LOGINPailin talk
ฉันค่อยๆ นอนลงบนเตียง และใช้มือเริ่มลูบคลำตามร่างกายของตัวเอง มือขวาลูบไปที่ต้นขาด้านใน ส่วนมือซ้ายบีบคลึงที่หน้าอกอย่างเบาๆ จากนั้นฉันก็…เริ่มถอดกางเกงขาสั้นและแพนตี้ออก
อ่านไม่ผิดกันหรอกค่ะ ฉันชอบช่วยตัวเอง ฉันเริ่มช่วยตัวเองตั้งแต่อายุสิบห้าปี เพราะฉันคร่ำเครียดเรียนหนักไปหน่อย ฉันจึงหาวิธีผ่อนคลายซึ่งก็พบว่าวิธีนี้ดีที่สุดและปลอดภัยด้วย ฉันไม่ได้ออกไปนอนให้ผู้ชายทำ แต่ฉันทำตัวเองแทน ฉันจะเปิดคลิปโป๊ตาม Web ต่างๆ ดู และก็ช่วยตัวเองไปด้วย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันจะไม่เปิดคลิปดู เพราะฉันจะจินตนาการถึงเขา…ชายแปลกหน้าที่ได้พบกันที่ภูเก็ต
ตอนนี้หัวสมองของฉันค่อยๆ จินตนาการว่าเขากำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ ฉันจึงหลับตาลงและภาพหน้าที่แสน Perfect ของเขาก็ลอยอยู่ในจินตนาการของฉัน หน้าอกที่เต็มไปด้วยกล้ามที่แน่นขนัด ร่างกายส่วนบนที่เปลือยเปล่า พาให้ฉันจินตนาการต่อไปถึงอวัยวะเบื้องล่าง เขาเป็นลูกครึ่งนี่นา ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหล่อเหลา ความสูง ร่างกายที่กำยำนั้น ทำให้ฉันเริ่มจินตนาการไปว่า…แก่นกายของเขาคงใหญ่น่าดูชม
"อ่าาาา" ฉันครางเสียงกระเส่าออกมา เมื่อในหัวกำลังจินตนาการว่าเขากำลังใช้ริมฝีปากพรมจูบไปทั่วร่างกายของฉัน
และตอนนี้ก็ถึงจุดสำคัญ…เมื่อฉันใช้นิ้วกลางสัมผัสไปที่ยอดเกสรของตัวเอง ฉันค่อยๆ ใช้นิ้วคลึงเบาๆ วนไปวนมา ซ้ำไปซ้ำมาที่จุดกระสัน จนความเสียวซ่านเริ่มคืบคลานเข้ามา ฉันเริ่มรู้สึกวาบหวามไปทั้งตัว ขนตามผิวกายเริ่มลุกชันขึ้นมาพร้อมกัน ฉันจึงเร่งจังหวะนิ้วให้เร็วขึ้นและเร็วขึ้น
ในจินตนาการของฉัน เขาค่อยๆ สอดใส่แก่นกายใหญ่เข้ามาในร่องสาวของฉันแล้ว จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ออกจังหวะขยับสะโพกเข้าออกด้วยจังหวะที่เนิบนาบ
"อ่าาา เสียวจังค่ะ" ฉันครางบอกเขาด้วยเสียงกระเส่าไปตามจินตนาการของตัวเอง
และเมื่อนิ้วของฉันวนที่จุดเสียวซ่านของตัวเองเร็วขึ้น ในหัวของฉันก็พลางคิดไปว่า…เขากำลังออกจังหวะรัก กร่นกระแทกที่ทั้งแรงและเร็วมาที่หว่างขาของฉัน บทรักของเขาช่างอ่อนหวานเคล้าความรุนแรง จนตอนนี้ฉันทนความเสียวสะบั้นนี้ต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว
"อ๊ายยยย" ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูภายในร่างกาย ฉันเสียวสะท้าน หน้าท้องเริ่มหดเกร็ง ฉันยกเอวลอยขึ้นกลางอากาศ ร่างกายกระตุกเกร็งเป็นจังหวะ ช่องทางรักบีบตอดรัดนิ้วแทบทุกวินาที และตอนนี้…น้ำหวานก็ฉีดพุ่งออกมาราวกับสายธาร ฉันถึงสวรรค์อย่างสุขสมเป็นที่เรียบร้อย
“เฮ่อ…เฮ่อ…เฮ่อ” ฉันนอนหอบกอบโกยเอาอ๊อกซิเจนเข้าปอด
จากนั้นฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น ตอนนี้ฉันมีความสุขเหลือเกิน มันมีความสุขมากกว่าครั้งไหนๆ การจินตนาการถึงเขา มันทำให้ฉันรู้สึกสุขสมยิ่งนัก ฉันแอบหวังเล็กๆ ว่าหากมีโอกาส…เราคงได้พบกันอีกครั้ง ในที่ใดที่หนึ่งนะ
…
