Share

บทที่ 9

Author: Prypradhana
last update Huling Na-update: 2026-03-13 19:00:13

"อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง

"ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเทียนสี่ก็รีบหันไปหาคุณยายที่เอ่ยปากขึ้นมาแทน

"กับคุณคนนี้ รู้จักกันจริง ๆ สินะ" คุณยายสบตากับหลานสาวสลับไปมากับชายหนุ่มที่หน้าตาดูหล่อเหลาท่าทางดูดีมีฐานะคนนี้ที่มารู้จักกับหลานสาวของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ

"ก็...คนที่หนูเคยเล่าให้ฟังไงคะ ว่าคุณเขาเคยช่วยหนูไว้ เมื่อหลายวันก่อน" คนเป็นหลานยิ้มหน้าเจื่อนเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้กล่าวคำทักทายใด ๆ กลับมา เอาแต่มองหน้าของเธอสลับกับคุณยายในระหว่างที่พูดคุยกัน

ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทนที่

"นังเทียน ! 50 บาท จ่ายมาค่าลูกชิ้น" เจ๊หวานแผดเสียงเข้าใส่ไม่ทันได้หยุดพักหายใจก็ยื่นถุงลูกชิ้นให้เทียนสี่ด้วยอาการเหนื่อยหอบตามวัยของสาวก้าวเข้าเลข 3 พร้อมทั้งกระดิกนิ้วมือขอเงินค่าลูกชิ้นปิ้งจากคนที่สั่งทิ้งไว้

"โหยเจ๊ ! ตามมาถึงนี่เลยเหรอ" เทียนสี่หันไปมองหน้าเจ๊หวานที่เหงื่อแตกโชก แม้จะวิ่งมาเพียงระยะทางแค่ 500 เมตร เจ๊แกก็แทบจะหืดจับเข้าให้แล้ว

"ก็เออดิ เงินทั้งนั้นโว้ย !" เจ๊หวานปาดเหงื่อแล้วเอาไหล่กระแทกไหล่บางของเทียนสี่แบบไม่แรงนัก เพื่อสะกิดถามเสียงเบาลงกว่าเดิม

"ใครวะ หล่ออ่ะ"

"ถามทำไมเจ๊" เทียนสี่หันไปกระซิบกระซาบ

"แค่อยากรู้" คำตอบของเจ๊หวานทำให้เทียนสี่กระอักกระอ่วนไม่รู้จะตอบอะไรไป เพราะอีกฝ่ายยังไม่ทักทายเธอกลับมาเลยสักคำ

"แค่... คนรู้จักกันอ่ะเจ๊"

"จริงอ่ะ ไม่ได้มาจีบแกหรอกเหรอ"

"จีบเจิบอะไรกันเจ๊" เทียนสี่เอียงคอเข้าไปพูดใกล้ ๆ กับเจ๊หวานที่เอาแต่จ้องมองไปที่หนุ่มหล่อตรงหน้าด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น

"อ้าวก็ไม่รู้ ! ข้าก็ถามเอ็งไปงั้น" เจ๊หวานเกาศีรษะแกร่ก ๆ แบบอดที่จะลุ้นอะไรมิอะไรต่อไม่ได้ แต่เพราะลูเซิร์นที่กำลังล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบบางอย่างออกมาก็ทำให้เจ๊หวานถึงกับตาลุกวาว

"พอดีผมไม่มีแบงค์ย่อยเลย ไม่ต้องทอนนะครับ" มือแกร่งยื่นธนบัตรใบสีม่วงให้กับเจ๊หวานแทนค่าลูกชิ้น 5 ไม้ให้กับเธอ เทียนสี่ก็หันมามองหน้าเขาอย่างงุนงงแบบสุดจะคาดเดา

"ได้ไงคุณ 450 บาทเลยนะ" เทียนสี่หันไปมองเงินที่เจ๊หวานคว้าหมับแล้วยัดใส่ไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนก็ทำเทียนสี่ตาเขียวใส่

"เจ๊ทอนมา อย่าให้ทวง !"

