LOGIN“ตรงนั้น ตรงที่ท่านลุงเลียมันหวิวๆ อ๊ะ อ๊า มันแฉะใหญ่แล้ว”
“แล้วชอบมั้ยล่ะจ๊ะ”
“มะ...ไม่รู้”
“หึๆ ฮวาเอ๋อร์ของลุงสีชมพูสวย สดมาก น้ำออกเยอะดีสุดๆ ลุงรักเจ้า อา... ฮวาเอ๋อร์ วันนี้ให้ลุงสอดใส่นะจ๊ะ”
“อา... อา...” ความต้องการของข้าวิ่งพล่านไปทั่วกายจนแสดงออกด้วยการแอ่นนมแอ่นโหนกเนินให้ท่านลุงลิ้มลองเต็มที่ ข้าไร้เรี่ยวแรง และมีความรู้สึกอ่อนไหว น้ำหวานแตกทะลักทลาย
แต่ข้าผลักท่านลุงออก
“ท่านแม่กับน้องๆ ของข้าเล่าเจ้าคะ แล้วเงินที่ท่านลุงรับปากว่าจะไถ่ตัวข้า ขาดเหลืออีกมากเพียงใด”
“พวกนางสบายดี เจ้าหยุดถามซ้ำๆ ซากๆ เสียทีเถอะ ข้ายอมเสียเงินตั้งห้าพันตำลึงเพื่อมาพบเจ้าเชียวนะ เฉินฟงฝากให้ข้าชื่นใจเยอะๆ หรือว่าเจ้าไม่ต้องการแต่งงานกับเขาแล้ว จะให้ข้ากลับไปเสียเดี๋ยวนี้ก็ได้นะ”
“ไม่ ไม่นะ”
“ฮวาเอ๋อร์เด็กดี จงรีบอ้าขาให้ลุงจ่อรูสิ หรือว่าเจ้าไม่อยากให้ลุงช่วยเจ้าแล้ว”
“จะ...เจ้าค่ะ ข้ายอมแล้ว”
ท่านลุงจับข้านั่งตัก มือหนึ่งช้อนเต้านมมาบีบเล่น ส่วนอีกมือแหวกร่อง เปิดทางให้แท่งหยกสอดเข้าไปในรูสาวแน่นปั๋ง
“อา... หัวดุ้นมุดเข้าไปแล้วนะจ๊ะ ฮวาเอ๋อร์แน่นมากเลย ลุงจะค่อยๆ ดันเข้าไปอีกนะ”
“อ๊า... อ๊า...”
“อ่ะแฮ่มม!!”
นางเหยาหนี่ว์จงใจกระแอมเสียงเพื่อเตือน ใต้เท้าจ้าวชิงจึงรีบผละออกจากข้าและแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้าหน้าแดงก่ำ รวบผ้าห่มขึ้นปิดเนื้อตัว
“ใต้เท้าจ้าวชิง ท่านทำเช่นนี้ทำให้ข้าลำบากใจนะ ท่านก็รู้ว่านางเป็นสินค้ารอประมูล ท่านจงใจขัดขวางข้างั้นหรือ”
“มิได้”
“หรือว่าท่านพร้อมวางเงินเพื่อซื้อพรหมจรรย์ของนาง”
“เอ่อ...”
“ผู้ที่กล้าแตะต้องสินค้าของข้า ข้าตัดนิ้วทิ้งแล้วโยนออกไปหลายคนแล้ว ไอ้พวกไม่มีเงินแต่อยากชิมเนื้อหงส์ แวะเวียนมาตอดเล็กตอดน้อยแบบนี้ข้าก็เคยเจอมาไม่น้อย เห็นแก่ที่ท่านเป็นคนรู้จักกันมานาน อีกห้าวันเชิญใต้เท้ามาร่วมประมูลตัวนางได้ ถึงตอนนั้นข้าจะอุ้มนางให้ถึงปากท่านเชียว”
ท่านลุงจ้าวชิงแค่นเสียงดังหึ! แล้วหันหลังจากไปด้วยความไม่พอใจ
“ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร เกิดท่านลุงไม่พอใจ ยกเลิกไม่มาช่วยข้าเล่า!”
