LOGINZi hao talk
ผมลืมคิดไปว่าครอบครัวของผมเป็นมาเฟีย ศัตรูพร้อมจะทำร้ายพวกเราอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่มาเก๊าก็ตาม พวกเราก็ต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอด ผมเองที่คิดผิด…คิดว่าตัวเองยังไม่เข้าบริหารธุรกิจอย่างสมบูรณ์ น่าจะยังไม่มีใครคิดทำร้าย และเมื่อผมมาถึงที่โรงแรม ผมก็เช็คอินขึ้นห้องพักทันที ผมนอนพักประมาณสองชั่วโมง จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาด้วยความหิวโหย ผมจึงเดินออกไปหาของกินที่ตลาด ซึ่งเมื่อผมดูเวลาก็พบว่าตอนนี้เกือบสองทุ่มแล้ว
ผมเดินไปตามตรอกซอกซอยและบางซอยก็ไม่มีไฟทาง ผมคิดว่าตอนนี้ผมน่าจะเดินมาผิดแล้ว และทันใดนั้นก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนกำลังเดินตรงมาหาผม สัญชาตญาณของผมบอกทันทีว่า…กำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น กลุ่มคนพวกนั้นมุ่งตรงมาที่ผมอย่างรวดเร็ว ผมจึงไม่รอช้า…ปล่อยหมัดใส่ชายคนแรกที่เดินเข้ามาใกล้ผมมากที่สุดก่อน [ออกหมัดก่อนได้เปรียบ]
"พวกมึงล็อคมันไว้" ชายคนแรกที่ถูกผมชกเข้าที่หน้า ตะโกนบอกพวกของมันอีกสองคน ผู้ชายที่เหลืออีกสองคน จึงพยายามจะเข้ามาล็อคตัวผม
"โอ๊ยย!!!" เสียงของชายคนที่สองร้องโอดครวญ เมื่อเจอส้นตีนของผมถีบเข้าที่ท้องน้อย ทำให้มันเสียหลักล้มลงกองกับพื้น
ชายคนที่สามคงรู้แล้วว่าล้มผมไม่ได้ มันจึงชักมีดสั้นออกมา หมายจะแทงผมให้บาดเจ็บ ผมจึงจ้องมองตรงไปที่นัยน์ตาของมันเพื่อรอจังหวะจัดการมันให้สิ้นซาก แต่แล้วชายคนแรกก็ลุกขึ้นมาและพุ่งตรงมาหาผม ผมจึงต้องหันไปถีบมันอีกครั้ง สุดท้ายแล้วเพื่อนของมันที่ถือมีดก็ใช้จังหวะนี้…ลอบกัดผม ขณะที่ผมกำลังหันไปอีกทางเพื่อป้องกันตัว ผมโดนมีดสั้นของมันแทงเข้าที่ไหล่ซ้ายด้านหลัง ตอนนี้ผมรู้สึกเจ็บและชาข้างหลังไปหมด พวกมันจึงฉวยโอกาสในเวลานี้ เตะเข้าที่ข้อพับขาด้านขวาเพื่อให้ผมล้มลง
"ปึก" เสียงเข่าของผมล้มลงกระแทกพื้น ซึ่งตอนนี้ผมเสียท่าให้พวกมันแล้ว ผมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที และภายใต้ความมืดนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา เธอถีบเข้าที่ชายคนที่สามตอนที่มันกำลังเผลอ นั่นทำให้มันเซและล้มลงที่พื้น
ด้วยความว่องไวของเธอ เธอใช้เท้าเตะเข้าที่มือของชายที่ถือมีด ทำให้มีดหลุดออกจากมือของมัน ผมเห็นฝ่ายเราได้เปรียบ จึงพยายามฝืนลุกขึ้นและเข้าไปซัดกับพวกมัน ด้วยความที่ร่างกายของผมสูงใหญ่กว่า ผมจึงล็อคที่คอมันหนึ่งคน หมายจะทำให้มันหายใจไม่ออก ช่วงขณะที่ผมล็อคคอมันอยู่ ผู้หญิงคนนั้นหยิบมีดสั้นที่ตกลงอยู่บนพื้น แทงเข้าไปที่คอมันหนึ่งคน