ตอนนี้ซีห่าวเข้ารับตำแหน่งต่อจากป๊าแล้ว และเขาได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เขาบอกกับป๊าอย่างตรงไปตรงมาว่า ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาต้องการจะแต่งงานด้วย และต้องเป็นเธอเพียงเท่านั้น เขาจึงขอเวลาจากป๊า เพื่อตามหาผู้หญิงที่ช่วยเหลือเขาในคืนนั้น ซึ่งป๊าไม่ได้ขัดอะไร เพราะฟังจากที่ลูกชายเล่า…เธอก็ดูเหมาะสมกับตระกูลหยาง มีทั้งความเมตตาและความเด็ดขาด สามารถขึ้นเป็นนายหญิงและปกครองคนของตระกูลหยางได้
ส่วนเหตุการณ์คืนนั้นที่ซีห่าวถูกทำร้าย ป๊าของเฟยหลงเป็นคนเคลียร์ทุกอย่างให้ เรื่องจึงไม่ถูกสาวมาถึงซีห่าวและไพลิน แต่ตอนนี้ซีห่าวตั้งมั่นแล้วว่า ผู้หญิงที่ช่วยเหลือเขาในคืนนั้น ต้องเป็นภรรยาของเขาเท่านั้น เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เธอมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม
_______________________________________
Pailin talkสองปีผ่านไปตอนนี้ฉันกับนักรบเรียนปริญญาตรีจบแล้ว เราสองคนจบจาก King Mongkult's Institute of Technology Ladkrabang หลักสูตรแพทย์นานาชาติ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเมื่อสองปีที่แล้ว พี่ซีห่าวทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฉันว่า เมื่อเราแต่งงานกันแล้ว เขาจะให้ฉันกลับมาเรียนต่อจนจบ ซึ่งฉันก็ทำตามสัญญาที่ตัวเองให้ไว้กับเขาเหมือนกัน คือแต่งงานกับเขาวันนี้ฉันมีความสุขมากจริงๆ พ่อ แม่ ลุง เจ้พลอย พี่เฟยเจิน เพทาย แพรววนิต และคนสำคัญของฉันอีกหนึ่งคนที่ขาดไม่ได้...คือสามีของฉันเอง พวกเขาทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของฉัน เราทุกคนร่วมกันถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำเมื่องานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของฉันจบลง ฉันก็ต้องเดินทางกลับไปมาเก๊า เพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับสามี คือกลับไปเป็นนายหญิงของตระกูลหยาง และที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ...กลับไปมีลูกให้เขาด้วย....มาเก๊า ณ คฤหาสน์ตระกูลหยางฉันเริ่มดูแลสุขภาพตัวเอง เราทั้งคู่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนมีลูก ซึ่งฉันเลือกที่จะฉีดยากระตุ้นไข่ โดยฉันจะต้องฉีดยาทุกวันและต้องฉีดให้ตรงเวลา เพื่อรักษาระดับยาในกระแสเลือดให้คงที่พี่ซีห่าวก็ขยั
เช้าวันต่อมาแม่ เจ้พลอยและพี่เขยของฉัน มาเยี่ยมฉันที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง วันนี้ฉันจึงรีบอาบน้ำ แต่งตัว เพื่อเตรียมตัวรอพบพวกเขาอย่างตื่นเต้น กระทั่งเวลาสิบโมงตรง รถ Rolls-Royce ขับตรงเข้ามายังด้านในบริเวณคฤหาสน์ ฉันรีบวิ่งลงไปยืนรอรับครอบครัวฉันอยู่หน้าประตู ไม่นานนัก แม่กับเจ้ก็เปิดประตูรถเดินออกมา“แม่คะ เจ้พลอย” ฉันตะโกนเรียกแม่กับพี่สาว ราวกับเด็กน้อยร่ำร้องเรียกหาผู้ปกครอง ขณะที่สองเท้าวิ่งพาตัวเองออกไปสวมกอดผู้หญิงสองคนอย่างคนึงหา“ไพลิน...ลูก...