สัญญาวิวาห์สวาท

สัญญาวิวาห์สวาท

last updateLast Updated : 2026-04-17
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
83Chapters
909views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

คุณหนูเจี่ยจินฮวา บุตรีของขุนนางแห่งลั่วหยาง นางงดงามดุจดอกไม้แรกแย้ม ไร้เดียงสาและไม่เคยแปดเปื้อนราคี ชีวิตพลันพลิกผันในชั่วข้ามคืน นางต้องร่วงหล่นลงสู่หอคณิกา ร้องรำขายเสียงเพลง ความรักคือสิ่งไร้สาระ จะมีใครเล่าที่จริงใจต่อคณิกา จนกระทั่งพบบุรุษลึกลับ ผู้ซึ่งแวะเวียนมาสดับฟังเสียงพิณทุกค่ำคืน หัวใจที่เคยคิดว่าปิดตายไปแล้วก็บังเกิดแรงสะท้านครั้งใหญ่!!

View More

Chapter 1

บทนำ 1

คำเตือน

ผลงานนามปากกา ศศิชา เป็นงานเขียนแนว

PWP (P**n without plot)

สำนวนดิบเถื่อน พล็อตหมิ่นเหม่ ไม่แนะนำสำหรับผู้อ่านที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

กรุณาอ่านตัวอย่างก่อนตัดสินใจ

-------------------------------------------------------

บทนำ

        ไม่นะ...

ได้โปรดเถิด... โปรดช่วยทุกคนด้วย... ใครก็ได้...

        ข้าพร่ำละเมอถ้อยคำเหล่านี้ซ้ำๆ ในความฝัน แต่ก็หาได้มีผู้ใดตอบรับคำอ้อนวอนนั้น ข้าสู้ตะโกนสุดชีวิตและพยายามดิ้นรนมีชีวิตในกรงขัง แต่เหมือนมีเพียงข้าที่ได้ยินเสียงของตัวเอง ทำได้เพียงเฝ้ามองคนที่รักถูกฉุดกระชากไปไกล

        พี่ชาย น้องชายและญาติพี่น้องทั้งหลายถูกใส่ตรวนที่ข้อเท้า ล่ามโซ่เดินเรียงรายไปตามถนนกรวด พวกเขาต่างก้มหน้า ก้าวขาอันอ่อนล้าไปอย่างเชื่องช้าไร้จุดหมาย ข้าพยายามจะร้องเรียก พยายามเขย่าลูกกรงสุดแรง แต่ก็หาได้ช่วยอันใด

        ถนนกรวดที่พวกเขาเดินก้มหน้ากันอยู่นั้นวนรอบลานประหาร มีเพชฌฆาตสองคนกำลังร่ำสุราจนหน้าแดงก่ำ เตรียมตัวรอคำสั่ง ท่านพ่อของข้าสวมชุดนักโทษ คุกเข่าอยู่กลางลาน ข้าตะโกนขอความเมตตา แต่ทว่าเพชฌฆาตลุกขึ้น หยิบดาบแล้วดึงเอาป้ายนักโทษที่เสียบอยู่ด้านหลังออก ก่อนจะเงื้อดาบขึ้น

        ศีรษะของท่านพ่อกระเด็นหลุด

ส่วนท่านแม่ของข้าเป็นลมล้มลงอยู่ตรงนั้น

        ข้าร้องไห้แทบขาดใจ ได้โปรดเถอะ สกุลเจี่ยของข้าถูกใส่ร้าย ท่านพ่อของข้าเป็นตงฉินมือสะอาด ไม่เคยแม้แต่จะรับของขวัญหรือเงินทองจากผู้ใด ท่านพ่อตรากตรำทำงานตั้งแต่เช้าจนดึกดื่น ออกตรวจพื้นที่ เขียนรายงานส่งเข้าวังหลวง ท่านพ่อเคาะประตูบ้านทุกหลังในเขตที่ท่านพ่อข้าดูแล ช่วงสองปีมานี้การเพาะปลูกล้มเหลว ชาวบ้านอดอยากยากแค้น ท่านพ่อจึงอนุโลมผ่อนผันไม่เก็บภาษี ทว่ากลับเป็นเหตุให้คนชั่วใส่ร้ายว่าท่านยักยอก ไม่ส่งภาษีเข้าคลังหลวง

        การตัดสินเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะให้โอกาสอุทธรณ์ใดๆ

        คนในสกุลเจี่ยที่เป็นชายทุกคนถูกเนรเทศไปชายแดน ทำงานเป็นแรงงานใช้แรงหนัก ส่วนหญิงหากยังไม่ออกเรือนให้ตกเป็นคณิกา ที่เหลือให้จำหน่ายเป็นคนรับใช้ ในความฝันของข้านั้นเสี่ยวหมิง น้องชายของข้าพยายามวิ่งมากอดท่านแม่แต่ถูกทหารทุบตีอย่างทารุณ ไล่ต้อนให้กลับเข้าแถวเดินเป็นวงกลมรอบลานประหารนั้นโดยไม่มีที่สิ้นสุด   

ข้าลืมตาขึ้นทุกครั้งในยามเช้าพร้อมน้ำตาอาบแก้ม ใบหน้างามหมดจดหมองเศร้า ข้ามิใช่คุณหนูสกุลเจี่ยอีกต่อไปแล้ว จากนี้ไปจนชั่วชีวิตหรืออย่างน้อยมีชายใดสักคนสนใจซื้อตัวข้าไปบำเรอ ข้าถึงจะมีสิทธิ์ก้าวออกไปจากที่นี่ แต่มันก็เป็นเพียงย้ายจากกรงหนึ่งไปอีกกรงหนึ่งเท่านั้นเอง

“ฮวาเอ๋อร์ วันนี้เจ้าจะต้องทำงานได้แล้ว คอยดูพวกรุ่นพี่ก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

หญิงที่ข้าเรียกว่าท่านแม่นั้นเป็นแม่เล้าชื่อเหยาหนี่ว์ นางทั้งอ้วนทั้งละโมบ ท่าทางมีจริตจะก้าน นางแต่งกายอย่างประณีตและมีผู้ติดตามหน้าตาขึงขังถึงสามคน ในเมืองลั่วหยางไม่มีหอชิงโหลวใดสู้หอเหมยเขียวของนางได้ แขกที่มาเยือนหอเหมยเขียวจึงล้วนแล้วแต่เป็นผู้สูงศักดิ์ ขุนนางใหญ่ไม่ก็มหาเศรษฐี ตอนที่ข้าถูกทางการคุมตัวมาที่นี่ เหยาหนี่ว์ถึงกับร้องอุทานเมื่อเห็นโฉมของข้า นางกล่าวว่าความงามของข้าจะเขย่าเมืองลั่วหยางทั้งเมืองให้ปั่นป่วน

“อายุเพียงสิบห้าก็งามไร้ที่ติ ย่อมต้องได้ราคาดีแน่ เจ้าจะกลายเป็นคณิกาเลื่องชื่อ จำไว้ หากเจ้าตั้งใจเรียนรู้ ขุนนางและคนใหญ่คนโตทุกแว่นแคว้นล้วนสยบอยู่ใต้กระโปรงเจ้า”

“ขนาดนางยังมิได้ออกไปอวดโฉม ใต้เท้าจ้าวชิง ใต้เท้าหวังก็พร่ำถามมิได้ขาดปาก แม้แต่ท่านอ๋องสามก็ปรารถนาจะรู้จักนาง เมื่อคืนคิดถูกจริงๆ ที่ให้นางเล่นพิณอยู่หลังม่านมุก บรรดาใต้เท้าทั้งหลายแทบคลั่งกันไปหมด”

“นางงามพร้อมทั้งรูปและศิลปะ แค่เห็นเพียงเงาก็ชวนให้นึกรัก”

“ฮวาเอ๋อร์มีความสามารถทั้งศาสตร์และศิลป์ ไม่เพียงเชี่ยวชาญการขับขานและระบำรำฟ้อน ยังชำนาญเพลงพิณ แค่พื้นเพเป็นถึงบุตรีท่านเสนาบดีเจี่ย ผู้ชายทั้งหลายก็กระสันอยากชิมกันทั้งนั้น”