"อ้าาาาาา" เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของมันดังลั่นอยู่ในซอย เลือดของมันพุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอ มันพยายามใช้มือปิดตรงแผลที่ถูกแทง แต่ไม่นานนักมันก็ล้มลงและนอนคว่ำหน้าตายอยู่บนพื้น ซึ่งเลือดที่คอมันไหลนองเต็มพื้น ราวกับทะเลสีเลือด
ส่วนผู้ชายคนที่ผมกำลังล็อคคออยู่ก็ค่อยๆ สิ้นใจตาย พวกของมันที่ยังเหลืออยู่อีกหนึ่งคน พยายามจะวิ่งหนีพวกเรา แต่แล้วเธอก็เขวี้ยงมีดที่มือออกไป ซึ่งมีดพุ่งไปตามวิถีและปักเข้าที่กลางหลังมันทันที
"อ้าาาา" มันถลาล้มลงกองที่พื้น ซึ่งมันพยายามจะตะเกียดตะกายหนีไปเรื่อยๆ แต่เธอเดินตามมันไปและยกเท้าเหยียบเข้าที่มีดที่ยังคงปักอยู่บนกลางหลังของมัน
"อ้าาาา พอแล้ว ปล่อยกูไปเถอะ" มันร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส เพราะมีดได้แทงลงไปลึกกว่าเดิม
ผมมองภาพนั้นอยู่ได้ไม่นานก็เริ่มรู้สึกตาพร่ามัว เพราะแผลที่ถูกแทง มีเลือดไหลออกมาเยอะมากๆ และมันทำให้ผมมึนหัว…ตอนนี้ร่างกายของผมเหมือนกำลังจะล้มลง ผู้หญิงคนนั้นจึงรีบวิ่งเข้ามาประคอง ทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงรถตำรวจดังอยู่ไกลๆ เธอรีบพยุงผมออกจากซอยและพาผมขึ้นรถยนต์คันหนึ่ง โดยเธอวางผมลงที่เบาะหลัง จากนั้นเธอก็ขึ้นมานั่งฝั่งคนขับและเหยียบคันเร่งพาพวกเราออกไปจากที่ตรงนั้นด้วยความเร็ว
"Hey you! don't die on me" เสียงของเธอ ทำไมช่างหวานไพเราะขนาดนี้ ผมพยายามใช้สายตาจับจ้องมองไปที่เธอ แต่ผมเห็นเพียงด้านข้างของเธอเท่านั้นเพราะหน้าของเธอมองตรงไปที่ถนน
[แค่ด้านข้างก็สวยจับใจแล้ว ตาโตหวาน ปากนิด จมูกหน่อย] ผมพลางชื่นชมความงดงามของผู้หญิงตรงหน้าอยู่ภายในใจ แต่แล้ว…ความมืดก็ค่อยๆ เข้ามาปกคลุมการมองเห็นของผม ไม่นานนักเปลือกตาของผมก็ปิดลง ผมไม่เห็นอะไรอีกแล้วและไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธออีกต่อไป
___________________________
Pailin talkสองปีผ่านไปตอนนี้ฉันกับนักรบเรียนปริญญาตรีจบแล้ว เราสองคนจบจาก King Mongkult's Institute of Technology Ladkrabang หลักสูตรแพทย์นานาชาติ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเมื่อสองปีที่แล้ว พี่ซีห่าวทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฉันว่า เมื่อเราแต่งงานกันแล้ว เขาจะให้ฉันกลับมาเรียนต่อจนจบ ซึ่งฉันก็ทำตามสัญญาที่ตัวเองให้ไว้กับเขาเหมือนกัน คือแต่งงานกับเขาวันนี้ฉันมีความสุขมากจริงๆ พ่อ แม่ ลุง เจ้พลอย พี่เฟยเจิน เพทาย แพรววนิต และคนสำคัญของฉันอีกหนึ่งคนที่ขาดไม่ได้...