ไพลินของแม่ แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน” แม่หอมฉัน ขณะที่น้ำตาไหลลงอาบพวงแก้มสองข้างของท่าน“ไพลินก็คิดถึงแม่มากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ”“ความทรงจำกลับมาแล้วใช่ไหม รู้ไหม...เจ้เป็นห่วงไพลินเหลือเกิน” เจ้พลอยสวมกอดฉันไว้แนบแน่น พร้อมทั้งร้องไห้ตามแม่ไปด้วย“ไพลินไม่เคยลืมแม่กับเจ้พลอยเลยค่ะ”“แล้ว เอ่อ...ไพลินจำพี่ซีห่าวได้หรือยังจ๊ะ” เจ้พลอยถามฉันเบาๆ เมื่อคนที่เจ้กำลังเอ่ยถึง เดินเข้ามาใกล้พวกเราแล้ว“พอจำได้บ้างแล้วค่ะ”“ดีแล้วไพลิน อย่าไปคิดอะไรให้ปวดหัว ถ้าจำไม่ได้ ก็ลืมไปเถอะ” นี่คือเสียงของพี่เขยฉันนะ ทำเอาพี่ซีห่าวถลึงตาใส่ทันที“เข้าบ้านกันก่อนนะค
Pailin talk"ไพลิน มานอนได้แล้วครับ" พี่ซีห่าวเดินมาบอกฉัน ขณะที่จิตของฉันยังล่องลอยคิดไปไกล"พี่ซีห่าวคะ แต่ก่อนเรารักกันมากเลยใช่ไหมคะ" ฉันเดินไปใกล้ๆ เขา และถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้"พี่ไม่รู้ว่าไพลินรักพี่มากแค่ไหน แต่พี่รักไพลินแบบขาดไม่ได้ และพี่อยู่ต่อไม่ได้ถ้าไม่มีไพลิน" เมื่อเขาพูดจบ เขาก็หันหลังเดินเข้าไปในห้อง จากนั้นเขาก็นอนลงบนโซฟาที่อยู่ข้างๆ เตียง"เอ่อ...มานอนด้วยกันไหมคะ" ฉันถามเขาอย่างเขินอาย ขณะที่ตอนนี้ตัวเองนั่งอยู่บนเตียงแล้ว"ไม่กลัวพี่แล้วหรอครับ""เอ่อ...ก็เราแค่นอนด้วยกัน ไม่ได้จะทำอะไรกันสักหน่อยนี่คะ""ถ้าพี่ไปนอนตรงนั้น พี่ไม่รับประกันว่าจะไม่ทำครับ"โอ๊ย!!!...ตาบ้า ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ เรื่องแบบนี้ก็ปล่อยให้สถานการณ์มันพาไปเองสิ"ฟุ่บบบ" พี่ซีห่าวเดินลงมานอนบนเตียงข้างๆ ฉัน จากนั้นเขาก็นอนหันหลังให้ฉันทันที"นอนได้แล้วครับ ถ้าเราหลับกันเร็ว พี่ก็จะไม่ทำอะไรไพลินครับ"ฉันล้มตัวนอนลงข้างๆ เขา และมองไปยังแผ่นหลังใหญ่นั่น ผู้ชายคนนี้...รักฉันด้วยใจบริสุทธิ์ เขาทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ทุกอย่าง...ไม่ทอดทิ้งและไม่ว่าฉันจะนอนเป็นผัก เขาก็ยังอยู่เคียงข้างคอยดูแลฉันไม่
Pailin talkผู้คนในงานแต่งต่างส่งเสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหว เสียงมันดังมากจนหูของฉันแทบดับลง และเมื่อฉันหันหน้ามาก็เจอเข้ากับเขา...ชายหนุ่มรูปงามกำลังนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉัน แล้วเขาก็พูดว่า...“ไพลินครับ...แต่งงานกับพี่นะครับ”"เฮ้ย...ฝันหรอกหรอเนี่ย" ฉันตกใจตื่นขึ้นมา ขณะที่คนข้างๆ นอนกอดฉันไว้แนบแน่นความทรงจำของฉันเริ่มทยอยกลับเข้ามา เหมือนฉันจะเริ่มจำบางช่วงบางตอนบ้างได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถปะติดปะต่อให้มันเป็นเรื่องราวได้ ฉันนอนมองหน้าเขาไปสักพัก แล้วพลางคิดในใจว่า...ทำไมฉันถึงมีผัวหล่อได้ขนาดนี้ฉันค่อยๆ ยกมือของเขาออกจากตัว และความเพลียก็ทำให้เขายังคงหลับไม่ตื่น ตอนนี้ฉันรู้สึกหัวเหม็น เหนอะหนะ อยากอาบน้ำสระผมมากๆ ฉันจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง ฉันพยายามยืนให้ตรงอย่างช้าที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มกองลงกับพื้น เพราะฉันหลับไปยาวนานมากถึงสามเดือน ร่างกายไม่ได้ออกกำลัง อาจทำให้กล้ามเนื้อของฉันอ่อนแรงได้และเมื่อฉันค่อยๆ ยืนขึ้น ก็พบว่า...ฉันยังยืนได้ปกติ กล้ามเนื้อไม่ได้อ่อนแรงแต่อย่างใด ฉันจึงหันหน้าไปมองคนบนเตียงที่ตอนนี้นอนหลับเหมือนหมีจำศีล เขาต้องดูแลฉันดีมากแน่ๆ เพราะร่างกายฉันไม่ไ