“ใต้เท้าจ้าวชิงถึงกับเสนอเงินสามพันตำลึง ทองอีกหนึ่งหีบและไข่มุกหนึ่งชาม ขอซื้อตัวฮวาเอ๋อร์”

“หึๆ นั่นช่างน้อยนัก อ๋องสามทรงเสนอมากกว่าสามเท่า”

ข้านั่งนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องขณะปล่อยให้พวกนางช่วยเกล้าผมและแต่งหน้าให้ข้าราวกับตุ๊กตา ผู้คนพูดถึงความงามของข้าว่างามดั่งไข่มุกบูรพา ผิวพรรณเนียนละเอียด ริมฝีปากแดงอิ่ม เรือนร่างบริสุทธิ์ไร้ราคี ข่าวคุณหนูคนงามดุจนางฟ้าตกต่ำกลายเป็นหญิงนางโลมแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง แต่ข้ากลับรู้สึกขมขื่นใจ ใต้เท้าจ้าวชิง ใต้เท้าหวังและขุนนางที่พวกเขาพูดถึงอายุคราวบิดาของข้าทั้งสิ้น ข้าเคยได้รับทาบทามให้ดูตัวกับบุตรชายของพวกเขาด้วยซ้ำ

“เอาล่ะ แต่งตัวพร้อมแล้ว เหล่าคุณชายทั้งหลายกำลังรอเจ้าอยู่”

“เจ้าค่ะ”

ข้าสวมแพรพรรณสีขาวพิสุทธิ์เนื้อบางเบา ทิ้งชายกระโปรงยาวลากพื้น ประดับเครื่องประดับไม่มากไม่น้อยแต่งามหรูหรา ประพรมน้ำหอมกุหลาบกลิ่นรัญจวน พวกเขาแต่งตัวให้ข้าเพื่อเพิ่มราคา ยิ่งข้าดูบอบบางน่าสงสารเท่าไหร่ก็ยิ่งกระตุ้นแรงกระหายของบุรุษเพศได้มากขึ้นเท่านั้น

