบิดเต็มที...แต่ทันใดนั้นเองครามถอนริมฝีปากออกอย่างรวดเร็วปล่อย
13 สักกลิ่นสบู่สะอาดและกลิ่นกายอุ่นจัดของเขายังคงติดตรึงอยู่ในโพรงจมูก ขณะที่อิงค์ถูกอุ้มขึ้นแนบอกใบหน้าเปียกชื้นซุกอยู่กับแผ่นอกแข็งแรงที่สั่นไหวไปตามเสียงหัวใจของเขาครามไม่พูดอะไรเขาเดินตรงไปยังประตูห้องข้าง ๆมือใหญ่เปิดประตูบานทึบออกช้า ๆ เผยให้เห็นห้องขนาดเล็กซึ่งซ่อนอยู่หลังม่านผ้าสีเข้มแสงสลัวจากโคมไฟเพดานแบบอินดัสเทรียลคลุมห้องไว้ด้วยบรรยากาศร้อนระอุกลิ่นหมึกสัก ผสมกลิ่นเครื่องหนัง และกลิ่นโลหะอ่อน ๆ ของเครื่องมือลอยปะทะเข้าเต็มปอดทันทีที่พ้นธรณีประตูกลางห้อง...โต๊ะสักหนังแท้สีดำวางอยู่โดดเด่นข้าง ๆ มีเครื่องสักไฟฟ้าสีเงินวาววับพร้อมถาดเล็ก ๆ วางหมึกสีดำสนิททุกอย่างเตรียมพร้อมเหมือนเขาวางแผนเรื่องนี้มานานแล้วอิงค์ขดตัวในอ้อมแขนเขา หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับกลองรบขณะที่สัญชาตญาณเตือนให้เธอหนีแต่ร่างกายกลับหลอมละลายอยู่ในอ้อมแขนเขาจนไม่อาจขยับแม้แต่นิ้วเดียวครามวางร่างเธอลงบนโต๊ะหนังอย่างแผ่วเบา มือหยาบเลื่อนเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งขึ้นช้า ๆ ลากปลายนิ้วผ่านผิวขาวเนียนที่ยังมีรอยจูบและรอยกัดจากเมื่อคืนพร่างพรายอยู่ทุกตารางนิ้ว“วันนี้.. ฉันจะทำให้เธอจำได้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต...
12 กรงทองในรถหรูเสียงเครื่องยนต์ลีมูซีนหรูขับเคลื่อนนุ่มนวลไปตามถนนสายหลักแดดกลางวันสาดลอดผ่านกระจกเคลือบสารกันรังสี ทิ้งเงาบางบนเบาะหนังดำสนิทอิงค์นั่งนิ่งบนเบาะข้างครามในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีน้ำตาลอ่อนเนื้อดีตัดกับผิวขาวนวลกระจกกั้นระหว่างห้องโดยสารกับคนขับปิดสนิททึบแสงจากภายนอกจนมองไม่เห็นสิ่งใดแต่จากในนี้... พวกเขามองเห็นทุกสิ่งที่โลกภายนอกเคลื่อนไหวครามเหลือบตามองเธอ มุมปากหยักสวยกระตุกยิ้มพอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นความกระสับกระส่ายที่เจ้าตัวพยายามซ่อน“ประชุมผ่านไปได้ดี เด็กดีของฉัน...สมกับที่ฉันเลือก”มือใหญ่วางบนต้นขาเธอเบา ๆ น้ำหนักสัมผัสเพียงเล็กน้อย...แต่กลับทำให้อิงค์สะท้านไปทั้งตัว“แต่..” เสียงเขาลากยาวเล็กน้อย ขณะลูบต้นขา “ฉันยังไม่ได้รางวัลเลย”อิงค์เม้มปากแน่นใบหน้าแดงก่ำจนแทบลามไปถึงใบหูครามหัวเราะในลำคอ มือลูบต้นขาขาวนวลขึ้นสูงช้า ๆ กดเบา ๆ อย่างใจเย็น จนเธอต้องขยับหนีเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว“อย่าหนีสิ...” เขากระซิบ พ่นลมหายใจเป่าใบหูเล็ก ๆ “ฉันสั่งแล้ว...เด็กดีต้องเชื่อฟัง”เขาสอดมือเข้าใต้กระโปรงไล้สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนปลายนิ้วสัมผัสขอบกางเกงในลูกไม้ตัวเล็กอิงค์กลั้
11 กรงของเขา 2เขาฝังจมูกซุกไซร้ซอกคอหอมอุ่น สูดกลิ่นกายของเธอเข้าเต็มปอดก่อนจะลากปลายลิ้นเลียตั้งแต่กระดูกไหปลาร้าต่ำลง...ต่ำลง...ลากไล้ผ่านเนินอกเล็ก ๆ ที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่กระชั้น อิงค์สะอื้นสะท้านในลำคอปลายลิ้นสากลากวนยอดอกแข็งตึงเบา ๆ วนไปรอบฐานยอดอกอย่างตั้งใจเสียงดูดหัวนมดังเบา ๆ จากนั้น...