LOGINZi hao talk
ชีวิตเด็กเรียนในบ้านของผม มันทุเรสสิ้นดี แต่เพราะไอ้ความบัดซบนั่น ทำให้ผมเพิ่มความระมัดระวังให้น้องสาวผมอีกหลายเท่า ผมสั่งให้บอดี้การ์ด ยืนเฝ้าเธอทุกวิชาที่เธอเรียน แม้ซีซวนจะยังเด็ก อายุห่างจากผมเกือบห้าปี ซึ่งตอนนี้เธออายุเพียงแค่เจ็ดขวบ เทียบเท่าได้กับนักเรียนชั้น Primary School 1 แต่ด้วยหน้าตาที่สวยงามน่ารัก มันอาจนำภัยร้ายมาสู่ตัวเธอได้ ผมไม่อยากให้เธอโชคร้ายเหมือนผม ผมจึงป้องกันทุกอย่างไว้
ส่วนความอับอายที่ผมได้รับมานั้น ผมเก็บเงียบไว้ไม่บอกใคร ผมอายเกินกว่าจะพูดมันออกไป แต่ผมแค่ขอป๊ากับม๊าว่า หากผมอายุสิบสามปี ขอให้ผมได้ออกไปใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ บ้าง ผมจะได้มีชีวิตที่กำหนดและเลือกเองได้ ไม่ต้องกลายเป็นวัตถุทางเพศของผู้หญิงอยู่แบบนี้ และเมื่อผมอายุได้สิบสามปี ผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนระดับ Grade 7 ในบ้านเกิดของตัวเองซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติ มีแต่ลูกหลานเศรษฐีเรียนกันเท่านั้น
ชีวิตของผมเริ่มดีขึ้น ผมมีกลุ่มเพื่อน ได้ใช้ชีวิตวัยเรียนเหมือนเด็กปกติ แต่ผู้หญิงก็ยังไม่หยุดเข้าหาผม ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหากเป็นเพื่อน ผมจะไม่คิดเกินเลยมากไปกว่านั้นแน่นอน ร่างกายของผมผ่านผู้หญิงมาสามคน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผมเองไม่ได้อยากจำ แต่ผมก็ไม่ได้เอาความทรงจำเลวร้ายพวกนั้นมาลงโทษตัวเองหรอกนะ
เมื่อผมขึ้นมัธยมปลาย ผมเริ่มเปิดใจให้ผู้หญิง ผมมีแฟนและก็มีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่ด้วยที่เรายังเด็ก จึงเปรียบเหมือนรักของวัยรุ่น มันไม่จีรังยั่งยืนเลย ผมรักๆ เลิกๆ กับผู้หญิงไปหลายคนในช่วงชีวิต High School และเมื่อถึงวันที่ผมต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่ง IQ ความฉลาดของผมก็ทำให้ผมสามารถสอบเข้าเรียนที่ University of Hong Kong ได้ มหาวิทยาลัยนี้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในฮ่องกง และผมก็เข้าเรียนในคณะบริหารธุรกิจ เอกการจัดการทั่วไป
ป๊าและม๊าภูมิใจในตัวผมมากๆ เพราะพวกท่านต้องการให้ผมรับช่วงดูแลธุรกิจของครอบครัวต่อ ซึ่งธุรกิจของครอบครัวผม มีทั้งขาวสะอาดและเทาดำ เราทำคาสิโน ธุรกิจคาสิโนของเราเป็นอันดับหนึ่งในมาเก๊า และเรายังค้าขายอาวุธให้แก่รัฐบาล ส่วนธุรกิจสีขาว เราทำธุรกิจโรงแรม โรงแรมของตระกูลเราขยายไปยังประเทศต่างๆ ในแถบเอเชีย และเรายังทำธุรกิจการท่องเที่ยว ที่เรียกว่าทัวร์ โดยบริษัททัวร์ของเราจะเน้นเที่ยวที่มาเก๊าเป็นหลัก แค่ที่ว่ามาก็ปาไปสี่ธุรกิจแล้ว