“ไม่ต้องกลัว เจ้าขายเสียงเพลง มิได้ขายตัว”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
83 Chapters
บทนำ 1
คำเตือน ผลงานนามปากกา ศศิชา เป็นงานเขียนแนวPWP (P**n without plot)สำนวนดิบเถื่อน พล็อตหมิ่นเหม่ ไม่แนะนำสำหรับผู้อ่านที่อายุต่ำกว่า 18 ปีกรุณาอ่านตัวอย่างก่อนตัดสินใจ-------------------------------------------------------บทนำ ไม่นะ... ได้โปรดเถิด... โปรดช่วยทุกคนด้วย... ใครก็ได้... ข้าพร่ำละเมอถ้อยคำเหล่านี้ซ้ำๆ ในความฝัน แต่ก็หาได้มีผู้ใดตอบรับคำอ้อนวอนนั้น ข้าสู้ตะโกนสุดชีวิตและพยายามดิ้นรนมีชีวิตในกรงขัง แต่เหมือนมีเพียงข้าที่ได้ยินเสียงของตัวเอง ทำได้เพียงเฝ้ามองคนที่รักถูกฉุดกระชากไปไกล พี่ชาย น้องชายและญาติพี่น้องทั้งหลายถูกใส่ตรวนที่ข้อเท้า ล่ามโซ่เดินเรียงรายไปตามถนนกรวด พวกเขาต่างก้มหน้า ก้าวขาอันอ่อนล้าไปอย่างเชื่องช้าไร้จุดหมาย ข้าพยายามจะร้องเรียก พยายามเขย่าลูกกรงสุดแรง แต่ก็หาได้ช่วยอันใด ถนนกรวดที่พวกเขาเดินก้มหน้ากันอยู่นั้นวนรอบลานประหาร มีเพชฌฆาตสองคนกำลังร่ำสุราจนหน้าแดงก่ำ เตรียมตัวรอคำสั่ง ท่านพ่อของข้าสวมชุดนักโทษ คุกเข่าอยู่กลางลาน ข้าตะโกนขอความเมตตา แต่ทว่าเพชฌฆาตลุกขึ้น หยิบดาบแล้วดึงเอาป้ายนักโทษที่เสียบอยู่ด้านหลังออก
Read more
บทนำ 2
“ไม่ต้องกลัว เจ้าขายเสียงเพลง มิได้ขายตัว”สาวงามในหอนางโลมจะคอยบำเรอศิลป์ซึ่งเป็นการขับลำนำทำดนตรีเป็นสำคัญ แบ่งเป็นเกอจี้ คีตคณิกาผู้ขายเสียงเพลง อู่จี้คือพวกฟ้อนรำหรือนาฏคณิกา ซือจี้คือกวีคณิกาซึ่งเป็นพวกแต่งบทกวี ส่วนต่ำชั้นที่สุดคือจิ่วจี้ เมรัยคณิกาผู้ทำหน้าที่เป็นเพื่อนดื่มเหล้าขายศิลปะไม่ขายตัว ข้าได้ยินนางกล่าวเช่นนี้เสมอ แต่ข้ารู้ดีว่ามันไม่จริง“เจ้ามีความสามารถทั้งร่ายรำ ขับร้องแต่งกวีและเล่นดนตรี นับว่าหาได้ยากยิ่ง รูปร่างหน้าตางามสะพรั่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีสง่าราศี เจ้ายิ่งล้ำค่า”แม้ว่าข้าจะเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรีในหอนางโลม แต่ที่นี่คือหอคณิกา แหล่งกามารมณ์ของพวกผู้ชาย หากขายแต่เสียงเพลงจริง ข้าคงไม่ต้องแต่งกายบางเบา ผ้าแพรใสประคองรัดสองเต้าจนอวบอูม เห็นยอดถันสีชมพูสดสวย ชูช่อดุจดอกบัวตูม ข้าอายจึงประคองกอดพิณบังเอาไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก พอเงยหน้าขึ้นจึงได้เห็นหญิงงามวัยดรุณีไปจนถึงวัยยี่สิบปลายๆ พวกนางแต่งกายงดงาม เปิดเผยเนื้อตัวกันโดยไม่เคอะเขิน พวกนางนั่งจับกลุ่มพูดคุยและหัวเราะต่อกระซิกกันเหยาหนี่ว์เลี้ยงเด็กสาววัยขบเผาะไว้มากมาย ฝึกกิริยา
Read more