คือสามีของฉันเอง พวกเขาทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จของฉัน เราทุกคนร่วมกันถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำเมื่องานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของฉันจบลง ฉันก็ต้องเดินทางกลับไปมาเก๊า เพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับสามี คือกลับไปเป็นนายหญิงของตระกูลหยาง และที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ...กลับไปมีลูกให้เขาด้วย....มาเก๊า ณ คฤหาสน์ตระกูลหยางฉันเริ่มดูแลสุขภาพตัวเอง เราทั้งคู่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนมีลูก ซึ่งฉันเลือกที่จะฉีดยากระตุ้นไข่ โดยฉันจะต้องฉีดยาทุกวันและต้องฉีดให้ตรงเวลา เพื่อรักษาระดับยาในกระแสเลือดให้คงที่พี่ซีห่าวก็ขยั
เช้าวันต่อมาแม่ เจ้พลอยและพี่เขยของฉัน มาเยี่ยมฉันที่คฤหาสน์ตระกูลหยาง วันนี้ฉันจึงรีบอาบน้ำ แต่งตัว เพื่อเตรียมตัวรอพบพวกเขาอย่างตื่นเต้น กระทั่งเวลาสิบโมงตรง รถ Rolls-Royce ขับตรงเข้ามายังด้านในบริเวณคฤหาสน์ ฉันรีบวิ่งลงไปยืนรอรับครอบครัวฉันอยู่หน้าประตู ไม่นานนัก แม่กับเจ้ก็เปิดประตูรถเดินออกมา“แม่คะ เจ้พลอย” ฉันตะโกนเรียกแม่กับพี่สาว ราวกับเด็กน้อยร่ำร้องเรียกหาผู้ปกครอง ขณะที่สองเท้าวิ่งพาตัวเองออกไปสวมกอดผู้หญิงสองคนอย่างคนึงหา“ไพลิน...ลูก...ไพลินของแม่ แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน” แม่หอมฉัน ขณะที่น้ำตาไหลลงอาบพวงแก้มสองข้างของท่าน“ไพลินก็คิดถึงแม่มากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ”“ความทรงจำกลับมาแล้วใช่ไหม รู้ไหม...เจ้เป็นห่วงไพลินเหลือเกิน” เจ้พลอยสวมกอดฉันไว้แนบแน่น พร้อมทั้งร้องไห้ตามแม่ไปด้วย“ไพลินไม่เคยลืมแม่กับเจ้พลอยเลยค่ะ”“แล้ว เอ่อ...ไพลินจำพี่ซีห่าวได้หรือยังจ๊ะ” เจ้พลอยถามฉันเบาๆ เมื่อคนที่เจ้กำลังเอ่ยถึง เดินเข้ามาใกล้พวกเราแล้ว“พอจำได้บ้างแล้วค่ะ”“ดีแล้วไพลิน อย่าไปคิดอะไรให้ปวดหัว ถ้าจำไม่ได้ ก็ลืมไปเถอะ” นี่คือเสียงของพี่เขยฉันนะ ทำเอาพี่ซีห่าวถลึงตาใส่ทันที“เข้าบ้านกันก่อนนะค
