Beranda / โรแมนติก / สัญญาในอ้อมกอด / ตอนที่ 5 พาไปส่ง...แต่ไม่ได้พาไปไกลจากใจ

Share

ตอนที่ 5 พาไปส่ง...แต่ไม่ได้พาไปไกลจากใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-05 00:49:23

ท้องฟ้ายามเย็นค่อย ๆ กลืนแสงแดดจนกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม

เสียงวินมอเตอร์ไซค์ดังสลับกับเสียงรถยนต์บนถนนที่เริ่มแน่นขึ้นในเวลาเลิกงาน

นิรินยืนอยู่หน้าหอในมือถือกระเป๋าผ้าใบเล็ก เสื้อผ้าและของใช้ที่เธอเตรียมไว้สำหรับ “นัด” คืนนี้

วันนี้เธอมีแขกอีกคนเวลาทุ่มตรงสถานที่...โรงแรมเดิมพี่บอยขี่วินมาจอดตรงหน้าโดยไม่ถาม ไม่ทัก

เขาแค่ยื่นหมวกกันน็อกให้เธอเหมือนทุกครั้ง

“ไปเลยไหม”

น้ำเสียงเขาราบเรียบเหมือนเคยแต่แววตา...กลับดูอ่อนกว่าเมื่อคืนบนรถ ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีบทสนทนา

มีแค่ลมหายใจของทั้งสองคนที่พัดผ่านกลางอากาศเย็น ๆเธอกอดเอวเขาแน่นกว่าทุกครั้ง

แต่เขาไม่พูดสักคำเมื่อถึงหน้าโรงแรมพี่บอยจอดรถตรงจุดเดิม เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

นิรินลงจากรถช้า ๆ แล้วคืนหมวกกันน็อกให้เขา

“ขอบคุณนะคะ...”เธอพูดเบา ๆ เหมือนกลัวเขาจะได้ยินแต่พี่บอยแค่พยักหน้า ไม่ยิ้ม ไม่ถาม

ไม่มีคำว่า “ใคร”ไม่มีคำว่า “กี่โมงจะกลับ”เขาแค่มองเธอแล้วพูดเพียงคำเดียว...

“ฝนจะตก...อย่าลืมพกร่ม”

นิรินยืนมองรถวินของเขาขี่ห่างออกไปจากลานหน้าโรงแรมใจเธอกลับหนักกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะงานคืนนี้

แต่เพราะผู้ชายคนนั้นไม่พูดอะไรเลยทั้งที่เธอรู้ว่าเขารู้เขารู้...ว่าเธอกำลังจะไปเป็นของคนอื่นอีกครั้ง

แต่ก็ยังเลือกจะไปส่งและไม่ซัก ไม่ถามเพราะกลัวเธอจะลำบากใจ

เพราะความเงียบแบบนี้แหละ...มันดังจนเธอไม่กล้าพูดอะไรเลย

ห้องพักโรงแรมเดิมกลิ่นแอร์แบบเดิมเตียงผ้าขาวเดิม…ที่นิรินไม่รู้สึกสะอาดอีกต่อไป

เธอนั่งแต่งหน้าเบา ๆ หน้ากระจกลูกค้ายังไม่ขึ้นมา แต่ส่งข้อความมาแล้วว่า “ถึงแล้ว อยู่ล็อบบี้ กำลังขึ้น”

เธอถอนหายใจ…ไม่ได้เพราะไม่อยากทำแต่เพราะ ใจเธออยู่ที่อื่นแล้ว

ร่างกายเธอเหมือนทำงานอัตโนมัติคำพูดแบบเดิมสีหน้าแบบเดิม

แม้กระทั่งจังหวะบนเตียง...ก็ยังเป็นจังหวะเดิมที่เธอเคยชิน

แต่มันไม่เหมือนเดิมเลยเพราะทุกครั้งที่หลับตา...เธอกลับนึกถึงเสียงลมหายใจของ พี่บอย

