LOGIN"อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง
"ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเทียนสี่ก็รีบหันไปหาคุณยายที่เอ่ยปากขึ้นมาแทน "กับคุณคนนี้ รู้จักกันจริง ๆ สินะ" คุณยายสบตากับหลานสาวสลับไปมากับชายหนุ่มที่หน้าตาดูหล่อเหลาท่าทางดูดีมีฐานะคนนี้ที่มารู้จักกับหลานสาวของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ "ก็...คนที่หนูเคยเล่าให้ฟังไงคะ ว่าคุณเขาเคยช่วยหนูไว้ เมื่อหลายวันก่อน" คนเป็นหลานยิ้มหน้าเจื่อนเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้กล่าวคำทักทายใด ๆ กลับมา เอาแต่มองหน้าของเธอสลับกับคุณยายในระหว่างที่พูดคุยกัน ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทนที่ "นังเทียน ! 50 บาท จ่ายมาค่าลูกชิ้น" เจ๊หวานแผดเสียงเข้าใส่ไม่ทันได้หยุดพักหายใจก็ยื่นถุงลูกชิ้นให้เทียนสี่ด้วยอาการเหนื่อยหอบตามวัยของสาวก้าวเข้าเลข 3 พร้อมทั้งกระดิกนิ้วมือขอเงินค่าลูกชิ้นปิ้งจากคนที่สั่งทิ้งไว้ "โหยเจ๊ ! ตามมาถึงนี่เลยเหรอ" เทียนสี่หันไปมองหน้าเจ๊หวานที่เหงื่อแตกโชก แม้จะวิ่งมาเพียงระยะทางแค่ 500 เมตร เจ๊แกก็แทบจะหืดจับเข้าให้แล้ว "ก็เออดิ เงินทั้งนั้นโว้ย !" เจ๊หวานปาดเหงื่อแล้วเอาไหล่กระแทกไหล่บางของเทียนสี่แบบไม่แรงนัก เพื่อสะกิดถามเสียงเบาลงกว่าเดิม "ใครวะ หล่ออ่ะ" "ถามทำไมเจ๊" เทียนสี่หันไปกระซิบกระซาบ "แค่อยากรู้" คำตอบของเจ๊หวานทำให้เทียนสี่กระอักกระอ่วนไม่รู้จะตอบอะไรไป เพราะอีกฝ่ายยังไม่ทักทายเธอกลับมาเลยสักคำ "แค่... คนรู้จักกันอ่ะเจ๊" "จริงอ่ะ ไม่ได้มาจีบแกหรอกเหรอ" "จีบเจิบอะไรกันเจ๊" เทียนสี่เอียงคอเข้าไปพูดใกล้ ๆ กับเจ๊หวานที่เอาแต่จ้องมองไปที่หนุ่มหล่อตรงหน้าด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น "อ้าวก็ไม่รู้ ! ข้าก็ถามเอ็งไปงั้น" เจ๊หวานเกาศีรษะแกร่ก ๆ แบบอดที่จะลุ้นอะไรมิอะไรต่อไม่ได้ แต่เพราะลูเซิร์นที่กำลังล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบบางอย่างออกมาก็ทำให้เจ๊หวานถึงกับตาลุกวาว "พอดีผมไม่มีแบงค์ย่อยเลย ไม่ต้องทอนนะครับ" มือแกร่งยื่นธนบัตรใบสีม่วงให้กับเจ๊หวานแทนค่าลูกชิ้น 5 ไม้ให้กับเธอ เทียนสี่ก็หันมามองหน้าเขาอย่างงุนงงแบบสุดจะคาดเดา "ได้ไงคุณ 450 บาทเลยนะ" เทียนสี่หันไปมองเงินที่เจ๊หวานคว้าหมับแล้วยัดใส่ไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนก็ทำเทียนสี่ตาเขียวใส่ "เจ๊ทอนมา อย่าให้ทวง !" "ไม่เป็นไรหรอกคุณ ถือเป็นค่าตอบแทนครั้งก่อนที่คุณเลี้ยงข้าวเหนียวหมูปิ้งผมไว้" ลูเซิร์นอธิบายเหตุผลพร้อมกับส่งยิ้มให้ ทำเทียนสี่ใบหน้าร้อนผ่าวใจเต้นแปลก ๆ ขึ้นมาในทันใด