บทนำ 3
ข้าเดินผ่านหอหยก เป็นตึกที่ใหญ่ที่สุด คึกคักที่สุด ใช้ต้อนรับลูกค้ากระเป๋าหนักทั่วไป ชั้นล่างกับชั้นสองเป็นที่ดื่มกินและจัดแสดง ส่วนชั้นบนสุดเป็นห้องลิ้มรสสาวพรหมจรรย์ ใครคิดจะขึ้นชั้นสามต้องจ่ายขั้นต่ำสามพันตำลึงเพื่อลิ้มรสสวรรค์แสนบริสุทธิ์ นักเที่ยวชั้นสูงทั้งหลายต่างมุ่งตรงมาที่นี่ทั้งนั้น เงินทองและของงามหรูเป็นเพื่อนแท้ของผู้หญิงในหอเหมยเขียวงั้นหรือ ข้าพยายามทำความเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ“เจ้าอาจจะคิดว่าข้าใจร้าย หากินบนเนื้อหนังของพวกเจ้า แต่ขอบอกเลยว่ามีสาวๆ มากมายที่ได้เข้าวังไปเป็นนางสนม บางคนถูกซื้อตัวไปตบแต่งมีหน้ามีตา อย่างเลวก็ถูกซื้อไปเป็นนางบำเรอของขุนนางมหาเศรษฐี ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปจนตาย”“การพลีกายให้คนที่ไม่ได้รัก จะเป็นความสุขได้อย่างไร การเป็นนางบำเรอฐานะต่ำกว่าภรรยาน้อย แค่สูงกว่าหญิงรับใช้เท่านั้น”“กล่าวเช่นนี้แสดงว่าเจ้ามีคนในใจแล้วสินะ หากมีเขารักเจ้าจริง ต้องการซื้อตัวเจ้าออกไป ข้าก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ หึๆ”เหยาหนี่ว์ตั้งค่าตัวสาวพรหมจรรย์เช่นข้าไว้แล้ว หากชายใดกล้าจ่ายก็จะได้ลิ้มรสข้าหนึ่งราตรี และราคาเปิดประมูลเริ่มต้นที่หนึ่งแสนตำลึง ผู้ชนะการประมูลจะมีสิทธ
Read more
บทที่ 1 ขายเสียงเพลง 1
บทที่ 1 ขายเสียงเพลงใต้เท้าจ้าวชิงเป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบต้นๆ รูปร่างองอาจสูงสง่า ใบหน้าคมสันไว้หนวดเคราดูภูมิฐาน แววตาคมกริบตามวิสัยขุนนางชั้นผู้ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ข้าเคยพบใต้เท้าจ้าวชิงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เขาอุ้มข้าและเด็ดดอกไม้ที่อยู่สูงให้ บางทีก็มีตุ๊กตาไม้แกะสลักที่ทำด้วยตนเองมาฝาก ยามใดที่ใต้เท้าจ้าวชิงมาดื่มสังสรรค์ที่บ้าน ข้าก็จะชอบดื้อนั่งตักของเขาจนหลับคาอกเขาเสมอ กระทั่งข้าถึงวัยปักปิ่นจึงมิสะดวกพบกันอีก ยามนี้ข้าจึงรู้สึกอยากจะร้องไห้ด้วยความอับอาย“วันนี้ฮวาเอ๋อร์จะบรรเลงเพลงพิณแด่ใต้เท้าเป็นเวลาสองชั่วยาม เด็กคนนี้ยังไม่รู้ประสีประสา ฝากใต้เท้าช่วยอบรมสั่งสอนด้วยเจ้าค่ะ”“ออกไปได้”“เจ้าค่ะ” เหยาหนี่ว์ยิ้มแย้มพลางสั่งให้สาวใช้ช่วยกันยกสุราอาหารเข้ามา และล่าถอยออกไปอย่างรู้งาน ก่อนไปนางก็กระซิบกำชับข้า “ใต้เท้าจ้าวชิงยอมจ่ายห้าพันตำลึงเพื่อซื้อเสียงเพลงเจ้า อย่าทำให้ข้าผิดหวังเด็ดขาด”เสียงปิดประตูดังตามหลัง มีชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นคนของเหยาหนี่ว์เฝ้าและคอยเงี่ยหูฟังอยู่ด้านนอก ส่วนข้ายังคงก้มหน้าและยอบกายอยู่เช่นเดิม“ฮวาเอ๋อร์รีบลุกขึ้น” ใต้เท้าจ้าวถอนหายใจพลางประคองข้