"ไม่เป็นไรหรอกคุณ ถือเป็นค่าตอบแทนครั้งก่อนที่คุณเลี้ยงข้าวเหนียวหมูปิ้งผมไว้" ลูเซิร์นอธิบายเหตุผลพร้อมกับส่งยิ้มให้ ทำเทียนสี่ใบหน้าร้อนผ่าวใจเต้นแปลก ๆ ขึ้นมาในทันใด ทว่าก็รีบสลัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งออกไปเสีย

"แต่มันไม่ถึง 500" เทียนสี่บอกกับคนตรงหน้า แล้วหันไปจ้องหน้าเจ๊หวานที่ยืนยิ้มแก้มแทบปริ

"เจ๊ตังค์ทอน" ว่าแล้วแบมือออกพลางกระดิกนิ้วสั่งอย่างกดดัน

"อะ ๆ ๆ ก็ได้วะ" เจ๊หวานกรอกตาไปมาอย่างจำยอมล้วงเอาเงินทอนออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนยื่นให้คนทวงแบบส่ง ๆ

"ไหนว่าไม่ได้มาจีบไง" เจ๊หวานเอียงคอเงยหน้าขึ้นถาม "ทำไมถึงจ่ายค่าลูกชิ้นให้แกได้วะ" เจ๊หวานถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ค่าลูกชิ้นปิ้งไปแล้วเลยพยายามแย่บถามต่อด้วยความใคร่รู้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 11

    "เปล่านี่คะ ทำไมถึงคิดแบบนั้น""หน้าคุณมันฟ้อง""ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ" เทียนสี่ยกสองมือขึ้นลูบข้างแก้มขาว ๆ ขณะที่พึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ไม่รู้ว่ามันดูตึงเครียดขนาดไหนอีกคนถึงได้มองออก"ตกลงว่าใช่รึเปล่า" ลูเซิร์นย้ำถาม พลางหันหน้ามาสบตากับเธอ"เปล่าค่ะ ฉันเต็มใจ" เทียนสี่ตอบออกไปเพียงแค่นั้นก็หันหน้ามองออกไปด้านหน้าตัวรถทันที กลัวว่าจะเผลอสบตาอีกฝ่ายนานเกินไปกว่านี้"มองหน้าฉันทำไมคะ ไม่ออกรถเหรอ" เทียนสี่หันกลับมาถาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเอาแต่จ้องมองเธออยู่แบบนั้น ไม่ยอมขับรถออกไปเสียที"เห็นคุณแต่งชุดนี้ ก็ดูสดใสดีอยู่เหมือนกัน" คำกล่าวของลูเซิร์นพาให้เทียนสี่ก้มลงมองชุดนักศึกษากระโปรงทรงสอบของตัวเอง ซึ่งพอนั่งมันก็ร่นขึ้นมาเหนือหัวเข่าเล็ก จนเห็นโคนขาเรียวขาวจัด ๆ ชวนให้ดึงดูดแก่สายตา"ชมผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ แฟนคุณรู้ จะไม่ว่าเอาเหรอ" เทียนสี่แสร้งถาม เพราะอยากรู้ว่าการที่เขาไม่อ่านไลน์ที่เธอส่งสติกเกอร์ไปหานั้นอาจเป็นเพราะเขามีคนรักอยู่แล้วก็ได้ คงกลัวว่าจะผิดใจกันเลยไม่อ่านและไม่ได้ตอบไลน์ของเธอที่ทักไปก่อนหน้านั้น"ผมยังไม่มีแฟน" คำตอบของลูเซิร์นเป็นเสมือนการปลดล็อกในสิ่งเทียนสี

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 10

    "บอกว่าไม่ได้จีบไงเจ๊" เทียนสี่ขยับปากให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่รอดพ้นไปจากสายตาอันคมกริบของคนที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ"คุณลองชิมดูหน่อยไหม ลูกชิ้นเจ๊หวาน กินแล้วไม่อ้วน ถ้าบ้วนทิ้ง !" ว่าแล้วเทียนสี่ก็หันไปหาร่างสูงของคนที่ออกตังค์ค่าลูกชิ้นให้"นังเทียน !" คำพูดของเทียนสี่ทำเอาเจ๊หวานที่กำลังดูอารมณ์ดีหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อมีควันออกจากหู"ล้อเล่นน่า ! ลองกินดูสิคุณ ลูกชิ้นร้านเจ๊หวานเนี่ย ไม่ได้ผสมแป้งเลยนะ เนื้อเนี่ยเหนียวหนึบ ยิ่งกว่ายางรถยนต์""อีนัง..." ตรงนี้เจ๊หวานแค่ขยับปาก เพราะความเกรงใจคุณยายกลิ่นเกษรที่แกเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไหนจะคอยหยิบยื่นน้ำใจด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ไม่เว้นแต่ละวัน หนำซ้ำยังมีพ่อเทพบุตรรูปหล่อที่ยืนอมยิ้มอยู่ใกล้ ๆ ส่งผลให้เจ๊หวานแกเลยต้องรับบทนางเอกผู้ถูกกระทำปล่อยให้เทียนสี่กลายเป็นผู้ร้ายไปซะอย่างงั้น"นังเทียน แกเคยกินยางรถยนต์รึไง !" เจ๊หวานหันมาต่อปาก แต่เทียนสี่ก็กลับไม่ใส่ใจ"บ่นอะไรเจ๊ ! ลูกค้ามาโน้นแล้ว รีบไปขายของสิ" เทียนสี่ชี้นิ้วบอกให้รู้ เมื่อเห็นเด็กนักเรียนเริ่มทยอยกันมาที่หน้าร้าน ก่อนที่เจ๊หวานจะชายตาแลตาม"เออ ๆ ข้าไปละ