ข้าร่ำไห้ แต่นางเหยาหนี่ว์ไม่สนใจ
“รีบไปตามท่านหมอเหวินมาดูอาการของนาง แล้วห้ามผู้ชายไม่ว่าหน้าไหนเข้ามายุ่มย่ามเด็ดขาด!”
“เจ้าค่ะ”
ข้าทั้งโกรธทั้งเคืองเหยาหนี่ว์ยิ่งนัก ท่านลุงจ้าวชิงลูบคลำข้าก็เพื่อฝากความรักจากพี่เฉินฟงมาให้ข้า หากพี่เฉินฟงรู้เข้าแล้วพาลโกรธ ข้าจะทำเช่นใด
“ความจริงก็คือเสด็จพ่อมีลูกชายหลายคน แต่ละคนก็มีความสามารถให้เลือกใช้ ทุกคนอยากจะแสดงผลงานกันตัวสั่นเพราะหวังตำแหน่งรัชทายาท ข้าถอนตัวออกมาก็ทำให้พวกเขาผ่อนคลายลงและเลิกตอแยเจ้าสักที ถ้าเสด็จพ่อหงุดหงิดนัก ข้าจะพาเจ้าหนีไปอยู่กันสองคนให้รู้แล้วรู้รอด”“ท่านทำเพื่อข้ามากเกินไปแล้ว”“ข้ารู้ว่าไม่มีสิ่งใดจะสามารถชดเชยให้เจ้าได้ เมียข้าขี้แยจริง” เขาโน้มริมฝีปากลงมาคลอเคลีย มือลูบครรภ์ของข้าเบาๆ “เมื่อต้องเลือกระหว่างเจ้ากับตำแหน่งฐานันดร ข้าขอเลือกเจ้า”ข้าก็ไม่อยากจะร้องไห้เลย แต่ข้าไม่อาจห้ามน้ำตาได้จริงๆ เขาทำเพื่อข้ามากเกินไปแล้ว“มันจะคุ้มกันหรือเพคะ”“คุ้มสิ” เขาคลอเคลียข้างแก้มข้า เราจูบกันอย่างดูดดื่ม “ข้าปรารถนาจะแก่เฒ่าไปพร้อมกับเจ้า มีลูกหลานมากมาย ข้าปรารถนาจนตัวสั่นสะท้านทุกลมหายใจ”“ลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เช่นนี้ หม่อมฉันเกรงว่าท่านจะเบื่อหน่ายเข้าสักวัน”“ข้าสะสมหนังสือเอาไว้มากมายชนิดที่ว่าแก่แล้วก็ยังอ่านไม่หมด ความตั้งใจเดิมของข้าคืออยากเก็บตัวเขียนตำราชำระประวัติศาสตร์ แต่ชะตากลับโยนข้าไปอยู่ที่สนามรบแทน หากไม่ถอนตัวจากสงครามตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสหลุดพ้นจากวังวนแย่งชิงอำนาจ
พวกพี่ชายและญาติหลายคนมีส่วนพัวพันกับแคว้นเว่ย พวกเขาหลบหนีจากที่คุมขังในเหมืองหินไปได้ และข้าก็ไม่เคยได้ข่าวคราวจากพวกเขาอีกเลย ข้าจึงยิ่งรู้สึกว่าชีวิตของทุกคนช่างเหมือนเรือใบไม้ที่ล่องลอยไปตามกระแสธาร หมุนวน วิ่งวุ่นหรือจอดพัก บางลำล้มคว่ำ บางลำแล่นไปได้ไกลจนสุดสายตา ส่วนข้า ข้าถามตัวเองเหมือนอย่างที่เขาเคยถามว่าข้าต้องการอะไรกันแน่ ข้าจึงขอเลือกที่จะหยุดอยู่ที่นี่ อยู่เคียงข้างเขาตามใจปรารถนาอวี้เสิ่นหยางก้าวเข้ามาโอบประคองจากด้านหลัง ลูบครรภ์ที่เริ่มนูนเด่นของข้าเบาๆ“สีหน้าท่านดูเครียดแบบนี้ ฮ่องเต้ทรงตำหนิท่านอีกแล้วหรือ”“ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก”“จะดีกว่าหรือไม่ หากหม่อมฉันหย่าขาดจากท่าน”“จินฮวา เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลย” ใบหน้าคมเข้มยิ้มอย่างอบอุ่นขณะก้มลงจุมพิตอ่อนโยน ท่อนแขนกำยำโอบกอดข้าไว้อย่างหวงแหน “ข้าไม่มีวันสูญเสียเจ้าไปเพราะเหตุผลไร้สาระโง่ๆ ของผู้อื่นหรอกนะ”“แต่ว่า...”