สองชั่วโมงผ่านไปลูกค้ากลับเธอล้างหน้าแต่งตัวใหม่

เช็ดริมฝีปากเบา ๆ พร้อมเสียงถอนใจอีกครั้ง

แล้วก็เดินออกจากห้อง เหมือนคนที่วิญญาณยังไม่กลับเข้าร่าง

ประตูโรงแรมเปิดออกอากาศข้างนอกเย็นสลับฝนเธอยืนลังเลว่าจะโบกวินกลับดีไหม

แต่ยังไม่ทันยกมือถือขึ้นเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังเบา ๆ จากด้านข้าง

พี่บอยจอดวินอยู่ข้างฟุตบาทไม่พูดไม่ยิ้มไม่ก้มหน้า ไม่หลบตาเขาแค่ยื่นหมวกกันน็อกมาให้เธอเหมือนเคย

“หนู...นึกว่าพี่กลับแล้ว”

“ไม่ได้ไปไหน”

เสียงเขาสั้นแต่นุ่มกว่าเคยนิรินขึ้นซ้อนท้ายอย่างเงียบ ๆเธอกอดเอวเขาแน่น แน่นกว่าทุกครั้ง

เหมือนกำลังร้องขอให้เขาพาเธอออกจากชีวิตนี้เสียที

แม้จะยังไม่มีคำพูดไหนพูดออกมาจริง ๆตลอดทางกลับไม่มีคำถามว่า "ลูกค้าเป็นใคร"

ไม่มีคำพูดว่า "เหนื่อยมั้ย"ไม่มีแม้แต่คำว่า "อยู่ต่อมั้ย"แต่พี่บอยก็ไม่ขี่เร็วเหมือนเคย

เขาขี่ช้าลง ช้าพอให้เธอกอดเขาได้นานที่สุด

เมื่อถึงหน้าหอ

นิรินลงจากรถช้า ๆ แล้วหันมามองเขาเธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง...แต่พูดไม่ออก

มือของเขาขยับมาลูบหัวเธอเบา ๆ แล้วปล่อยลงเงียบ ๆ

“ถ้าหนูเหนื่อยเมื่อไหร่...ก็มองมา”

“พี่จะยังอยู่ตรงนี้”

แล้วเขาก็ขี่รถออกไป โดยไม่หันหลังกลับแต่นิรินกลับยืนอยู่หน้าหออีกนาน

นานจนฝนเริ่มตกเธอยังไม่ขยับเพราะหัวใจ...มันขยับไปหาเขาเร็วกว่าร่างกายเสียแล้ว

ฝนเริ่มโปรยเม็ดเล็ก ๆ ลงมาจากฟ้านิรินยังยืนอยู่ตรงหน้าหอพัก โดยไม่รู้ว่าตัวเองยืนนานแค่ไหน

เธอไม่ได้ร้องไห้

แต่หัวใจกลับแน่นเหมือนคนที่เพิ่งเสียอะไรไปบางอย่าง...ทั้งที่เธอก็กลับมาเหมือนทุกวัน

เสียงฝนตกใส่กระจกห้องข้างบนไฟถนนสลัวเธอยืนกอดแขนตัวเอง…ไม่ใช่เพราะหนาว

แต่เพราะรู้สึกเหมือนไม่มีใครเหลืออยู่ตรงนี้จนกระทั่งเสียงเครื่องวินก็ดังขึ้นอีกครั้ง

รถคันเดิมคนเดิมกลับมาจอดที่เดิมพี่บอยกลับมา…

เขาไม่พูดอะไร

ไม่ขอเหตุผลเขาแค่ดับเครื่อง แล้วเดินมาหาเธอร่มก็ไม่มี เสื้อก็ยังเปียกฝน

แต่เขาก็ยังคงเงียบแบบเดิมนิรินเงยหน้ามองเขา ดวงตาเธอสั่น

“หนู...ยืนอยู่ตรงนี้นานมั้ย?”