Read more
บทที่ 1 ขายเสียงเพลง 2
หยาดน้ำซึมเซาะจนเปียกชุ่ม เนื้อผ้าที่บางใสอยู่แล้วจึงยิ่งแนบเนื้อนวล จนเห็นได้ชัดว่าข้ามิได้สวมชั้นใน แพรพรรณฉ่ำๆ รัดรึงทุกสัดส่วนชัดแจ้ง โดยเฉพาะกลีบสวาทเกลี้ยงเกลาไร้ขน ปทุมถันขบเผาะตั้งเต้าชวนให้ใช้นิ้วบีบคลึง ท่านลุงอุ้มข้าให้นั่งที่โต๊ะสำหรับบรรเลงเพลงพิณ พร้อมเปิดหน้าต่างให้กว้างเพื่อให้ข้าต้องลมเย็น“เพียงเท่านี้เจ้าก็จะล้มป่วย นางเหยาหนี่ว์ก็ต้องยืดเวลาเปิดประมูลออกไป อดทนหน่อยนะฮวาเอ๋อร์”“จะ...เจ้าค่ะ” ข้าหนาวสั่น พยายามจะกอดตัวเองเพื่อปิดบังเนื้อหนัง แต่ท่านลุงสั่งห้าม บอกให้เสื้อคลุมสีขาวเนื้อบางออกด้วยซ้ำ“เจ้าต้องอดทน อย่าได้ยอมแพ้ง่ายๆ คิดเสียว่าทำเพื่อเฉินฟง เราต้องทำให้สมจริง ประเดี๋ยวใกล้ครบสองชั่วยาม ก็ให้เจ้ากระโจนลงสระ ลุงต้องแน่ใจว่าเจ้าจะต้องป่วยถึงขั้นนอนซม มิฉะนั้นนางเหยาหนี่ว์คงไม่ยอมแน่”“หลานทราบแล้ว”“ถ้าเจ้าหนาว นั่งตักลุงดีหรือไม่ อาการไข้จะได้ไม่สะเทือนถึงชีพจรมากเกินไป”“หลานโตแล้วนะเจ้าคะ เกรงว่าจะไม่เหมาะ”“ลุงเห็นเจ้าเป็นลูกสาวตัวน้อย อย่าได้คิดมากเลย มาเถอะ เมื่อก่อนเจ้าออกจะดื้อร้องขอนั่งตักลุงเสมอ เจ้าไม่ไว้ใจลุงหรือ”ข้านึกชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เม
Read more
บทที่ 1 ขายเสียงเพลง 3
“ทะ...ท่านลุง”“ชู่ว เจ้าไม่อยากออกไปจากหอเหมยเขียวหรือ”“ยะ...อยากเจ้าค่ะ”“เจ้าจงเล่นเพลงต่อไปอย่าได้หยุดเด็ดขาด ลุงจะช่วยคลายหนาวให้เจ้าเอง”“ตะ...แต่ อ๊ะ”“ชู่ววว... ไม่ต้องห่วง เฉินฟงไม่ว่าอะไรหรอก”ข้ายังคงขยับปลายนิ้วดีดสายพิณต่อไป แต่จังหวะเริ่มสั่นไหวไม่มั่นคง ท่านลุงป้อนสุราให้ข้าด้วยจุมพิต กระหวัดปลายลิ้นดุนดันเข้ามาในอุ้งปากน้อยๆ พร้อมป้อนสุราอุ่น สองเต้าของข้าถูกลวนลาม เขาใช้นิ้วชี้สะกิดยอดถันเด็กสาวรัวแรงราวกับกำลังดีดไปตามบทเพลงที่ข้าเล่น“อึ่กก... อา...”“จูบแรกสินะ”“เจ้าค่ะ” ข้ากระซิบแทบริมฝีปากท่านลุง“อูยย... ดียิ่งนัก ฮวาเอ๋อร์น่ารักเหลือเกิน” ยอดถันของข้ากำลังถูกนิ้วของท่านลุงดีด สะกิดถี่ๆ ท่อนหอกที่ถูไถร่องก้นของข้าก็ขยับแรงขึ้นจนตัวข้ากระเด้งลอย ข้าสับสนแต่ร่างกายข้าตอบสนองอย่างเร่าร้อน แอ่นกายคดโค้งและเผยอริมฝีปาก ตวัดลิ้นเข้าหากัน มันรู้สึกดีแปลกๆ แต่ส่วนลึกก็ร้องเตือนให้ข้าหยุด แต่ข้าไม่อาจหยุดได้เลย นี่เป็นแผนการตบตาคนที่เฝ้าข้างนอกหรือเปล่านะ หากข้าไม่โอนอ่อนตามใจ ท่านลุงจะเคืองโกรธไม่ช่วยไถ่ตัวข้าหรือไม่“ซี้ดด อา...”ท่านลุงครางกระเส่าขณะลงมือลวนลามข้า เ