และผมซึ่งเป็นพี่ชายคนโต ผมควรรับดูแลธุรกิจสีเทาดำ ส่วนน้องสาวผมควรรับช่วงดูแลธุรกิจสีขาวจะเหมาะกว่า ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของผม เป็นไปอย่างปกติ แต่ก็ยังไม่พ้นเรื่องผู้หญิงที่ยังคงมีเข้ามาตลอด ผมก็ยังมาเร็ว เคลมเร็วเหมือนเดิม ผมมีแฟนและรักๆ เลิกๆ ไปอีกหลายคน และเมื่อผมขึ้นปีสาม ผมก็ได้รู้จักกับเฟยหลง ลูกชายคนเล็กของตระกูลเฉิน เราคุยกันถูกคอและสุดท้ายเราก็สนิทจนเป็นเพื่อนกัน ผมไม่ได้มองแค่ว่าเฟยหลงจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น แต่ผมมองว่าเราสองคนเปรียบเสมือนครอบครัว เพราะผมถูกชะตากับมันมาก แม้มันจะอายุน้อยกว่าผมถึงสองปี แต่ผมกับมันคุยกันแบบเพื่อนไปแล้ว ไม่มีสรรพนามว่าพี่หรือน้องอะไรทั้งนั้น มีเพียงแค่มึงกับกู
อยู่มาวันหนึ่ง เฟยหลงมีปัญหาเรื่องแฟน ซึ่งแฟนของมันก็คือเพื่อนของผมที่ชื่อว่าหวังเยี่ยน ผมเป็นเพื่อนกับหวังเยี่ยนมาสามปี ผมมองออกเลยว่าเธอเคยชอบผม และถ้าผมมองไม่ผิด ตอนนี้เธอก็ยังชอบผมอยู่ แต่นิสัยจริงๆ ของเธอ ค่อนข้างเป็นคนขี้อิจฉา และไม่รู้ว่าเฟยหลงกับหวังเยี่ยนไปผิดใจกันยังไง หวังเยี่ยนถึงทำเรื่องที่รุนแรงและไร้ความปราณีต่อผู้หญิงด้วยกัน ดีที่ผมเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง จึงให้ลูกน้องเข้าช่วยเด็กผู้หญิงที่ชื่อเอวารีนไว้ได้ทัน แต่สุดท้ายเฟยหลงเสือกชวนผมทรีซั่มกับหวังเยี่ยนซะงั้น แล้วผมจะไปปฏิเสธยังไง
แต่สิ่งที่ผมทำในครั้งนี้ มันมีบทสรุปในตอนท้าย ผมได้ตัดสินโทษให้ลูกน้องของหวังเยี่ยนด้วยความตาย และสั่งสอนให้เธอเลิกนิสัยเลวๆ ไปได้ตลอดชีวิต ผมเองไม่ใช่คนดี ผมเป็นลูกมาเฟีย ความรุนแรงมันอยู่กับผมตั้งแต่เด็กแล้ว ป๊าผมสอนเสมอว่า "อย่าไว้ชีวิตพวกชั่ว เพราะมันอาจกลับมาทำร้ายเราอีก เราต้องกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก" และคำสอนนี้ ผมก็นำมาปฏิบัติอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้หล่อหลอมให้ผมเป็นคนที่ไร้ความปรานี เด็ดขาด และไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น และแน่นอนป๊าก็ยังคาดหวังไปถึงคู่ชีวิตของผม ว่าจะต้องเหมาะสมกับผมมากแค่ไหน เธอจะต้องเป็นผู้หญิงที่ทั้งอ่อนหวานและเข้มแข็ง ต้องสามารถเป็นนายหญิงมาเฟียได้ และต้องทำให้ทุกคนเคารพและเกรงกลัว ผมเองก็ยังไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนั้นสักที แม้ป๊าผมจะพยายามหาผู้หญิงมาให้ ป๊าให้ผมไปดูตัวอยู่หลายครั้ง แต่ผมก็ยังไม่เจอใครที่ใช่สำหรับผมสักคน ผมจึงขอป๊าไปตรงๆ ว่าเรื่องคู่ชีวิต ผมขอเป็นคนเลือกเอง