“ข้าเบื่อศึกสงครามเต็มทน เบื่อที่ต้องใช้ชีวิตเดนตายในสนามรบ ฆ่าฟันไม่จบสิ้น ในเวลาต่อจากนี้ข้าปรารถนาเพียงสร้างครอบครัวและมีเลือดเนื้อเชื้อไขกับเจ้าให้มากเท่าที่จะมากได้ ในเ
ข้าร่ำไห้ ท่านพ่อเองก็มือสั่นสะท้าน ร้องบอกให้พรรคพวกหนีไปก่อน ข้าจึงยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง “ท่านพ่อ” “พ่อขอโทษ ฝากขอโทษแม่ของเจ้ากับทุกคนด้วย ให้มันจบลงที่ตรงนี้เถอะ”“ท่านพ่อ มันยังมีทางออก”“เว่ยอ๋องเริ่มไม่ไว้ใจพ่อแล้ว ไม่ว่าจะทางไหน พ่อก็ต้องตาย นี่เป็นราคาที่ต้องจ่าย” ท่านพ่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข้าจึงเข้าใจว่าสิ่งที่พ่อกำลังจะพูดต่อไปเป็นเรื่องสำคัญ “ตราบใดที่พ่อมีชีวิตอยู่ พวกเจ้าจะไม่มีวันสงบสุข ฝากดูแลทุกคนแทนพ่อด้วย เรื่องที่เกิดขึ้น อย่าโทษเขา”เมื่อกระซิบจบ ท่านพ่อก็ชูดาบขึ้นพลางร้องตะโกนกลับไป“นังลูกหน้าโง่! ในเมื่อไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อเว่ยอ๋องก็จงตายเสียเถอะ!!”“เจิ้งไป๋!!!”อวี้เสิ่นหยางแผดเสียงตะโกนลั่น ท่านพ่อกอดข้าและเงื้อดาบขึ้นจะแทงใส่ ข้าเบิกตากว้าง จ้องมองท่านพ่อซึ่งหลับตาลงและยิ้ม วินาทีต่อมาลูกศรก็พุ่งเข้ามาเจาะกลางหน้าผาก ร่างของท่านพ่อกระเด็นลอยไปตามแรงยิง มันคล้ายเป็นภาพช้าที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไม่... ไม่นะ ร่างของท่านพ่อแน่นิ่ง สิ้นใจไปก่อนที่ข้าจะขยับข้าทรุดตัวลงตรงหน้าศพของท่านพ่อ เสื้อผ้าของข้ามีเลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อน มือของข
“ส่งมือมาให้พ่อเร็วเข้า” “บอกความจริงข้าก่อน” ข้ายังคงยืนอยู่กับที่ ไม่ขยับ น้ำเสียงของท่านพ่อก็พลันเปลี่ยนไป “อย่าบีบบังคับให้พ่อต้องทำร้ายเจ้า” “เพราะเหตุใดเจ้าคะ” ข้าก้าวถอยเพราะกลุ่มคนที่มาพร้อมกับท่านพ่อจ้องข้าอย่างดุดันพร้อมร้องบอกให้ท่านพ่อรีบลงมือ สำเนียงของพวกเขาเป็นสำเนียงของแคว้นเว่ย “ท่านแม่กับน้องๆ ที่ถูกวางยาพิษ เป็นฝีมือของท่านใช่หรือไม่” “...” ความเงียบคือคำยอมรับ ในที่สุดข้าก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว ที่แท้เสิ่นอ๋องล่วงรู้จึงซ้อนแผน แสร้งจัดฉากวางยาเพื่อให้ท่านพ่อเข้าใจว่าลงมือสำเร็จ ข้าที่รู้ความจริงยิ่งเจ็บปวดใจแทบสลาย “พวกเขาคือภรรยา คือเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนะ” “ท่านเจิ้ง ลงมือเร็วเข้า! ถ้าจับนางไว้ได้ เสิ่นอ๋องก็หมดฤทธิ์” คนพวกนั้นเร่งเร้า ท่านเจิ้ง? ข้าจึงเข้าใจแล้วทุกอย่าง เจี่ยอี้ถังเป็นเพียงฉากหน้าของท่านพ่อ และท่านพ่อก็กำลังเฉลยความจริงทุกอย่างให้ข้าเข้าใจผ่านดาบที่กำลังเงื้อง่าขึ้นสูง “ชื่อจริงของพ่อคือเจิ้งไป๋ เจี่ยอี้ถังเป็นอีกตัวตนที่พ่อใช้แทรกซึมในแคว้นลั่วมานาน ยกโทษให้พ่อด้วยฮ
บทที่ 20 อ้อนวอนสวรรค์ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากการติดตามข้ากระซิบขอแกมบังคับ ดึงแผงคอเบาๆ ให้จินจินวิ่งไปยังบ้านสกุลเจี่ย ตอนนี้ล่วงเข้าสู่วันใหม่แล้ว ถนนหนทางในเมืองเงียบสงัดแต่เริ่มมีทหารออกตามจับข้ากันอึกทึก ถ้าไม่รีบ พวกเขาคงจะตามร่องรอยของข้าได้อย่างง่ายดาย“ลูกแม่ เจ้าเป็นลูกของเสิ่นอ๋อง พยัคฆ์ร้ายแห่งแคว้นลั่ว เจ้าต้องอดทนนะ”ข้าลูบหน้าท้องของตัวเองเพื่อปลอบใจ ก่อนจะลงจากหลังม้าเมื่อมาถึงสกุลเจี่ย บานประตูด้านหน้ายังคงถูกปิด ข้าผลักประตูเข้าไปพลางจูงจินจินให้เข้าไปด้านในด้วยกัน“รอข้าอยู่ตรงนี้ อย่าส่งเสียงนะ”ข้ารู้ดีว่าการตัดสินใจหุนหันเช่นนี้จะต้องถูกเขาเดือดดาลใส่แน่ แต่ข้าต้องการค้นหาความจริงด้วยตัวเอง ข้าจุดคบไฟ ก้มตัวลงไปในบ่อน้ำประจำบ้าน ปากบ่อก่อขึ้นจากหินแข็งแรง ดูปกติไม่ต่างจากบ่อน้ำกินน้ำใช้ของบ้านอื่นๆ เมื่อมองลงไปก็ไม่พบอะไร มีแค่น้ำใสสะอาดที่สะท้อนใบหน้าของข้าเพียงเท่านั้นถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าแต้มตำหนิในรูปจะหมายถึงแถวๆ นี้ข้าคลำไปตามผนังบ่อด้านในจนสัมผัสเจอหินก้อนหนึ่งที่ยื่นออกมาเล็กน้อย พอกะระยะแล้วมันก็ตรงกับหินที่ยื่นออกมาจากผนังบ่อด้านนอกเช่นกัน ข้าจึงลอง
เรียน พระชายาของกำนัลที่ตกหล่นไปได้มาถึงแล้ว จะดำเนินการจัดส่งภายในวันนี้ของกำนัล? จัดส่ง? ไม่มีข้อความใดเพิ่มเติมอีก แต่ข้าเคยเห็นท่านพ่อเอากระดาษลนเปลวเทียนอยู่บ่อยครั้ง ข้าจึงลองทำดูอย่างระมัดระวัง เมื่อหมึกชนิดพิเศษต้องไอร้อน ตัวขีดบนขีดล่างก็เริ่มจางหายไปบางส่วน เหลือเพียงข้อความที่แท้จริงเอาไว้ข้าไม่เข้าใจ และนึกสงสัยเพราะมีตัวขีดที่อ่านไม่เป็นคำปรากฏขึ้นมา ข้ามองไม่นานก็นึกออกเพราะนี่เป็นรูปแสดงถึงบ่อน้ำที่เสี่ยวหงเคยวาดเอาไว้ ทุกคนในบ้านก็เลยรู้จักสัญลักษณ์นี้แต้มกลมบนบ่อน้ำ...