Pailin talk"ไพลิน มานอนได้แล้วครับ" พี่ซีห่าวเดินมาบอกฉัน ขณะที่จิตของฉันยังล่องลอยคิดไปไกล"พี่ซีห่าวคะ แต่ก่อนเรารักกันมากเลยใช่ไหมคะ" ฉันเดินไปใกล้ๆ เขา และถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้"พี่ไม่รู้ว่าไพลินรักพี่มากแค่ไหน แต่พี่รักไพลินแบบขาดไม่ได้ และพี่อยู่ต่อไม่ได้ถ้าไม่มีไพลิน" เมื่อเขาพูดจบ เขาก็หันหลังเดินเข้าไปในห้อง จากนั้นเขาก็นอนลงบนโซฟาที่อยู่ข้างๆ เตียง"เอ่อ...มานอนด้วยกันไหมคะ" ฉันถามเขาอย่างเขินอาย ขณะที่ตอนนี้ตัวเองนั่งอยู่บนเตียงแล้ว"ไม่กลัวพี่แล้วหรอครับ""เอ่อ...ก็เราแค่นอนด้วยกัน ไม่ได้จะทำอะไรกันสักหน่อยนี่คะ""ถ้าพี่ไปนอนตรงนั้น พี่ไม่รับประกันว่าจะไม่ทำครับ"โอ๊ย!!!...ตาบ้า ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ เรื่องแบบนี้ก็ปล่อยให้สถานการณ์มันพาไปเองสิ"ฟุ่บบบ" พี่ซีห่าวเดินลงมานอนบนเตียงข้างๆ ฉัน จากนั้นเขาก็นอนหันหลังให้ฉันทันที"นอนได้แล้วครับ ถ้าเราหลับกันเร็ว พี่ก็จะไม่ทำอะไรไพลินครับ"ฉันล้มตัวนอนลงข้างๆ เขา และมองไปยังแผ่นหลังใหญ่นั่น ผู้ชายคนนี้...รักฉันด้วยใจบริสุทธิ์ เขาทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ทุกอย่าง...ไม่ทอดทิ้งและไม่ว่าฉันจะนอนเป็นผัก เขาก็ยังอยู่เคียงข้างคอยดูแลฉันไม่
Pailin talkผู้คนในงานแต่งต่างส่งเสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหว เสียงมันดังมากจนหูของฉันแทบดับลง และเมื่อฉันหันหน้ามาก็เจอเข้ากับเขา...ชายหนุ่มรูปงามกำลังนั่งคุกเข่าต่อหน้าฉัน แล้วเขาก็พูดว่า...“ไพลินครับ...แต่งงานกับพี่นะครับ”"เฮ้ย...ฝันหรอกหรอเนี่ย" ฉันตกใจตื่นขึ้นมา ขณะที่คนข้างๆ นอนกอดฉันไว้แนบแน่นความทรงจำของฉันเริ่มทยอยกลับเข้ามา เหมือนฉันจะเริ่มจำบางช่วงบางตอนบ้างได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถปะติดปะต่อให้มันเป็นเรื่องราวได้ ฉันนอนมองหน้าเขาไปสักพัก แล้วพลางคิดในใจว่า...ทำไมฉันถึงมีผัวหล่อได้ขนาดนี้ฉันค่อยๆ ยกมือของเขาออกจากตัว และความเพลียก็ทำให้เขายังคงหลับไม่ตื่น ตอนนี้ฉันรู้สึกหัวเหม็น เหนอะหนะ อยากอาบน้ำสระผมมากๆ ฉันจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง ฉันพยายามยืนให้ตรงอย่างช้าที่สุด เพื่อไม่ให้ตัวเองล้มกองลงกับพื้น เพราะฉันหลับไปยาวนานมากถึงสามเดือน ร่างกายไม่ได้ออกกำลัง อาจทำให้กล้ามเนื้อของฉันอ่อนแรงได้และเมื่อฉันค่อยๆ ยืนขึ้น ก็พบว่า...ฉันยังยืนได้ปกติ กล้ามเนื้อไม่ได้อ่อนแรงแต่อย่างใด ฉันจึงหันหน้าไปมองคนบนเตียงที่ตอนนี้นอนหลับเหมือนหมีจำศีล เขาต้องดูแลฉันดีมากแน่ๆ เพราะร่างกายฉันไม่ไ