_____________________________________
Pailin talkสองปีผ่านไปตอนนี้ฉันกับนักรบเรียนปริญญาตรีจบแล้ว เราสองคนจบจาก King Mongkult's Institute of Technology Ladkrabang หลักสูตรแพทย์นานาชาติ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเมื่อสองปีที่แล้ว พี่ซีห่าวทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฉันว่า เมื่อเราแต่งงานกันแล้ว เขาจะให้ฉันกลับมาเรียนต่อจนจบ ซึ่งฉันก็ทำตามสัญญาที่ตัวเองให้ไว้กับเขาเหมือนกัน คือแต่งงานกับเขาวันนี้ฉันมีความสุขมากจริงๆ พ่อ แม่ ลุง เจ้พลอย พี่เฟยเจิน เพทาย แพรววนิต และคนสำคัญของฉันอีกหนึ่งคนที่ขาดไม่ได้...คือสามีของฉันเอง พวกเขาทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของฉัน เราทุกคนร่วมกันถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำเมื่องานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของฉันจบลง ฉันก็ต้องเดินทางกลับไปมาเก๊า เพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับสามี คือกลับไปเป็นนายหญิงของตระกูลหยาง และที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ...กลับไปมีลูกให้เขาด้วย....มาเก๊า ณ คฤหาสน์ตระกูลหยางฉันเริ่มดูแลสุขภาพตัวเอง เราทั้งคู่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนมีลูก ซึ่งฉันเลือกที่จะฉีดยากระตุ้นไข่ โดยฉันจะต้องฉีดยาทุกวันและต้องฉีดให้ตรงเวลา เพื่อรักษาระดับยาในกระแสเลือดให้คงที่พี่ซีห่าวก็ขยั
เช้าวันต่อมาแม่ เจ้พลอยและพี่เขยของฉัน มาเยี่ยมฉันที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง วันนี้ฉันจึงรีบอาบน้ำ แต่งตัว เพื่อเตรียมตัวรอพบพวกเขาอย่างตื่นเต้น กระทั่งเวลาสิบโมงตรง รถ Rolls-Royce ขับตรงเข้ามายังด้านในบริเวณคฤหาสน์ ฉันรีบวิ่งลงไปยืนรอรับครอบครัวฉันอยู่หน้าประตู ไม่นานนัก แม่กับเจ้ก็เปิดประตูรถเดินออกมา“แม่คะ เจ้พลอย” ฉันตะโกนเรียกแม่กับพี่สาว ราวกับเด็กน้อยร่ำร้องเรียกหาผู้ปกครอง ขณะที่สองเท้าวิ่งพาตัวเองออกไปสวมกอดผู้หญิงสองคนอย่างคนึงหา“ไพลิน...ลูก...ไพลินของแม่ แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน” แม่หอมฉัน ขณะที่น้ำตาไหลลงอาบพวงแก้มสองข้างของท่าน“ไพลินก็คิดถึงแม่มากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ”“ความทรงจำกลับมาแล้วใช่ไหม รู้ไหม...เจ้เป็นห่วงไพลินเหลือเกิน” เจ้พลอยสวมกอดฉันไว้แนบแน่น พร้อมทั้งร้องไห้ตามแม่ไปด้วย“ไพลินไม่เคยลืมแม่กับเจ้พลอยเลยค่ะ”“แล้ว เอ่อ...ไพลินจำพี่ซีห่าวได้หรือยังจ๊ะ” เจ้พลอยถามฉันเบาๆ เมื่อคนที่เจ้กำลังเอ่ยถึง เดินเข้ามาใกล้พวกเราแล้ว“พอจำได้บ้างแล้วค่ะ”“ดีแล้วไพลิน อย่าไปคิดอะไรให้ปวดหัว ถ้าจำไม่ได้ ก็ลืมไปเถอะ” นี่คือเสียงของพี่เขยฉันนะ ทำเอาพี่ซีห่าวถลึงตาใส่ทันที“เข้าบ้านกันก่อนนะค