ทว่าก็รีบสลัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งออกไปเสีย "แต่มันไม่ถึง 500" เทียนสี่บอกกับคนตรงหน้า แล้วหันไปจ้องหน้าเจ๊หวานที่ยืนยิ้มแก้มแทบปริ "เจ๊ตังค์ทอน" ว่าแล้วแบมือออกพลางกระดิกนิ้วสั่งอย่างกดดัน "อะ ๆ ๆ ก็ได้วะ" เจ๊หวานกรอกตาไปมาอย่างจำยอมล้วงเอาเงินทอนออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนยื่นให้คนทวงแบบส่ง ๆ "ไหนว่าไม่ได้มาจีบไง" เจ๊หวานเอียงคอเงยหน้าขึ้นถาม "ทำไมถึงจ่ายค่าลูกชิ้นให้แกได้วะ" เจ๊หวานถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ค่าลูกชิ้นปิ้งไปแล้วเลยพยายามแย็บถามต่อด้วยความใคร่รู้"ขึ้นรถ !" เสียงนั้นฟังดูเข้มและดุดัน จนเหมือนเป็นการบังคับให้เพื่อให้เธอยอมไปกับเขา หากแต่นิสัยของเทียนสี่ที่ดื้อรั้นและไม่ยอมฟังใครง่าย ๆ อยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่ทำตาม "ฉันบอกแล้วไงว่าจะแวะไปหายาย นายกลับไปได้เลย" พูดบอกถึงตรงนี้ก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง หากแต่เซย์ยะกลับปรี่เข้ามาคว้าเรียวแขนเธอเอาไว้ หมับ ! "ไปขึ้นรถ !" น้ำเสียงแข็งกร้าวบอกกับเธอพร้อมกับแรงบีบที่กดเข้ามาที่เรียวแขนจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บจากการถูกบังคับและฝืนใจ แต่ทันใดนั้นเอง หยางฟานที่มองเหตุเหตุหาฝการณ์ตั้งแต่ต้นก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเทียนสี่ให้หลบมาอยู่ด้านหลังของเขาแทน "นี่ลื้อทำอะไร ไม่ได้ยินที่อีบอกรึไงว่าไม่ไปลื้อหูตึงเหรอ ?" หยางฟานถามเสียงเรียบจ้องหน้าเซย์ยะอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะถูกฝ่ามือแกร่งกระแทกเข้ามาที่ต้นคออย่างจัง ผัวะ ! "ถอยไปไอ้กระจอก !" หยางฟานถูกสันมือหนาฟาดเข้าที่ต้นคอจนคอแทบเคล็ด หากแต่เขาก็ไม่เกรงกลัวพุ่งเข้าไปกรชากคอเสื้อของเซย์ย่าแล้วชกเข้าที่ใบหน้าไปหนึ่งที แต่น้ำหนักไม่พอให้อีกฝ่ายล้มลงหรือรู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย หากแต่เป็นหยางฟานเองที่ถูกกำปั้นหนัก ๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าทั้งสองข้า
คำถามของหยางฟานทำให้เทียนสี่ถึงกับนิ่งไป เพราะรู้ดีถึงความต้องการบางอย่างที่วิคเตอร์ต้องการจากเธอ หากแต่เทียนสี่กลับไม่ได้พูดมันออกไป เพราะเรื่องพวกนี้หยางฟานไม่ควรจะต้องมารับรู้ แค่เขาต้องมาเดือดร้อน เพราะวิคเตอร์พยายามเล่นงานคนรอบตัวเธอก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะไม่พอใจอะไรฉันอยู่ก็ได้ แต่ช่างเถอะ นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ฉันต้องขอโทษนายกับพ่อของนายด้วยที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันที่เป็นต้นเหตุ ฉันอยากให้นายพยายามอยู่ให้ห่างจากฉัน