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 9

    "อ้าวเทียน กลับมาแล้วเหรอ" เป็นคุณยาย กลิ่นเกษร หรือ ยายษร ที่หันมาทักทายหลานสาวสุดที่รัก หลังกลับจากมหาวิทยาลัยเหมือนเช่นทุกครั้ง"ค่ะยาย แล้วนี่..." เทียนสี่มองคนตัวสูงที่ยืนดูคุณยายของเธอกำลังปิ้งหมูในเตาถ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะถอดแว่นกันแดดหรูหราสีดำออกแล้วหันมาสบตาให้กับเธอ เพียงเท่านั้นเทียนสี่ก็รีบหันไปหาคุณยายที่เอ่ยปากขึ้นมาแทน"กับคุณคนนี้ รู้จักกันจริง ๆ สินะ" คุณยายสบตากับหลานสาวสลับไปมากับชายหนุ่มที่หน้าตาดูหล่อเหลาท่าทางดูดีมีฐานะคนนี้ที่มารู้จักกับหลานสาวของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ"ก็...คนที่หนูเคยเล่าให้ฟังไงคะ ว่าคุณเขาเคยช่วยหนูไว้ เมื่อหลายวันก่อน" คนเป็นหลานยิ้มหน้าเจื่อนเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้กล่าวคำทักทายใด ๆ กลับมา เอาแต่มองหน้าของเธอสลับกับคุณยายในระหว่างที่พูดคุยกันทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทนที่"นังเทียน ! 50 บาท จ่ายมาค่าลูกชิ้น" เจ๊หวานแผดเสียงเข้าใส่ไม่ทันได้หยุดพักหายใจก็ยื่นถุงลูกชิ้นให้เทียนสี่ด้วยอาการเหนื่อยหอบตามวัยของสาวก้าวเข้าเลข 3 พร้อมทั้งกระดิกนิ้วมือขอเงินค่าลูกชิ้นปิ้งจากคนที่สั่งทิ้งไว้

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 8

    "เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว" คาลวินไม่ได้สนใจอะไรหลังจากนั้น ดึงสายตากลับมาสั่งให้คิมลีวายนั่งลงแทนที่ของมือขวาที่เดินกลับออกไปแล้ว "เรียบร้อยดีครับ ผมเลือกตัวที่ดีที่สุดเอาไว้แล้ว" "คิดว่ามันจะสำเร็จไหม" คำถามที่ดูเหมือนจะคิดหนักทำให้คิมลีวายมองออกอย่างชัดเจน "ถึงไม่สำเร็จ ผมว่าคุณคาลวินคงมีแผนการสำรองเอาไว้แล้ว" คาลวินพยักหน้าตอบคิมลีวายว่าเขามีแผนการอย่างที่ว่านั่นจริง ๆ แต่มันคงต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายอย่าง และ ตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ร่วมด้วย เวลาต่อมา ลูเซิร์นเดินเข้ามาภายในห้องของตัวเอง ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทที่สวมอยู่วางในตู้ลิ้นชักข้างเตียง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เอาเก็บกลับมาด้วย ทั้งที่จะส่งคืนเจ้าของ หรือ โยนทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งยังได้ ครืด ~ ปลายนิ้วมือเรียวยาวกดเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีใครบางคนแอดไลน์เพิ่มเพื่อนเข้ามาใหม่ "เทียนสี่" เรียวฝีปากหยักขยับอ่านชื่อเจ้าของแอคเคาท์ไลน์ดังกล่าวเบา ๆ ก่อนจะปัดหน้าจอนั้นทิ้งไปอย่างไม่ได้ใส่ใจ อีกทั้งยังกดโทรออกหาใครอีกคนที่พยายามโทรเข้ามาหาเขาอยู่นานหลายสาย เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ "ว่