Pailin talk"ไพลิน มานอนได้แล้วครับ" พี่ซีห่าวเดินมาบอกฉัน ขณะที่จิตของฉันยังล่องลอยคิดไปไกล"พี่ซีห่าวคะ แต่ก่อนเรารักกันมากเลยใช่ไหมคะ" ฉันเดินไปใกล้ๆ เขา และถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้"พี่ไม่รู้ว่าไพลินรักพี่มากแค่ไหน แต่พี่รักไพลินแบบขาดไม่ได้ และพี่อยู่ต่อไม่ได้ถ้าไม่มีไพลิน" เมื่อเขาพูดจบ เขาก็หันหลังเดินเข้าไปในห้อง จากนั้นเขาก็นอนลงบนโซฟาที่อยู่ข้างๆ เตียง"เอ่อ...มานอนด้วยกันไหมคะ" ฉันถามเขาอย่างเขินอาย ขณะที่ตอนนี้ตัวเองนั่งอยู่บนเตียงแล้ว"ไม่กลัวพี่แล้วหรอครับ""เอ่อ...ก็เราแค่นอนด้วยกัน ไม่ได้จะทำอะไรกันสักหน่อยนี่คะ""ถ้าพี่ไปนอนตรงนั้น พี่ไม่รับประกันว่าจะไม่ทำครับ"โอ๊ย!!!...ตาบ้า ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ เรื่องแบบนี้ก็ปล่อยให้สถานการณ์มันพาไปเองสิ"ฟุ่บบบ" พี่ซีห่าวเดินลงมานอนบนเตียงข้างๆ ฉัน จากนั้นเขาก็นอนหันหลังให้ฉันทันที"นอนได้แล้วครับ ถ้าเราหลับกันเร็ว พี่ก็จะไม่ทำอะไรไพลินครับ"ฉันล้มตัวนอนลงข้างๆ เขา และมองไปยังแผ่นหลังใหญ่นั่น ผู้ชายคนนี้...รักฉันด้วยใจบริสุทธิ์ เขาทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ทุกอย่าง...ไม่ทอดทิ้งและไม่ว่าฉันจะนอนเป็นผัก เขาก็ยังอยู่เคียงข้างคอยดูแลฉันไม่
Pailin talkผู้คนในงานแต่งต่างส่งเสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหว เสียงมันดังมากจนหูของฉันแทบดับลง และเมื่อฉันหันหน้ามาก็เจอเข้ากับเขา...ชายหนุ่มรูปงามกำลังนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉัน แล้วเขาก็พูดว่า...“ไพลินครับ...แต่งงานกับพี่นะครับ”"เฮ้ย...ฝันหรอกหรอเนี่ย" ฉันตกใจตื่นขึ้นมา ขณะที่คนข้างๆ นอนกอดฉันไว้แนบแน่นความทรงจำของฉันเริ่มทยอยกลับเข้ามา เหมือนฉันจะเริ่มจำบางช่วงบางตอนบ้างได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถปะติดปะต่อให้มันเป็นเรื่องราวได้ ฉันนอนมองหน้าเขาไปสักพัก แล้วพลางคิดในใจว่า...ทำไมฉันถึงมีผัวหล่อได้ขนาดนี้ฉันค่อยๆ ยกมือของเขาออกจากตัว และความเพลียก็ทำให้เขายังคงหลับไม่ตื่น ตอนนี้ฉันรู้สึกหัวเหม็น เหนอะหนะ อยากอาบน้ำสระผมมากๆ ฉันจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง ฉันพยายามยืนให้ตรงอย่างช้าที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มกองลงกับพื้น เพราะฉันหลับไปยาวนานมากถึงสามเดือน ร่างกายไม่ได้ออกกำลัง อาจทำให้กล้ามเนื้อของฉันอ่อนแรงได้และเมื่อฉันค่อยๆ ยืนขึ้น ก็พบว่า...ฉันยังยืนได้ปกติ กล้ามเนื้อไม่ได้อ่อนแรงแต่อย่างใด ฉันจึงหันหน้าไปมองคนบนเตียงที่ตอนนี้นอนหลับเหมือนหมีจำศีล เขาต้องดูแลฉันดีมากแน่ๆ เพราะร่างกายฉันไม่ไ