เธอถามเบา ๆ เหมือนเด็กหลงทางพี่บอยไม่ตอบ

เขาแค่ยื่นมือมากุมมือเธอไว้

ก่อนจะพาเธอเดินขึ้นบันไดทีละขั้น...กลับสู่ห้องเดิมเมื่อเข้าห้อง เขาไม่ได้เปิดไฟแรง

เปิดแค่โคมข้างเตียงสลัว ๆนิรินยืนนิ่งกลางห้อง เธอยังเปียกอยู่เล็กน้อย

มือของพี่บอยเอื้อมมาแตะแขนเธอเบา ๆ

แล้วค่อย ๆ ดึงเธอเข้าไปใกล้เขาไม่ได้ถามว่า “งานเป็นไง”

ไม่ได้ถามว่า “มีใครแตะตัวเธอมั้ย”ไม่แม้แต่จะบอกให้เธอไปอาบน้ำ

เขาแค่

กดจมูกลงบนหน้าผากเธอ...เบา ๆสัมผัสนั้นอุ่น อ่อนโยน และแน่นกว่าคำพูดใด ๆ

นิรินหลับตาลงน้ำตาไหลออกมาช้า ๆ ไม่ใช่เพราะเสียใจแต่เพราะเธอไม่คิดว่าจะมีใคร…ไม่ถามอะไรเลย

แต่ กลับเข้าใจเธอทั้งหมดเขากอดเธอแน่นขึ้น ไม่พูดปล่อยให้เธอร้องไห้แบบไม่มีเสียงในอ้อมแขนเขา

เขาเพียงแค่โอบกอดเธอไว้แน่น ปล่อยให้เธอซบหน้าลงกับอกของเขา นิรินหลับตาลง สูดดมกลิ่นกายของเขาที่ผสมผสานกับกลิ่นฝน มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยและให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด

จากนั้น พี่บอยก็ค่อยๆ กดจมูกลงบนหน้าผากเธอ...เบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่น อ่อนโยน และแน่นกว่าคำพูดใดๆ ราวกับจะผนึกทุกบาดแผลในหัวใจของเธอไว้

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของนิรินช้าๆ ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะเธอไม่คิดว่าจะมีใครสักคน...ที่ไม่ถามอะไรเลย แต่กลับเข้าใจเธอทั้งหมดได้มากขนาดนี้

เขากอดเธอแน่นขึ้น ปล่อยให้เธอร้องไห้แบบไม่มีเสียงในอ้อมแขนเขา ความเงียบในคืนนั้นไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดอีกต่อไป แต่มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ความห่วงใย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สัญญาในอ้อมกอด   ตอนพิเศษ อ้อมกอดยามค่ำคืน

    ค่ำคืนบ้านสวนที่สงบเงียบ แสงไฟสลัวในห้องนอนอาบไล้ผ้าม่านสีขาวให้ดูนุ่มนวล หนูนิดหลับสนิทอยู่ในเปลเล็กที่วางมุมห้อง เหลือเพียงพี่บอยกับนิรินที่ได้นอนเคียงกันในเตียงใหญ่นิรินหันมามองสามี ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ยังมีแววอบอุ่นที่คงเส้นคงวา เธอเอื้อมมือเล็กไปคว้ามือเขามากุม ก่อนค่อย ๆ ดันลงต่ำช้า ๆ“หนูคิดถึงพี่…” เสียงกระซิบแผ่วพร่าแฝงแรงปรารถนาพี่บอยเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาคมเข้มวูบไหว ก่อนที่ริมฝีปากจะโค้งขึ้น นิรินก้มหน้าลงช้า ๆ ใช้ความอ่อนโยนของเธอปลุกเร้าความเป็นชายของเขา ริมฝีปากอุ่นครอบลงแก่นกายที่แข็งร้อนขึ้นทุกทีเสียงลมหายใจของพี่บอยดังพร้อมกับจังหวะการดูดกลืนที่เร่งเร้า นิรินละเลียดไปตามความยาว ลิ้นนุ่มปาดชื้นจนแท่งอุ่นร้อนสั่นสะท้าน เขาเอื้อมมือหนาวางบนเรือนผมเธอ กดเบา ๆ คล้ายทั้งปลอบ ทั้งปรนเปรอ“หนู…” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ “รู้ตัวไหมว่าพี่แทบขาดใจ”นิรินเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายพราวระยิบ แววหวานผสานแรงรัก ก่อนจะกลับลงไปลิ้มรสอีกครั้ง จังหวะรุกเร้าทำให้พี่บอยสูดหายใจลึก ร่างกายเกร็งแน่น ความเสียวแล่นพล่านขึ้นจนถึงสันหลังเสียงลมหายใจของพี่บอยขาดห้วงขึ้นทุกท