Pailin talkวันที่เก้าสิบเอ็ด ฉันรู้สึกคล้ายหลับใหลไปนาน ฉันควรต้องตื่นไปเรียนหนังสือแล้วสิ ใกล้เปิดเทอมขึ้น ม.4 แล้ว ต้องขยันให้มากกว่านี่สิไพลิน ถ้าอยากเรียนหมอ...ยิ่งต้องขยันให้มากกว่าคนอื่น ตื่นได้แล้วไพลิน!!!“โอ๊ยยยย” ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา...ร่างกายของฉันกระตุกลุกขึ้นนั่งในทันใด หัวของฉันจึงชนเข้ากับหัวของชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง“ไพลิน” ทำไมเขาถึงรู้จักชื่อฉัน แล้วทำไม...เอ่อ...ทำไมเขาถึงเช็ดตัวให้ฉันขณะที่ฉันเปลือยกายล่อนจ้อนแบบนี้“กรี๊ดดดดดดดดด”“ปลั่กกกก”….Zi hao talk“ผมว่าพี่ไปโรงพยาบาลสักหน่อยเถอะ” จางหย่งพูดแนะนำผม ขณะที่ผมเอาน้ำแข็งมาประคบหน้าผากของตัวเอง ใช่...ผมโดนเมียของผมเอากะละมังฟาดเข้าให้ที่หน้าผาก ดีที่กะละมังใบนั้นเอาไว้ใส่น้ำเพื่อเช็ดตัวเธอ มันจึงมีขนาดเล็ก“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูก็หาย”“มันเกิดอะไรขึ้นคะพี่ซีห่าว ทำไมไพลินถึงจำพี่ไม่ได้” ซีซวนถามผม“ไม่รู้สิ ตอนนี้หมอกำลังดูอาการอยู่”“ฮ่าๆๆๆ สงสัยเกลียดขี้หน้ามึงแหละมั้ง เป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องอยู่ในสภาพแบบนั้นตั้งสามเดือน” เฟยหลงพูดกวนส้นตีนผมขึ้นมาทันทีมันบินมาดูงานเลยถือโอกาสมาเยี่ยมไพลินด้วย และบังเอิญได้เจอกั
Zi hao talkกิจวัตรประจำวันของผมในแต่ละวัน คือตื่นแต่เช้าเพื่อดูแลภรรยา ผมคอยเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำผ่านทางสายยาง และยังคอยกายภาพบำบัดให้เธอ โดยผมจ้างพยาบาลมาช่วยผม ช่วงทำกายภาพบำบัดไพลิน ชีวิตของผมทำแบบนี้วนลูปทุกๆ วัน ผมมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า...สักวันเมียผมต้องฟื้น และเราสองคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งแม้ความหวังอาจดูเลือนลางไปบ้าง เพราะคนตรงหน้ายังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ราวกับเจ้าหญิงนิทรา ผมจำได้ว่า...ในการ์ตูนหากอยากให้เจ้าหญิงฟื้น ต้องจุมพิตที่ริมฝีปากเธอ และเธอจะตื่นขึ้นจากหลับใหลเชื่อไหม...ผมทำแบบนั้นทุกวัน ทั้งช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน และกลางคืนก่อนเข้านอน ผมประทับจุมพิตเธอเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่จนแล้วจนเล่า เจ้าหญิงไพลิน...เธอก็ไม่ฟื้นสักทีในเช้าวันหนึ่ง“ก๊อกๆ” เสียงประตูห้องถูกเคาะโดยใครคนหนึ่งตั้งแต่เช้า“พี่ซีห่าวคะ พี่ตื่นหรือยังคะ” เสียงซีซวน ทำให้ผมต้องตื่น ผมเงยหน้ามองดูเวลา ซึ่งตอนนี้หกโมงเช้าแล้ว“พี่ตื่นแล้ว”“ซีซวนขอเข้าไปนะคะ” ซีซวนเดินเข้ามาพร้อมเค้กที่อยู่ในมือเออ...วันนี้วันเกิดผมนี่หว่า ผมลืมสนิทเลยตอนนี้ทุกคนในบ้านเดินเข้ามารวมตัวในห้องผมครบ