ความหมายของมันคืออะไร ดวงอาทิตย์หรือว่าดวงจันทร์ ที่บ่อน้ำประจำบ้านของเรามีอะไรกันนะ ข้าครุ่นคิด และนึกติดใจสงสัยจุดแต้มที่ผิดแผกไปในรูป ถ้ามองผ่านๆ ก็ดูเหมือนจุดเปื้อนที่ลงน้ำหนักมากเกินไปเท่านั้น แต่ข้าแน่ใจว่ามันไม่ใช่ยามนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว หรือความหมายของรูปนี้คือข้าต้องไปที่บ่อน้ำนั่นภายในเวลาเที่ยงคืน?แต่ซาลาเปานี้วางอยู่ตั้งแต่เช้า ความหมายของท่านพ่ออาจจะหมายถึงเที่ยงวัน และทุกอย่างอาจสายไปแล้วแย่จริงข้าจดจำและรีบเผากระดาษทิ้งไป ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ข้าต้องการที่จะเสี่ยง“ข้าต้องการ
หลายวันต่อมา ความหงุดหงิดของเขาก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้น จนจวนอ๋องร้อนระอุเป็นเพลิง บรรดาสาวใช้ต่างก้มหน้า มิกล้าสบพระเนตรที่กำลังลุกโชนด้วยแรงกริ้ว แต่ละคนต่างสับสนงุนงงเหลือเกินแต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพราะท่านอ๋องดูไม่แยแส แต่ก็เฝ้าจับตาตามติดนางบำเรอแซ่เจี่ยผู้นั้นแทบจะตลอดเวลา ทรงขุ่นเคืองต่อเรื่องเล
“นางป่วย รีบลากตัวนางกลับเร็ว!” ท่านลุงเห็นท่าไม่ดี ร้องสั่งให้ลูกน้องจับตัวข้า ข้าดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเพราะอีกฝ่ายเป็นถึงขุนนางใหญ่ หนำซ้ำยังบอกชาวบ้านว่าข้าเป็นหญิงวิปลาส“ข้าเพียงทำตามคำสั่งท่านอ๋องสาม” ท่านลุงกล่าวอย่างหัวเสียเมื่อโยนข้าเข้าไปหลังประตูจวน ข้าส่ายหน้าไม่เ
“หากเจ้าลืม ข้าจะช่วยย้ำเตือนให้” ร่างกำยำก้มลงดูดยอดถัน และเริ่มใช้นิ้วร้อนๆ แยงรูคับแน่นให้น้ำหวานไหลแฉะออกมาอีก ชายฉกรรจ์กล้ามเป็นมัดๆ ใช้นิ้วแหวกร่องสาวออก จังหวะลมหายใจร้อนแรงเป่ารดลงไป ข้าเสียววูบจนร้องครางออกมาเมื่อเขาค่อยๆ แยงนิ้วเข้าไปจนมิด“อ๊ะ อา...”เขาดูดยอดถันของข้าพร้อมกับสอดนิ้วเข้า
“อึ่กก... หยุดนะ”“ข้าคิดถึงเจ้าทุกวัน” เขากระซิบ ขยับแรงขึ้น ถูไถไปมาช้าๆ บางจังหวะก็งัดเสยจนข้าร้องอู้อี้ มือแกร่งจึงเลื่อนลงไปสำรวจ แตะนิ้วตรงกลีบเสียวแล้วชูขึ้นมาให้ข้าเห็น“แฉะสุดๆ เลยนะ ตอนที่เจ้ากระหายข้า เจ้าแฉะเช่นนี้เสมอหรือไม่”“ยะ...หยุดพูดจาหยาบโลนเช่นนั้น” ข้าก้มลงมองเนื้อตัวของตัวเอง