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 7

    "ครับ ?""อุปกรณ์ทำแผล ยังมีสำสีกับแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเหลืออยู่ เผื่อคุณเอาไว้ล้างแผล แต่ฉันแนะนำว่า คุณควรไปให้หมอช่วยดูอีกทีจะดีกว่า ฉันกลัวว่าแผลมันจะอักเสบ แล้วก็ติดเชื้อ""ขอบคุณครับ""ขอตัวนะคะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปช่วยยายเก็บร้านด้วยเหมือนกัน""เทียน" ลูเซิร์นเอ่ยรั้งในตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปให้หยุดชะงัก แล้วหมุนร่างกลับมาประสานสายตากับเขาอีกครั้ง"คะ ?""ผมขอยืมโทรศัพท์มือถือคุณหน่อยสิ""ของฉันเหรอ ?""ครับ รบกวนคุณ ปลดล็อกให้ด้วย" ลูเซิร์นพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับหว่านเสน่ห์ หากไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะมันกำลังทำให้ใครบางคนรู้สึกหน้าแดง"นี่ค่ะ" เทียนสี่ยื่นให้อย่างเขิน ๆ กับโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ดูยังไงก็รู้ว่าผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ด้วยเครื่องที่ดูคร่ำครึ ตกรุ่นไปไกลแล้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรลูเซิร์นกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองแล้วโทรออก ก่อนจะตัดสายทิ้งแล้วส่งมันคืนให้กับเธอ"นี่เบอร์ผม เมมไว้ได้เลย ช่วยแอดไลน์มาหาผมด้วย""อะไรนะคะ" เทียนสี่แทบไม่เชื่อหูของตัวเอง เพราะคิดว่าเขาน่าจะกำลังแอบขายขนมจีบให้เธออยู่หรือไม่ หากแต่คำตอบนั้นกลับดับฝันของเธอให้พลันส

  • สัมพันธ์รักทายาทมาเฟียคนสุดท้าย   บทที่ 6

    เทียนสี่จ้องไปที่ดวงตาอันคมกริบที่มีโอกาสได้สบมองใกล้ ๆ และ สังเกตดูชัด ๆ จนเห็นว่าเขามีดวงตาสีดำที่นัยย์ตาดำรอบนอกเป็นสีเทาแกมฟ้า ในขณะที่รัศมีของดวงตาด้านในเป็นสีดำ ส่วนอีกข้างเป็นสีน้ำตาลเหมือนกับคนเอเชียทั่วไป ส่วนผมเป็นสีเทาขาวที่ดูเป็นธรรมชาติตามแต่กำเนิด และ นั่นทำให้ลูเซิร์นเงียบกริบ โดยไม่พูดอะไรออกมา เพราะดวงตาเป็นสิ่งที่เขาไม่โอเคที่สุดบนใบหน้าของตัวเอง จนไม่อยากเอ่ยถึงมันเทียนสี่ขยับห่างออกมาเล็กน้อย เพราะรู้สึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองยื่นร่างเข้าไปใกล้เขามากจนเกินไป ด้วยความที่สงสัยกับสีของดวงตาที่ได้เห็น แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไร เธอถึงได้เปลี่ยนคำถาม"คุณมีญาติพี่น้องรึเปล่า""ผมตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด มีแค่เจ้านายกับเพื่อนร่วมงานเท่านั้น""เหมือนกันเลย พ่อแม่ฉันก็เสียไปหมดแล้ว ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง มีแค่ยายสองคนเท่านั้น ยายบอกว่าฉันเกิดที่เกาหลี ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย" รอยยิ้มกลบเกลื่อนที่ปรากฏบนใบหน้าของเทียนสี่กำลังเป็นเป้าสายตาของใครบางคน ซึ่งจ้องมองมาที่เธอ โดยที่ไม่อาจละสายตาไปได้"จ้องหน้าฉันทำไม มีอะไรรึเปล่า" เทียนสี่เอ่ยถาม เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่มองหน้าเธอนานเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status