  • สัญญาในอ้อมกอด   ตอนพิเศษ 5

    หลังจากหนูนิดลืมตาดูโลก ครอบครัวใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ อยู่พักใหญ่ จนวันที่พี่บอยตัดสินใจพากลับบ้านสวน ให้ลูกเติบโตท่ามกลางอากาศดีและความรักของทุกคนส่วนบ้านกับตึกที่กรุงเทพฯ เขาเลือกเก็บไว้ ฝากให้น้องกันต์ดูแลยามไปเรียนหรือมีงานในเมือง พี่บอยพูดเพียงสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ถือว่าพี่ฝากด้วยนะ”มันไม่ใช่แค่การมอบความรับผิดชอบ แต่คือการส่งต่อความไว้ใจและการซัพพอร์ทอย่างเต็มที่คาเฟ่รั้วเอียงในสวนมะม่วงยังคงคึกคักทุกวัน กลิ่นกาแฟหอมผสมกลิ่นใบไม้ เสียงหัวเราะใส ๆ ของหนูนิดที่หัดเดินเกาะรั้วไม้เอียง ทำให้ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวากันต์เพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ เข้ามาเห็นภาพตรงหน้าแล้วเผลอยิ้มออกมา ความเหนื่อยล้าจากการเรียนและงานที่แบกไว้เหมือนเบาลงทันที เขาก้มลงอุ้มหลานขึ้นมา หนูนิดหัวเราะคิกแล้วเอื้อมมือไปแตะจมูกน้าชาย ทุกคนในร้านหัวเราะตามเสียงเด็กไปพร้อมกันแม่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ยกมือปาดหางตาเล็กน้อยก่อนยิ้มกว้าง “แม่ไม่ห่วงอะไรอีกแล้ว…ขอแค่เห็นทุกคนอยู่พร้อมหน้าแบบนี้ แม่ก็สุขใจที่สุด”นิรินหันไปสบตาพี่บอย รอยยิ้มเธอสั่นไหวเล็กน้อยเพราะซึ้งจนพูดไม่ออก เขาเพียงยกแก้วกาแฟวางลงบนเคาน์เตอ