Pailin talkวันที่เก้าสิบเอ็ด ฉันรู้สึกคล้ายหลับใหลไปนาน ฉันควรต้องตื่นไปเรียนหนังสือแล้วสิ ใกล้เปิดเทอมขึ้น ม.4 แล้ว ต้องขยันให้มากกว่านี่สิไพลิน ถ้าอยากเรียนหมอ...ยิ่งต้องขยันให้มากกว่าคนอื่น ตื่นได้แล้วไพลิน!!!“โอ๊ยยยย” ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา...ร่างกายของฉันกระตุกลุกขึ้นนั่งในทันใด หัวของฉันจึงชนเข้ากับหัวของชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง“ไพลิน” ทำไมเขาถึงรู้จักชื่อฉัน แล้วทำไม...เอ่อ...ทำไมเขาถึงเช็ดตัวให้ฉันขณะที่ฉันเปลือยกายล่อนจ้อนแบบนี้“กรี๊ดดดดดดดดด”“ปลั่กกกก”….Zi hao talk“ผมว่าพี่ไปโรงพยาบาลสักหน่อยเถอะ” จางหย่งพูดแนะนำผม ขณะที่ผมเอาน้ำแข็งมาประคบหน้าผากของตัวเอง ใช่...ผมโดนเมียของผมเอากะละมังฟาดเข้าให้ที่หน้าผาก ดีที่กะละมังใบนั้นเอาไว้ใส่น้ำเพื่อเช็ดตัวเธอ มันจึงมีขนาดเล็ก“ไม่ต้อง เดี๋ยวกูก็หาย”“มันเกิดอะไรขึ้นคะพี่ซีห่าว ทำไมไพลินถึงจำพี่ไม่ได้” ซีซวนถามผม“ไม่รู้สิ ตอนนี้หมอกำลังดูอาการอยู่”“ฮ่าๆๆๆ สงสัยเกลียดขี้หน้ามึงแหละมั้ง เป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องอยู่ในสภาพแบบนั้นตั้งสามเดือน” เฟยหลงพูดกวนส้นตีนผมขึ้นมาทันทีมันบินมาดูงานเลยถือโอกาสมาเยี่ยมไพลินด้วย และบังเอิญได้เจอกั
Zi hao talkกิจวัตรประจำวันของผมในแต่ละวัน คือตื่นแต่เช้าเพื่อดูแลภรรยา ผมคอยเช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำผ่านทางสายยาง และยังคอยกายภาพบำบัดให้เธอ โดยผมจ้างพยาบาลมาช่วยผม ช่วงทำกายภาพบำบัดไพลิน ชีวิตของผมทำแบบนี้วนลูปทุกๆ วัน ผมมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า...สักวันเมียผมต้องฟื้น และเราสองคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้งแม้ความหวังอาจดูเลือนลางไปบ้าง เพราะคนตรงหน้ายังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ราวกับเจ้าหญิงนิทรา ผมจำได้ว่า...ในการ์ตูนหากอยากให้เจ้าหญิงฟื้น ต้องจุมพิตที่ริมฝีปากเธอ และเธอจะตื่นขึ้นจากหลับใหลเชื่อไหม...ผมทำแบบนั้นทุกวัน ทั้งช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน และกลางคืนก่อนเข้านอน ผมประทับจุมพิตเธอเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่จนแล้วจนเล่า เจ้าหญิงไพลิน...เธอก็ไม่ฟื้นสักทีในเช้าวันหนึ่ง“ก๊อกๆ” เสียงประตูห้องถูกเคาะโดยใครคนหนึ่งตั้งแต่เช้า“พี่ซีห่าวคะ พี่ตื่นหรือยังคะ” เสียงซีซวน ทำให้ผมต้องตื่น ผมเงยหน้ามองดูเวลา ซึ่งตอนนี้หกโมงเช้าแล้ว“พี่ตื่นแล้ว”“ซีซวนขอเข้าไปนะคะ” ซีซวนเดินเข้ามาพร้อมเค้กที่อยู่ในมือเออ...วันนี้วันเกิดผมนี่หว่า ผมลืมสนิทเลยตอนนี้ทุกคนในบ้านเดินเข้ามารวมตัวในห้องผมครบ







![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)