Read more
บทที่ 2 เด็กโง่ 1
บทที่ 2 เด็กโง่อาณาบริเวณหอเหมยเขียวตั้งอยู่ที่เชิงเขา ยามเช้าจึงมีสายหมอกเบาบาง หากเดินขึ้นบันไดหินอ่อนสู่โถงงานเลี้ยงบนยอดหอ จะรู้สึกเบาหวิวราวกับเซียนเทพ ดังนั้นผู้คนจึงเอ่ยเรียกหอเหมยเขียวว่า ‘สรวงสวรรค์’ มีความหมายทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่สำหรับข้าแล้ว ที่แห่งนี้คือคุกแผนการของท่านลุงสำเร็จด้วยดี ข้าล้มป่วยนอนซมมีไข้สูง นางเหยาหนี่ว์จึงต้องจำใจเลื่อนงานประมูลพรหมจรรย์ของข้าไปอีกสิบวันข้างหน้าแทน ต่อลมหายใจให้ข้าได้รักษาเนื้อตัวไว้ให้พี่เฉินฟงข้าหลับตาลง เมื่อนึกถึงสิ่งที่ท่านลุงกระทำต่อข้า สองแก้มของข้าก็ร้อนผ่าว ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าเหตุใดจึงยอมให้ท่านลุงฉีดน้ำกามราดรดกลีบสาว มันคือน้ำกามของพี่เฉินฟงจริงๆ หรือ ข้าสับสนจนคิดอะไรไม่ออกเลยตอนนี้ท่านแม่กับทุกคนจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ข้าคิดเลื่อนลอย ท่านลุงจ้าวชิงคงจะดูแลท่านแม่กับน้องๆ ในจวนของท่านลุงเป็นอย่างดี ส่วนพี่ชายของข้าที่ถูกเนรเทศไปใช้แรงงาน พวกเขาคงจะปลอดภัย“ฮวาเอ๋อร์ ลุงมาเยี่ยมเจ้า”“ท่านลุง... อ๊ะ... อ๊า...”ท่านลุงจ้าวชิงยอมจ่ายเงินทองมากมายเพื่อมาเยี่ยมข้าถึงเตียง อาศัยจังหวะที่สาวใช้ออกไป ลงมือฟอนเฟ้นโนมเนื้อเต
Read more
บทที่ 2 เด็กโง่ 2
“ตรงนั้น ตรงที่ท่านลุงเลียมันหวิวๆ อ๊ะ อ๊า มันแฉะใหญ่แล้ว”“แล้วชอบมั้ยล่ะจ๊ะ”“มะ...ไม่รู้”“หึๆ ฮวาเอ๋อร์ของลุงสีชมพูสวย สดมาก น้ำออกเยอะดีสุดๆ ลุงรักเจ้า อา... ฮวาเอ๋อร์ วันนี้ให้ลุงสอดใส่นะจ๊ะ”“อา... อา...” ความต้องการของข้าวิ่งพล่านไปทั่วกายจนแสดงออกด้วยการแอ่นนมแอ่นโหนกเนินให้ท่านลุงลิ้มลองเต็มที่ ข้าไร้เรี่ยวแรง และมีความรู้สึกอ่อนไหว น้ำหวานแตกทะลักทลายแต่ข้าผลักท่านลุงออก“ท่านแม่กับน้องๆ ของข้าเล่าเจ้าคะ แล้วเงินที่ท่านลุงรับปากว่าจะไถ่ตัวข้า ขาดเหลืออีกมากเพียงใด”“พวกนางสบายดี เจ้าหยุดถามซ้ำๆ ซากๆ เสียทีเถอะ ข้ายอมเสียเงินตั้งห้าพันตำลึงเพื่อมาพบเจ้าเชียวนะ เฉินฟงฝากให้ข้าชื่นใจเยอะๆ หรือว่าเจ้าไม่ต้องการแต่งงานกับเขาแล้ว จะให้ข้ากลับไปเสียเดี๋ยวนี้ก็ได้นะ”“ไม่ ไม่นะ”“ฮวาเอ๋อร์เด็กดี จงรีบอ้าขาให้ลุงจ่อรูสิ หรือว่าเจ้าไม่อยากให้ลุงช่วยเจ้าแล้ว”“จะ...เจ้าค่ะ ข้ายอมแล้ว”ท่านลุงจับข้านั่งตัก มือหนึ่งช้อนเต้านมมาบีบเล่น ส่วนอีกมือแหวกร่อง เปิดทางให้แท่งหยกสอดเข้าไปในรูสาวแน่นปั๋ง“อา... หัวดุ้นมุดเข้าไปแล้วนะจ๊ะ ฮวาเอ๋อร์แน่นมากเลย ลุงจะค่อยๆ ดันเข้าไปอีกนะ”“อ๊า... อ๊า.
Read more
บทที่ 2 เด็กโง่ 3
และแล้วสองสามวันต่อมาก็มีคนฝากจดหมายมาให้ข้าฉบับหนึ่ง เมื่อเปิดออกอ่านก็พบว่าเป็นจดหมายลายมือของท่านแม่ ข้าตื้นตันใจนัก รีบอ่านทีละตัวอักษรราวกับพื้นทรายแห้งแล้งกระหายน้ำถึงฮวาเอ๋อร์ลูกรักแม่หวังว่าเจ้าจะสบายดี แม่และน้องๆ ของเจ้าพักอาศัยอยู่ที่ตรอกโรงเชือด และเริ่มเรียนรู้การสานรองเท้าจากฟางแห้งออกขาย เสี่ยวฉีกำลังป่วยหนักมาก อาการไม่สู้ดีเลย แม่ติดต่อบรรดาญาติและมิตรสหายของท่านพ่อแล้ว ไม่มีผู้ใดยื่นมือช่วยเหลือ แม่รู้ว่าเจ้าเองก็คงจะกำลังลำบาก แต่แม่สิ้นหนทางแล้วจริงๆ หวังว่าเจ้าจะได้รับจดหมายนี้และฝากเงินมาให้โดยเร็วแม่“จะ...จดหมายนี้ คนที่เขียนฝากมานานแล้วใช่หรือไม่”“ผิดแล้ว นางเพิ่งเขียนและฝากข้ามาให้ท่านเมื่อเช้านี้” คนส่งจดหมายซึ่งเป็นเด็กตอบซื่อๆ“นาง... สบายดีหรือไม่”“ไม่รู้สิ เป็นยายแก่ผมหงอกหมดหัว เดินกะเผลกๆ แต่งตัวมอซอ” ข้ารู้สึกราวกับถูกเข็มนับพันนับหมื่นพุ่งปักเข้ามาในอก ท่านลุงจ้าวโกหกข้า?!!โกหก!โกหกทุกถ้อยคำ!!!ข้ากำจดหมายฉบับนั้นไว้แนบอก แข็งใจหยิบเงินที่มีทั้งหมดจำนวนไม่มากส่งให้เด็กคนนั้นพร้อมกำชับทั้งน้ำตา “นี่เป็นเรื่องความเป็นความตาย จงนำเงินนี้ไปมอบให้
Read more
บทที่ 3 ท่านหมอช่วยรักษา 1
บทที่ 3 ท่านหมอช่วยรักษาสามวันต่อมา...“อาการของเจ้าเริ่มดีขึ้นมากแล้ว” ท่านหมอเหวินตรวจชีพจรของข้าพลางสั่งให้ลูกศิษย์จัดเทียบยาให้สาวใช้ ข้าไม่ต้องการหายป่วยจึงจับมือท่านหมอไว้ อ้อนวอนขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ท่านอาหมอ โปรดช่วยข้าด้วยเถิด ข้าไม่ต้องการขายพรหมจรรย์”“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่”“ท่านอาหมอ...” ข้าบีบมือท่านหมอเหวิน เขาเป็นหมอหลวงฝีมือเก่งกาจและเคยรักษาครอบครัวข้ามานาน คุ้นเคยกับสกุลเจี่ยไม่น้อย เทศกาลปีใหม่ สารทจีนหรือมีเรื่องมงคลใดก็เชิญท่านหมอเหวินมาร่วมงานที่บ้านไม่เคยขาด “ท่านพ่อของข้ารู้จักท่านอาหมอตั้งแต่ข้ายังไม่เกิด ท่านโปรดเมตตาข้าเถิด มีวิธีทำให้ข้าป่วยไปเรื่อยๆ โดยที่พวกเขาไม่สงสัยหรือไม่”ข้าร่ำไห้ และค่อยๆ เรียนรู้ว่าน้ำตาคืออาวุธของสตรี ในเมื่อหวังพึ่งท่านลุงจ้าวชิงไม่ได้ ข้าก็ต้องร้องขอจากผู้อื่น เมื่อเห็นข้าโศกตรม ท่านหมอเหวินก็ใจอ่อนไปแล้วแปดส่วน ยิ่งเห็นข้าอ่อนแอไร้ทางสู้ก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างขึ้นมา ท่านหมอจึงกวาดมองใบหน้าหวานซึ้งของเด็กสาวคราวลูก“ข้ารู้จักเจ้ามาตั้งแต่อยู่ในท้องมารดา ข้าจะช่วยเจ้าเอง”“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านอาหมอ”ท่านหมอเหว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status