  • สัญญาในอ้อมกอด   ตอนพิเศษ 4

    หลังจากที่หนูนิดลืมตาดูโลก บ้านที่กรุงเทพฯ ของพี่บอยกับนิรินก็ไม่เคยเงียบเหงาอีกเลย ตลอดหนึ่งถึงสองปีนั้น คนเช่าตึกที่คุ้นเคยกันต่างแวะเวียนมาหาไม่ขาด ทั้งช่วยซื้อของเข้าบ้าน เอาของเล่นเด็กมาให้ หรือแค่แวะมานั่งคุยเป็นเพื่อนทั้งกลางวันหรือยามค่ำคืนหนูนิดค่อย ๆ โตขึ้น จากเด็กน้อยในผ้าอ้อม กลายเป็นเจ้าตัวเล็กที่เริ่มหัดเกาะคลานไปทั่วบ้าน เสียงหัวเราะใส ๆ ของเธอทำให้ทุกคนในบ้านมีพลังใจอย่างบอกไม่ถูกน้องกันต์ ตอนนั้นเพิ่งอายุยี่สิบเต็ม กำลังอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งต้องเรียน ทั้งต้องรับงานช่วยครอบครัว แต่ก็ไม่เคยหายหน้าจากบ้าน เขามักกลับมาหาหนูนิดเสมอ คอยอุ้ม คอยเล่น พอเห็นหลานหัวเราะก็ลืมความเหนื่อยไปชั่วคราวหลายครั้งที่พี่บอยมองเห็นแววความกดดันในแววตาเด็กหนุ่ม เขาไม่ได้พูดพร่ำยืดยาว แค่ตบไหล่เบา ๆ หรือยกแก้วน้ำวางให้ตรงหน้าแล้วพูดสั้น ๆ“เหนื่อยก็พักบ้างนะกันต์…พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องห่วง”คำน้อย ๆ แต่กลับเป็นแรงซับพอร์ทที่มั่นคงที่สุดสำหรับกันต์ เสมือนบอกเขาว่าต่อให้เส้นทางชีวิตหนักหนาแค่ไหน ก็ยังมีบ้านหลังนี้ที่พร้อมโอบรับอยู่เสมอในค่ำคืนเงียบสงบ พี่บอยมักนั่งอุ้มหนูนิดอยู่ตรงระ

  • สัญญาในอ้อมกอด   ตอนพิเศษ 3

    ลมเย็นปลายฝนพัดผ่านสวนมะม่วงในยามเช้า พี่บอยยืนเก็บของลงท้ายรถยนต์อย่างเงียบ ๆ แม่เดินออกมาจากครัว มือหิ้วถุงผ้าผักสวนครัวติดมาด้วยนิรินยืนลูบท้องโตที่เริ่มทำให้เดินเหินไม่ค่อยถนัดนัก สายตาเธอมองไปรอบ ๆ บ้านสวนเงียบ ๆ อย่างผูกพัน “แม่… หนูคิดถึงบ้านหลังนี้จัง”แม่ยกมือแตะไหล่ลูกสาว ยิ้มอ่อน “ไม่ต้องห่วงหรอกลูก เดี๋ยวคลอดเสร็จ กลับมาด้วยกันอีก บ้านสวนก็ยังรอเราอยู่เสมอ”เต้าหู้เห่าเหง่ง ๆ วิ่งวนรอบขาเหมือนรู้ว่ากำลังจะออกเดินทาง พี่บอยก้มลงลูบหัวมันเบา ๆ “ไปด้วยกันนะไอ้เต้าหู้” หมาจอมซนส่ายหางแรง ๆ ตอบรับทันทีเมื่อทุกอย่างพร้อม ทั้งครอบครัวจึงขึ้นรถออกจากสวนที่อยู่มานานหลายปี เสียงประตูรั้วไม้เอียงปิดเบา ๆ ทิ้งไว้เพียงความทรงจำนิรินนั่งเอนพิงเบาะ มือกุมท้องแน่นทุกครั้งที่ลูกดิ้น พี่บอยเหลือบตามองเป็นระยะ มืออีกข้างวางบนหน้าขาเธออย่างอบอุ่นมือถือดังขึ้น น้องกันต์ส่งไลน์มา “พี่ ถึงไหนแล้ว ผมกับหมาจรที่เก็บมาเลี้ยงรออยู่ เต้าหู้จะได้มีเพื่อนแล้วนะ”นิรินยิ้มบาง ๆ “กันต์ตื่นเต้นใหญ่เลย”พี่บอยพยักหน้า “มันไม่เหงาหรอก มีทั้งหมา มีทั้งครอบครัวอยู่ด้วย”รถค่อย ๆ เลี้ยวเข้าประตูบ้านสองชั้น