Pailin talkวันที่เก้าสิบเอ็ด ฉันรู้สึกคล้ายหลับใหลไปนาน ฉันควรต้องตื่นไปเรียนหนังสือแล้วสิ ใกล้เปิดเทอมขึ้น ม.4 แล้ว ต้องขยันให้มากกว่านี่สิไพลิน ถ้าอยากเรียนหมอ...ยิ่งต้องขยันให้มากกว่าคนอื่น ตื่นได้แล้วไพลิน!!!“โอ๊ยยยย” ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา...ร่างกายของฉันกระตุกลุกขึ้นนั่งในทันใด หัวของฉันจึงชนเข้ากับหัวของชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง“ไพลิน” ทำไมเขาถึงรู้จักชื่อฉัน แล้วทำไม...เอ่อ...ทำไมเขาถึงเช็ดตัวให้ฉันขณะที่ฉันเปลือยกายล่อนจ้อนแบบนี้“กรี๊ดดดดดดดดด”“ปลั่กกกก”….Zi hao talk“ผมว่าพี่ไปโรงพยาบาลสักหน่อยเถอะ” จางหย่งพูดแนะนำผม ขณะที่ผมเอาน้ำแข็งมาประคบหน้าผากของตัวเอง ใช่...ผมโดนเมียของผมเอากะละมังฟาดเข้าให้ที่หน้าผาก ดีที่กะละมังใบนั้นเอาไว้ใส่น้ำเพื่อเช็ดตัวเธอ มันจึงมีขนาดเล็ก“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูก็หาย”“มันเกิดอะไรขึ้นคะพี่ซีห่าว ทำไมไพลินถึงจำพี่ไม่ได้” ซีซวนถามผม“ไม่รู้สิ ตอนนี้หมอกำลังดูอาการอยู่”“ฮ่าๆๆๆ สงสัยเกลียดขี้หน้ามึงแหละมั้ง เป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องอยู่ในสภาพแบบนั้นตั้งสามเดือน” เฟยหลงพูดกวนส้นตีนผมขึ้นมาทันทีมันบินมาดูงานเลยถือโอกาสมาเยี่ยมไพลินด้วย และบังเอิญได้เจอกั
Zi hao talkกิจวัตรประจำวันของผมในแต่ละวัน คือตื่นแต่เช้าเพื่อดูแลภรรยา ผมคอยเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำผ่านทางสายยาง และยังคอยกายภาพบำบัดให้เธอ โดยผมจ้างพยาบาลมาช่วยผม ช่วงทำกายภาพบำบัดไพลิน ชีวิตของผมทำแบบนี้วนลูปทุกๆ วัน ผมมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า...สักวันเมียผมต้องฟื้น และเราสองคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งแม้ความหวังอาจดูเลือนลางไปบ้าง เพราะคนตรงหน้ายังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ราวกับเจ้าหญิงนิทรา ผมจำได้ว่า...ในการ์ตูนหากอยากให้เจ้าหญิงฟื้น ต้องจุมพิตที่ริมฝีปากเธอ และเธอจะตื่นขึ้นจากหลับใหลเชื่อไหม...ผมทำแบบนั้นทุกวัน ทั้งช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน และกลางคืนก่อนเข้านอน ผมประทับจุมพิตเธอเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่จนแล้วจนเล่า เจ้าหญิงไพลิน...เธอก็ไม่ฟื้นสักทีในเช้าวันหนึ่ง“ก๊อกๆ” เสียงประตูห้องถูกเคาะโดยใครคนหนึ่งตั้งแต่เช้า“พี่ซีห่าวคะ พี่ตื่นหรือยังคะ” เสียงซีซวน ทำให้ผมต้องตื่น ผมเงยหน้ามองดูเวลา ซึ่งตอนนี้หกโมงเช้าแล้ว“พี่ตื่นแล้ว”“ซีซวนขอเข้าไปนะคะ” ซีซวนเดินเข้ามาพร้อมเค้กที่อยู่ในมือเออ...วันนี้วันเกิดผมนี่หว่า ผมลืมสนิทเลยตอนนี้ทุกคนในบ้านเดินเข้ามารวมตัวในห้องผมครบ