เขาค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปอีกลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดหน้าท้องแบนราบลากไล้ผ่านแนวสะโพกเนียนละเอียดกลิ่นกายหวานฉ่ำของเธอชัดเจนขึ้นทุกวินาทีผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนและกลิ่นกามฟุ้งกระจายครามกดเข่าลงกับที่นอนจับสะโพกเล็กไว้ในอุ้งมือใหญ่ทั้งสองข้าง แยกต้นขาเรียวออกกว้างอย่างไร้ความปรานีสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขา...กลีบเนื้อนุ่มละเอียดแดงเรื่อจากการถูกทรมานจนเปียกฉ่ำ ปลายยอดปุ่มเสียวเล็กชูชันน้อย ๆ สั่นระริกเหมือนกำลังเชื้อเชิญเขาเข้าไปทำลายซ้ำ“สวยฉิบหาย...” เขาคำถามต่ำลึกเหมือนสัตว์ร้ายแล้วโดยไม่ให้เธอตั้งตัว...ครามลากปลายลิ้นยาว ๆ ไล้ผ่านร่องกลางตัวเปียกชื้นด้วยน้ำรักของเธออย่างใจเย็นอิงค์สะดุ้งสุดตัว ครางเสียงหวานใส ยกสะโพกสั่นระริกด้วยแรงเสียวที่แผ่กระจายทันทีราวฟ้าผ่าครามครอบปาก
10 กรงของเขา 1เสียงประตูไม้โอ๊คปิดลงอย่างนุ่มนวล แต่สำหรับอิงค์...มันดังเหมือนโซ่เหล็กกระแทกลงบนลูกกรงกลิ่นหนังแท้จากโซฟากลิ่นไม้โอ๊คเก่าผสมกลิ่นสบู่จาง ๆ และกลิ่นกายหอมอุ่นของครามตลบอวลอยู่ในห้องจนหนาทึบอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยอะไรเพราะผิวเธอร้อนผ่าวไปหมดเหมือนทุกเซลล์ในร่างกายกำลังจุดไฟลามขึ้นช้า ๆห้องนี้เงียบเกินไปเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นระส่ำได้ยินแม้กระทั่งเสียงเหงื่อไหลซึมออกตามไรผมชื้นเหงื่อที่เกาะตัวตั้งแต่ในคลับครามวางร่างเปลือยเปล่าของเธอลงบนเตียงใหญ่กลางห้องแผ่นหลังสัมผัสกับผ้าปูผิวสัมผัสเย็นเยียบแต่ความร้อนในกายกลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเขายืนมองเธอจากปลายเตียง แสงจากโคมไฟจับเส้นขากรรไกรเขาเป็นเงาคมกริบในดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นเต็มไปด้วยความครอบงำที่ลึกกว่าก่อนหน้านี้ทั้งหมด“รู้ใช่ไหม...” เสียงเขาแผ่วเบา แต่หนักแน่น “ว่าตั้งแต่วินาทีนี้ เธอไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป”อิงค์ตัวสั่นน้อย ๆ ใต้ผ้าปูเตียงริมฝีปากแดงเรื่อสั่นระริก แต่ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำตอบครามเดินเข้ามาใกล้แต่ละก้าวหนักแน่นเหมือนเสียงกลองสั่งตายที่ตอกย้ำลงกลางอกเธอเขาทิ้งตัวลงข้างเธอกลิ
9 เครื่องหมายอิงค์ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กลางห้องแต่งตัว มองตัวเองในกระจก ราวกับว่าตัวเองก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้วแสงไฟด้านบนส่องลงบนผิวเนียนละเอียด ขับชุดเดรสผ้าเมชซีทรูดำ ชุดที่แนบไปทุกสัดส่วนโค้งบนเรือนร่างผ้าที่แทบจะไม่ปกปิดอะไร เสื้อชั้นในลูกไม้สีดำถูกเลือกอย่างจงใจ เว้าสูง ชิ้นเล็ก รั้งแน่นเหมือนจะประกาศว่าเจ้าของร่างนี้มีเจ้าของแล้ว“หมุนตัวให้ดู” เขาสั่งมาจากทางโซฟาหนังสีเข้ม นั่งไขว่ห้างรอด้วยท่าทางเป็นเจ้ากรรมสิทธิ์บนเรือนร่างเธอทุกตารางนิ้วอิงค์ขยับเท้าหมุนตัวช้า ๆ หน้าแดงจัด สายตาเขาลากมองเธอจากหัวจดเท้าช้าเนิบนาบอย่างจงใจ“ห้ามใส่อะไรทับ” เขาเอ่ยต่อเสียงเรียบ “วันนี้ฉันจะโชว์ของของฉันให้คนทั้งคลับเห็นว่า…ใครเป็นเจ้าของเธอ”หัวใจอิงค์เต้นแรงจนเจ็บอก ความอับอายปนเสียวซ่านพลุ่งขึ้นในกระแสเลือดอย่างห้ามไม่อยู่ครามลุกขึ้นยืนเดินมาใกล้ กลิ่นกายร้อนแรงของเขาโอบล้อมเธออีกครั้งทันที เขาโน้มตัวลงกระซิบใกล้หู ในระยะที่ปลายจมูกเฉียดแนวกราม“ถ้าเธอกล้า...เดินผ่านคนในคลับแล้วไม่เก็บอาการเสี้ยน” เขาใช้นิ้วลากแผ่นหลังเธอใต้เนื้อผ้า “ฉันจะเด้าเธอในห้องลับของคลับ ห้องลับที่คนด้านนอกจะเห