  • สัญญาในอ้อมกอด   ตอนพิเศษ 2

    แดดยามบ่ายอ่อนส่องลอดรั้วไม้เอียงเข้ามาในคาเฟ่ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นขนมอบลอยอวลในบ้านที่เป็นทั้งร้านและที่พักอาศัยในเวลาเดียวกันนิรินกำลังจัดแจกันดอกไม้เล็ก ๆ บนโต๊ะหินข้างหน้าต่าง เต้าหู้นอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นไม้เหมือนเคย เธอไม่ได้เอะใจเลยว่าบรรยากาศวันนี้จะมีอะไรพิเศษกว่าทุกวันเสียงเครื่องยนต์รถดังมาจากหน้ารั้ว พี่บอยเดินเข้ามาพร้อมถุงกระดาษสีเรียบในมือ เขาไม่ได้พูดอะไร แค่เดินตรงมาวางไว้บนโต๊ะไม้กลางห้องครัว“พี่ซื้ออะไรมาเหรอคะ” นิรินถามอย่างสงสัยเขาเปิดถุงออก เผยให้เห็นกล่องเค้กจากร้านชื่อดังในตัวเมือง ริมฝีปากหยักยกยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง“วันนี้… ครบรอบวันที่พี่กับหนูเจอกันครั้งแรก”นิรินชะงักไปทันที ดวงตากลมเบิกกว้าง น้ำตารื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “พี่…ยังจำได้เหรอคะ”พี่บอยพยักหน้าเบา ๆ “จำได้หมด…ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้”เธอหัวเราะทั้งน้ำตา ก้าวเข้าไปกอดเอวเขาแน่น “หนูไม่คิดเลยว่าพี่จะเป็นคนเซอร์ไพรส์แบบนี้”“พี่ไม่ได้เก่งเรื่องพวกนี้หรอก” เขาลูบผมเธอเบา ๆ “แต่พี่อยากให้หนูรู้…ว่าทุกวัน พี่ยังจำได้เสมอว่าหนูเข้ามาในชีวิตพี่ได้ยังไง”ทั้งคู่

  • สัญญาในอ้อมกอด   ตอนพิเศษ 1

    ค่ำคืนอากาศเย็นหลังฝน บ้านสวนเงียบสงบนิรินนั่งกอดหมอนอยู่บนโซฟา สีหน้าหงุดหงิดเพราะอาการคนท้อง พี่บอยเงียบ ๆ แต่ยกขันน้ำอุ่นมาให้จิบบรรเทา พอเห็นเธอทำหน้ายู่ ก็ไม่พูดอะไร แค่ขยับลงนั่งกับพื้นตรงหน้าแล้วค่อย ๆ นวดฝ่าเท้าให้“พี่…ไม่ต้องก็ได้ หนูไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้นหรอก” เธอพึมพำเบา ๆ แต่ปลายนิ้วยังเกาะแขนเขาไว้ไม่ปล่อยพี่บอยแค่ส่ายหน้าเบา ๆ “ถ้าไม่สบายตัว…ก็ให้พี่ช่วย” เสียงทุ้มต่ำเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความมั่นคงนิรินเผลอหลับตา สูดหายใจลึกเมื่อความปวดเมื่อยค่อย ๆ คลายลง เธอซบหน้าลงกับอกเขาในที่สุด น้ำตาซึมเล็กน้อย “ถ้าไม่มีพี่…หนูคงแย่ไปแล้วจริง ๆ”พี่บอยก้มลงจูบหน้าผากเบา ๆ “ก็เพราะพี่อยากให้หนูไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวอีกต่อไปแล้วไง”นิรินยกมือเล็กดึงชายเสื้อเขาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะถอยหนี ใบหน้าที่เคยทำหน้างออยู่เมื่อครู่กลับแดงจัด ดวงตาสั่นระริกด้วยทั้งความหงุดหงิดและความปรารถนา“พี่… หนูหิวพี่จริง ๆ นะ” น้ำเสียงเธอสั่นแต่เด็ดขาดพี่บอยนิ่งไปนานพอสมควร แววตาคมเข้มกวาดมองเรือนกายที่เริ่มเปลี่ยนเพราะการตั้งครรภ์ เขาสูดหายใจลึก เหมือนจะกักเก็บสติที่เหลือ แต่ในที่สุดก็ยื่นมือมากอบก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status