อย่างก็เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นกลับมาเล่นงานนานได้ ฉันขอโทษจริง ๆ นะ หยางฟานต่อจากนี้เราไม่ควรเจอกันอีก" "ลื้อพูดอะไร อั๊วไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย แต่นี่อั๊วยิ่งรู้ว่าลื้อกำลังตกอยู่ในอันตรายจะให้อั๊วทิ้งลื้อไปได้ยังไง" "ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไง แต่นายคือเพื่อนของฉันแล้วจะให้ฉันยอมเห็นนายถูกทำร้ายได้ยังไง นายคือเพื่อนนะหยางฟาน จะเป็นอย่างอื่นก็คงไม่ได้ ถ้านายไม่ตัดใจ ก็ได้โปรดรู้เอาไว้ว่าอย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก นายกับพ่อของนายจะไม่ปลอดภัย หนีให้ห่างจากฉันเถอะนะหยางฟาน อย่างน้อย ก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อนเอาไว้"
ความอดทนอดกลั้นขาดสะบั้นลง เมื่อความยั่วเย้าเร้าอารมณ์ที่เธอปลุกปั่นให้เขาลุกฮือขึ้นมาจนหยุดไว้ไม่ได้ หมับ ! ลูเซิร์นพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้แล้วดันเรียวขาให้อ้าถ่างออกจากกัน ก่อนจะเสียบเสยแท่งเอ็นดุ้นใหญ่เข้าไปในร่องรักคราวเดียวจนมิดลำโคน ปึก ! "อ๊า !" เทียนสี่หยาดน้ำตารินไหล เมื่อลำเอ็นแท่งใหญ่ถูกดันเข้ามาในคราวเดียวจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความใหญ่โตถาโถมเขาหากลีบอวบอ้าที่ยังมีร่องรอยของการเสียดสีอย่างหนักหน่วงจากบนรักเร่าร้อนของเมื่อคืนทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านปนความเจ็บร้าวระบมอยู่ลึก ๆ หากแต่เธอกลับใจสู้ เด้งสะโพกอวบเข้าใส่ลำเอ็นที่อัดกระแทกเข้ามาหาเธออย่างเน้น ๆ "ดื้อเหลือเกิน ไม่รู้จะห้ามยังไง" ลูเซิร์นพูดขึ้นพลางบีบขยำไปที่ก้นอวบใหญ่จับสะโพกเธอล็อกไว้ไม่ให้ขยับหนีแล้วอันลำเอ็นเข้าไปในรูรักจนมันปลิ้นอ้าออกจากกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำเธอเสียวซ่านไปถึงท้องน้อย ขณะที่ลำเอ็นแล่นเข้าออกในจังหวะที่ถี่รัว ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิด ขณะที่ใบหน้าคมฝังปลายจมูกโ่ด่งเข้าหาซอกคอขาวระหงดูดดึงจนเกิดรอยแดงที่เขาฝังลึกเอาไว้ราวกับตีตราจองไม่ให้ใครกล้ามาซ้ำ หรือ เอาตัวเธอไปได้ สัมผัสหยาบ
เวลาต่อมา "อื้อ" เทียนสี่ขยับตัวปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือเมื่อใบหน้าถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือกับผ้าที่เปียกพอหมาด ๆ ทำเธอรู้สึกตัวแล้วพลิกนอนตะแคงหาคนที่ปลุกให้ตื่นด้วยน้ำเย็น ๆ ภายในห้องอับอบอุ่นสบาย "ลูเซิร์น" เธอเอ่ยชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ไอร้อนจากผิวกาย ทำให้ลูเซิร์นต้องหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดลงไป เธอยิ้มอ่อน ๆ ให้เขาทันที เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นเขาเป็นคนแรกตามที่อีกคนได้บอกเธอไว้จริง ๆ ไม่ผิดคำพูด "กี่โมงแล้ว ?" เธอถามเขาเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยินเสียง "บ่ายสองแล้วค่ะคนเก่ง ไข้ขึ้น แต่ไม่เป็นไรลีวายมาดูแล้วบอกให้ผมป้อนยาลดไข้ให้คุณไปแล้ว" "ป้อน ?" เทียนสี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกินยาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "ฉันตื่นมากินยาตั้งแต่ตอนไหนกันคะ" ริมฝีปากหยักยกขึ้นตรงมุมปากเล็ก ๆ "ผมไม่ปลุกหรือกวนคุณให้ตื่นเลย อยากให้คุณได้พัก" ดูเหมือนจะตอบไม่ตรงคำถาม "แล้วป้อนยายังไงคะ" เธอเอียงใบหน้าพลางกะพริบตาปริบ ๆ ขึ้นลงเบา ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ ในตอนที่ถามแล้วรอคำตอบจากเขา "ป้อนด้วยปาก" นิ้วหัวแม่มือเรียวยาวเกลี่ยไล้ไปบนกลีบปากนุ่ม ๆ ของเธออย่างหลงใหลในตอนที่ให้คำเฉลย ทำเทียนสี่ใบ
"อยากให้เรียก...เรียกอีกสักครั้งนึงจะได้ไหม ?" เธอถามเสียงแผ่ว แม้กลัวว่าตัวเองจะผิดหวัง เพราะที่ผ่านมาลูเซิร์นไม่ใช่คนที่พูดจาหวานหูอะไร ไม่แปลกหากเขาจะไม่ยอมเอ่ยเรียกคำพูด้หล่านี้ให้ได้ยินอีกซ้ำ ๆ "จะให้เรียกอีกกี่ครั้งก็ยังได้ ถ้าคุณต้องการ ผมจะทำให้ที่รัก" พูดพลางก้มลงไปจูบที่ขมับขวาของเธอเบา ๆ แล้วขยับเลื่อนลงมาแตะเรียวปากไว้ที่กลีบปากนุ่ม ๆ ค้างไว้นานนับนาทีกว่าที่เขาจะผละออกไป "ลูเซิร์น..." เทียนสี่จ้องเขาตาค้างไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เธอจับจ้องด้วยแววตาที่เปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมบนใบหน้าสวย "เด็กดี....คุณนอนต่อเถอะนะคะที่รัก เดี๋ยวผมไปตามลีวายมาดูไข้" ว่าจบก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะโน้มเข้าไปจูบที่หน้าผากอุ่น ๆ ทำเทียนสี่อึ้งไปราวกับถูกสาปไว้ชั่วขณะ ทันทีที่ได้ยินคำว่าที่รักหลุดออกจากปากของเขา และไม่เพียงแค่นั้น ยังมีคำพูดคะขาที่เขาพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งที่เธอไม่ได้เอ่ยปากขอเลยด้วยซ้ำ หมับ ! เทียนสี่เอื้อมมือบางเหนี่ยวรั้งที่ชายเสื้อของลูเซิร์นเอาไว้เหมือนไม่อยากให้ไปไหน ทำคิ้วหนา ๆ ของเขาเลิกขึ้นมาแล้วมองหน้าคนสวยที่เอาแต่จ้องเขาอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน
ลูเซิร์นวางเธอลงบนเตียงนอนแล้วขึ้นมาคร่อมร่างเปลือยเปล่ากักขังตัวเธอเอาไว้ภายใต้พันธนาการอันแข็งแกร่ง "ทีนี้ จะหายงอนผมได้รึยัง ?" "ยัง" เทียนสี่ตอบพลางจ้องมองเขาอย่างไม่คลาดสายตา มือบางลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งเบา ๆ "งั้นก็กลับหลังหัน" ว่าจบก็พลิกร่างนุ่มให้หันหลังในท่าคลานเข่า พร้อมกับฟุบหน้าลงไปบนหมอน ช้อนสะโพกอันกลมกลึงเธอให้ลอยเด่นขึ้นมาจนเห็นร่องรักอวบอูมที่ดูฉ่ำเยิ้มอวดแก่สายตาคมของเขา เผียะ ! ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงไปที่แก้มก้นขาว ๆ จนขึ้นรอยมือเป็นสีแดงตามมาด้วยรอยนิ้ว "อ๊ะ ! " เขาดึงรั้งไปที่เส้นผมบนท้ายทอยคนสวยให้เชิดหน้าขึ้นมาแล้วโน้มริมฝีปากเข้าหาเธอ ก่อนจะสัมผัสจูบอันร้อนแรงที่เรียวปากนุ่ม ๆ อย่างดุดันสอดปลายลิ้นอุ่นจัดเข้าไปในโพรงปากอันหวานล้ำแล้วบี้บดไปที่หัวจุกสีหวานจนมันนูนเด่นแข็งขึ้นเป็นไต "อื้อ ลูเซิร์น !"ทเทียนสี่สั่นสะท้านร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่างกาย "แบบนี้ชอบไหม ?" "อ๊า ลูเซิร์น ฉันชอบ !" "ไม่ชอบให้ผมอ่อนโยนรึไง" เขาผละจูบออกมาถามเธอแล้วดูดดึงลำคอขาวระหงของเธอด้วยริมฝีปากอันร้อนแรง ก่อนจะดันแผ่นหลังบางให้ฟุบหน้าลงไปบนเตียงนอนอีกครั้ง "ก้นขาว น่ากระแท
เทียนสี่จ้องไปที่ดวงตาอันคมกริบที่มีโอกาสได้สบมองใกล้ ๆ และ สังเกตดูชัด ๆ จนเห็นว่าเขามีดวงตาสีดำที่นัยย์ตาดำรอบนอกเป็นสีเทาแกมฟ้า ในขณะที่รัศมีของดวงตาด้านในเป็นสีดำ ส่วนอีกข้างเป็นสีน้ำตาลเหมือนกับคนเอเชียทั่วไป ส่วนผมเป็นสีเทาขาวที่ดูเป็นธรรมชาติตามแต่กำเนิด และ นั่นทำให้ลูเซิร์นเงียบกริบ โดยไม่พ
"โหวนี่รถคุณเหรอ เท่จัง !" เทียนสี่ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยว่าไม่เคยได้สัมผัส หรือ เฉียดเข้าใกล้รถยนต์ที่มีราคาหลายสิบล้านขนาดนี้มาก่อน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปเหยียบที่พื้นของมัน "เชิญครับ" ลูเซิร์นพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับดึงประตูรถเพื่อเปิดออกแล้วผายมือเชิญชวนเธอให้เข้าไปนั่งด้านในอย่างเ
"เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว" คาลวินไม่ได้สนใจอะไรหลังจากนั้น ดึงสายตากลับมาสั่งให้คิมลีวายนั่งลงแทนที่ของมือขวาที่เดินกลับออกไปแล้ว "เรียบร้อยดีครับ ผมเลือกตัวที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว" "คิดว่ามันจะสำเร็จไหม" คำถามที่ดูเหมือนจะคิดหนักทำให้คิมลีวายมองออกอย่างชัดเจน "ถึงไม่สำเร็จ ผมว่าคุณคาลวินคงมีแผนการส
"ครับ ?""อุปกรณ์ทำแผล ยังมีสำสีกับแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเหลืออยู่ เผื่อคุณเอาไว้ล้างแผล แต่ฉันแนะนำว่า คุณควรไปให้หมอช่วยดูอีกทีจะดีกว่า ฉันกลัวว่าแผลมันจะอักเสบ แล้วก็ติดเชื้อ""ขอบคุณครับ""ขอตัวนะคะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปช่วยยายเก็บร้านด้วยเหมือนกัน""เทียน" ลูเซิร์นเอ่ยรั้งในตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ







